จารึกที่ 125 : อาภรณ์ศิษย์สายใน : การเริ่มต้นที่มาพร้อมหนี้สิน
พิธีมอบป้ายประจำตัวดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเรียบง่าย
ผู้อาวุโสเทียนหยวน ยืนตระหง่านอยู่หน้าแท่นหิน มอบป้ายหยกสีขาวบริสุทธิ์และชุดคลุมศิษย์สายในให้แก่ผู้ผ่านการคัดเลือกทีละคน บรรยากาศเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม
"อาเจีย... ก้าวออกมา!"
อาเจียรีบจัดเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งให้ดูเรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะเดินน้อมตัวเข้าไปรับของรางวัล
มือที่สั่นเทาของเขาไม่ใช่เพราะความตื่นเต้นที่จะได้เป็นศิษย์สายใน แต่เพราะตาเหลือบไปเห็น "ถุงรางวัล" ที่วางอยู่ข้างๆ
"นี่คือป้ายหยกศิษย์สายใน... มันจะอนุญาตให้เจ้าเข้าถึงทรัพยากรระดับสูง หอคัมภีร์ชั้นบน และรับภารกิจที่ยากขึ้น" ผู้อาวุโสเทียนหยวนกล่าวเสียงเข้ม "และนี่คือรางวัลสำหรับผู้ทำคะแนนสูงสุดอันดับสาม... โอสถรวมปราณ 3 เม็ด, หินวิญญาณระดับกลาง 50 ก้อน และแต้มสำนัก 1,000 แต้ม"
"ขอบพระคุณขอรับท่านผู้อาวุโส!" อาเจียรับของมาด้วยความเร็วแสง (เร็วกว่าตอนใช้วิชาตัวเบาเสียอีก)
"จำไว้..." ผู้อาวุโสเทียนหยวนก้มลงกระซิบ แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่ม "ท่านเจ้าสำนักและข้ากำลังจับตาดูเจ้าอยู่... พลังที่เจ้าใช้... แม้จะแปลกประหลาด แต่จงใช้มันในทางที่ถูก อย่าไปก่อเรื่องขายขี้หน้าเหมือนตอนเป็นศิษย์สายนอกล่ะ"
"รับทราบขอรับ! ข้าจะเป็นเด็กดี เรียบร้อยดุจผ้าพับไว้!" (ที่ซ่อนมีดไว้ข้างใน)
...
เมื่อพิธีการเสร็จสิ้นลง เหล่าศิษย์เริ่มแยกย้ายกันไปรายงานตัวตามยอดเขาต่างๆ
เฟิงอี้หราน และ เฟิงหลิงเอ๋อร์ เดินเข้ามาหาอาเจียเพื่อร่ำลา
"ข้าต้องกลับไปที่ 'สำนักพู่กันเพลิง' เพื่อรายงานตัวกับท่านพ่อและรักษาอาการบาดเจ็บ" เฟิงอี้หรานกล่าว สีหน้าดูดีขึ้นมากหลังจากได้กินยาฟื้นฟู "ส่วนเจ้า... เจ้าเลือกสังกัดหรือยัง?"
อาเจียส่ายหน้า "ข้าเป็นผู้ไร้สังกัดขอรับ... ท่านผู้อาวุโสบอกว่าข้าสามารถเลือกพื้นที่ว่างใน 'เขตเรือนไผ่ม่วง' ได้ตามใจชอบ"
"เรือนไผ่ม่วง?" เฟิงหลิงเอ๋อร์ทำหน้ายี้ "ที่นั่นมันเงียบเหงาจะตาย อยู่ติดกับป่าหลังเขา แถมยังมีข่าวลือเรื่องผีสางอีก"
"นั่นแหละที่ข้าต้องการ!" อาเจียยิ้มกริ่ม "ยิ่งเงียบยิ่งดี... ข้าจะได้มีสมาธิในการ... เอ่อ... ฝึกฝน (และซ่อนความลับ)"
เฟิงอี้หรานหัวเราะเบาๆ ก่อนจะโยน "ป้ายหยกสีทอง" ชิ้นหนึ่งให้อาเจีย
"นี่คือป้ายเบิกเงินพิเศษของตระกูลเฟิง... เจ้าเอาไปขึ้นเงินที่โรงรับจำนำในเมืองได้เลยตามจำนวนที่ข้าสัญญาไว้ (รวมถึงค่าซ่อมเจ้าสัวสองเท่า)"
อาเจียรับป้ายหยกมาจูบฟอดใหญ่ "คุณชายเฟิง! ท่านคือเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งของข้าจริงๆ! หายไวๆ นะขอรับ ข้าจะรอรับงานคุ้มกันรอบหน้า!"
"ข้าหวังว่าจะไม่ต้องจ้างเจ้าเร็วๆ นี้นะ..." เฟิงอี้หรานส่ายหน้ายิ้มๆ "รักษาตัวด้วย สหายข้า... ระวังฉินมู่หลาง และ... ระวังผู้อาวุโสหลี่ให้ดี"
ทั้งสองฝ่ายแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตน
อาเจียมองส่งสองพี่น้องจนลับสายตา ก่อนจะหันกลับมาหา เจ้าสัวทมิฬ ที่ยืนนิ่งเป็นหุ่นกระป๋องอยู่ข้างหลัง
"ไปกันเถอะเจ้าสัว... ไปดูบ้านใหม่ของเรากัน"
...
ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ แสงสีส้มแดงฉาบทาไปทั่วท้องฟ้า ขณะที่อาเจียเดินทางมาถึงเขตเรือนไผ่ม่วง
พื้นที่พักอาศัยของศิษย์สายในแบ่งออกเป็นหลายเขต แต่เขตไผ่ม่วงนั้นตั้งอยู่ลึกที่สุด ติดกับชายป่าหลังสำนัก บรรยากาศเงียบสงบจนวังเวง มีต้นไผ่สีม่วงขึ้นหนาทึบ บดบังแสงแดดจนดูมืดครึ้มตลอดเวลา
อาเจียเดินสำรวจเรือนว่างตามแผนที่ จนมาหยุดอยู่หน้าเรือนไม้เก่าๆ หลังหนึ่งที่ตั้งแยกตัวออกมาอยู่ริมหน้าผา
สภาพเรือนดูทรุดโทรม แต่สิ่งที่ทำให้อาเจียถูกใจที่สุดคือ "ห้องใต้ดิน"
"เยี่ยม..." อาเจียสำรวจห้องใต้ดินที่ก่อด้วยหินแกรนิต "กว้างขวาง... เก็บเสียง... เหมาะจะเป็นฐานลับสำหรับดัดแปลงเจ้าสัวที่สุด!"
เขาจัดการทำความสะอาดแบบลวกๆ แล้วทิ้งตัวลงนอนบนแคร่ไม้ไผ่ด้วยความอ่อนล้า
"เฮ้อ... เป็นศิษย์สายในวันแรก ก็เหนื่อยแทบรากเลือด"
"เจ้าบ้า!"
เสียงของ มู่เฉิน ดังขึ้นในหัว พร้อมกับร่างโปร่งแสงที่ลอยออกมา
"เจ้าเกือบตายแล้วรู้ไหม! ...จังหวะที่ปะทะกับฉินมู่หลาง เจ้ากล้าดียังไงเอา 'อักขระหลิง (สูญตา)' ไปรับการโจมตีระดับสร้างรากฐานตรงๆ แบบนั้น!"
อาเจียลืมตาขึ้น ยกมือขวามาดูแล้วยิ้มแห้งๆ
"ก็ตอนนั้นมันจวนตัวนี่นาท่านปู่... ข้าแค่คิดว่า ถ้า 'อักขระหลิง' มันใช้ลบตำหนิบนยันต์ให้หายไปได้... มันก็น่าจะลบพลังปราณของเจ้านั่นให้หายไปได้เหมือนกัน"
มู่เฉินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่ายหน้าด้วยความระอาปนทึ่ง
"เอาวิชาหากินก้นหีบที่ใช้ทำของปลอม... มาประยุกต์ใช้สลายพลังสังหารเนี่ยนะ? ...เจ้านี่มันบ้าบิ่นจริงๆ"
"แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า... ความเข้าใจในวิถีแห่งความว่างเปล่าของเจ้า มันลึกซึ้งขึ้นกว่าตอนทำยันต์ปลอมขายตอนแรกๆ มาก... การสลายเหตุปัจจัยในชั่วพริบตาแบบนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะทำก็ทำได้"
"แน่นอนสิ" อาเจียยักไหล่ "ข้าฝึกเขียนไอ้ตัว 'ศูนย์ (0)' นี่มาเป็นล้านรอบแล้วมั้ง... มันอยู่ในสายเลือดแล้วล่ะ"
ขณะที่กำลังคุยโวอยู่นั้น...
ปึ้ก!
เสียงของแข็งกระทบประตูหน้าเรือนดังสนั่น!
อาเจียสะดุ้งโหยง รีบเก็บพู่กันแล้วตะโกนถาม
"ใครครับ! บ้านนี้ไม่มีของมีค่า! ขโมยเชิญบ้านอื่น!"
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงไอเย็นยะเยือกที่เล็ดลอดเข้ามาตามร่องประตู
อาเจียเดินย่องไปเปิดประตูแง้มดู...
ไม่มีใครอยู่...
แต่ที่พื้นหน้าประตู มี "ค้อนเหล็กขนาดจิ๋ว" วางอยู่ทับกระดาษแผ่นหนึ่ง
อาเจียหยิบกระดาษขึ้นมาอ่าน ข้อความในนั้นเขียนด้วยลายมือไก่เขี่ยที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมัน
"ถึงเจ้าหนูจอมกะล่อน...
ข้าให้เวลาเจ้าเก็บของและร่ำลาบ้านใหม่หนึ่งก้านธูป
แล้วรีบไสหัวมาหาข้าที่ 'หอศัสตรา' เดี๋ยวนี้!
ถ้ามาช้า... ข้าจะส่งคนไปรื้อเรือนเจ้า และเอาหุ่นเชิดของเจ้าไปหลอมทิ้งซะ!
ลงชื่อ... หลี่ (ผู้ที่กำลังคันไม้คันมืออยากผ่าหุ่นเจ้าใจจะขาด)"
อาเจียหน้าซีดเผือด กระดาษร่วงหลุดจากมือ
"ซวยแล้ว... ตาแก่นั่นเอาจริง!"
เขาหันไปมองเจ้าสัวที่ยืนตาแป๋ว (ถ้ามีตา) อยู่มุมห้อง
"เจ้าสัว... ดูเหมือนเราจะหนีไม่พ้นแล้วล่ะ... งานนี้ต้องใช้สกิล 'ลิ้นทองคำ' แถจนสีข้างถลอกเท่านั้นถึงจะรอด!"
อาเจียรีบคว้าถุงมิติ วิ่งออกจากเรือนไผ่ม่วงมุ่งหน้าสู่หอศัสตราด้วยความเร็วสูงสุด (กลัวโดนยึดหุ่น)
ชีวิตศิษย์สายในวันแรก... ช่างวุ่นวายสิ้นดี!