หานลี่ออกจากบ้านพักมาโดยที่มิได้สวมใส่ชุดของสำนัก เขาเดินผ่านเหล่าศิษย์สายนอกมากมาย มุ่งหน้าตรงยังตำหนักกลาง
" ผู้อาวุโส ข้ามาคืนชุดของสำนักพร้อมกับป้ายขอรับ " หานลี่เอ่ยออกมา พลางวางชุดแลป้ายไว้ที่โต๊ะ
" เจ้าทำเช่นนี้หมายความว่าเช่นใด เจ้ารู้รึไม่ว่าผู้คนมากมายเพียงใดที่อยากเข้าสำนักแห่งนี้ " ชายชราเอ่ยออกมา
" ช้ารู้ " หานลี่เอ่ยออกมา
" ในเมื่อเจ้ารู้ ใยเจ้าจึงทำเช่นนี้ " ชายชราเอ่ย
" เรื่องการถูกหยามหมิ่นนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดาสามัญของโลกหล้าอยู่แล้ว แต่หากเจ้าสามารถข้ามผ่านมันไปได้ เจ้าก็จะแข็งแกร่งแลเติบใหญ่ ทั้งยังสามารถคิดการใหญ่ได้ " ชายชราเอ่ย
" ผู้อาวุโส ท่านคงมิรู้สินะว่าข้านั้นพบเจอกับสิ่งใด " หานลี่เอ่ยออกมา
" แม้นข้าจะมิรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเจ้า แต่เท่าที่ข้าเคยประสบพบพานเรื่องใดๆล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องเล็กน้อย " ชายชราเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" สำหรับท่านแล้ว ทุกอย่างคงเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับข้ามันคือเรื่องใหญ่ระดับชั้นฟ้า " หานลี่เอ่ยออกมา
ชายชราได้ยินพลันสะท้านทั่วร่าง เพราะน้ำเสียงที่ออกจากชายหนุ่มนั้น เต็มไปด้วยโทสะแลจิตสังหาร
" เจ้าคิดดีแล้วรึ " ชายชราเอ่ยออกมา
" ข้าคิดดีแล้ว " หานลี่พยักหน้า
" เจ้าต้องรู้ไว้ก่อน หากเจ้าพ้นจากประตูสำนัก เจ้าจะมิอาจกลับเข้ามาได้ในฐานะศิษย์ " ชายชราเอ่ยออกมา
" ข้ารู้ " หานลี่พยักหน้า
" เอาล่ะในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว ข้าก็คงมิรั้งเจ้าไว้ " ชายชราเอ่ยออกมา
" เจ้าได้ไปรับเอาทรัพยากรของสำนักรึยัง " ชายชราเอ่ยถาม
" ยัง " หานลี่เอ่ยออกมา
" เช่นนั้นแล้วเจ้าก็มิมีสิ่งใดต้องคืน " ชายชราเอ่ยออกมา
" ไปเถิด " ชายชราเอ่ยออกมา
" ขอลา " หานลี่ประสานสองมือ แลผินร่างเดินออกจากตำหนักกลาง
เขาเดินผ่านหน้าตำหนักสงบ โดยที่มิได้เหลียวมอง ร่างสูงของชายหนุ่มก้าวเดินอย่างมั่นคงมุ่งไปยังบันไดสามพันขั้น
ผู้คนมากมายที่เดินสวนขึ้นมานั้นล้วนแล้วแต่มองด้วยสายตาเหยียดหยาม ทั้งยังใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูก
" หึ " หานลี่เหยียดยิ้ม
ชายหนุ่มเดินไต่ลงไปอย่างเร่งรีบ เพราะถึงเวลานี้เขาเองก็มิอยากที่จะอยู่ยังสถานที่ที่มิมีความยุติธรรมแล้ว
" จริงสิ ได้เวลาต้องจ่ายค่าเช่าบ้านแล้ว " หานลี่พึมพำ
ชายหนุ่มเพ่งจิตเข้าไปในแหวนมิติพลางตรวจเงินที่คงเหลือของตน
" เหลือมิมากเท่าใด " หานลี่พึมพำ
" ต้องหารายได้แล้ว " หานลี่พึมพำ
" ปั้นตุ๊กตากระเบื้อง " หานลี่พึมพำ
" รับวาดรูป ขายภาพเขียนอักษร หลอมโอสถขาย " หานลี่พึมพำ
สองเท้าก้าวเดินไปตามทางเพื่อมุ่งเข้าสู่เมืองหลวงแคว้นฟู่ หัวสมองของชายหนุ่มครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่จะทำในข้างหน้า
" หากไร้เงินก็ไร้ที่อยู่ " หานลี่พึมพำ
" ทั้งยังถูกหยามหมิ่นอยูตลอด " หานลี่พึมพำ
" เช่นนั้นแล้ว หากมิแข็งแกร่ง ก็ต้องมีชื่อเสียง " หานลี่พึมพำ
" รึจะไปสอบเป็นนักหลอมโอสถ " หานลี่พึมพำ
" เข้าที " หานลี่พึมพำ
" ไป " ชายหนุ่มเร่งทะยานร่างพุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็ว
เพียงมินาน ชายหนุ่มมาถึงหน้าประตูเมือง
ทหารยามมากมายนับร้อยนาย ยืนเต็มหน้าประตูเมือง ต่างทำการตรวจค้นผู้คนที่สัญจรไปมา
" ก่อนออกจากเมืองยังมิมีนี่ " หานลี่พึมพำ เขาครุ่นคิดถึงยามเช้าที่นั่งรถม้ามากับเถียนจ้าน
ชายหนุ่มเดินเข้าไปยังประตู " พี่ชาย " หานลี่เอ่ยกับทหารยามผู้หนึ่ง
นายกองเหลียวมองยังชายหนุ่ม " เจ้ามาจากที่ใด " นายกองร้องถาม
" ข้าอยู่ยังบ้านเช่าที่ตรอกเล็กท้ายเมือง " หานลี่เอ่ยออกมา
" อืม " ทหารยามพยักหน้าช้าๆ
" เข้าไป " นายกองเอ่ยออกมาพลางโบกมือไล่
" พี่ชายเกิดส่งใดขึ้นรึ " หานลี่เอ่ยถาม
" มิใช่เรื่องของเจ้า " นายกองเอ่ยออกมา พลางโบกมือไล่
" อืม " หานลี่พยักหน้าพลางเร่งเดินเข้าเมืองอย่างรวดเร็ว
เมื่อเข้ามาในเมือง ทั่วร่างพลันสะท้านเมื่อจิตสังหารแผดเข้าโลมเลียทั่วร่าง
สองตาของชายหนุ่มมองจ้องยังชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่บนหลังคาของหอโอสถ
" ผู้ใดกัน " หานลี่พึมพำ
เขาครุ่นคิดว่าเหตุใดชายผู้นี้จึงเพ่งจิตสังหารมาที่เขา ทั้งที่ก็มิได้มีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน
" เกิดเรื่องอะไรขึ้นที่นี่ " หานลี่พึมพำ
ชายหนุ่มกวาดตามองทั่วเมืองทั้งยังแผดสัมผัสออกสำรวจ
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" มีคนถูกฆ่าตายในเมืองหลวงเช่นนั้นรึ " หานลี่พึมพำ
เรื่องฆ่าคนในเมืองหลวงแคว้นฟู่ถือว่าเป็นเรื่องราวร้ายแรง ทั้งโทษยังสูงชนิดตายตกตามกัน ทำให้ผู้คนมากมายมิกล้าที่ก่อการใดๆในเมือง
" คนที่ถูกฆ่าคงเป็นคนของหอโอสถ " หานลี่พึมพำ
" มิเช่นนั้น หอโอสถคงมิออกสำรวจทั่วเมืองหลวงเป็นแน่ " หานลี่พึมพำ
" ตุบ " ชายผู้นั้นพลันปรากฎกายต่อหน้า
" น้องชาย ช่วงเวลาตั้งแต่เช้าเจ้าอยู่ที่ใด " ชายผู้นั้นเอ่ยถาม
" พี่ชาย ช่วงเช้าข้าไปยังสำนักบัณฑิตเพื่อสมัครสอบ " หานลี่เอ่ยออกมา
" อืม " ชายผู้นั้นพยักหน้า พลางกวาดตามองตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
" ขั้นฝึกของชายผู้นี้ก็เพียงหลอมรวมวิญญาณ คงมิมีทางที่จะสังหารมู่หรงฟู่ได้ " ชายผู้นั้นพูดในใจ
" เจ้าไปเถิด " ชายผู้นั้นเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้าแลเดินจากไป
" ผู้ตายน่าจะเป็นคนระดับสูงของหอโอสถเป็นแน่ " หานลี่พึมพำ
เขาเดินลัดเลาะไปมาจนถึงบ้าน " แอ๊ด " สองมือผลักประตูเข้าไป
" กลับมาแล้ว " หานลี่เอ่ยออกมา พลางผินกายปิดประตู
ชายหนุ่มเร่งจัดการหุงหาอาหารแล้วเสร็จ ชายหนุ่มนำสุราแลเนื้อหมีขาวย่างออกมาวางไว้บนโต๊ะ
" รุ่งเช้าเห็นทีต้องเข้าป่าไปล่าสัตว์อสูรระดับสูงสักหน่อย " หานลี่เอ่ยออกมา
เวลานี้เนื้อหมีขาวที่เขามีนั้นเหลือน้อยเต็มที ทั้งสุราหมักเองก็จวนหมดเช่นกัน
" อึก " สุราหมักเลิศรสถูกกลืนลงไปอย่างรวดเร็ว
" ฮื่อห์ " หานลี่ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแรง เมื่อฤทธิ์ร้อนแรงของสุราหมักแผดผลาญ
" ปราณพลังทีมีในสุราหมักมิค่อยมีผลแล้ว " หานลี่พึมพำ
" เห็นทีต้องใช้วัตถุดิบที่ชั้นสูงขึ้น " ร่างสูงพยักหน้าช้าๆ
ชายหนุ่มดื่มสุราลงไปอย่างมากมาย เพื่อผ่อนคลายความคิดที่มี
เขามิอยากจะเชื่อว่าสำนักใหญ่โตเช่นสำนักบัณฑิตจะมีความอยุติธรรมอยู่ มิว่าจะเป็นภาพวาดที่เลอค่าของเขา ทั้งบทกวีที่ยอดเยี่ยม แลเพลงพิณชั้นยอด สิ่งเหล่านี้กลับมิมีความหมายเลย
" . . . " ชายหนุ่มนั่งนิ่งมองจ้องยังจอกสุรา
" ช่างมันเถิด หากมิได้เกิดบนกองทอง ก็มิอาจจะสร้างชื่อได้ " หานลี่พึมพำ
หลังจากที่ดื่มสุราลงไปอย่างมากมาย ชายหนุ่มปลดผนึกกายวิเศษ
มือหนึ่งยื่นเหยียดออกไป สองนิ้วจรดลงกลางอากาศ
" เปล่าเปลี่ยวในครารัตติกาล หลงมัวเมาในคราตะวันฉาย "
" ชื่นมื่นเพียงลมพัดผ่าน กลับเจ็บช้ำจำจนตาย "
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ พลางผนึกกายวิเศษ
" อือ " ทั่วร่างพลันสะท้านเมื่อแสงห้าสีสาดส่องอาบย้อมทั่วร่าง ร่างของชายหนุ่มพลันเปล่งแสงห้าสีสว่างไสว
" ตูมม " ปราณพลังระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง
" ระดับเจ็ดแล้ว " หานลี่พึมพำ