“ผมไม่ได้ใช้คุณเป็นหนูทดลองนะ! คุณต่างหากที่บังคับให้ผมทำ” ธันวาโต้เถียงทันที แล้วเขาก็พูดด้วยเสียงที่ขมขื่นว่า “ใครกันจะอยากทดลองบ้า ๆ ที่ต้องใช้เลือดของตัวเองทุกวันเพื่อสร้างปีศาจแบบคุณขึ้นมา”
“ก็ได้ ฉันยอมรับว่าฉันสมัครใจเอง” ศรันย์ยักไหล่ก่อนจะมองธันวาด้วยแววตาที่ชั่วร้าย “แต่คนที่เริ่มโครงการนี้คือนายเองนี่นา แต่ช่างโชคร้ายที่ส่วนผสมหลักมันได้มาจากนายเท่านั้น เพราะฉะนั้นนายก็ต้องอยู่ต่อเพื่อผลิตมันต่อไปสิถึงจะถูก”
ตอนนี้ดารินรู้สึกทั้งสมน้ำหน้าและเห็นใจธันวาไปพร้อม ๆ กัน แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ดารินยังคงพยายามแก้ปริศนาเรื่องสีผมของศรันย์ก่อน เธอถามเขาว่า “แสดงว่านายทำการทดลองใช้เซรุ่มธาตุจนผมกลายเป็นสีขาวแบบนี้สินะ?”
“ไม่ใช่” ศรันย์ปฏิเสธทันควันจนดารินต้องขมวดคิ้วอย่างงุนงง “ฉันมันขั้นกว่านั้นอีก”
ขณะศรันย์พูด มีแสงรัศมีก่อขึ้นรอบตัวเขา ดารินตกใจเธอคิดเขาคิดจะเริ่มทำการโจมตีใส่เธอ แต่ไม่ใช่เลย เขาเพียงเรียกพลังเวทของเขาเพื่อแสดงอะไรบางอย่างให้เธอดู
มือข้างหนึ่งมีเหมือนลูกบอลสีฟ้าที่แสดงถึงพลังธาตุน้ำ และมืออีกข้างหนึ่งมีลูกบอลสีแดงที่แสดงถึงพลังธาตุไฟ นั่นไม่ได้สร้างความประหลาดใจกับดารินมากนัก เธอเคยเห็นธาตุน้ำของเขามาก่อน ส่วนธาตุไฟนั้นมีสองกรณี แต่กรณีที่เป็นไปได้มากที่สุด คือการฉีดเซรุ่มธาตุเข้าไป
ดารินเคยเห็นคนใช้เซรุ่มธาตุที่มอบคุณสมบัติธาตุไฟกับผู้ใช้มาแล้วกับตา จึงไม่รู้แปลกมากนัก ส่วนอีกกรณีแม้จะเป็นไปได้ในทางทฤษฎี แต่โอกาสเกิดขึ้นแทบจะหนึ่งในล้าน นั่นคือศรันย์เป็นพวกกลายพันธุ์ที่สามารถใช้ได้ทั้งสองธาตุเหมือนกับเธอ แต่ธาตุที่สองของเธอไม่ได้แข็งแกร่งเท่าของเขา และเป็นเรื่องยากมากที่จะมีใครสักคนที่ทำได้แบบเขา ดารินจึงเชื่อว่าเขาน่าจะแค่ใช้เซรุ่มธาตุเข้าไปก่อนหน้าที่จะเจอได้กับเธอเท่านั้น ถึงอย่างไร มันก็คงไม่ได้อยู่นานนัก หากใช้มันหมดเมื่อไร สถานะของเธอกับเขาก็จะเท่ากัน
ในขณะที่ดารินกำลังพินิจพิเคราะห์คู่ต่อสู้ของเธอ ศรันย์ก็เป็นเหมือนนักแสดงมายากลที่ไม่ปล่อยให้ผู้ชมรอคอยนาน เขาทำให้บอลเวทมนตร์บนมือทั้งสองแต่คนละสีสลายหายไป
ในวินาทีถัดมา หากศรันย์เป็นนักมายากลตัวจริง เขาก็ถือเป็นนักมายากลผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งได้เลย เขาสามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจและความตกตะลึงให้แก่ผู้ชมได้เป็นอย่างมาก แม้แต่ดารินก็เก็บอาการตกใจเอาไว้ไม่อยู่
บอลเวทมนตร์บนมือทั้งสองข้างของศรันย์จากเคยเป็นสีฟ้าและสีแดง ตอนนี้กลายเป็นสีเขียวอ่อนและสีน้ำตาลมาแทนที่ นั่นหมายความว่าศรันย์สามารถใช้เวทมนตร์ธาตุลมและธาตุดินได้ด้วย
เธอไม่เคยเห็นใครบ้าเท่าเขามาก่อน นี่เขาลงทุนใช้เซรุ่มธาตุครบทุกธาตุในคราวเดียวเลยอย่างนั้นหรือ? เขามันบ้าเกินมนุษย์ไปแล้ว นั่นคือสิ่งที่ดารินคิดเมื่อเห็นบอลเวทมนตร์ที่ถูกสองสีใหม่แทนที่
มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่เขาจะมีธาตุในตัวครบทั้งสี่ธาตุจริง ๆ แม้ว่าธันวาจะยืนยันว่าตัวเขาเองจะมีธาตุครบทั้งสี่ธาตุก็ตาม แต่ ธันวาก็ยืนยันว่า ทั้งสี่ธาตุที่เขามีนั้นไร้ประโยชน์ แม้จะมีมันแต่เขาก็ดึงมันออกมาใช้ไม่ได้เลย
ดารินยังไม่แน่ใจว่าประสิทธิภาพของเวทมนตร์ที่ใช้ออกมาจากธาตุที่ถูกเพิ่มขึ้นมาของศรันย์จะมีประสิทธิภาพมากสักเท่าไร แต่ของเก๊ย่อมสู้ของแท้ไปไม่ได้
“ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ค่อยเชื่อสินะว่าฉันใช้เวทมนตร์ทั้งสี่ธาตุได้จริง ๆ” ศรันย์กล่าวออกมาราวกับอ่านใจดารินได้
ดารินทำหน้าเหมือนเธอเจอบางอย่างที่รังเกียจขณะพูดว่า “อย่างที่ฉันบอกไปว่าฉันเคยเห็นมาบ้างแล้ว แต่ฉันไม่คาดคิดว่านายจะบ้าเข้าขั้นถึงขนาดลงทุนใช้มันพร้อมกันหลายธาตุอย่างนี้”
“ใครบอกว่าฉันใช้เซรุ่มธาตุพร้อมกัน?” ขุนพลพิพากษาพูดด้วยท่าทางอวดดี “ฉันเคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรือว่าฉันมันขั้นกว่านั้น?”
ดารินขมวดคิ้วและตรึกตรอง สีผมเปลี่ยนไป สามารถใช้ธาตุได้ทุกธาตุ และขั้นกว่าการใช้เซรุ่มธาตุ…
หลังดารินพยายามใช้ความคิดอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างช้า ๆ ทีละคำ “นายสำเร็จในการเพิ่มธาตุเข้าไปในตัว โดยที่ไม่ต้องใช้เซรุ่มธาตุอีกต่อไปแล้ว?”
แปะ แปะ แปะ ศรันย์ปรบมือให้กับดารินแล้วพูดว่า “เธอช่างฉลาดสมกับเป็นจอมเวทอัจฉริยะแห่งยุคจริง ๆ”