“เอ่อ ก็...คือว่า...”
ทัศนัยอึกอักจนเพื่อนมองเห็นพิรุธ
“หรือว่าแกจะรู้เื่นี้อยู่ก่อนแล้ว และที่แคธี่เดินทางมาหาฉันได้ถูกต้องก็เป็เพราะแกอยู่เื้ัใช่ไหม”
ภัทรกฤติคาดคั้น
“เฮ้ย ไอ้กฤติ แกใจเย็นๆก่อนนะโว๊ย แกฟังฉันอธิบายก่อน”
ทัศนัยรีบออกตัวอย่างกลัวว่าเพื่อนจะโกรธ
“นี่เป็แกจริงๆใช่ไหมไอ้นัย แกทำได้ไงว่ะ แกก็รู้ว่าฉันกำลังจะแต่งงาน แล้วพวกผู้หญิงนะ ปล่อยให้รู้เื่แบบนี้ได้ที่ไหนแกก็รู้”
“เฮ่ย บอกให้ใจเย็นๆก่อนไง ก็ฉันไม่รู้นี่หว่าว่าแคธี่เขาจะไปทำอะไรอย่างนั้น คือเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เองที่เขามาถามหาแกและพอฉันบอกว่าแกกลับเมืองไทยไปแล้วเขาก็แค่ซักถามถึงที่อยู่ของแกอีกนิดหน่อยเท่านั้น ฉันก็แค่บอกไปเพราะไม่คิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น”
“แต่ที่แกคิดนั้นมันผิดถนัด แคธี่มาเปิดโปงความสัมพันธ์ของฉันกับเธอกลางงานแต่ง แกคิดดูสิ ว่าเื่มันจะใหญ่โตขนาดไหน ครอบครัววงศ์ตระกูลของฉันต้องอับอายผู้คนไปทั้งเมือง คุณพ่อกับคุณแม่ของฉันแทบจะถลกหนังหัวของฉันออกมาเอาน้ำเกลือทา ฉันเข้าหน้าพ่อตาแม่ยายไม่ติด ยิ่งเ้าสาวของฉันนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถ้าฆ่าฉันได้เขาคงทำไปแล้ว โทษฐานที่ทำให้เขาเสียหน้า เสียชื่อและเสียใจมากขนาดนี้”
“เอาน่า บอกว่าให้ใจเย็นๆก่อน ของอย่างนี้มันพูดกันได้นี่หว่า แกก็อธิบายกับพวกเขาไปสิว่าคนทุกคนมันก็ต้องมีอดีตกันทั้งนั้น และมันก็เป็อดีตที่จบไปนานแล้วด้วย”
ทัศนัยพยายามที่จะให้คำแนะนำกับเพื่อนอย่างสุดความสามารถ
“มันก็คงจะพออธิบายได้หรอกน่ะ หากว่าแคธี่จะไม่พาเด็กคนหนึ่งมาด้วยแล้วก็บอกกับใครต่อใครว่านั้นเป็ลูกของฉัน”
“บรรลัยแล้ว งั้นก็ต้องตัวใครตัวมันแล้วหละงานนี้”
“แกจะมาพูดอย่างนั้นไม่ได้น่ะ แกจะต้องช่วยฉันแก้ปัญหา เพราะแกเป็คนที่บอกที่อยู่ของฉันให้กับแคธี่รู้แกจะต้องรับผิดชอบ”
“อ้าว เฮ้ย โยนบาปให้กันดื้อๆอย่างนั้นเลยเหรอ ก็ตอนนั้นฉันไม่รู้นี่หว่า ว่าแคธี่เขาคิดที่จะทำอะไร อีกอย่างฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าแกกับแคธี่มีลูกด้วยกัน”
“ยังไม่ยืนยันโว๊ย ว่าเป็ลูกของฉันจริงๆ”
ภัทรกฤติรีบแก้ความเข้าใจผิดของเพื่อนเสียงดังลั่น
“เออๆ จะยังไงก็ช่างเถอะ ช่วยเหลือตัวเองไปก็แล้วกัน”
ทัศนัยบอกอย่าง้าจะตัดบท
“แต่แกเป็เพื่อนฉันน่ะ แกต้องช่วยฉันสิ”
ภัทรกฤติรีบโวยวาย
“ก็ช่วยอยู่นี่ไง ฉันจะส่งกำลังใจไปให้แก โอเคน่ะ แค่นี้แหละ ฉันกำลังยุ่ง”
ทัศนัยอ้างส่งเดชก่อนที่จะวางสายไป
“ไอ้บ้าเอ๊ย”
ภัทรกฤติบ่นอย่างหงุดหงิดอยู่คนเดียว
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
แม้จะหลับไปในห้องนั่งเล่นแต่ภัทรกฤติก็ตื่นสายเอาพอสมควรเมื่อตื่นแล้วเขาก็รีบตรงไปที่ห้องส่วนตัวของตนซึ่งถูกจัดให้เป็ห้องหอและเมื่อคืนนี้ก็ยกให้เ้าสาวของเขานอนคนเดียวเพื่อที่จะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่เพียงเขาไปถึงหน้าประตู ประตูห้องนั้นก็ถูกเปิดออกมาด้วยมือของลลิตนารีเธออยู่ในชุดที่พร้อมจะออกไปนอกบ้าน แต่ที่สำคัญในมือข้างหนึ่งของเธอถือกระเป๋าเดินทางใบย่อมเอาไว้ด้วย เขาจ้องมองอย่างแปลกใจก่อนที่จะถาม
“นั้นน้องนารีทำท่าจะไปไหน”
“ฉันจะกลับบ้าน”