Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

บทที่ 389 เพิ่มระดับ 2 ชั้นรวด

เพิ่มระดับ 2 ชั้นรวด

 

            ภายในค่ายนักรบเป็นพื้นที่พิเศษอย่างที่กัสคิดเอาไว้ ภายในนั้นมีขนาดใหญ่กว่าภายนอกมาก ประเมินแบบคร่าวๆ เขาคิดว่ามันใหญ่กว่าราว 10 เท่าได้

            ขนาดของค่ายนักรบภายนอกนั้นกว้างยาวด้านละ 10 เมตรเท่านั้น แต่ภายในนั้นกว้างยาวด้านละ 100 เมตรเป็นอย่างต่ำ

            ภายในค่ายไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆ เลยนอกจากเต็นท์ผ้าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ตรงกลางพื้นที่และมีกล่องไม้จำนวนหนึ่งจัดวางเอาไว้บริเวณหน้าเต็นท์ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งก่อสร้างของดันเจี้ยน

            ส่วนอีกด้านหนึ่งนั้นดูเหมือนจะเป็นค่ายพักชั่วคราวที่คนจำนวนหนึ่งกำลังสร้างขึ้นซึ่งทำจากไม้และผ้าที่ตั้งขึงจนกลายเป็นที่พักแบบหยาบๆ

            กัสมองดูภาพนี้ด้วยความแปลกใจ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนและมั่นใจว่าคนเหล่านี้เป็นคนจริงๆ ไม่ใช่ตัวช่วยจากระบบ

            “คนเหล่านั้นคือ”

            “ผู้ดูแลนักรบค่ะ! ทั้งหมดเป็นญาติของนักรบที่ข้าสั่งเคลื่อนพลมาค่ะนายท่าน พวกเขามีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยและการใช้ชีวิตของเหล่านักรบค่ะ!”

            “งั้นหรือ..ดูชำนาญดีนะ ผ่านไปไม่กี่นาทีเองตั้งค่ายกันได้ขนาดนี้แล้ว”

            “ค่ะ!”

            ต่อหน้าคำชมของกัสเกรย์แรทตอบรับอย่างสงบนิ่งจนน่าประหลาด เขาหันไปมองเธอเล็กน้อย มองดูสีหน้าที่สงบนิ่งเยือกเย็นที่พยายามรักษาไว้อย่างแข็งขันแล้วอมยิ้มเล็กน้อย

            กัสเดินตรงไปยังเต็นท์ที่ตั้งอยู่ตรงจุดกึ่งกลางด้วยความสนใจและได้รับคำอธิบายเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้จากเกรย์แรทจนเข้าใจว่าสิ่งนี้เรียกว่าเต็นท์บัญชาการซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างเพียงหนึ่งเดียวที่ติดมาพร้อมกับค่ายนักรบ

            หน้าที่ของเต็นท์นั้นนอกจากจะเป็นที่พักของผู้นำทัพแล้ว ยังเป็นศูนย์ควบคุมของค่ายนักรบแห่งนี้อีกด้วย

            หากกัสต้องการปรับปรุงค่ายนักรบแห่งนี้เขาก็ต้องมาที่นี่เพื่อเปิดหน้าต่างระบบของค่ายนักรบโดยเฉพาะ หรือไม่ก็ต้องสร้างสิ่งก่อสร้างที่เรียกว่า ‘ปราสาทผู้ปกครอง’ ที่สามารถรวมศูนย์การควบคุมของสิ่งก่อสร้างทั้งหมดในดินแดนมาไว้ในจุดเดียว

            ในตอนนี้กัสยังไม่ได้สร้างปราสาทผู้ปกครองเขาจึงต้องเข้ามาที่ค่ายนักรบโดยตรงหากต้องการปรับปรุงมัน

            ระบบของค่ายนักรบเป็นระบบย่อยที่ต่างจากระบบหลักซึ่งเปิดจากผลึกดินแดนอยู่มาก มันไม่มีเมนูมากนัก มีเพียงการเพิ่มระดับค่ายนักรบที่เพิ่มจากภายนอกผ่านทางผลึกดินแดนก็ได้และการปรับปรุงค่ายที่ประกอบด้วย ‘สิ่งก่อสร้าง’ และ ‘สภาพแวดล้อม’

            ราคาในการเพิ่มระดับค่ายนั้นถูกมากเพียงครั้งละ 1 ร้อย DP เท่านั้น ทว่าขนาดที่มันเพิ่มได้ก็น้อยตามไปด้วยเช่นกัน เพิ่มครั้งหนึ่งขยายพื้นที่ได้เพียงด้านละ 1 เมตรเท่านั้นซึ่งตอนนี้กัสยังไม่สนใจ

            ส่วนสิ่งก่อสร้างนั้นมีหลายแบบตั้งแต่ที่พัก คลังแสง โรงอาหาร สถานพยาบาลไปจนถึงสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวกับนักรบซึ่งมีหลายแบบ ซึ่งบางอย่างกัสก็ไม่เข้าใจว่ามีไว้ทำอะไร อย่างเช่นหอคอยซึ่งเขาไม่เข้าใจว่าจะสร้างมันเอาไว้ในค่ายนักรบทำไม

            อีกอย่างหนึ่งก็คือสภาพแวดล้อม ซึ่งมีตั้งแต่การปรับปรุงพื้นที่ไปจนถึงลานฝึกชนิดต่างๆ ที่มีขายในราคาเดียวกันคือ 1 พัน DP ซึ่งกัสก็เดาได้ไม่ยากกว่ามันต้องอาศัยการเพิ่มระดับในภายหลังอีกหลายครั้ง

            หลังจากมองดูอยู่ครู่หนึ่งกัสก็เข้าใจระบบการทำงานของค่ายนักรบแล้ว เขาจึงหันไปมองกลุ่มคนที่กำลังสร้างที่พักชั่วคราวก่อนจะหันกลับไปหาเกรย์แรท

            “คนที่เจ้านำมาตอนนี้มีเท่าไหร่”

            “ค่ะ! กองกำลังที่ถูกเคลื่อนย้ายมาในตอนนี้ประกอบด้วย พลโล่ 80 นาย พลหอก 40 นาย พลธนู 20 นาย หน่วยสนับสนุน 40 นาย กองเสบียง 20 นายและหน่วยพยาบาล 10 นายรวมทั้งหมด 210 นายค่ะ!!”

            “แล้วคนเหล่านั้นละ มีกี่คน”

            “เอ๊ะ! เรื่องนั้น..”

            “ไม่รู้งั้นหรือ..”

            “ไม่ค่ะ!! ทั้งหมดมี 430 นายค่ะ!!”

            กัสพยักหน้ารับน้อยๆ แล้วหันไปมองหน้าต่างระบบอีกครั้งเพื่อดูว่าหอพักนักรบแห่งหนึ่งจุคนได้เท่าไหร่

            “นักรบมี 210 คน รวมกับสิบคนนั้นก็ 220 คน ตรงนี้อีก 430 คนรวมเป็น 650 คนสินะ แบบนี้ก็ต้อง..”

            สีหน้าของเกรย์แรทเปลี่ยนไปเล็กน้อยเธอดูตกใจมากและประหลาดใจกับสิ่งที่กัสคิดจะทำ ยิ่งได้ฟังสิ่งที่เขาพูดออกมาลอยๆ เธอก็ยิ่งประหลาดใจ

            “ด..เดี๋ยวก่อนค่ะนายท่าน!!”

            “หืม..มีอะไร”

            “นายท่านจะสร้างหอพักหรือคะ”

            “ใช่! หรือเจ้าไม่ต้องการ..”

            “ม..ไม่ค่ะ! หากนายท่านเมตตาพวกเราก็ยินดีค่ะ! แต่ข้าคิดว่านายท่านมีสิ่งที่ต้องทำก่อนหน้านั้นอยู่นะคะ”

            กัสเลิกคิ้วเล็กน้อยคล้ายไม่เข้าใจเพราะเขาไม่คิดว่ามันจะมีสิ่งอื่นที่ต้องทำก่อนหน้านี้อยู่เพราะเขาคงไม่สามารถปล่อยให้ทุกคนนอนบนดินอย่างนี้ได้แน่

            “นายท่านมี DP เหลือเพียง 4 หมื่น 5 พันเท่านั้นนะคะ หากนายท่านใช้กับสิ่งนี้หมดแล้วนายท่านจะเพิ่มระดับผลึกดินแดนได้ยังไงละคะ!!”

            “อ๊ะ!! จริงด้วยสิ! ข้าลืมไปเลย..ขอบใจเจ้ามากนะเกรย์แรท”

            กัสตกใจเล็กน้อยก่อนจะตระหนักว่าเขาลืมไปจริงๆ DP 1 แสนหน่วยที่ได้มาจากการขายคืนนั้น เขาตั้งใจที่จะนำมาเร่งความเร็วในการบุกเบิกแท้ๆ แต่เขากลับลืมไปเสียได้

            คิดแล้วกัสก็หันกลับไปมองดูค่ายพักชั่วคราวของทุกคน จากนั้นบอกกับเกรย์แรทสั้นๆ ว่าให้ทั้งหมดพักผ่อนและไม่ต้องรีบสร้างค่ายพักเพราะเย็นนี้เขาจะสร้างหอพักให้ทุกคน

            พูดจบกัสก็มองไปรอบๆ อีกครั้งและคิดขึ้นมาด้วยความสนใจว่าหากเขาสร้างค่ายนักรบมาใช้เป็นที่ตั้งโรงงานก็น่าจะดีเพราะมันมีพื้นที่ภายในมากกว่าความเป็นจริง

            หากทำเช่นนี้ปัญหาที่เขาแก้ไม่ตกก็จะได้รับการแก้ไข จากนั้นแองจี้ก็จะไม่มีขีดจำกัดในการสร้างโรงงานเพราะพื้นที่ภายในปราการที่มีจำกัดอีกต่อไป

            พอคิดได้กัสก็เดินออกไปอย่างรวดเร็วพลางสอบถามเกรย์แรทอีกครั้งเป็นการขอคำแนะนำ ซึ่งเธอก็ให้คำแนะนำที่น่าสนใจกับเขาอีกครั้ง

            “โรงงานหรือคะนายท่าน ท่านหมายถึงโรงงานผลิตจักรกลมนตราหรือคะ!”

            “ใช่! เจ้าคิดว่าไงหากข้าจะสร้างมันเอาไว้ในค่ายนักรบแล้วใช้วิธีเพิ่มระดับค่ายเพื่อเอาพื้นที่มาใช้ก่อสร้าง”

            เกรย์แรทดูจะทึ่งน้อยๆ เพราะเธอนึกไม่ถึงว่านายท่านของเธอจะมีความคิดที่น่าสนใจแบบนี้ แต่หลังจากหยุดคิดไปครู่หนึ่งเธอก็แนะนำให้เขาใช้วิธีอื่นแทน

            “ข้าไม่แนะนำให้นายท่านใช้ค่ายนักรบนะคะเพราะมันไม่เหมาะ ทางที่ดีใช้ค่ายศาสตราวุธแทนจะดีกว่าค่ะ”

            “งั้นหรือ แล้วสองค่ายนี้มันต่างกันยังไงละ”

            “ต่างกันค่ะ! ค่ายศาสตราวุธนั้นมีสิ่งก่อสร้างที่เรียกว่า ‘คลังเก็บของ’ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับคลังเก็บของในพื้นที่ทรัพยากรได้ หากนายท่านสร้างโรงงานเอาไว้ในค่ายศาสตราวุธ นายท่านจะสามารถย่นระยะเวลาในการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบได้ค่ะ”

            “แบบนี้เอง..น่าสนใจจริงๆ ข้านึกว่าจะไม่มีระบบนี้ในดันเจี้ยนนี้เสียอีก”

            “ค่ะ! นอกจากนั้นแล้วนายท่านยังสามารถจัดพื้นที่ในการสร้างอาวุธและชุดเกราะรวมไปถึงอุปกรณ์ป้องกันเมืองชนิดต่างๆ ได้อีกด้วยค่ะ”

            กัสพยักหน้ารับเงียบๆ พลางคิดในใจว่าเขาโชคดีจริงๆ ที่ตัดสินใจเลือกกองทัพเสบียงมาสนับสนุนเพราะถ้าไม่มีเธออยู่ข้างๆ เขาคงเสียเวลามากกว่านี้แน่

            หลังจากออกไปจากค่ายนักรบกัสก็มองดูนักรบทั้งหมดที่เริ่มแปรขบวนกลับเป็นขบวนรบแบบแรกอีกครั้ง

            แนวโล่ตั้งยาวอยู่ด้านหน้า ตามมาด้วยพลหอก พลธนู หน่วยสนับสนุนที่ทำหน้าที่ขนส่งอุปกรณ์สนับสนุนจากรถเข็นซึ่งเป็นกองเสบียงไปยังแนวหน้า

            ภาพนี้น่าประทับใจมากสำหรับกัส ทว่าเขาก็ไม่ได้หยุดมองนานนักเพราะเขานึกออกแล้วว่าเขาควรทำอะไรก่อน

            กัสเดินตรงไปยังผลึกดินแดนในทันที จากนั้นก็เลือกเมนูผลึกดินแดนแล้วเลือกรายการ ‘เพิ่มระดับผลึกดินแดน’ ติดต่อกัน 10 ครั้งแบบต่อเนื่องจนทำให้ผลึกดินแดนเพิ่มระดับชั้นขึ้น 1 ชั้นด้วยราคา 1 หมื่น DP

            ขนาดของผลึกดินแดนใหญ่ขึ้นเกือบเท่าตัวและเปลี่ยนสีไปจากสีขาวกลายเป็นสีเหลืองอ่อนที่ส่องแสงสีเหลืองนวลตาออกมาตลอดเวลา

            หลังจากเห็นผลลัพธ์ของความเปลี่ยนแปลงกัสก็หยุดมือไปเล็กน้อยด้วยความลังเลใจ ก่อนจะตัดสินใจกดเพิ่มระดับต่อทันทีท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเกรย์แรทและบุรุษวัยกลางคนทั้งสิบ

            “น..นายท่าน!”

            “หืม! ว่าไง เจ้ามีอะไรหรือเกรย์แรท”

            “ข..ข้า ข้าว่านายท่านอย่าเพิ่งเพิ่มระดับไปมากกว่านี้เลยนะคะ หากระดับสูงไปมากกว่านี้ข้ากลัวว่าคนของข้าในตอนนี้จะรับไม่ไหว”

            สีหน้าของเกรย์แรทนั้นเต็มไปด้วยความลำบากใจเมื่อเห็นนายท่านของเธอเพิ่มระดับดินแดนแบบต่อเนื่องชนิดไม่คิดจะดูผลลัพธ์ใดๆ เลย

            ระดับของดินแดนเพิ่มติดต่อไปเกือบ 20 ระดับแล้ว มันเกือบจะเข้าไปสู่ชั้นต่อไปแล้ว ซึ่งถ้าเพิ่มต่อไปอีกเธอก็กลัวว่านักรบที่เธอเรียกตัวมาในตอนนี้จะรับมือไม่ไหวเพราะมอนเตอร์ที่ปรากฏตัวขึ้นนั้นจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก

            ในทุกระดับที่เพิ่มขึ้นมันจะทำให้ปริมาณมอนเตอร์เพิ่มมากขึ้นและเมื่อข้ามผ่านระดับชั้นความแข็งแกร่งของมอนเตอร์ก็จะเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มจำนวนฝูงขึ้นอีก 1 ฝูงอีกด้วย

            ซึ่งมันก็หมายความว่าจำนวนมอนเตอร์ที่บุกมาในแต่ละครั้งจะเพิ่มเป็น 2 ฝูง หรือก็คือมีจ่าฝูงสองตัวที่นำลูกน้องมาสองกลุ่ม

            ความแตกต่างที่น่ากลัวที่สุดของระดับชั้นที่เพิ่มขึ้นนั้นไม่ใช่ความแข็งแกร่งของมอนเตอร์ หากแต่เป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว

            ระดับแรกสุดนั้นมอนเตอร์ในแต่ละรอบจะมีเพียง 1 ร้อยตัวเท่านั้นและมีจ่าฝูง 1 ตัว

            เมื่อเพิ่มระดับหนึ่งครั้ง มอนเตอร์ก็จะเพิ่มเป็น 2 ร้อย เมื่อเพิ่มถึงรับ 9 ก็จะมีมอนเตอร์ 1 พันตัวและทันทีที่เพิ่มถึงระดับ 10 ซึ่งจะทำให้กลายเป็นชั้น 2 มอนเตอร์ก็จะเพิ่มเป็น 2 พันตัวและมีจ่าฝูง 2 ตัว

            ในจุดนี้กัสไม่ได้หยุดมือเลยสักนิดเขากดต่อแบบไม่ยั้งจนกดไป 9 ครั้งโดยที่เกรย์แรทห้ามไม่ทันทำให้ตอนนี้มีมอนเตอร์ถึง 2 หมื่นตัวและมีจ่าฝูงถึง 2 ตัวด้วยกัน

            คำอธิบายที่เร่งรีบของเกรย์แรททำให้กัสเข้าใจความน่ากลัวของการเพิ่มระดับผลึกดินแดนมากยิ่งขึ้นและอดไม่ได้ที่จะหันกลับมามองหน้าต่างระบบอีกครั้ง

            “นี่หมายความว่าหากข้าเพิ่มระดับอีกรอบจนทำให้กลายเป็นชั้น 3 มอนเตอร์ที่มาก็จะมี 3 หมื่นตัวเลยสินะ”

            “ค..ค่ะ!”

            กัสนิ่งไปเล็กน้อยพลางมองดู DP ที่เหลืออยู่ซึ่งเหลืออยู่ 1 หมื่นเศษๆ และมีเศษหลักร้อยอยู่ 110 หน่วยซึ่งได้มาจากการฆ่ามอนเตอร์ชุดแรกไป

            มอนเตอร์ธรรมดานั้นให้ DP 1 หน่วยต่อตัว ส่วนจ่าฝูงนั้นให้ DP 10 หน่วย การเพิ่มระดับชั้นจะทำให้ DP ที่ได้จากมอนเตอร์เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

            ในตอนนี้เป็นชั้น 2 ระดับ 9 มอนเตอร์ธรรมดาจะให้ DP 2 หน่วย จ่าฝูงให้ DP 20 หน่วย ซึ่งตอนนี้พวกมันจะบุกมาถึง 2 หมื่นตัวซึ่งเท่ากับว่ากัสจะได้ DP ในแต่ละรอบถึง 4 หมื่นกับอีก 40 หน่วยเลยทีเดียว

            “นี่ถ้าข้าเพิ่มระดับต่อไป มอนเตอร์ธรรมดาจะให้ DP กี่หน่วย 3 หน่วยหรือ 4 หน่วย”

            “3 หน่วยค่ะนายท่าน! DP ที่เพิ่มจะอิงตามระดับชั้นค่ะ ไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบทบทวี!”

            กัสพยักหน้ารับน้อยๆ เป็นเชิงเข้าใจจากนั้นก็กดลงไปอีกรอบทำเอาเกรย์แรทถึงกับหน้าซีด

            เมื่อเห็นสภาพของเกรย์แรทกัสก็อดรู้สึกสงสารเธอไม่ได้จนต้องรีบปลอบโดยการชี้ให้เห็นรายการผลึกชนิดหนึ่งที่อยู่บนหน้าจอ

            “ไม่ต้องห่วงน่า ข้าไม่ปล่อยให้พวกเจ้าลำบากหรอก! ดูนี่สิ หากตอนไหนข้าเหนื่อยข้าจะใช้ผลึกแห่งสันติสุขนี้เพื่อหยุดการรุกรานของมอนเตอร์ให้เอง แบบนี้พวกเจ้าก็ไม่ต้องฝืนปะทะกับมอนเตอร์แล้ว!”

            รอยยิ้มของเกรย์แรทกลายเป็นรอยยิ้มเต็มฝืนแล้ว เธอเริ่มไม่เข้าใจแล้วว่านายท่านของพวกเธอนำพวกเธอมาเพื่ออะไรกันแน่เพราะมันเห็นได้ชัดว่าความสามารถของพวกเธอนั้นไม่เพียงพอต่อการรับมือมอนเตอร์ระดับนี้

            ไหนจะคำพูดของกัสที่พูดเหมือนกับกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิดอีก ราวกับเขาไม่มีความต้องการที่จะใช้งานพวกเธอแต่แรก

            เมื่อได้ยินข่าวนี้สีหน้าของเหล่านักรบที่ป้องกันทางเข้าอยู่ก็ถึงกับซีดขาว พวกมันสับสนและหวาดกลัวแต่ก็ไม่กล้าหลบหนีไปไหนนอกจากยืนกุมอาวุธแน่นจนนิ้วมือซีดขาว

            สภาพที่น่าสงสารนี้ทำให้กัสอมยิ้มน้อยๆ ด้วยความพึงพอใจเพราะเขาได้เห็นสภาพจิตใจและความกล้าหาญของคนเหล่านี้ผ่านสถานการณ์นี้แล้ว

            “ท่านพี่ไม่ใจร้ายไปหน่อยหรือคะ..ไม่อธิบายให้พวกเขาเข้าใจจะดีหรอคะ”

            “ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากอธิบาย แต่ข้าไม่จำเป็นต้องอธิบายต่างหาก ข้าเป็นเจ้านายของพวกมัน หากเจ้านายต้องคอยอธิบายให้ทาสฟังทุกเรื่องแบบนี้ เจ้าคิดว่ามันจะดีงั้นหรือ”

            ได้ยินแบบนั้นน้องสาวคนโตก็เข้าใจ เธอรู้ว่าพี่ชายของเธอไม่ใช่คนโหดร้าย แต่สถานะก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่ควรยึดถือเอาไว้

            สถานะของนายบ่าวนั้น ต่างกับนายและทาส มันมีจุดยืนที่ต้องรักษาไว้เช่นกันเพื่อไม่ให้เสียการปกครอง สิ่งนี้นับเป็นสิ่งที่มีไว้ป้องกันไม่ให้ทาสหลงลืมตนเองจนคิดว่าเจ้านายเป็นเพื่อน

            อีกอย่างหนึ่งกัสเองก็จงใจทำแบบนี้เพื่อดูสภาพจิตใจของผู้คนในกองทัพนี้ด้วยเช่นกัน เขาอยากรู้ว่ากองทัพนี้มีค่าให้เขาสนับสนุนหรือไม่

            ผลลัพธ์นั้นน่าพอใจทีเดียว หลังจากที่เกรย์แรทรู้ว่าไม่อาจหยุดกัสได้เธอก็ไม่ได้ขอให้คนของเธอถอยหนี หากแต่รีบวิ่งไปยังค่ายนักรบและสั่งเคลื่อนพลแบบเร่งด่วนเพื่อส่งกำลังคนจำนวนมากออกมาเสริมให้กับแนวรบทั้ง 4 จนตอนนี้ขบวนทัพที่ตั้งขวางทางเข้าออกขยายตัวขึ้นถึง 3 เท่าตัว

            จำนวนนี้ยังนับว่าน้อยเพราะเกรย์แรทไม่สามารถระดมกำลังทั้งหมดมาได้ในทันทีเพราะนักรบส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในสภาพเตรียมพร้อม เนื่องจากพวกมันไม่คิดว่านายท่านคนใหม่จะต้องใช้งานพวกมันเร็วขนาดนี้

            เรื่องที่กัสเพิ่งจะบุกเบิกดันเจี้ยนนั้นถูกแจ้งมาให้กองทัพเสบียงทราบตั้งแต่ตอนเรียกเกรย์แรทมาทำสัญญาว่าจ้างแล้ว ดังนั้นพวกมันจึงไม่คิดว่าถูกคนจะถูกเรียกตัว ทำให้กองกำลังที่เตรียมพร้อมรออยู่มีเพียงส่วนเล็กๆ แค่ 2 ร้อยกว่าคน

            ทว่าตอนนี้กองกำลังถูกสั่งให้เคลื่อนพลอย่างเร่งด่วนทำให้กองกำลังกว่า 1 พันคนต้องเคลื่อนไหวอย่างเร่งรีบจนขาดความเป็นระเบียบไปบ้าง แต่ก็ยังนับว่ามีความพร้อมในระดับหนึ่ง

            กัสมองภาพนี้ด้วยความพอใจ ก่อนจะมองออกไปผ่านทางสัมผัสวิญญาณเพื่อดูฝูงมอนเตอร์ 3 ฝูงที่เคลื่อนขบวนมาราวกับคลื่นน้ำสีดำ

            มอนเตอร์ทั้ง 3 ฝูงแยกย้ายกันบุกเข้ามาจาก 3 ทิศทาง

        หนึ่งมาจากทิศเหนือเป็นมอนเตอร์สามัญอย่างหมาป่า ซึ่งตอนนี้ตัวโตกว่าเดิมมาก หมาป่าธรรมดาในตอนนี้ใหญ่เท่ากับหมาป่าจ่าฝูงของรอบก่อนเลยทีเดียว ส่วนตัวจ่าฝูงรอบนี้ใหญ่เกือบ 5 เมตร

            อีกฝูงหนึ่งเป็นมอนเตอร์ประเภทอมนุษย์ระดับต่ำ ซึ่งดูเหมือนปีศาจน้อยที่รู้จักใช้อาวุธ พวกมันมีร่างกายเล็กและดูน่าเกลียดมีอาวุธขึ้นสนิมสวมใส่อยู่บนร่างและกำลังเคลื่อนขบวนมาจากทิศตะวันออก

            สุดท้ายคือมอนเตอร์ประเภทสัตว์เลื้อยคลานที่ดูเหมือนกิ้งก่าขนาดเล็กที่ใหญ่ราวครึ่งเมตร มีเกล็ดสีแดงสดใสและสามารถพ่นไฟได้และมีจ่าฝูงที่มีขนาดใหญ่เกือบ 2 เมตรวิ่งนำหน้าขบวนมาจากทางทิศตะวันตก

            ขบวนสุดท้ายนี้กัสค่อนข้างสนใจเล็กน้อยเพราะเขาอยากรู้ว่าพวกมันจะข้ามผ่านเทือกเขามาหรือจะวิ่งอ้อมทำให้เขาไม่รีบจัดการพวกมันในทันที

            ขณะที่กัสเฝ้ามองพวกมันอยู่เงียบและตัดสินใจที่จะลงมือ เสียงหวีดร้องของธนูสัญญาณก็ดังมาจากทิศเหนือ

            พริบตานั้นเกรย์แรทที่มีสีหน้าเคร่งเครียดก็มองไปยังทิศทางที่เกิดเสียง เธอมองไปยังทิศเหนือแล้วรีบรายงานกัสในทันที

            “นายท่าน! ศัตรูกลุ่มแรกมาจากทางทิศเหนือค่ะ!!”

            “หืม! อ๋อ..ข้าเข้าใจแล้ว..”

            กัสพูดต่อยังไม่ทันจบเสียงสัญญาณก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันดังมาจากทิศตะวันตกซึ่งเกรย์แรทก็รายงานเขาอีกครั้งราวกับไม่รู้ว่าเขารู้อยู่ก่อนแล้ว

            สุดท้ายคือสัญญาณที่ดังมาจากทิศตะวันออกที่เป็นพวกอมนุษย์ที่เคลื่อนตัวได้ช้าที่สุดทำให้สัญญาณของพวกมันมาหลังจากสองกลุ่มแรก

            เมื่อเห็นความตั้งใจที่น่าชื่นชมของเกรย์แรท กัสที่คิดจะลงมือก็ตัดสินใจหยุดมือเอาไวก่อนเพื่อดูว่าเธอจะลงมือยังไง

            ช่วงเวลาที่เขารอคอยอยู่นั้น หน่วยสำรวจก็วิ่งกลับมาถึงและรีบรายงานความคืบหน้าของพวกมอนเตอร์ให้กัสฟังอย่างละเอียดในทันทีทำให้เขาทราบตำแหน่งของพวกมอนเตอร์ได้อย่างชัดเจนจนน่าทึ่งเพราะเขาพบว่ารายงานฉบับนี้แจ้งตำแหน่งได้ใกล้เคียงกับตำแหน่งที่แท้จริงมาก

            เมื่อได้ยินรายงานทั้งหมดสีหน้าของเกรย์แรทก็ดูเครียดมากขึ้น เธอหันไปทางทิศเหนือด้วยความกังวลเพราะเธอรู้ดีว่าแม่น้ำที่กว้างเพียง 2 เมตรและลึกเพียงสิบเซนติเมตรนั้นไม่มีทางเลยที่จะหยุดฝูงหมาป่าเอาไว้ได้

            “นายท่าน!! พวกมันมาถึงแล้วค่ะ!! ได้โปรดออกคำสั่งด้วยค่ะ!!”

            พูดจบเกรย์แรทก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งราวกับแม่ทัพผู้กล้าที่รอรับคำสั่งจากนายเหนือหัวของตน

            กัสมองภาพนี้แล้วอมยิ้มน้อยๆ จากนั้นก็มองไปทางหน่วยตรวจสอบที่หอบหายใจหนักและมองตรงมายังเขาด้วยสายตาคาดหวัง

            “เกรย์แรทรับคำสั่ง!!”

            “ค่ะ!!”

            “สั่งให้ทุกคนประจำตำแหน่งไว้อย่าได้เคลื่อนไหวหากไม่มีคำสั่ง!!”

            สิ้นคำสั่งกัสก็เดินออกไปท่ามกลางความตกตะลึงของเกรย์แรทและหน่วยสำรวจที่วิ่งกลับมารายงาน

            “ไม่ต้องห่วง ข้ารู้ดีว่าข้ากำลังทำอะไรอยู่ หากข้าไม่มั่นใจว่าสามารถรับมือพวกมันได้ข้าไม่มีทางนำพวกเจ้าไปเสี่ยงแน่..”

            พูดจบกัสก็ยกมือขึ้นและสะบัดออกไปด้านหน้า พริบตานั้นท้องฟ้าก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำ หัวสิงโตสีดำนับหมื่นปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าก่อนจะบินออกไปด้วยความเร็วสูงมุ่งตรงไปยังทิศเหนือราวกับก้อนเมฆสีดำที่น่ากลัว

            

คล้ายกับเรื่องGustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ ที่คุณอ่าน

ระบบเปลี่ยนชีวิต

ระบบเปลี่ยนชีวิต

นิยาย แฟนตาซี
627K 658
นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
215K 948
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.87M 2430
ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

นิยาย แฟนตาซี
235K 400
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.58M 3137
[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
231K 405
ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

นิยาย แฟนตาซี
73K 77