ฉินซูเม่ยออกพบซ่งเวินหนี่ตามเวลานัดหมาย ไห่อู๋เซินอาสาพาไป๋เจ๋อชิงกับไป๋เจียวเจียวไปเล่นที่สวนสาธารณะ ส่วนจูเสี่ยวหลินขออยู่บ้านกับคุณอาไป๋จิ้งถิง เป็นเพราะอากาศวันนี้ค่อนข้างร้อน จูเสี่ยวหลินจึงไม่อยากออกไปเล่นข้างนอก แต่นั่นเป็นเพียงข้ออ้างของเธอ
เพราะเมื่อจูเสี่ยวหลินอยู่บ้านกับไป๋จิ้งถิงตามลำพัง เธอกอดตุ๊กตาตัวโปรดแล้วเดินเข้าไปหาไป๋จิ้งถิง
“เสี่ยวหลินอยากมานั่งเล่นกับอาเหรอคะ” ไป๋จิ้งถิงยิ้มถาม หลังจากที่จูเสี่ยวหลินได้มาอยู่ในความปกครองของเขาและภรรยา พวกเขาจึงมีสิทธิ์ดูแลและตัดสินใจในตัวของเด็กหญิงอย่างเต็มที่ และเรื่องแรกที่พวกเขาทำคือพาจูเสี่ยวหลินไปพบจิตแพทย์ เพราะตั้งแต่ที่เสี่ยวหลินถูกฉั่วหลิวอิงทำร้ายจนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล รวมถึงการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของจูต้าเจียง เสี่ยวหลินก็ไม่ยอมพูดกับใครอีก
หลังจากที่ไป๋จิ้งถิงกับฉินซูเม่ยพาจูเสี่ยวหลินไปพบจิตแพทย์ อาการของเด็กหญิงก็เริ่มดีขึ้น ซึ่งคุณหมอเจ้าของไข้ก็ลงความเห็นว่าเมื่อเสี่ยวหลินคลายปมในใจออกไปได้ เธอก็จะกลับมาเป็นเด็กหญิงที่ร่าเริงสดใสอีกครั้ง และตอนนี้อาการของเสี่ยวหลินก็ดีขึ้นมากอย่างที่คุณหมอบอก เธอเริ่มพูดคุยกับคนในบ้านมากขึ้น หรือแม้แต่กับคนนอก เสี่ยวหลินก็ไม่ได้หลบหรือหวาดกลัวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
“ว่ายังไง อยากมานั่งเล่นกับอาใช่ไหม” ไป๋จิ้งถิงหยิบหนังสือเรียนสำหรับเด็กชั้นอนุบาลขึ้นมา “วันนี้เรามานั่งอ่านตัวเลขกันดีไหม”
จูเสี่ยวหลินส่ายหน้า “คุณอาคะ คุณอาต้องไปช่วยคุณอาซูเม่ยนะคะ มีคนจะทำร้ายคุณอาซูเม่ยค่ะ”
“ว่าไงนะ!” ไป๋จิ้งถิงเผลอพูดเสียงดังก่อนที่เขาจะปรับน้ำเสียงให้เบาลง “เสี่ยวหลิน หนูพูดว่ายังไงนะ ใครอยากทำร้ายคุณอาซูเม่ย”
“คุณอาเวินหนี่ค่ะ หนูได้ยินคุณอาเวินหนี่กับพี่ปิงต๋าพูดกันว่าจะพาคุณอาซูเม่ยไปหาผู้ชายหลายคน”
“หนูไปเจอคุณอาเวินหนี่กับพี่ปิงต๋าที่ไหน” ไป๋จิ้งถิงรู้ว่าเสี่ยวหลินฉลาดและไม่เคยพูดโกหก แต่เขาต้องถามเพื่อความแน่ใจ อีกอย่างเขากับฉินซูเม่ยก็สงสัยกันอยู่แล้วว่าทำไมวันนี้ซ่งเวินหนี่ถึงอยากนัดฉินซูเม่ยออกไปปรับความเข้าใจ ฝ่ายนั้นคงวางแผนร้ายอะไรอยู่แน่ๆ
“หลายวันก่อนหนูไปเล่นซ่อนหากับเจ๋อชิงและเจียวเจียวค่ะ ตอนที่หนูซ่อนอยู่ หนูก็ได้ยินที่คุณอาเวินหนี่กับพี่ปิงต๋าคุยกัน”
“เสี่ยวหลิน หนูเป็นเด็กที่เก่งและกล้าหาญมากที่มาบอกคุณอา” ไป๋จิ้งถิงลูบผมเด็กสาว “หนูไม่ต้องห่วงนะ อาส่งคนไปดูแลความปลอดภัยให้คุณอาซูเม่ยแล้ว แต่หนูต้องช่วยคุณอาสักอย่างได้ไหม”
“ได้ค่ะ คุณอาจะให้หนูช่วยเรื่องอะไรเหรอคะ”
“หนูไปตามคุณอาอู๋เซิน เจ๋อชิง แล้วก็เจียวเจียวให้กลับมาที่บ้านที แล้วหนูก็อยู่กับคุณอาอู๋เซินที่นี่เลย เดี๋ยวอาจะออกไปช่วยคุณอาซูเม่ย แต่หนูไม่ต้องบอกคนอื่นว่าอาไปไหน บอกแค่ว่ามีคนมารับอาไปโรงพยาบาลก็พอ”
“ได้ค่ะ หนูจะเก็บความลับอย่างดีเลยค่ะ คุณอารีบไปช่วยคุณอาซูเม่ยนะคะ” จูเสี่ยวหลินวิ่งออกไปหาไห่อู๋เซินที่สวนสาธารณะทันที
ไป๋จิ้งถิงเปลี่ยนจากรอยยิ้มเป็นหน้าเข้ม เขาไม่คิดว่าซ่งเวินหนี่จะมีแผนร้ายกาจขนาดนี้ ถึงกับจ้างอันธพาลมาลวนลามภรรยาของเขา หากเขาปกป้องภรรยาไม่ได้ เขายังมีหน้าจะเรียกตัวเองว่าเป็นสามีได้อีกหรือ ไป๋จิ้งถิงหยิบไม้เท้าแล้วเดินไปที่บ้านร้างหลังค่ายทันที
“เธอพาฉันมาที่นี่ทำไม” ฉินซูเม่ยถามอย่างใจเย็นที่เห็นว่าซ่งเวินหนี่พาเธอมาที่บ้านร้างหลังค่าย เพราะตั้งแต่ที่ค่ายสร้างห้องพักเป็นตึกหลายชั้นก็ไม่มีครอบครัวทหารคนไหนอยากมาอยู่บ้านเดี่ยวกันสักคน ทำให้บ้านแถวนี้กลายเป็นบ้านร้างที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ
“ฉันแค่อยากหาที่เงียบๆ มาปรับความเข้าใจกับพี่สะใภ้เท่านั้น ทำไมพี่ต้องทำท่าทางระแวงอย่างนั้นด้วยล่ะคะ” ซ่งเวินหนี่พูดเสียงหวาน ‘นี่จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ฉันจะเรียกแกว่าพี่สะใภ้ หลังจากนี้แกจะเป็นตัวอะไรในนายตาพี่จิ้งถิงก็ยังไม่แน่’
“ที่นี่ก็เงียบดีจริงๆ นั่นล่ะ เธอเลือกสถานที่ได้ไม่เลว เอาล่ะ...เธอรีบพูดธุระของเธอมาได้แล้ว แล้วก็ไม่ต้องมาโกหกกับเรื่องปรับความเข้าใจอะไรนั่นอีก เธอกับฉันไม่มีเรื่องที่ต้องปรับความเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เธอพยายามทำให้ฉันขายหน้า หรือแม้แต่เรื่องที่เธอคอยจ้องที่จะจับสามีฉัน ทุกคำที่ฉันพูดมาต่างก็เป็นเรื่องจริง ไม่มีเรื่องเข้าใจผิดอะไรทั้งนั้น” ฉินซูเม่ยมองไปรอบๆ อย่างสบายใจเหมือนเดิม เธอไม่ได้กังวลอะไรมากนัก เพราะเธอรู้ว่ามีเพื่อนของสามีตามมาดูแลเธออยู่สองคน
“โอ้โห...ไม่คิดเลยว่าภรรยาของผู้กองไป๋จะวิเคราะห์ได้เก่งขนาดนี้” ปิงต๋าพาเพื่อนอันธพาลสองคนเดินออกมาจากบ้านร้าง “พี่เวินหนี่ ทำไมพี่ไม่บอกผมก่อนล่ะครับว่าภรรยาของผู้กองไป๋จะหน้าตาดีขนาดนี้ ไม่งั้นผมคงชวนเพื่อนมาเล่นสนุกด้วยอีกหลายๆ คนแล้ว”
“ปิงต๋า? นายกลายเป็นอันธพาลเต็มตัวแล้วสินะ”
“คุณรู้จักผมด้วยเหรอ” ปิงต๋ายิ้มจนตาหลี ในหัวของเขาจินตนาการไปไกลแล้ว “สงสัยคุณจะเป็นอย่างที่พี่เวินหนี่บอกสินะ”
“ซ่งเวินหนี่บอกว่าฉันเป็นคนยังไงล่ะ” ฉินซูเม่ยยิ้มกลับ
“ก็บอกว่าคุณเป็นพวกที่ขาดผู้ชายไม่ได้ ไม่อย่างนั้นผู้กองไป๋กลับบ้านนอกแค่ไม่กี่วัน เขาก็คว้าคุณมาแต่งงานด้วยแล้วเหรอ ผมเดาว่าคุณคงใช้มารยาหญิงล่อลวงผู้กองไป๋สินะ” ปิงต๋ายิ้มแล้วเดินเข้าหาฉินซูเม่ย พี่สาวคนนี้หน้าตาสวยจริงๆ “คืนนี้พี่มาสนุกกับพวกผมดีกว่า ผมรับรองว่าผมจะทำให้พี่ลืมผู้กองไป๋ไปเลย”
“ปิงต๋า ฉันยกหล่อนให้นายจัดการ” ซ่งเวินหนี่ยื่นเงินสามร้อยหยวนให้ปิงต๋า “นี่คือเงินค่าจ้าง หวังว่าพรุ่งนี้คนในค่ายจะรู้เรื่องของผู้หญิงคนนี้นะ”
ปิงต๋ารับเงินมาอย่างยินดี “ผมรับรองว่าพรุ่งนี้ผู้กองไป๋ต้องหย่ากับเธอแน่นอน พี่เตรียมไปตัดชุดแต่งงานรอได้เลย อ้อ...แล้วก็อย่าลืมชวนผมไปร่วมงานมงคลของพี่กับผู้กองไป๋ด้วยล่ะ”
“ฉันก็รับรองได้อย่างหนึ่งเหมือนกัน” ไป๋จิ้งถิงเดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนทหารสองนายที่เขาให้ตามมาดูแลความปลอดภัยของฉินซูเม่ย “ฉันรับรองว่านายจะได้ไปงานมงคลของซ่งเวินหนี่แน่นอน แต่ไม่ใช่ในฐานะแขก เพราะนายจะต้องไปในฐานะเจ้าบ่าว ไม่สิ...นายกับเพื่อนนายอีกสองคน มีใครอยากเป็นเจ้าบ่าวให้ซ่งเวินหนี่บ้าง”
“พี่จิ้งถิง! พี่มาที่นี่ได้ยังไงคะ ไม่ใช่...ไม่ใช่พี่ต้องพักผ่อนอยู่ที่บ้านเหรอ พี่...พี่เดินมาไกลขนาดนี้ พี่ไม่กลัวว่าขาพี่จะกลับไปเจ็บอีกหรือไง” ซ่งเวินหนี่ถาม ตอนนี้เธอสับสนไปหมด และนอกจากนั้นเธอก็เริ่มกลัว แผนการของเธอล้มเหลวแล้วเหรอ
“ต่อให้ขาฉันจะกลับไปเจ็บอีกครั้ง แต่ฉันก็ยังจะมาส่งเธอ” ไป๋จิ้งถิงยิ้ม “เพราะฉันต้องมาส่งเธอเข้าห้องหอด้วยตัวเองยังไงล่ะ”
“พี่...พี่หมายความว่ายังไง” ซ่งเวินหนี่ถามเสียงสั่น
“เธอจ้างอันธพาลพวกนี้มาทำร้ายภรรยาของฉัน ถ้าฉันจะทำแบบเดียวกันบ้างแล้วจะเป็นไรไป” ไป๋จิ้งถิงชี้ไปที่ปิงต๋าและอันธพาลอีกสองคน “แต่ฉันก็คงจะไม่ใจร้ายเหมือนเธอที่จะให้เธอนอนกับผู้ชายทีเดียวถึงสามคน ฉันให้เธอเลือกก็แล้วกัน ในสามคนนี้เธอเลือกมาคนหนึ่ง”
“ไม่! ฉันไม่เลือก” ซ่งเวินหนี่รีบปฏิเสธ
“ถ้างั้นฉันเลือกปิงต๋าให้เธอก็แล้วกัน” ไป๋จิ้งถิงยังส่งยิ้มเย็นให้ปิงต๋า “นายบอกว่านายเก่งนักหนาถึงกับจะทำให้ภรรยาลืมฉันไปเลยไม่ใช่เหรอ งั้นนายก็ทำฉันให้เห็นความสามารถของนายหน่อยสิ ทำให้ซ่งเวินหนี่ลืมนายไม่ลงเหมือนอย่างที่นายเคยพูด”
“ผู้กองไป๋ ผม...ผมไม่ได้จะทำอย่างที่พูด ผมแค่ขู่ให้ภรรยาของคุณกลัวเท่านั้น ผมแค่อยากได้เงินสามร้อยหยวนจากพี่เวินหนี่เท่านั้นจริงๆ ครับ” ปิงต๋าคุกเข่าลงแล้วเริ่มขอร้อง
ไป๋จิ้งถิงไม่ได้สนใจ นิสัยของปิงต๋าเป็นอย่างไรทำไมเขาจะไม่รู้ แต่ที่ปิงต๋ายังไม่ติดคุกสักทีก็เพราะมีพ่อคอยเก็บกวาดให้ แต่ครั้งนี้ปิงต๋ากล้าที่จะทำร้ายภรรยาของเขา เขาไม่มีทางปล่อยไป และตัวต้นเรื่องอย่างซ่งเวินหนี่เขาก็จะไม่ปล่อยไปเช่นกัน
“สหาย รบกวนนายสองคนพาอันธพาลสองคนนี้ไปส่งที่สถานีตำรวจให้ฉันที” ไป๋จิ้งถิงยื่นถุงใส่เงินจำนวนห้าร้อยหยวนที่เป็นหลักฐานเท็จให้เพื่อนทหาร “นี่คือเงินที่สองคนนี้ขโมยมาจากบ้านของพวกนาย ถ้าตำรวจจัดการเรื่องต่างๆ เสร็จ เงินห้าร้อยหยวนนี้พวกนายก็คงจะได้คืน รออีกสองสามวัน ฉันจะไปเลี้ยงข้าวพวกนาย”
เพื่อนทหารสองคนเข้าใจความหมาย อันธพาลสองคนนี้ไม่มีญาติ ส่งให้ตำรวจจัดการก็เรียบร้อย และห้าร้อยนี้คงเป็นค่าเสียเวลา ส่วนปิงต๋ากับซ่งเวินหนี่มีพ่อและพี่ชายเป็นทหารอยู่ในค่าย อีกทั้งผู้พันซ่งกับร้อยตรีปิงเต๋อชวนก็เป็นทหารในสังกัดเดียวกับไป๋จิ้งถิง การแก้ปัญหาเรื่องนี้คงทำอย่างบุ่มบ่ามไม่ได้ เพราะมันอาจจะกระทบไปถึงเรื่องอื่น เพื่อนทหารสองคนเห็นว่าหมดธุระของตัวเองก็ขอตัวกลับ
ฉินซูเม่ยกับไป๋จิ้งถิงหันมาสบตากัน พวกเขาแค่ขู่และไม่ได้คิดจะให้ซ่งเวินหนี่กับปิงต๋ามีอะไรกันจริงอยู่แล้ว แต่เรื่องแต่งงาน ไป๋จิ้งถิงกลับคิดอย่างนั้นจริงๆ เมื่อรู้ความต้องการของสามี ฉินซูเม่ยก็เดินเข้าไปจัดการผมกับเสื้อผ้าของซ่งเวินหนี่ให้อยู่ในสภาพที่ชวนเข้าใจผิด ส่วนไป๋จิ้งถิงก็ไปจัดการกับทรงผมและเสื้อผ้าของปิงต๋า พวกเขายังให้ซ่งเวินหนี่และปิงต๋านอนกลิ้งไปมาบนพื้นอีกหลายรอบ จากนั้นสองสามีภรรยาก็พาซ่งเวินหนี่กับปิงต๋าเดินกลับไปที่ห้องพักของครอบครัวซ่งโดยไม่คิดจะปิดบังสายตาผู้คน สภาพของปิงต๋ากับซ่งเวินหนี่ทำให้ทุกคนมองออกในทันทีว่าไป๋จิ้งถิงกับฉินซูเม่ยคงจับคู่รักคู่หนึ่งมาได้ ข่าวลือของปิงต๋ากับซ่งเวินหนี่ถูกกระจายออกไปในเวลาไม่กี่นาที
ซ่งห้าวหนานที่รู้เรื่องงามหน้าของน้องสาวก็รีบกลับมาที่ห้องพัก “ใครจะบอกฉันได้บ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น!”
ไป๋จิ้งถิงมองซ่งห้าวหนานอย่างไม่หลบสายตา “น้องสาวคุณวางแผนทำร้ายภรรยาของผม แต่บังเอิญว่ากรรมตามสนอง”