เสียงรองเท้ากระทบหินดังไม่สม่ำเสมอ
ลู่เฉินเดินออกจากแนวอาคารพัง
เืจากแผลไหลเป็ทางยาวบนพื้น
หยดหนึ่ง
สองหยด
ซึมลงรอยแตกที่มีอยู่ก่อนแล้ว
ถนนเส้นนี้ไม่เงียบ
แต่ไม่มีเสียงคน
มีแต่เสียงไม้ค้ำเอี๊ยดอ๊าด
เสียงหินร่วงเป็่
และเสียงลมหายใจของเขาเอง
แขนขวายังแนบลำตัว
สายรัดเปียกเื
ขาซ้ายเริ่มหนัก
กล้ามเนื้อกระตุกเป็ระยะจากแรงสะสม
เขายังเดิน
เพราะหยุดไม่ได้
เสียงโลหะกระทบพื้นดังขึ้นจากด้านหน้า
ไม่ใช่การลาก
เป็เสียงของอาวุธที่ “วางรอ”
ลู่เฉินชะลอฝีเท้า
สายตายกขึ้น
ตรงหน้าคือทางแยก
ถนนหลักของเขตช่างเก่า
เสาไฟพลังหักไปครึ่งหนึ่ง
คบเพลิงไม่ติด
แต่มีแสงจากพลังหม่นส่องออกมาเป็หย่อม ๆ
ชายห้าคนยืนกระจายตัว
ไม่ล้อม
ไม่ซ้อน
แต่ยืนในตำแหน่งที่ปิดทางออกทุกเส้น
พวกเขาไม่ใช่ของเสีย
ไม่ใช่ร่างผิดรูป
ไม่ใช่สิ่งที่เกิดจากการปล่อยทิ้ง
เป็มนุษย์
ผู้ฝึก
ลมหายใจเป็จังหวะ
ท่ายืนมั่นคง
หนึ่งในนั้นถือหอกสั้น
ปลายหอกมีคราบแห้ง
อีกคนถือโล่แผ่นหนา
มีรอยบุบใหม่
สามคนที่เหลือใช้อาวุธสั้น
ดาบ
ขวาน
กระบองเหล็ก
ไม่มีใครพูดทันที
ลู่เฉินก้าวเข้าไปอีกก้าว
เืหยดลงพื้นตรงกลางทางแยก
ชายถือโล่เป็คนพูด
เสียงไม่ดัง
แต่ชัด
“เขตนี้ถูกปิดแล้ว”
ลู่เฉินไม่ตอบ
เขามองตำแหน่งเท้า
มองระยะ
มองมือที่จับอาวุธ
ชายถือหอกขยับปลายหอกลงต่ำ
ปลายชี้ระดับเอว
เป็ท่าที่พร้อมแทง
“กลับไปทางเดิม”
อีกคนพูด
มือกระชับดาบ
ข้อมือเกร็ง
ลู่เฉินขยับเท้าซ้าย
พื้นกรวดลั่น
เสียงเล็ก
แต่ทุกคนได้ยิน
ชายหอกพุ่งก่อน
ไม่ะโ
ไม่เตือน
แทงตรงกลางลำตัว
ลู่เฉินบิดตัว
ปลายหอกเฉียดซี่โครง
ปลายเสื้อขาด
เขาใช้ศอกซ้ายฟาดใส่ก้านหอก
แรงกระแทกสะท้านถึงหัวไหล่
ชายหอกถอยครึ่งก้าว
แต่ไม่เสียหลัก
โล่พุ่งเข้ามาซ้อน
ขอบโล่กระแทกหน้าอก
ลู่เฉินถูกดันถอย
หลังชนเสาไฟหัก
ไม้แตก
แรงะเืวิ่งขึ้นสันหลัง
ขวานฟาดจากด้านขวา
คมเฉียง
ตั้งใจตัดขา
ลู่เฉินยกเข่าซ้าย
คมขวานกระแทกแข้ง
เสียงดังกรอบ
แรงะเืสะท้อนจนขาซ้ายชา
เขาล้มเข่าลงครึ่งจังหวะ
กระบองเหล็กฟาดใส่หัวไหล่ซ้าย
แรงหนัก
กระแทกจนภาพสั่น
ลู่เฉินใช้มือซ้ายยันพื้น
กลิ้งตัวออก
ปลายกระบองฟาดพื้นแตก
เขาลุกขึ้นไม่เต็มตัว
หอบแรง
เืไหลจากแผลเดิมเพิ่ม
ชีพอสูรในร่างเริ่มดัน
แรงจากอกไหลลงต้นขา
กล้ามเนื้อกระตุกแรงขึ้น
ชายโล่ไม่เร่ง
เขาก้าวเข้ามาช้า ๆ
โล่ยกสูง
บังครึ่งตัว
ดาบกับกระบองขยับขนาบ
หอกคุมระยะด้านหน้า
เป็รูปขบวน
ซ้อมมาแล้ว
ลู่เฉินขยับไปชิดกำแพงร้านพัง
ด้านหลังเป็ผนังแตก
ด้านข้างมีเศษไม้ทับซ้อน
เขาเหยียบแผ่นไม้ที่หลวม
แผ่นทรุด
เสียงดังลั่น
ชายดาบพุ่งทันที
ฟันจากบนลงล่าง
ลู่เฉินเอียงตัว
คมดาบเฉือนแขนเสื้อ
เขาใช้ไหล่ซ้ายชนอกอีกฝ่าย
แรงกระแทกส่งร่างนั้นถอย
เขาคว้าขอบประตูไม้ที่หลุด
ดึงลง
ไม้ทั้งบานหล่นใส่เท้าชายดาบ
เสียงกระดูกแตกดังชัด
ร่างนั้นล้มร้อง
หอกแทงเข้ามาอีกครั้ง
เร็ว
ตรง
ลู่เฉินใช้ขอบไม้ฟาดก้านหอก
ไม้แตก
แต่แรงทำให้ปลายหอกเบน
เขาพุ่งเข้าใกล้
หมัดซ้ายอัดใส่ซี่โครงชายหอก
เสียงกระแทกดังทึบ
อีกฝ่ายหายใจขาด
ถอยเซ
โล่กระแทกใส่หน้า
ลู่เฉินรับเต็ม
ศีรษะสะบัด
เืในปากคาว
กระบองฟาดซ้ำที่ต้นขาซ้าย
แรงเต็ม
ขาทรุด
ลู่เฉินคำรามต่ำ
ชีพอสูรดันขึ้นแรง
แรงอัดจากอกไหลลงขาซ้ายทั้งหมด
พื้นใต้เท้าแตกเป็วง
เขายันตัวขึ้น
ใช้แรงจากสะโพกพุ่งชนโล่
โล่ถอย
คนถือโล่เสียหลัก
ลู่เฉินใช้ศอกซ้ายกระแทกขอบโล่
โล่กระเด็นหลุดมือ
เขาซ้ำหมัดใส่คาง
เสียงกระดูกดัง
ร่างนั้นล้มคว่ำ
เหลือสาม
หนึ่งาเ็ขา
หนึ่งหายใจไม่ออก
หนึ่งถือกระบอง
ชายกระบองถอยหนึ่งก้าว
ยกอาวุธขึ้นระดับไหล่
ดวงตาไม่ใช่ความกลัว
เป็การประเมินใหม่
“ถอย”
เขาพูด
ไม่มีใครขัด
สามร่างถอยพร้อมกัน
ลากคนเจ็บไป
ไม่หันหลัง
ลู่เฉินยืนพิงกำแพง
หายใจแรง
ขาซ้ายสั่นจนต้องยัน
เืหยดลงพื้นไม่ขาดสาย
ไม่มีใครไล่
ไม่มีใครเรียกเวร
บนหลังคาอาคารฝั่งตรงข้าม
เงาสองเงายืนอยู่
ลมปราณนิ่ง
เสื้อคลุมมีตราเมืองปักจาง ๆ
หนึ่งในนั้นพูด
ไม่ดัง
แต่พอให้ได้ยิน
“เริ่มแล้ว”
อีกคนตอบ
“เขตนี้จะไม่เงียบอีก”
ลู่เฉินไม่เงยหน้า
เขารู้ว่ามีคนมอง
เหมือนทุกครั้ง
เขาเดินต่อ
ทิ้งคราบเืไว้กลางถนน
คืนนี้
ไม่ใช่คืนของของเสีย
ไม่ใช่คืนของพื้นที่ถูกปล่อย
เป็คืนแรก
ที่เมือง
เริ่มส่งคนลงมาเอง
และเขารู้ดีว่า
ครั้งหน้า
จะไม่ใช่แค่ห้าคน