หนึ่งรัตติกาล

    หนึ่งรัตติกาล ตอนที่ 55 : ออกจากสำนัก

    หานลี่ออกจากบ้านพักมาโดยที่มิได้สวมใส่ชุดของสำนัก เขาเดินผ่านเหล่าศิษย์สายนอกมากมาย มุ่งหน้าตรงยังตำหนักกลาง


    " ผู้อาวุโส ข้ามาคืนชุดของสำนักพร้อมกับป้ายขอรับ " หานลี่เอ่ยออกมา พลางวางชุดแลป้ายไว้ที่โต๊ะ 


    " เจ้าทำเช่นนี้หมายความว่าเช่นใด เจ้ารู้รึไม่ว่าผู้คนมากมายเพียงใดที่อยากเข้าสำนักแห่งนี้ " ชายชราเอ่ยออกมา


    " ช้ารู้ " หานลี่เอ่ยออกมา 


    " ในเมื่อเจ้ารู้ ใยเจ้าจึงทำเช่นนี้ " ชายชราเอ่ย


    " เรื่องการถูกหยามหมิ่นนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดาสามัญของโลกหล้าอยู่แล้ว แต่หากเจ้าสามารถข้ามผ่านมันไปได้ เจ้าก็จะแข็งแกร่งแลเติบใหญ่ ทั้งยังสามารถคิดการใหญ่ได้ " ชายชราเอ่ย


    " ผู้อาวุโส ท่านคงมิรู้สินะว่าข้านั้นพบเจอกับสิ่งใด " หานลี่เอ่ยออกมา


    " แม้นข้าจะมิรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเจ้า แต่เท่าที่ข้าเคยประสบพบพานเรื่องใดๆล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องเล็กน้อย " ชายชราเอ่ยออกมา


    " อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ


    " สำหรับท่านแล้ว ทุกอย่างคงเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับข้ามันคือเรื่องใหญ่ระดับชั้นฟ้า " หานลี่เอ่ยออกมา


    ชายชราได้ยินพลันสะท้านทั่วร่าง เพราะน้ำเสียงที่ออกจากชายหนุ่มนั้น เต็มไปด้วยโทสะแลจิตสังหาร 


    " เจ้าคิดดีแล้วรึ " ชายชราเอ่ยออกมา


    " ข้าคิดดีแล้ว " หานลี่พยักหน้า


    " เจ้าต้องรู้ไว้ก่อน หากเจ้าพ้นจากประตูสำนัก เจ้าจะมิอาจกลับเข้ามาได้ในฐานะศิษย์ " ชายชราเอ่ยออกมา


    " ข้ารู้ " หานลี่พยักหน้า 


    " เอาล่ะในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว ข้าก็คงมิรั้งเจ้าไว้ " ชายชราเอ่ยออกมา


    " เจ้าได้ไปรับเอาทรัพยากรของสำนักรึยัง " ชายชราเอ่ยถาม


    " ยัง " หานลี่เอ่ยออกมา


    " เช่นนั้นแล้วเจ้าก็มิมีสิ่งใดต้องคืน " ชายชราเอ่ยออกมา


    " ไปเถิด " ชายชราเอ่ยออกมา 


    " ขอลา " หานลี่ประสานสองมือ แลผินร่างเดินออกจากตำหนักกลาง 


    เขาเดินผ่านหน้าตำหนักสงบ โดยที่มิได้เหลียวมอง ร่างสูงของชายหนุ่มก้าวเดินอย่างมั่นคงมุ่งไปยังบันไดสามพันขั้น


    ผู้คนมากมายที่เดินสวนขึ้นมานั้นล้วนแล้วแต่มองด้วยสายตาเหยียดหยาม ทั้งยังใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูก 


    " หึ " หานลี่เหยียดยิ้ม


    ชายหนุ่มเดินไต่ลงไปอย่างเร่งรีบ เพราะถึงเวลานี้เขาเองก็มิอยากที่จะอยู่ยังสถานที่ที่มิมีความยุติธรรมแล้ว 


    " จริงสิ ได้เวลาต้องจ่ายค่าเช่าบ้านแล้ว " หานลี่พึมพำ 


    ชายหนุ่มเพ่งจิตเข้าไปในแหวนมิติพลางตรวจเงินที่คงเหลือของตน 


    " เหลือมิมากเท่าใด " หานลี่พึมพำ


    " ต้องหารายได้แล้ว " หานลี่พึมพำ 


    " ปั้นตุ๊กตากระเบื้อง " หานลี่พึมพำ


    " รับวาดรูป ขายภาพเขียนอักษร หลอมโอสถขาย " หานลี่พึมพำ 


    สองเท้าก้าวเดินไปตามทางเพื่อมุ่งเข้าสู่เมืองหลวงแคว้นฟู่ หัวสมองของชายหนุ่มครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่จะทำในข้างหน้า


    " หากไร้เงินก็ไร้ที่อยู่ " หานลี่พึมพำ 


    " ทั้งยังถูกหยามหมิ่นอยูตลอด " หานลี่พึมพำ


    " เช่นนั้นแล้ว หากมิแข็งแกร่ง ก็ต้องมีชื่อเสียง " หานลี่พึมพำ 


    " รึจะไปสอบเป็นนักหลอมโอสถ " หานลี่พึมพำ 


    " เข้าที " หานลี่พึมพำ 


    " ไป " ชายหนุ่มเร่งทะยานร่างพุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็ว 


    เพียงมินาน ชายหนุ่มมาถึงหน้าประตูเมือง 


    ทหารยามมากมายนับร้อยนาย ยืนเต็มหน้าประตูเมือง ต่างทำการตรวจค้นผู้คนที่สัญจรไปมา


    " ก่อนออกจากเมืองยังมิมีนี่ " หานลี่พึมพำ เขาครุ่นคิดถึงยามเช้าที่นั่งรถม้ามากับเถียนจ้าน


    ชายหนุ่มเดินเข้าไปยังประตู " พี่ชาย " หานลี่เอ่ยกับทหารยามผู้หนึ่ง


    นายกองเหลียวมองยังชายหนุ่ม " เจ้ามาจากที่ใด " นายกองร้องถาม


    " ข้าอยู่ยังบ้านเช่าที่ตรอกเล็กท้ายเมือง " หานลี่เอ่ยออกมา


    " อืม " ทหารยามพยักหน้าช้าๆ 


    " เข้าไป " นายกองเอ่ยออกมาพลางโบกมือไล่


    " พี่ชายเกิดส่งใดขึ้นรึ " หานลี่เอ่ยถาม


    " มิใช่เรื่องของเจ้า " นายกองเอ่ยออกมา พลางโบกมือไล่ 


    " อืม " หานลี่พยักหน้าพลางเร่งเดินเข้าเมืองอย่างรวดเร็ว 


    เมื่อเข้ามาในเมือง ทั่วร่างพลันสะท้านเมื่อจิตสังหารแผดเข้าโลมเลียทั่วร่าง 


    สองตาของชายหนุ่มมองจ้องยังชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่บนหลังคาของหอโอสถ 


    " ผู้ใดกัน " หานลี่พึมพำ 


    เขาครุ่นคิดว่าเหตุใดชายผู้นี้จึงเพ่งจิตสังหารมาที่เขา ทั้งที่ก็มิได้มีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน 


    " เกิดเรื่องอะไรขึ้นที่นี่ " หานลี่พึมพำ 


    ชายหนุ่มกวาดตามองทั่วเมืองทั้งยังแผดสัมผัสออกสำรวจ 


    " อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ 


    " มีคนถูกฆ่าตายในเมืองหลวงเช่นนั้นรึ " หานลี่พึมพำ


    เรื่องฆ่าคนในเมืองหลวงแคว้นฟู่ถือว่าเป็นเรื่องราวร้ายแรง ทั้งโทษยังสูงชนิดตายตกตามกัน ทำให้ผู้คนมากมายมิกล้าที่ก่อการใดๆในเมือง 


    " คนที่ถูกฆ่าคงเป็นคนของหอโอสถ " หานลี่พึมพำ 


    " มิเช่นนั้น หอโอสถคงมิออกสำรวจทั่วเมืองหลวงเป็นแน่ " หานลี่พึมพำ


    " ตุบ " ชายผู้นั้นพลันปรากฎกายต่อหน้า 


    " น้องชาย ช่วงเวลาตั้งแต่เช้าเจ้าอยู่ที่ใด " ชายผู้นั้นเอ่ยถาม


    " พี่ชาย ช่วงเช้าข้าไปยังสำนักบัณฑิตเพื่อสมัครสอบ " หานลี่เอ่ยออกมา


    " อืม " ชายผู้นั้นพยักหน้า พลางกวาดตามองตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า 


    " ขั้นฝึกของชายผู้นี้ก็เพียงหลอมรวมวิญญาณ คงมิมีทางที่จะสังหารมู่หรงฟู่ได้ " ชายผู้นั้นพูดในใจ


    " เจ้าไปเถิด " ชายผู้นั้นเอ่ยออกมา 


    " อืม " หานลี่พยักหน้าแลเดินจากไป 


    " ผู้ตายน่าจะเป็นคนระดับสูงของหอโอสถเป็นแน่ " หานลี่พึมพำ 


    เขาเดินลัดเลาะไปมาจนถึงบ้าน " แอ๊ด " สองมือผลักประตูเข้าไป 


    " กลับมาแล้ว " หานลี่เอ่ยออกมา พลางผินกายปิดประตู


    ชายหนุ่มเร่งจัดการหุงหาอาหารแล้วเสร็จ ชายหนุ่มนำสุราแลเนื้อหมีขาวย่างออกมาวางไว้บนโต๊ะ 


    " รุ่งเช้าเห็นทีต้องเข้าป่าไปล่าสัตว์อสูรระดับสูงสักหน่อย " หานลี่เอ่ยออกมา


    เวลานี้เนื้อหมีขาวที่เขามีนั้นเหลือน้อยเต็มที ทั้งสุราหมักเองก็จวนหมดเช่นกัน 


    " อึก " สุราหมักเลิศรสถูกกลืนลงไปอย่างรวดเร็ว


    " ฮื่อห์ " หานลี่ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแรง เมื่อฤทธิ์ร้อนแรงของสุราหมักแผดผลาญ


    " ปราณพลังทีมีในสุราหมักมิค่อยมีผลแล้ว " หานลี่พึมพำ 


    " เห็นทีต้องใช้วัตถุดิบที่ชั้นสูงขึ้น " ร่างสูงพยักหน้าช้าๆ 


    ชายหนุ่มดื่มสุราลงไปอย่างมากมาย เพื่อผ่อนคลายความคิดที่มี 


    เขามิอยากจะเชื่อว่าสำนักใหญ่โตเช่นสำนักบัณฑิตจะมีความอยุติธรรมอยู่ มิว่าจะเป็นภาพวาดที่เลอค่าของเขา ทั้งบทกวีที่ยอดเยี่ยม แลเพลงพิณชั้นยอด สิ่งเหล่านี้กลับมิมีความหมายเลย 


    " . . . " ชายหนุ่มนั่งนิ่งมองจ้องยังจอกสุรา 


    " ช่างมันเถิด หากมิได้เกิดบนกองทอง ก็มิอาจจะสร้างชื่อได้ " หานลี่พึมพำ 


    หลังจากที่ดื่มสุราลงไปอย่างมากมาย ชายหนุ่มปลดผนึกกายวิเศษ


    มือหนึ่งยื่นเหยียดออกไป สองนิ้วจรดลงกลางอากาศ 


    " เปล่าเปลี่ยวในครารัตติกาล หลงมัวเมาในคราตะวันฉาย "


    " ชื่นมื่นเพียงลมพัดผ่าน กลับเจ็บช้ำจำจนตาย " 


    " อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ พลางผนึกกายวิเศษ 


    " อือ " ทั่วร่างพลันสะท้านเมื่อแสงห้าสีสาดส่องอาบย้อมทั่วร่าง ร่างของชายหนุ่มพลันเปล่งแสงห้าสีสว่างไสว


    " ตูมม " ปราณพลังระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง 


    " ระดับเจ็ดแล้ว " หานลี่พึมพำ


    คล้ายกับเรื่องหนึ่งรัตติกาล ที่คุณอ่าน