สุดยอดนักผจญภัย

    ตัวตนของไลท์

    เบเรียลที่ทำให้ผู้ติดตามของนายน้อยโลร์คซากลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งแล้วก็เดินกลับมายืนด้านข้างไลท์ 

    ตอนนี้นายน้อยเมอร์ด็อกมองไปที่เบเรียลด้วยความหวาดกลัว ความคิดที่จะทำให้เบเรียลกลายเป็นผู้หญิงของตัวเองได้สลายหายไปเป็นที่เรียบร้อย และเขายังคิดว่าเบเรียลจะต้องเป็นจอมเวทย์น้ำแข็งระดับAอย่างแน่นอน เพราะการที่ทำให้ผู้ติดตามของโลร์คซากลายเป็นน้ำแข็งได้จะต้องแข็งแกร่งในระดับA 

    “ สารเลวเอ้ย!! ” นายน้อยโลร์คซาคำรามด้วยความโกรธ ซึ่งคนอื่นๆเองก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไร เพราะพวกเขาหวาดกลัวต่อความแข็งแกร่งของเบเรียล 

    แม้แต่เซเรมี่ที่อยู่ด้านมองดูเหตุการณ์ก็ยังต้องขมวดคิ้วเพราะความแข็งแกร่งของเบเรียลมันเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจ นอกจากนี้ดูเหมือนว่าอายุของเบเรียลจะมากกว่าเธอไม่มากแต่ทำไมความแข็งแกร่งถึงต่างกันขนาดนี้ 

    “ สองคนนี้เป็นใครกันแน่ ” เซเรมี่พึมพำเบาๆด้วยความสนใจ เนื่องจากเธอเองก็เป็นผู้หญิงเพราะงั้นเธอจึงรู้ดีว่าการที่จะฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้ชายนั้นเป็นอะไรที่ทำได้ยากมากๆ แต่ตอนนี้ก็มีหญิงสาวที่แข็งแกร่งกว่าเธอปรากฏขึ้นมาด้วยเหตุนี้ทำให้เธอรู้สึกสนใจในตัวของเบเรียลอย่างมาก 

    “ นายคือนายน้อยโลร์คซาใช่ไหมในฐานะที่เป็นเจ้าภาพงานคืนนี้งั้นฉันจะไว้หน้านายสักหน่อยแล้วกัน ” ไลท์หัวเราะขึ้นและหันไปมองเบเรียล

    เบเรียลพยักหน้าและโบกมือขึ้นอีกครั้ง 

    ประติมากรรมน้ำแข็งทั้งสองก็ระเบิดออกจนร่างของผู้ติดตามของโลร์คซาก็หล่นมานอนกับพื้นพร้อมกับตัวสั่นเทาด้วยความหนาวเย็น 

    นายน้อยเมอร์ด็อกมองเหตุการณ์นี้เหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ร่างกายของเขาก็สั่นขึ้นเบาๆ พร้อมกับคิดว่าโชคดีแล้วที่เขาไม่ได้ไปหาเรื่องเธอไม่งั้นเขาคงได้กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งแบบนี้แน่

    “ อ่อฉันขอบอกอะไรไว้สักอย่างนะ แคสเตอร์ กิอัสและคูโทสเป็นเพื่อนของฉัน ถ้าหากพวกแกกล้าลงมือกับเพื่อนของฉันล่ะก็ ฉันจะจัดการพวกแกทั้งหมด ” ไลท์มองไปที่กลุ่มของนายน้อยโลร์คซาและคนอื่นๆ 

    ทันทีที่ไลท์พูดจบเขาก็เดินขึ้นไปชั้นบนโดยที่กลุ่มของเซเรมี่รีบหลบให้ 

    หลังจากที่ไลท์ขึ้นไปแล้ว

    ทางฝั่งของนายน้อยโลร์คซาก็คำรามด้วยความโกรธอีกครั้ง

    “ พวกมันเป็นใครกัน!! ” นายน้อยโลร์คซาตะโกนขึนด้วยความโกรธ 

    “ โลร์คซาฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกมันเป็นใครและดูเหมือนว่ามันจะไม่หวาดกลัวพวกเราเลยด้วยซ้ำ ” เมอร์ด็อกพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่่งเครียด 

    “ ฉันอยากจะรู้นักว่าพวกมันเป็นใคร ส่งคนไปสืบมาซะ!! ” นายน้อยโลร์คซาหันไปหาผู้ติดตามด้านหลังของเขา

    “ ครับนายน้อย ” ผู้ติดตามพยักหน้ารับและหายตัวไปทันที

    หลังจากที่จัดการกับอารมณ์โกรธได้แล้วโลร์คซาก็พาคนอื่นๆขึ้นที่ไปชั้นสามทันที 

    ภายในห้องส่วนตัวที่ชั้นสาม อาหารเป็นแบบยืนกินเพราะฉะนั้นทุกคนจึงสามารถยืนคุยกันได้ตลอดเวลา 

    ไลท์และเบเรียลเดินตักอาหารมายืนกินอยู่ที่มุมห้อง โดยที่มีพวกแคสเตอร์ยืนอยู่ไม่ห่าง

    พวกกิอัสและคูโทสได้แต่มองหน้ากันและไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอย่างไงดีแต่ก็ได้แคสเตอร์ที่เป็นฝ่ายปลอบใจและบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องที่จะเกิดขึ้นยังไงก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

    นอกจากนี้ทั้งสองก็ยังมองไปที่เบเรียลด้วยความหวาดกลัว การที่จะจัดการตัวตนระดับAได้ง่ายๆแบบนี้เธอจะต้องแข็งแกร่งขนาดไหนกัน 

    ไม่นานหลังจากที่พวกนายน้อยโลร์คซาเข้ามาในห้องแล้ว ทุกๆคนก็พากันเข้าไปกล่าวทักทายทันที

    พวกโลร์คซามองมาที่กลุ่มของไลท์ด้วยแววตาเย็นชา แต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรเพราะหวาดกลัวความแข็งแกร่งของเบเรียล

    หลังจากนั้นงานเลี้ยงก็เริ่มขึ้น 

    งานเลี้ยงนี้ก็ไม่มีอะไรมากเพียงแค่งานพูดคุยของเหล่าลูกขุนนางเท่านั้น 

    พวกไลท์ยืนอยู่ที่มุมห้องโดยที่ไม่มีใครเข้ามารบกวน แน่นอนว่าไลท์และเบเรียลก็ไม่ได้ใส่ใจ

    หลังจากที่งานเริ่มไปแล้วครู่หนึ่งก็มีคนเปิดประตูเข้ามาภายในห้อง

    เป็นชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปลายๆใบหน้าดูเย็นชามีรอยแผลที่ใบหน้า เขาไม่ได้สวมชุดหรูหราเพียงแค่ใส่เสื้อผ้าธรรมดาเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการสะพายดาบไว้ที่หลังอีกด้วย 

    เมื่อชายหนุ่มคนนี้เดินเข้ามาทุกๆคนก็พากันประหลาดใจและรีบวิ่งเข้าไปทักทายทันที 

    “ พี่ใหญ่วอร์ส ” ไม่ว่าจะเป็นโลร์คซาหรือเมอร์ด็อกและเซเรมี่ก็รีบวิ่งมาทักทาย

    ไลท์มองไปที่วอร์สด้วยความสนใจเพราะออร่าของชายหนุ่มคนนี้อยู่ในระดับA 

    “ แคสเตอร์เจ้าหมอนั้นเป็นใครกัน? ” ไลท์ถามขึ้นด้วยความสงสัย 

    “ ลูกพี่ ชายคนนี้ชื่อว่าวอร์ส เขาเป็นลูกชายของมาร์ควิสวาร์กัส นอกจากนี้วอร์สยังเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาลูกขุนนางในรุ่นนี้และเขายังเป็นลูกศิษย์ของท่านบาลุคอีกด้วย ” แคสเตอร์พูดขึ้น

    “ ลูกศิษย์ของบาลุคงั้นหรอ…น่าสนใจ! ” ไลท์มองไปที่วอร์สพร้อมกับยิ้มขึ้นเบาๆ 

    วอร์สที่กำลังทักทายกับคนอื่นๆอยู่เขาก็รู้สึกถึงการจ้องมองเขาจึงมองไปยังจุดที่พวกไลท์อยู่ 

    “ พวกนั้นเป็นใคร? ” วอร์สถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะเขาไม่เคยเห็นไลท์มาก่อนนอกจากนี้สัญชาตญาณของเขายังบอกอีกว่าชายคนนี้แข็งแกร่งอย่างมาก 

    “ ไม่รู้เหมือนกันพี่ใหญ่วอร์ส แต่เจ้าพวกนั้นมันหยิ่งผยองอย่างมากแถมยังบอกว่าท่านบาลุคก็ยังไม่กล้าที่จะมีปัญหากับมัน ” เมอร์ด็อกรีบจุดไฟเผาทันที แน่นอนว่าคนอื่นๆเองก็พากันใส่ความด้วยเช่นกัน 

    “ มันกล้าพูดแบบนั้นจริงๆใช่่ไหม? ” วอร์สพูดขึ้นด้วยความเย็นชา คนที่กล้าดูถูกอาจารย์ของเขาจะต้องถูกลงโทษ 

    “ ใช่แล้วพี่ใหญ่ อีกอย่างดูเหมือนว่ามันจะแข็งแกร่งจริงๆนะ โดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆที่อยู่ข้างมันสามารถเอาชนะผู้ติดตามของผมที่อยู่ในระดับAได้ถึงสองคนด้วยการโจมตีเดียว ” โลร์คซาพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ 

    วอร์สพยักหน้าเล็กน้อยและเดินไปหาพวกไลท์ 

    “ นายพูดจาดูถูกอาจารย์ของฉันงั้นหรอ? ” วอร์สถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    “ อาจารย์ของนายหมายถึงคุณบาลุคน่ะหรอ? ” ไลท์ยิ้มขึ้น

    “ ใช่อาจารย์ของฉันคือท่านบาลุค ” วอร์สพยักหน้า

    “ ฉันก็ไม่ได้จะดูถูกอะไรเขาหรอกนะ ฉันแค่บอกว่าแม้แต่บาลุคก็ไม่กล้ามีปัญหากับฉันเลยด้วยซ้ำและอีกอย่างนะถ้าไม่ใช่เพราะฉันอาจารย์ของนายน่ะได้ตายไปแล้วที่เมืองคาร์ซัส ” ไลท์ยิ้มขึ้นพร้อมกับจับไหล่ของวอร์ส 

    วอร์สที่ได้ยินคำพูดของไลท์ก็ขมวดคิ้วแน่นและคิดถึงสิ่งที่ไลท์พูด 

    ถ้าไม่มีเจ้าหมอนี้อาจารย์ก็จะตายไปแล้วที่เมืองคาร์ซัส

    เมืองคาร์ซัสตอนนั้นอาจารย์เกือบถูกฆ่าตายโดยจอมระเบิดอาร์คโทเน่แล้วก็มีนักผจญภัยคนหนุ่มเข้ามาช่วยอาจารย์และสามารถจัดการกับจอมระเบิดอาร์คโทเน่ได้ 

    หลังจากที่บาลุคกลับมาที่เมืองหลวงไวท์บาเบลแล้วเขาก็ได้เล่าเรื่องนี้ให้กับวอร์สฟัง จนทำให้วอร์สรู้ว่ายังมีคนที่แข็งแกร่งแต่อายุน้อยกว่าเขาก็มีเยอะแยะ

    รู้สึกว่านักผจญภัยคนนั้นจะชื่อไลท์ ฉายายมฑูตสีทอง อายุประมาณสิบแปดสิบเก้า ส่วนใบหน้าของไลท์ก็เหมือนกันเจ้าหมอนี้เลยแหะ

    เดี๋ยวนะ 

    เหมือนกับเจ้าหมอนี้!!

    วอร์สตัวสั่นก่อนที่จะรีบหยิบหนังสือพิมพ์ออกมาดู ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่มีรูปของไลท์ที่กำลังต่อสู้อยู่กับอาร์คโทเน่ 

    วอร์สถึงขั้นเอาหนังสือพิมพ์มาเทียบกับใบหน้าของไลท์อยู่หลายทีจนในที่สุดเขาก็รู้ว่าชายด้านหน้าเขาก็คือไลท์ยมฑูตสีทองตัวจริงเสียงจริง ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นนักผจญภัยระดับSSคนที่แปดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะหยิ่งผยองเพราะความแข็งแกร่งของเขานั้นสามารถหยิ่งหยองได้ทุกที่

    ส่วนผู้หญิงสวยๆที่อยู่ด้านข้างของไลท์ก็น่าจะเป็นเทพธิดาเหมันต์เบเรียล

    ทันใดนั้นวอร์สก็ทำในสิ่งที่ทุกคนในห้องพากันคาดไม่ถึง

    วอร์สโค้งคำนับให้กับไลท์และพูดขึ้นว่า “ ผมไม่ทราบว่าท่านคือท่านไลท์ ผมต้องขอโทษด้วยครับ ถ้าหากอาจารย์ของผมรู้ว่าผมได้หาเรื่องท่านไลท์เกรงว่าอาจารย์ของผมคงได้เอาดาบไล่ฟันผมแน่ๆ ” 

    “ ทำไมคุณบาลุคโหดร้ายแบบนี้นะ ” ไลท์หัวเราะและส่ายหน้าเบาๆ 

    “ ถ้าหากอาจารย์รู้ว่าท่านไลท์มาที่นี้ผมเกรงว่าเขาคงรีบมาหาท่านไลท์อย่างแน่นอน ” วอร์สพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม

    “ งั้นนายก็บอกอาจารย์ของนายสิว่าฉันมาแล้ว อ่อแล้วก็บอกด้วยว่าฉันอยากได้เหล้าอร่อยๆเป็นการต้อนรับด้วยนะ ” ไลท์พูดพร้อมหัวเราะออกมา 

    “ ไม่มีปัญหาครับ ” วอร์สยิ้มและหยิบเครื่องมือสื่อสารและติดต่อไปหาอาจารย์ของเขาทันที

    ส่วนคนที่ดูอยู่รอบๆก็พากันตกใจ พวกเขาไม่คิดว่าพี่ใหญ่วอร์สที่แข็งแกร่งและยังเป็นลูกศิษย์ของท่านบาลุคก็ยังต้องโค้งคำนับให้กับชายหนุ่มคนนั้น

    “ เจ้านั้นเป็นใครกันแน่ ” ครั้งนี้ทุกๆคนได้แต่สงสัยถึงตัวตนของไลท์ 

    แม้กระทั้งสองสหายอย่างกิอัสและคูโทสก็ยังรู้สึกประหลาดใจ มีเพียงแค่เบเรียลและแคสเตอร์เท่านั้นที่ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะทั้งสองรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น 

    หลังจากที่วางสายไปแล้ววอร์สก็พูดขึ้นว่า “ ท่านไลท์อาจารย์บอกว่าจะรีบมาทันที ” 

    “ เข้าใจแล้ว ” ไลท์พยักหน้าและกินอาหารต่อ

    “ จริงสิเมื่อกี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นหรอครับ? ” วอร์สถามขึ้นด้วยความสงสัย

    ไลท์จึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้วอร์สฟัง

    จากนั้นวอร์สก็มองไปที่แคสเตอร์ “ นายนี้โชคดีจริงๆที่สามารถเป็นเพื่อนกับท่านไลท์ได้ ” 

    การที่เป็นเพื่อนกับตัวตนระดับSSได้นี้แสดงให้เห็นว่าอนาคตของแคสเตอร์จะต้องรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน 

    “ นายชื่อแคสเตอร์สินะ ถ้าหากมีปัญหาอะไรนายสามารถมาหาฉันได้ทุกเมื่อ ” วอร์สพูดพร้อมกับหยิบนามบัตรของเขาให้กับแคสเตอร์ เพราะเขารู้ดีว่าอนาคตแคสเตอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากไลท์จะต้องยิ่งใหญ่ขึ้นมาเพราะฉะนั้นเขาจะต้องตีสนิทเอาไว้ก่อน 

    “ ขอบคุณมากนายน้อยวอร์ส ” แคสเตอร์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

    “ นายน้อยอะไรกัน นายต้องเรียกฉันว่าพี่ใหญ่ ” วอร์สส่ายหน้าและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    ไลท์ที่เห็นก็ยิ้มขึ้น ดูเหมือนว่าวอร์สจะเป็นคนที่ฉลาดและปรับตัวได้เร็ว

    ทันใดนั้นเซเรมี่ก็เดินเข้ามาพร้อมกับความสงสัย

    “ พี่ใหญ่วอร์สเกิดอะไรขึ้น? ” เซเรมี่ถามด้วยความสงสัย 

    วอร์สมองไปทีเซเรมี่และก็ครุ่นคิดอะไรบางอย่างออก

    “ เซเรมี่ถ้าหากเธออยากจะแข็งแกร่งกว่านี้เธอควรทำความรู้จักและเรียนรู้กับท่านไลท์เอาไว้นะ ” วอร์สพูดขึ้น

    “ ท่านไลท์? หมายความว่ายังไงพี่ใหญ่วอร์ส? ” เซเรมี่สงสัย

    “ ก็ท่านไลท์คือคนที่แข็งแกร่งแม้แต่อาจารย์ก็ยังสู้ไม่ได้ ” วอร์สพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังและก็แฝงไปด้วยความเคารพ 

    เซเรมี่ที่ได้ยินก็ตกใจและมองไปที่ชายหนุ่มด้านหน้าเธอด้วยความไม่อยากเชื่อ นอกจากนี้ชายหนุ่มคนนี้ดูเหมือนว่าจะอายุน้อยกว่าเธอหลายปีด้วยแต่พี่ใหญ่วอร์สบอกว่าชายหนุ่มคนนี้สามารถเอาชนะท่านบาลุคได้

    เซเรมี่ไม่ใช่คนโง่ เธอค่อยๆเรียบเรียงความคิดของเธอทันที 

    ชายหนุ่มอายุน้อย ชื่อไลท์ แถมยังแข็งแกร่งกว่าท่านบาลุค 

    ทันใดนั้นดวงตาของเซเรมี่ก็สว่างวาบ! 

    “ ท่านไลท์ หรือว่าท่านคือยมฑูตสีทอง!! ” เซเรมีถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น 

    “ ถ้าหากไม่มีคนอื่นที่ชื่อไลท์เหมือนกับฉัน ก็น่าจะเป็นฉันนี้แหละ ” ไลท์ยิ้ม

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    เสียงกรี๊ดของเซเรมี่ดังขึ้นทำให้ทุกๆคนในงานพากันตกใจ แม้แต่วอร์สที่อยู่ด้านข้างก็ยังตกใจจนกระโดดหนี 

    “ เกิดอะไรขึ้นเซเรมี่!! ” แคสเตอร์รีบถามด้วยความเป็นห่วง 

    “ ท่านไลท์ฉันเป็นแฟนคลับของท่านไลท์ ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าจะมาเจอท่านไลท์ที่นี้ ฉันต้องขอโทษด้วยที่ไม่สามารถจดจำท่านไลท์ได้ตั้งแต่แรกเห็น จริงสิท่านไลท์ได้โปรดเซ็นต์ชื่อลงบนนี้ด้วย ” เซเรมีรีบหยิบโปรสเตอร์รูปไลท์ที่ยืนอยู่บนท้องฟ้าและมีดาบสีทองนับหมื่นลอยอยู่ด้านหลัง 

    เซเรมีเธอก็ไม่ใช่จอมเวทย์แต่เธอเป็นนักดาบที่ฝึกฝนตัวเองอย่างหนัก และเมื่อหลายเดือนก่อนไลท์ก็ปรากฏตัวขึ้นในฐานะนักดาบที่แข็งแกร่งสามารถสังหารตัวตนระดับSได้หลายคนและยังสามารถจับกุมจอมเวทย์อมตะคาลอสที่เป็นถึงตัวตนระดับSSได้ ทำให้เซเรมี่กลายเป็นแฟนคลับของไลท์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

    เพียงแต่ไลท์ในปกติที่ไม่ได้ทำผมทรงนี้และสวมเพียงแค่เสื้อผ้าธรรมดาจึงทำให้เซเรมีจำไลท์ไม่ได้ 

    ไลท์และคนอื่นๆพากันช็อค พวกเขาไม่คิดเลยว่าเซเรมี่จะเป็นแฟนคลับของไลท์แบบนี้ และดูเหมือนว่าจะมีรูปโปสเตอร์ของไลท์เป็นจำนวนมากแน่ๆ 

    ไลท์จึงเซ็นต์ชื่อลงบนโปสเตอร์ให้กับเซเรมี 

    เซเรมีดีใจมากจนถึงขั้นกอดรูปโปสเตอร์และกลัวคนอื่นจะมาแย่งของเธอไป 

    คนอื่นๆก็พากันตกใจที่เห็นว่าเซเรมี่ทำตัวแบบนี้เพราะปกติแล้วเธอเป็นคนที่มีนิสัยเย็นชามากๆจนไม่มีใครกล้าที่จะไปคุยกับเธอ

    แคสเตอร์เองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกันที่เห็นเซเรมี่เป็นแบบนี้ พร้อมกับคิดว่าถ้าหากรู้แบบนี้ล่ะก็เขาคงพาเซเรมี่มาหาลูกพี่เพื่อทำคะแนนแล้ว

    ส่วนทางด้านสองสหายก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ แต่ทั้งสองก็รู้ได้อย่างหนึ่งว่าตัวตนของไลท์นั้นยิ่งใหญ่กว่าที่ทุกๆคนคิดอย่างแน่นอน เพราะดูจากท่าทีของนายน้อยวอร์สและคุณหนูเซเรมี่แล้ว

    โลร์คซาและเมอร์ด็อกมองหน้ากันก่อนที่จะรู้สึกว่าพวกเขาน่าจะเจอตอเข้าให้แล้ว 

    ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกห้องงานเลี้ยงก่อนที่จะมีคนเปิดประตูเข้ามาด้วยความเร็ว

    ทุกๆคนที่เห็นว่าคนที่เปิดประตูคือท่านบาลุคก็พากันแน่นิ่งและทำอะไรไม่ถูก อีกอย่างก็ไม่มีใครรู้ว่าท่านบาลุคจะมาที่งานเลี้ยงแห่งนี้