Age of war

    ตอนที่ 120 All men must die

    โล่อันแข็งแกร่ง [เบลโลน่า] ชายผมสีทอง ดวงตาสีทอง ร่างกายกำยำ บุรุษชาวสปาต้าที่มาจากยุคสมัยสปาต้าเฟื่องฟูในอดีต

    ผู้ที่ยอมลงจากอานม้าเพื่อจีบผู้ชาย [เทียเซไคร่า] สตรีชาวมองโกลที่มาจากยุค ค.ศ 1980 ผมสีทองตัดสั้น ใบหน้าคมดุดันแต่งดงาม มีความห้าวเหมือนผู้ชายมากกว่าอ่อนโยนแบบผู้หญิง สตรีที่ยึดติดธรรมเนียมเดิมของชาวมองโกลอย่างแท้จริง

    หนุ่มสาวสองคนนี้ได้มาพบกันและตกหลุมรักซึ่งกันและกัน

    แต่เป็นรักข้างเดียวของ [เทียเซไคร่า] เพราะ [เบลโลน่า] ยังคงคิดว่าเทียเซไคร่าเป็นแค่ผู้ชายหน้าหวาน

    หญิงสาวที่ไม่อาจแม้แต่จะได้ทันเผยความในใจให้อีกฝ่ายรับรู้ กลับต้องมาตายอยู่ใต้ซากอาคารของศาลยุติธรรมใจกลางเมืองอย่างน่าเศร้าใจ

    และถ้าหากมองไล่ขึ้นไปบริเวณใกล้กันนี้ ก็จะพบกับศพของนายทหารชั้นผู้ใหญ่อีกคนหนึ่ง

    เพียงแค่ปรายตามองชุด ก็ทราบได้ทันทีว่าเป็นนายทหารระดับสูง

    เขาคือผู้นำแห่งนาโต้ [ทอม]

    ตำแหน่งที่นั่งของเขาอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุมากที่สุด เลยทำให้ซากศพของเขาถูกแยกส่วนออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

    ทั้งที่เป็นผู้มากฝีมือ เก่งทั้งด้านบุ๋นและบู้ แต่กระนั้นยังสามารถตายได้อย่างง่ายดาย

    ตาย… เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ที่ตายลงไป

    ไม่ว่าจะเป็นชายหญิง แข็งแกร่งหรืออ่อนแอ สุดท้ายแล้วก็ต้องตายไม่ต่างกัน

    แถมยังเป็นการตายที่อาจเรียกได้ว่าไม่สมศักดิ์ศรีและผมงานที่พวกเขาได้เคยทำเอาไว้

    นายแดง ชาวไทยหลงยุคกำลังคิดเช่นนั้น

    เขาที่คุ้นเคยกับสงครามในยุคสมัยสุโขทัยและชินกับการนำทัพเข้าโรมรันอย่างหาญกล้า ตอนนี้เขาได้เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงไม่ชอบวิธีการทำสงครามของยุคสมัย ณ ปัจจุบันที่เป็นอยู่

    เพราะมันคือยุคสมัยที่คนทำได้ทุกวิถีทางเพื่อนำมาซึ่งชัยชนะ

    ไม่สิ ความจริงสมัยก่อนมันไม่ต่างกันนักหรอก

    ต้องบอกว่าอาวุธที่พัฒนาขึ้นมา มันทำให้คนสามารถเลือกใช้กลยุทธ์ที่เปิดกว้างได้มากขึ้น

    รวมไปถึงความเลวร้ายของมันที่เพิ่มมากขึ้นด้วย

    “ช่วย… ด้วย…”

    “เฉินซิง! ”

    ตอนที่นายแดงเดินอยู่บนซากอาคารในสภาพเปรอะเปื้อน เขาก็ได้พบกับสหายร่วมรบที่รอดชีวิต

    เธอคนนั้นคือ [เทพสงคราม เฉินซิง]

    แดงพยายามช่วยเหลือสหายร่วมรบขึ้นมาจากใต้ซากสุดความสามารถ โดยไม่สนใจห่ากระสุนที่พึ่งบินข้ามผ่านหัวไป

    หลังจากใช้เวลาร่วมสิบห้านาที ในที่สุดเขาก็สามารถช่วยเหลือเธอออกมาจากใต้ซากอาคารได้สำเร็จ

    ทั้งสองคนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดของดีอ้อนนั้น ต่างบาดเจ็บและมีสภาพโทรมไม่แพ้กัน

    เลือดท่วมกาย เสื้อสูทสีดำที่ขาดวิ่น แถมยังอ่อนล้าทั้งกายและจิตใจ

    แต่พวกเขาทั้งสองคนต่างรู้ดีว่าจะมาทำตัวอ่อนแอแล้วหยุดเพียงแค่นี้ไม่ได้

    “จะให้… คริสตัลถูกทำลายไม่ได้…”

    ทั้งสองคนหันไปทางโดมคริสตัลซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปทางเหนือไม่ไกลนัก

    ถ้าหากครบหนึ่งวัน ทุกคนก็จะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

    แต่ถ้าหากว่าคริสตัลถูกทำลาย ทุกคนที่เขารู้จักจะตายจากไปตลอดกาล

    “ยังไหวไหม? ”

    “ไม่ไหวก็ต้องไหวค่ะ”

    ต่อให้พวกเขาไม่มีอาวุธ ไม่มีชุดเกราะ แต่หัวใจของพวกเขายังไม่ยอมแพ้

    ทั้งสองคนเริ่มยกขาที่หนักอึ้งขึ้นเพื่อยืนหยัด ก่อนจะกระโจนร่างของตัวเองเข้าไปในสนามรบใจกลางเมืองตรงหน้า



    อสูรกายขนาดห้าสิบเมตรสองตัวต่างเข้าโรมรันจนแผ่นดินสั่นสะท้าน

    โกเลมไทฟอนใช้ทั้งหนึ่งร้อยหัวส่งเปลวไฟแผดเผาไปทั่วผืนฟ้ากว้าง

    มังกรทมิฬใช้ปีกที่แผ่กว้างแทนโล่ปกป้องกาย

    "อสูรแห่งการกลืนกิน ใช้ท่าม้วนตัวฟาดหาง! "

    เจ้านายที่เป็นทั้งมันสมองและผู้ฝึกสอนของมังกรทมิฬได้แผดเสียงดังมาจากบนพื้นดิน

    ใช่แล้ว เพื่อให้มันสามารถต่อสู้ได้อย่างอิสระ ขุนนางแครอทจึงลงมายืนอยู่ด้านล่างเพื่อสั่งการรบโดยตรง

    มังกรทมิฬโจมตีสวนกลับในจังหวะที่โกเลมไทฟอนหยุดพ่นไฟ

    ปีกที่แผ่กว้างได้บีบให้วิสัยทัศน์ของโกเลมไทฟอนคับแคบ

    มันไม่รู้ตัวเลยว่าคู่ต่อสู้ของมันกำลังออกแรงเหวี่ยงหางที่ยาวกว่าสองร้อยเมตร อยู่ด้านหลังแผ่นหนังสีดำผืนนั้น

    หางที่เต็มไปด้วยเกล็ดแข็งหนาและหยาบกร้านของมังกรทมิฬ แทบไม่ต่างอะไรไปจากดาบใบเลื่อยขนาดยักษ์

    “ [!?] ”

    แกนโกเลมมากกว่าหนึ่งพันชิ้นได้ถูกทำลายสิ้น

    เศษซากดินและโลหะปลิวกระจายว่อนไปทั่ว ก่อนจะตกโปรยปรายเป็นหยาดฝนโลหะที่อันตราย

    หัวนับร้อยได้ขาดออกไปครึ่งหนึ่ง ก่อนที่จะฟื้นกลับมาในสภาพเล็กลงกว่าเดิม

    เพราะแกนควบคุมส่วนหนึ่งของมันถูกทำลาย การตรึงร่างขนาดยักษ์ของโกเลมไทฟอนจึงเสื่อมถอยลง

    แต่ใช่ว่าความร้ายกาจของมันจะหมดไป

    ไทฟอนใช้หัวนับร้อยที่มีขนาดเล็กลงครึ่งหนึ่งเข้าจู่โจมหางของมังกรทมิฬ

    การเหวี่ยงหางเป็นวงกว้างนั้น ทำให้มังกรทมิฬเปิดช่องว่างที่ร้ายแรงขึ้นมา

    เขี้ยวนับร้อยที่คมกริบได้แทงลงบนเกล็ดที่หนาและแข็งแรงของมัน

    แต่เขี้ยวของโกเลมไทฟอนไม่อาจแทงทะลุเกล็ดหนานั้นได้…

    ถึงกระนั้นมันก็ไม่ยอมปล่อยเขี้ยวของมันออก และเริ่มแผ่รังสีความร้อนสูงผ่านออกมาจากเขี้ยวของมัน

    ความร้อนและแรงสั่นสะเทือนจากเขี้ยว ทำให้เกล็ดหนาของไทฟอนเริ่มแตกและพังทลายลงมา

    เลือดสีดำได้ไหลออกมาทั่วทั้งหางของมัน

    "จับทุ่ม! "

    ขุนนางแครอทรีบออกคำสั่งใหม่เพื่อกู้สถานการณ์

    มังกรทมิฬใช้พลังหางที่มากล้นยกร่างของไทฟอน

    ร่างกายขนาดยักษ์ราวห้าสิบเมตรได้ถูกยกขึ้นสูง ก่อนจะถูกเหวี่ยงลงไปฟาดที่พื้นดินอย่างรุนแรงในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของมัน

    "ระวัง! "

    กองทัพของสเลบกับบานาต่างรีบถอยหนีออกมาให้ห่างจากการต่อสู้ของอสูรกายยักษ์ทั้งสองตัว

    แม้แต่นายแดงกับเฉินซิงที่วิ่งอ้อมสนามรบก็ยังเกือบไม่รอด

    แผ่นดินที่สั่นสะเทือนทำให้พื้นหินซึ่งเคยเรียงตัวสวยงามพังทลายลง

    ลานกว้างยุบตัวเป็นหลุมที่ใหญ่กว่าห้าสิบเมตรและลึกกว่าสิบเมตร

    แน่นอนว่าต้องมีผู้เคราะห์ร้ายโดนลูกหลงจากการทุ่มในครั้งนี้

    เลือดสีดำของเผ่ายักษาและเลือดสีเขียวของเผ่าอาร์โธร์โพดาได้ผลิบานราวกับดอกไม้อยู่ที่ข้างใต้ร่างของโกเลมไทฟอน

    ร่างขนาดใหญ่ที่สูงสี่เมตรนั้น บอกให้พวกเรารู้ว่าผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้นคือกองทัพ [ไททัน] กับขุนนางลำดับที่หก มหาไททันแคนตาลูป

    และเกราะสีเลือดหมูที่บุบเป็นรอยอย่างน่ากลัวพร้อมกับเต็มไปด้วยหยาดเลือดสีเขียวไหลออกมา ก็คือกองทัพของอลูฟและตัวอลูฟเอง

    กองทัพทั้งสองที่กำลังจะเข้าต่อสู้กันได้ตายไปพร้อมกันจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน

    อาวุธมากมายที่แสนภาคภูมิใจของพวกเขาได้กลายเป็นเศษขยะที่บิดงอไปพร้อมกับสภาพศพที่ถูกบี้แบน

    สาเหตุที่พวกเขาไม่โจมตีเจ้าพวกอสูรยักษ์ มันเป็นเพราะไม่คิดว่ามันจะกลายมาเป็นแบบนี้

    ในสายตาของพวกยักษา มังกรทมิฬคืออสูรสัตว์เลี้ยงของแครอทที่เป็นพวกเดียวกัน

    ในสายตาของอลูฟ เนื่องจากเห็นว่าสเลบไม่ได้โจมตีมัน และมันไม่ได้โจมตีใส่สเลบ เขาเลยเข้าใจไปเองว่ามันเป็นพวกเดียวกับสเลบ

    ด้วยความเข้าใจเช่นนี้ จึงทำให้ไม่มีใครคิดจะโจมตีไปที่อสูรตัวยักษ์ซึ่งกำลังฟัดกันอยู่ที่นี่

    และผลลัพธ์ของการละเลยพวกมันก็คือความตายของตัวพวกเขาเอง

    แต่ความเสียหายมันไม่ได้จบลงเพียงแค่นี้

    “โกร๊ววว! ”

    “โฮกกก! ”

    อสูรยักษ์ทั้งสองเริ่มอาละวาดรุนแรงมากขึ้น

    โกเลมไทฟอนเริ่มเปลี่ยนรูปร่างหัวของพวกมันเป็นสว่านเจาะ แล้วแทงลงไปที่เกล็ดหนาของมังกรทมิฬ

    มันต้องการที่จะทะลวงไปให้ถึงหัวใจของเจ้ามังกรยักษ์

    สว่านเหล่านั้นหมุนวนและสั่นไปมาอย่างรุนแรง

    มันเจาะและขุดเอาเกล็ดสีดำสลับแดงของมังกรทมิฬหลุดร่วงลงมา

    มังกรทมิฬเจ็บปวดมาก

    “ใช้รังสีสังหาร! ”

    เมื่อเห็นดังนี้ขุนนางแครอทจึงออกคำสั่งใหม่ออกไป

    ปากที่กว้างโตพอจะกลืนกินได้ทั้งเมืองได้ถูกปิดลง

    ไอแก๊สจำนวนมากถูกพ่นออกมาจากกระพุงปากข้างในของมังกร

    แก๊สเหล่านั้นได้สะสมเป็นจำนวนมากอยู่ภายในช่องปากของมัน

    มันถูกอัดแน่นอยู่ภายในกรามอันแข็งแกร่ง สะสมจนพร้อมที่จะระเบิดปริแตกออก

    ช่องคอของมังกรทมิฬได้ถูกปิดตัวลงด้วยอวัยวะที่คล้ายกับลิ้นไก่ของมัน

    ก่อนที่จะเปิดปากออกกว้างพร้อมกับใช้ลิ้นของมันขูดกับเขี้ยวที่แหลมคม

    สะเก็ตไฟได้แฉลบถือกำเนิดขึ้น สิ่งนั้นได้เข้าไปจุดปะทุกับแก๊สที่อัดแน่นสะสมอยู่ภายในช่องปาก ก่อนจะเกิดเป็นเปลวไฟสีดำพวยพุ่งออกเป็นเส้นทางยาว

    เปลวไฟที่ร้อนกว่าสองพันองศาถูกพ่นตรงออกไปเพื่อทำลายศัตรูของมัน

    ถึงผิวกายของโกเลมไทฟอนจะถูกพัฒนาให้ทนความร้อนได้ แต่ใช่ว่าจะทนได้สมบูรณ์แบบ

    ความร้อนที่รุนแรงได้หลอมให้ผิวจนเป็นสีแดง ก่อนจะละลายลงมาเป็นก้อนลาวาเหลว

    แกนโกเลมจำนวนถึงสองในสามได้ถูกทำลายลง

    ถูกทำลายไปพร้อมกับครึ่งหนึ่งของเมืองในภาคทิศตะวันตก...

    ซึ่งนั่นเป็นทิศที่กองทัพของสกัดกำลังต่อสู้กับกองทัพของดีอ้อนอยู่

    “นี่มัน--”

    ทั่วทั้งวิสัยทัศน์ของสกัดได้กลายเป็นสีขาวโพล้น

    เขาตายแทบจะในทันทีโดยไร้ซึ่งความเจ็บปวดใด ๆ

    กองทัพสีดำและกองทัพของมนุษย์ที่ก่อความวุ่นวายได้หายไปจากแผนที่พร้อมกันด้วยการโจมตีนี้



    “ (สกัด! ไม่จริง! ขุนพลของข้า!) ”

    การตายของสกัดทำให้ราชินีฟรีด้าที่กำลังประจำการอยู่ใต้ดินกรีดร้องออกมา

    “ (ราชินีแฟต เจ้ายังจะรออะไรอีก! รีบสั่งให้ยิง [หัวทะลวงแผ่นดิน] ได้แล้ว!) ”

    “ (แต่ว่าฮอร์เนสยังอยู่ในระยะ---) ”

    “ (ราชินีแห่งการช่าง [โอเปอร์] เธอก็รีบสั่งให้มันถอยออกมาซะ! ถ้าปล่อยเอาไว้แบบนี้ ก่อนที่พวกเราจะได้ยึดโดมคริสตัล กองทัพของพวกเราคงละลายหายไปหมดก่อนแน่นอน!) ”

    “ (... ได้ ฉันราชินีแฟตเห็นด้วยว่าถึงแก่เวลายิง [หัวทะลวงแผ่นดิน] ออกไปได้แล้ว) ”

    ความเสียหายที่เกิดจากการต่อสู้ระหว่างอสูรยักษ์สองตัวนั้น ทำให้เหล่าราชินีตัดสินใจสั่งยิงอาวุธสุดยอดของเผ่าตัวเองออกไป

    “ (สเลบ ฮอร์เนส รีบถอยทัพออกมาเดียวนี้ พวกเราจะยิง [หัวทะลวงแผ่นดิน] ในอีกห้านาทีข้างหน้า) ”

    การสนทนาผ่านคลื่นสมองของเหล่าราชินีได้ถูกส่งออกไปทั่วทั้งกองทัพอีกครั้ง

    “ (รับทราบครับ) ”

    “ (ขอสนุกต่อ--) ”

    “ (ฮอร์เนส!) ”

    “ (... รับทราบครับท่านราชินีโอเปอร์) ”

    เผ่าอาร์โธร์โพดาพร้อมที่จะยิง [หัวทะลวงแผ่นดิน] ขึ้นไปสู่โลกภายนอกแล้ว



    “ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้เงียบแบบนี้…”

    นายแดงที่รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์กำลังพูดกับตัวเองด้วยความสับสน

    เขายกปืนกล M16 ในมือที่ขโมยมาจากศพขึ้นสูง เพื่อเล็งส่องผ่านกล้องเล็งออกไป

    เขาเห็นกองทัพของอาร์โธร์โพดากำลังถอยทัพหนี

    เขาเห็นกองทัพเผ่ายักษาที่ปะทะกับกองทัพสีแดงนั้นโฮ่ร้องดังอย่างมีชัย

    และที่ข้างหลังของกองทัพเผ่ายักษาตรงนั้น ก็คือโดมคริสตัลที่นายแดงกับเฉินซิงกำลังจะมุ่งหน้าไปเพื่อปกป้องคริสตัลของเผ่าตัวเอง

    “จะอะไรก็ช่าง ตอนนี้รีบไปที่นั่นก่อนที่พวกมังกรจะกลับมาซัดกันแถวนี้เถอะ”

    “เห็นด้วย”

    สตรีชาวจีนร่างยักษ์สองเมตรพูดด้วยร้ำเสียงที่เฉียบขาด

    เธอกำลังถือปืนกลแกตลิ่งของเผ่ายักษ์ด้วยมือทั้งสองข้าง

    ทั้งที่เป็นอาวุธที่หนักอึ้งสำหรับเผ่ายักษา แต่เธอกลับสามารถถือมันได้ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

    จากตำแหน่งของพวกเขาไปที่โดมคริสตัลนั้น เหลืออีกเพียงแค่ราวสามสิบเมตรเท่านั้น

    มันไม่ใช่ระยะที่ไกลเท่าไหรนัก

    แต่หลังจากที่พวกเขาเริ่มออกตัววิ่งมาได้เพียงแค่หนึ่งนาที

    ในตอนที่พวกเขาวิ่งอ้อมหลบสายตาของกองทัพศตรูเผ่ายักษาตรงหน้าเพื่อเข้าไปให้ใกล้โดมมากที่สุด

    สิ่งนั้นมันก็เกิดขึ้น

    มันเริ่มจากแผนดินตรงหน้าโดมปริแตกก่อน

    พวกเขาคิดว่าเป็นผลกระทบจากการต่อสู้ของพวกสัตว์ยักษ์

    แต่พวกเขาคิดผิด

    เขี้ยวสีดำขนาดใหญ่ได้ผุดขึ้นมาจากผืนแผ่นดิน

    มันแทงยอดขึ้นสูงมากกว่าสามสิบเมตร โค้งงอราวกับเป็นงาช้างขนาดยักษ์

    มันปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่มีการบอกกล่าวเตือนล่วงหน้า

    มันดูดกลืนแสงสว่างและทุกสิ่งเข้าไปที่ตัวมัน

    มันบดอัดทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีของมันจนพินาศสิ้น

    และเมื่อพวกเขารู้ตัวอีกที ทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าก็เริ่มพังทลายลงมา

    “โกร๊ว!? ”

    “ฮูมม! ”

    แม้แต่อสูรกายยักษ์ในตำนานสองตัวยังต้องพบกับจุดจบของชีวิตมัน

    ร่างกายของพวกมันถูกดูด บีบอัด และแตกสลายออก

    ราวกับว่ามีพลังงานบางอย่างเข้าไปทำปฏิกิริยาระดับโมเลกุล แล้วทำการแยกสลายทุกสิ่งจนกลับสู่สามัญ

    กลับสู่โครงสร้างพื้นฐานดั้งเดิมที่มีเพียงแค่ [พลังงาน] และ [ความว่างเปล่า]

    ทุกอย่างเริ่มพังทลายลง

    สิ่งก่อสร้าง ชีวิต อากาศ น้ำ ทุกสิ่งทุกอย่าง

    ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีโจมตีของมัน ล้วนแต่กำลังพังทลายลง...

    คล้ายกับเรื่องAge of war ที่คุณอ่าน

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912