กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    เล่มที่ 3 บทที่ 8

    หยางอี้กระโดดเหยียบตามโขดหินในลำธารไปเรื่อยๆโดยไม่รีบร้อน เดิมทีหากจะขึ้นไปยังธารน้ำตก สำหรับชายหนุ่มที่บรรลุขั้น 3 ของย่างก้าวมายาสวรรค์นั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ด้วยเกรงว่าหากแสดงออกมากไป กลุ่มคนที่แอบติดตามมาจะไม่กล้าลงมือ หยางอี้จึงเลือกค่อยๆลัดเลาะไปตามชั้นหินแทนตอนที่หยางอี้สำรวจบริเวณนี้เพื่อหาหญ้าบัวราตรีนั้น เขาได้ค้นพบว่าหลังม่านน้ำตกนี้มีถ้ำอยู่ และที่สำคัญภายในถ้ำนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังปราณประเภทเดียวกับหญ้าบัวราตรี หยางอี้มั่นใจว่าถ้ำแห่งนี้ยังไม่มีใครพบมาก่อน อย่างน้อยก็ในรอบร้อยปีนี้เมื่อมาถึงด้านล่างหยางอี้ไม่รอช้าทันที โน้มตัวลงสายตาจ้องมองไปยังบริเวณกลางม่านน้ำตกก่อนจะกระโดดขึ้นทะยานเข้าสู่ม่านน้ำไปเมื่อผ่านเข้ามาสิ่งที่มองเห็นทำให้หยางอี้กลายเป็นตกตะลึงอย่างมาก ก่อนที่ชายหนุ่มจะหัวเราะออกมาอย่างลิงโลด แม้ในยามราตรีแต่ภายในถ้ำแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยแสงสว่างสีฟ้า หญ้าบัวราตรีนับร้อยบานสะพรั่งรับแสงจันทร์ที่ทะลุผ่านม่านน้ำตกเข้ามาอย่างพร้อมเพรียงทว่าหญ้านับร้อยนี้ยังมิใช่สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มตกตะลึง ด้านในสุดท่ามกลางหญ้าบัวราตรีนับร้อยที่บานรับแสงจันทร์ ปรากฎกอหญ้าสีฟ้าขนาดใหญ่บานออกถึงหนึ่งเมตร จำนวนใบของมันนั้นดูคร่าวๆเกินกว่า 50 ใบแน่นอน หยางอี้จ้องมองไปยังมันอย่างยินดีก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปอย่างระมัดระวังหยางอี้สำรวจรอบข้างอีกครั้งก่อนจะเริ่มนับใบของหญ้าบัวราตรีเพื่อคัดเอา 11 ต้นที่มีอายุมากที่สุด การพบเจอขุมทรัพย์เช่นนี้นับว่าชายหนุ่มมีโชคอย่างมาก“ฮ่าๆ มันมิใช่เพียง 50 ปี แต่นี่มันคือหญ้าบัวราตรี 100 ปี”หยางอี้จ้องมองไปยังต้นหญ้าขนาด 1 เมตรที่เบื้องหน้า ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น เมื่อเข้ามาใกล้ๆแล้ว ชายหนุ่มจึงเห็นว่าด้านในของต้นนี้ยังมีใบหญ้าอีกหลายใบขึ้นเรียงเป็นชั้นๆราวกับดอกบัวจริงๆ เมื่อกำหนดเป้าหมายได้เรียบร้อยแล้วหยางอี้ก็เริ่มขุดต้นหญ้าบัวราตรีออกมาแล้วเก็บเข้าถุงมิติทันทีเวลาผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม ด้วยความระมัดระวังในที่สุดหยางอี้ก็เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ครั้งนี้เสร็จสิ้น นับว่าโชคดีที่เมื่อขุดรากหญ้าบัวราตรีขึ้นมาแล้วใบหญ้าทั้งหมดจะหุบกลับเป็นดังดอกบัวตูมเหมือนเดิม มิฉะนั้นแล้วการถือหญ้าบัวราตรี 100 ปีออกไปดูจะไม่ค่อยปลอดภัยเสียเท่าไหร่หลังจากเรียบร้อยหยางอี้จึงออกจากถ้ำหลังน้ำตกไปด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี การเสี่ยงโชคครั้งนี้นับว่าคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม ใครจะไปคิดว่าเขาจะเข้ามาเจอขุมทรัพย์เช่นนี้เสียตั้งแต่ครั้งแรก หากผู้อื่นรู้คงได้แต่กัดฟันอิจฉาจนอยากตาย นอกจากหญ้าบัวราตรี 100 ปี แล้ว หยางอี้ยังได้หญ้าบัวราตรี 50 ปีมาอีก 3 ต้น และที่เหลืออีก 7 ต้นนั้นล้วนอายุมากกว่า 20 ปี ทั้งสิ้นด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจ หยางอี้เดินออกจากบริเวณลำธารอย่างช้าๆ ในหัวจดจำเส้นทางไว้อย่างละเอียด ในใจก็ได้แต่ภาวนาว่าก่อนที่จะกลับเข้ามาอีกครั้งอย่าให้มีผู้ใดบังเอิญมาพบถ้ำแห่งนี้เข้าเสียก่อน แม้จะยินดีแค่ไหนแต่ชายหนุ่มก็ไม่ลืมแผ่กระจายสายปราณอ่อนๆและพุ่งสมาธิออกไป สำหรับหยางอี้แล้วการเก็บเกี่ยวครั้งนี้ยังไม่จบลง จะน่ายินดียิ่งกว่านี้หากว่ากลุ่มคนทั้ง 5 ที่ติดตามมานั้นเต็มไปด้วยความมั่งคั่ง สำหรับ 4 คนหยางอี้นั้นไม่ได้สนใจมากนัก ทว่าคนที่อยู่ในระดับปฐพีนั้นหยางอี้มั่นใจว่าจะต้องเป็นลูกหลานของตระกูลใหญ่ และมีฐานะพอสมควรในสำนักวิหารสวรรค์แห่งนี้ ด้วยการเดินลอยชายออกมาจากบริเวณลำธาร หยางอี้เริ่มมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าอีกครั้งเพื่อให้ง่ายแก่การลงมือ สำหรับคนที่เข้ามายังป่าสวรรค์นั้นสามารถออกไปได้ทุกเมื่อเช่นเดียวกับป่าเมฆา แต่หากออกไปแล้วเวลาที่ใช้แต้มแลกมาเมื่อตอนเข้าจะถือว่าสิ้นสุดตามไปด้วย หยางอี้เมื่อเข้ามาใกล้ถึง 100 เมตรก็ลงมือทันที ด้วยความรวดเร็ว สายเงาดำพลันเคลื่อนไหว วูบวาบ พุ่งเข้าโจมตี 3 คนแรกที่อ่อนแอที่สุดทันที เพียงหนึ่งฝ่ามือสับลงที่ต้นคอ ด้วยความเร็วและระดับที่ห่างกันทำให้ ทั้ง 3 คนหมดสติไปทันที อีกสองคนเมื่อรู้ตัวก็ชักอาวุธออกมาทันที แม้จะตกตะลึงแต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาพวกมันยังมิรู้ด้วยซ้ำว่าผู้ใดเป็นคนลอบโจมตี คน? หรือเป็นสัตว์อสูร? ทั้ง 5 คนต่างกระจายกันจับตาดูหยางอี้ แต่ขณะที่กำลังเฝ้ามองอยู่และเตรียมจะลงมือนั้น กลับพบว่าอยู่ดีๆทั้ง 3 คนนั้นกลับถูกลอบโจมตีหมดสติไป จนกระทั่งเมื่อสังเกตเห็นว่าหยางอี้หายไปจากตำแห่งเดิมจึงรู้ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้เองที่เป็นคนลงมือด้วยความมั่นใจนั้นหยางอี้ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธ สายเงาวูบเคลื่อนไหวมายังศิษย์คนที่อยู่ในระดับครึ่งก้าวสู่ปฐพี โดยไม่ลังเล หยางอี้โคจรหัตถ์หลอมตะวันขั้น 5 แทงทะลวงอกของมันอย่างโหดเหี้ยม ศิษย์คนนั้นถลึงตามองไปยังชายหนุ่มด้วยความหวาดกลัวและเสียใจที่ต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้ ตุบ !หยางอี้สะบัดมือคราหนึ่งทิ้งร่างนั้นให้ตกลงบนพื้น ก่อนจะมองไปยังศิษย์คนเดียวที่อยู่ในระดับปฐพีที่บัดนี้ก็จ้องมองมายังชายหนุ่มด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว“แก! บังอาจสังหารศิษย์ร่วมสำนัก ความผิดนี้มิอาจอภัยได้ ตาย!”ศิษย์คนนั้นตะโกนก้องออกมาก่อนจะหยิบดาบออกมา สำหรับอาวุธนั้นเป็นข้อยกเว้นในการผนึก ด้วยความอันตรายภายในป่าสวรรค์ทางตำหนักจึงผนึกไว้เพียงการนำสิ่งของเข้าไปด้านใน แต่หากเรียกออกมานั้นไม่มีปัญหาพลังปราณระดับปฐพีแผ่พุ่งออกมารอบร่างกายของมัน เศษใบไม้กระจายออกเป็นวงกว้าง ในใจศิษย์คนนี้ไม่มีความเกรงกลัวหยางอี้เลยแม้แต่น้อย นั่นเพราะหยางอี้เพียงปลดปล่อยลมปราณออกมาเท่ากับศิษย์คนที่เขาสังหารไปเมื่อครู่ หยางอี้แม้จะรวดเร็วแค่ไหนก็ไม่อาจจัดการทั้ง 5 คนได้ในทันที อีกทั้งคนสุดท้ายยังเป็นระดับปฐพีอีกด้วยหากว่าหยางอี้ปลดปล่อยพลังปราณออกมาเต็มพิกัด แน่นอนว่าศิษย์พี่ผู้เดือดดาลที่กำลังแผ่เจตนาฆ่ามายังเขาผู้นี้จะไม่มีทางหมายมั่นจะสังหารเขาแน่นอน ด้วยกฎการออกจากป่าสวรรค์เพียงแค่ถ่ายลมปราณเข้าสู่ป้ายก็จะไปปรากฏด้านนอกแล้ว หากเป็นเช่นนั้นเรื่องนี้จะกลายเป็นยุ่งยากทันที หากมีผู้อื่นรู้เช่นนั้นหยางอี้ต้องตกที่นั่งลำบากแน่นอน ดังนั้นเพื่อมิให้มันหนีไปหยางอี้จึงต้องจำกัดพลังปราณไว้ เพราะสิ่งสำคัญคือการไม่ปล่อยให้มีผู้ใดรอดไปได้หยางอี้ยิ้มเย็นขณะจ้องมองไปยังศิษย์คนที่ถือดาบพุ่งเข้าหาเขา ก่อนจะโคจรหัตถ์หลอมตะวันอีกครั้ง คมดาบถูกฟาดเข้ามาเต็มแรงแคร้ง !บังเกิดเสียงดังโลหะปะทะกัน ศิษย์ผู้นั้นจ้องมองไปยังคมดาบของมันที่ถูกหยุดไว้ด้วยสายตาเลื่อนลอย ในใจพลางร่ำร้องว่าเป็นไปไม่ได้ ก่อนจะระดมเพลงดาบกระหน่ำฟาดไปยังหยางอี้อย่างบ้าคลั่งแคร้ง แคร้ง แคร้ง !ผ่านไป 50 กระบวนท่า ทุกครั้งที่ลงดาบยังคงปรากฏเป็นเสียงโลหะกระทบกันเช่นเดิม ใบหน้าของมันเริ่มเซีดเซียว ก่อนจะเหลือกตาด้วยความตกตะลึง ในจิตใจพลันบังเกิดความกลัวขึ้นมาอย่างสุดขีด เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ฝ่ามือของหยางอี้ทะลวงทรวงอกของศิษย์น้องมันจนทะลุ เพราะบัดนี้ความเข้มข้นของพลังปราณที่มันสัมผัสได้จากเด็กหนุ่มเบื้องหน้านั้นมิใช่ครึ่งก้าวสู่ปฐพีเช่นเดิมอีกแล้ว แต่กลับเป็นปฐพีขั้นสอง ! ซึ่งยังเหนือกว่ามันไปขั้นหนึ่ง“เจ้า เจ้า เจ้า”ด้วยความหวาดกลัวมันได้แต่ก้าวถอยหลังพร้อมกับเอามือชี้หน้าหยางอี้ บัดนี้มันรู้แล้ว เจ้าเด็กนี่จงใจปกปิดพลังที่แท้จริงไว้เพื่อมิให้มันหนีไปตั้งแต่แรก เมื่อเห็นว่าคนผู้นี้ถูกความกลัวครอบงำหยางอี้ก็ยิ้มออกมา ทีแรกชายหนุ่มยังกังวลอยู่ว่าคนผู้นี้จะสู้ตายไม่ยอมแพ้ แต่หากเป็นเช่นนี้แล้วการจะเค้นเอาความจริงก็มิใช่เรื่องยาก“พวกเจ้าและข้าไม่มีความแค้นต่อกัน เหตุใดจึงมาดักซุ่มโจมตีข้า”หยางอี้ค่อยๆเดินช้าๆเข้าไปหามัน ด้วยความหวาดกลัวศิษย์ผู้นี้ไม่รอช้ารีบกล่าวต่อรองในทันที“หากข้าบอกเจ้า เจ้าจะยอมปล่อยข้าไปหรือไม่”หยางอี้เพียงยิ้มและกล่าวออกมาสบายๆ“แน่นอน หากเจ้าบอกมาข้าจะไม่สังหารเจ้า”

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์ ที่คุณอ่าน