จารึกที่ 69 : หัวใจปฐพี : การลงทุนที่สมบูรณ์แบบ
บรรยากาศภายในหอตำราชั้นหนึ่งคืนนี้ตึงเครียดราวกำลังทำพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ อาเจียยืนเหงื่อกาฬแตกพลั่ก เบื้องหน้าของเขาร่างมหึมาของ 'เจ้าสัว' (อสูรศิลาพิทักษ์) นอนแผ่อยู่ ชิ้นส่วนหน้าอกที่เป็นแผ่นหินหนาถูกถอดวางไว้ข้างๆ เผยให้เห็นช่องว่างกลวงโบ๋ภายในที่เต็มไปด้วยรอยจารึกอักขระซับซ้อน
ในมือของอาเจียประคอง 'ผลึกวิญญาณปฐพี' ราคา 200 หินปราณเอาไว้ด้วยความทะนุถนอมยิ่งกว่าไข่ในหิน
"สองร้อยก้อน... สองร้อยก้อน..." อาเจียพึมพำเหมือนคนละเมอ มือสั่นระริก "ถ้าเจ้ากินเข้าไปแล้วไม่ทำงานให้คุ้มค่าพ่อจะทุบให้แตกละเอียดแล้วเอาไปขายเป็นปุ๋ย!"
"เลิกบ่นแล้วลงมือเสียที" มู่เฉินลอยตัวออกมาจากพู่กัน ร่างโปร่งแสงกอดอกมองด้วยความรำคาญ "แก่นพลังงานเดิมของมันเสื่อมสภาพแล้ว หากไม่รีบเปลี่ยน โครงสร้างอักขระภายในจะพังทลาย ถึงตอนนั้นเจ้าต้องเสียเงินซ่อมมากกว่านี้สิบเท่า"
คำว่า 'เสียเงินมากกว่านี้' เหมือนยาวิเศษที่กระตุ้นให้อาเจียตาสว่างโรจน์
"รับทราบ!"
อาเจียสูดลมหายใจลึก เขาเปลี่ยนรูปแบบ พู่กันนิรันดร์ ให้กลายเป็นแท่งโลหะปลายแหลมขนาดเล็ก (รูปแบบที่ 1 : กายาเหล็กไหล - โหมดงานละเอียด)
เขาค่อยๆ บรรจงวางผลึกวิญญาณปฐพีลงไปในใจกลางอกของเจ้าสัว
กริ๊ก...
เสียงวัตถุกระทบกันเบาๆ ผลึกเข้าล็อกพอดี แต่ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
"ขั้นตอนสำคัญที่สุด... การเชื่อมต่อ"
อาเจียจรดปลายพู่กันลงบนผิวผลึก ลากเส้นเชื่อมต่อระหว่างตัวผลึกกับวงจรอักขระเดิมของหุ่นศิลา ปกติแล้วขั้นตอนนี้ต้องใช้ 'กาววิญญาณ' หรือสื่อนำพลังราคาแพงเพื่อป้องกันพลังรั่วไหล แต่สำหรับผู้ครอบครองพู่กันนิรันดร์... เขาไม่ต้องใช้ของพรรค์นั้น
วิถีแห่งสูญตา : พันธะสุญญากาศ
อาเจียวาดอักขระ 'หลิง (ศูนย์)' ครอบทับรอยต่อทั้งหมด แทนที่จะพยายามอุดรอยรั่ว เขาใช้อำนาจแห่งความว่างเปล่า 'ลบ' ช่องว่างระหว่างวัตถุออกไป ทำให้ผลึกและหุ่นศิลาแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกันในระดับอนุภาคพลังวิญญาณ
วูบ!
ทันทีที่เส้นสุดท้ายบรรจบ แสงสีน้ำตาลทองสว่างวาบขึ้นจากอกของเจ้าสัว ไล่ไปตามเส้นชีพจรทั่วร่างหินผา เสียงครางต่ำๆ ของเครื่องจักรศิลาโบราณดังกระหึ่มขึ้น ครืนนน... ราวกับเสียงแผ่นดินไหวขนาดย่อม
ดวงตาของเจ้าสัวที่เคยเป็นเพียงหินแกะสลักเนื่องจากเสียหายอย่างหนัก บัดนี้เรืองแสงสีทองอำพัน มันค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน ความสูงกว่าสองเมตรทำให้เงาของมันทาบทับร่างเล็กจ้อยของอาเจียจนมิด
"เจ้าสัว..." อาเจียเงยหน้ามองด้วยความตื้นตัน "เจ้าดู... แพงขึ้นมาก!"
[อสูรศิลาพิทักษ์ (ยกระดับ : หัวใจปฐพี)]
แหล่งพลังงาน: ผลึกวิญญาณปฐพี (ฟื้นฟูตัวเองได้เมื่อสัมผัสพื้นดิน)
ความสามารถพิเศษ: เกราะธรณี (เรียกหินรอบตัวมาซ่อมแซมร่างกายได้)
อัตราการดูดซับพลัง: ลดลง 80% (อาเจียแทบหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจข้อนี้)
เจ้าสัวก้มศีรษะลงเล็กน้อยราวกับทำความเคารพเจ้านาย อาเจียตบหน้าแข้งหินของมันดังป้าบๆ
"ดีมาก! ต่อไปนี้เจ้าไม่ต้องกินหินปราณของข้าแล้ว ไปดูดกินพลังจากดินเอาเอง ประหยัดสุดๆ!"
...
ช่วงเวลาเจ็ดวันผ่านไปไวเหมือนโกหก
อาเจียใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดขลุกอยู่ในหอตำรา กลางวันแกล้งทำงานกวาดพื้นและบริการศิษย์ที่มาใช้บริการ กลางคืนลักลอบฝึกฝนการควบคุม 'เจ้าสัว' และ 'เจ้าถุงเงิน' ให้ประสานงานกัน
เขาค้นพบยุทธวิธีใหม่ : ให้ เจ้าสัว เป็นตัวชนดึงความสนใจด้วยร่างกายที่แข็งแกร่ง แล้วใช้ 'เจ้าถุงเงิน' ที่ซ่อนอยู่บนหลังเจ้าสัว (เหมือนเป้สะพายหลัง) กระโดดออกมาลอบสังหารเมื่อศัตรูเผลอ
"แผนการ : โล่หินซ่อนเข็มพิษ" อาเจียตั้งชื่อมันอย่างภาคภูมิใจ
นอกจากนี้ เขายังฝึกฝน 'อักขระสูญตา : รูปแบบป้องกัน' จนเริ่มชำนาญ แม้จะยังไม่ถึงขั้นรับการโจมตีรุนแรงได้ต่อเนื่อง แต่ก็พอจะใช้ 'ลบแรงปะทะ' ในจังหวะวิกฤติได้แล้ว
และที่สำคัญ... ธุรกิจขายตำราเถื่อนของเขายังคงดำเนินไปอย่างลับๆ ผ่านเครือข่ายศิษย์สายนอกที่เขาจ้างวาน (ด้วยค่าจ้างราคาถูก) ทำให้เขามีทุนรอนสะสมกลับมาได้อีกเกือบ 100 หินปราณ พอให้ใจชื้นขึ้นบ้าง
...
รุ่งอรุณแห่งวันที่เจ็ด (หมอกจางยามเช้าปกคลุมลานกว้างหน้าสำนัก)
เสียงระฆังสำนักดังก้องกังวานสามครั้ง เป็นสัญญาณเรียกศิษย์สายนอกทุกคนที่ลงชื่อเข้าร่วมแดนลับ
อาเจียในชุดศิษย์สายนอกที่ซักจนซีด สะพายถุงมิติใบเก่า (ที่ข้างในเต็มไปด้วยของอันตราย) เดินปะปนไปกับฝูงชนที่หลั่งไหลไปยังลานกว้าง
ศิษย์นับร้อยคนยืนรวมตัวกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและหวาดระแวง บางคนจับกลุ่มกันเป็นทีม บางคนยืนโดดเดี่ยว
"ดูนั่นสิ! ศิษย์พี่จางหู!"
เสียงซุบซิบดังขึ้น อาเจียหันไปมอง เห็นจางหู (คู่กรณีเก่า) ยืนอยู่กับกลุ่มลูกสมุน ร่างกายของมันหายดีแล้ว และดูเหมือนจะมีอาวุธใหม่เป็นดาบหัวตัดเล่มโต
จางหูหันมาสบตาอาเจีย แววตาอาฆาตแค้นฉายชัด มันทำท่าปาดคอตัวเองขู่
อาเจียเพียงแค่ยิ้มมุมปาก แล้วทำท่าหยิบเหรียญอีแปะขึ้นมาดีดเล่น เป็นเชิงบอกว่า 'เตรียมค่ารักษาตัวไว้รึยัง?'
ทันใดนั้น แรงกดดันมหาศาลก็กดทับลงมาทั่วบริเวณ
บนฟ้าเหนือลานกว้าง ร่างของผู้อาวุโสสามคนลอยลงมา (ระดับแก่นทองคำ) หนึ่งในนั้นคือ ผู้อาวุโสเทียนหยวน แห่งยอดเขาพู่กันหยก
"เงียบ!" เสียงตวาดดุจฟ้าผ่าทำให้ทุกคนสงบปากคำทันที
"วันนี้คือวันเปิด สุสานศาสตรา..." ผู้อาวุโสเทียนหยวนกล่าวเสียงก้อง "สถานที่แห่งนี้คือซากโบราณของสนามรบในอดีต เต็มไปด้วยเศษศาสตราที่แตกหักและวิญญาณอาฆาต... แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มีโอกาสและวาสนาซ่อนอยู่"
ท่านสะบัดแขนเสื้อ แผ่นยันต์ขนาดมหึมาแผ่นหนึ่งลอยออกมากลางอากาศ ก่อตัวเป็นประตูมิติสีเทาหม่นที่หมุนวน
"กฎมีเพียงข้อเดียว... รอดกลับมาให้ได้"
"ประตูจะเปิดเพียง 3 วัน หากใครออกมาไม่ทัน จะต้องติดอยู่ในนั้นตลอดกาล... ขอให้พวกเจ้าโชคดี"
สิ้นเสียงคำประกาศ ศิษย์สายนอกกลุ่มแรกก็พุ่งทยานเข้าไปในประตูมิติทันทีด้วยความฮึกเหิม ตามด้วยกลุ่มอื่นๆ ที่ทยอยตามเข้าไป
อาเจียกระชับสายสะพายถุงมิติ สูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของสุสานที่ลอยออกมาจากประตูมิติไม่ได้ทำให้เขากลัว แต่มันคือกลิ่นของ 'สนิม' และ 'โลหะเก่า'
"เศษเหล็ก... อาวุธพังๆ... แร่ธาตุ..." อาเจียเลียริมฝีปาก "รอพ่อก่อนนะ พ่อกำลังจะไปกวาดพวกเจ้ามาขายให้เกลี้ยง!"
อาเจียก้าวเท้าเดินเข้าไปในความว่างเปล่าสีเทา ทิ้งโลกภายนอกไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้าสู่แดนสนธยาที่จะเป็นบททดสอบแรกในการก้าวสู่เส้นทางแห่งราชัน... และมหาเศรษฐี