บทที่ เจ็ด
ยามเช้าในป่าพิษมาถึงโดยที่เมื่อคืนไม่มีเหตุการณ์อะไรน่าหวาดหวั่นอีกบริเวณนี้อุดมไปด้วยความชุ่มชื่นอากาศที่เป็อันตรายก็บางเบาสมแล้วที่มีคำพูดว่าสายน้ำคือชีวิตถ้าไม่ได้ลำธารใสคงไม่เผลอหลับไปทั้งที่คิดว่าจะทำสมาธิ
ใช่นางหลับไปตื่นขึ้นมาก็มีเด็กชายนอนพิงอยู่เคียงกันเสียแล้วไม่รู้เหมือนกันว่ามาสภาพนี้ได้อย่างไรแต่พลังกายก็รู้สึกดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อทั้งที่ไม่น่าจะเป็ไปได้
ลู่อิงิมองไปที่ผลไม้ที่ทานเมื่อคืนเมล็ดยังหลงเหลืออยู่เลย หรือว่าจะเป็เพราะเ้าพวกนี้กัน นางก็ไม่อาจแน่ใจถ้าใช่ก็วิเศษนัก เสี่ยวหรงช่างเลือกเก่งตาไวเห็นพวกผลไม้นี้ในที่มืดเข้าได้อย่างเหลือเชื่อกล่าวมาถึงตรงนี้เด็กน้อยที่ยังหลับอยู่นางแปลกใจไม่น้อยที่เขาช่างกล้าหาญเจอปีศาจก็ไม่ใโวยวายลำบากก็ไม่ปริปากบ่นท้ออดทนเกินเด็กเสียจริงเซียนน้อยเอ็นดูนักจึงลูบผมนิ่มมือจนเพลิน เผลอลูบอยู่หลายทีก่อนจะตัดสินใจปลุก
“เสี่ยวหรงตื่นเถอะ”
เด็กน้อยค่อยๆลืมตาขึ้น เงยหน้ามองคนที่พิงซบอยู่แล้วยิ้มออกมา
“ยิ้มดีใจอะไรแต่เช้า” นางอดถามอย่างสงสัยไม่ได้ฝันดีหรือไงตื่นมาก็มีความสุขเลย ทั้งที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ยังฝันดีได้อีกหรือ
“ก็ิเกอสีหน้าดีขึ้นจากเมื่อคืนนัก ไม่ซีดแบบเดิมแล้ว แก้มมีสีด้วย”
“อ่อ งั้นหรือ” นางก็รู้สึกได้ว่าตัวเองอาการดีขึ้นจริงๆที่เสี่ยวหรงพูดคงจะไม่ใช่พูดเล่น นางเลยบีบคลำแก้มตัวเองอย่างเผลอตัว
“เราจะเดินทางกันต่อเลยไหมขอรับ”
“ไปสิ” ทั้งสองพากันออกมาจากแง่หิน ด้านนอกเย็นสบายกำลังดีนักเพราะแดดยังไม่ส่องลงมาเต็มที่ แต่ก็คงไม่กี่ชั่วยามหรอกคงได้ร้อนระอุกันอีกวันนางพาเสี่ยวหรงมาล้างหน้าล้างมือที่ลำธารแล้วพากันเดินทางต่อและยังคงเก็บพลังไว้ก่อนเผื่อมีเหตุฉุกเฉิน
“ข้าว่าตอนที่ตกจากริมผา ข้าเห็นดอกไม้ที่มีสีเหลืองด้วยขอรับิเกอ”
“งั้นหรือ เสียดายนักตอนนั้นข้าไร้เรี่ยวแรงไม่งั้นคงเก็บไปแล้ว”ไม่น่าหมดสติไปก่อนเลย ถ้าคว้าทันตอนนี้คงได้เดินทางกลับออกข้างนอกป่าพิษกันแล้ว
“ใช่ขอรับ แต่มันอยู่สูงนัก”
ความสูงไม่ใช้ปัญหาตอนนี้พลังกลับมาแล้วะโตัวเบานิดหน่อยคงจะถึง “รีบไปเก็บกันดีกว่าจะได้ไปจากที่นี่เสียที”ลู่อิงิพาเด็กน้อยเดินย้อนขึ้นไปที่ต้นลำธารสายน้ำพาไปทางไหนก็ตามไปไม่ให้ห่างตัวและป้องกันการพบเจอพวกปีศาจแมงป่องได้ด้วย
จนเวลาล่วงเข้ายามซื่อ[1] แสงแดดก็ไม่ได้ร้อนแรงมากนักเสี่ยวหรงที่เดินตามนางอยู่ดีๆก็เดินลงไปที่ลำธารไม่มีปี่มีขลุ่ย เตะเท้าเล่นกับน้ำใส
“ทำอะไรเสี่ยวหรง?”
“ข้าว่าน้ำมันใสมากเลยิเกอ น่าเล่นนัก”
ที่แท้เด็กน้อยก็ยังเป็เด็กน้อยก่อนหน้าคิดว่าโตเกินตัวพอได้แบบนี้ก็ดีใจไม่น้อยเพราะนางอยากให้เสี่ยวหรงเติบโตตามวัยมากกว่าลู่อิงิมองเสี่ยวหรงที่ลงเล่นน้ำในสถานการณ์เสี่ยงแบบนี้ก็ทั้งห่วงทั้งเอ็นดูเช่นกันถ้าที่นี่ไม่ใช่ป่าพิษคงปล่อยให้เล่นตามใจอยู่หรอกเอ่ยเตือนหน่อยคงดีกว่า
“เช่นนั้นพักสักสองเค่อก็ได้ แต่เล่นไกลๆ พออย่าไปลึก” ลู่อิง ิกล่าวจบก็นั่งหันหลังลงที่ริมธารแอบปลดเสื้อลงนิดหน่อยตรวจสอบแผลที่หัวไหล่ดูว่าเป็อย่างไรบ้างมองดูแล้วอาการปกติ แผลปิดสนิททิ้งรอยสะเก็ดไว้นิดหน่อยเท่านั้น วันสองวันคงหายแต่อาจจะมีแผลนูนทิ้งเอาไว้เป็หลักฐานครั้งหนึ่งเคยสู้กับปีศาจแมงป่อง
“แผลหายแล้วหรือิเกอ?” เด็กชายที่เดินมาหยุดข้างตัวส่งเสียงถามพร้อมเมียงมองหัวไหล่ของเซียนน้อยด้านหญิงสาวที่รู้ตัวจึงรีบดึงเสื้อขึ้นปิดทันที ก็นางไม่ใช่ชายจริงๆเกิดเสี่ยวหรงสังเกตเห็นจะไม่ดี
“มาเงียบๆ อีกแล้วนะ ข้าไม่เป็อะไรอย่าห่วง”
“วิเศษนัก แผลข้าก็หายเร็ว แผลท่านก็เช่นกันคงมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองพวกเราอยู่แน่ๆ ท่านว่าเช่นนั้นไหม”เด็กน้อยเอ่ยเสียงใส คิดได้แบบนี้ก็ไม่แปลกเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีจริงในภพโลกนี้ พวกมนุษย์รู้ว่ามีเทพ์ปีศาจมารแต่ส่วนมากจะไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกันถ้าพวกปีศาจไม่บุกรุกดินแดนมนุษย์จนเป็เหตุร้ายแรงพวกเทพก็เสวยสุขกันอยู่บน์ไม่มายุ่งเกี่ยวกันทั้งยังมีพวกมนุษย์ที่บำเพ็ญเพียรอีกหนึ่งด่านที่ช่วยปราบปีศาจร้ายเซียนจึงได้ว่างงานเต็ม์
แต่ในกรณีนี้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็อะไรไปไม่ได้เลยนอกจากพลังเซียนของลู่อิงินั่นเอง
“อาจเป็เช่นนั้น” นางเอ่ยรับกับความคิดของเสี่ยวหรง เด็กน้อยจึงเดินเข้ามาคว้าข้อมือนางให้ลุกขึ้นเดินตามตนเอง
“จะพาข้าไปไหนหรือ?”
“แผลท่านก็ดีแล้วเล่นน้ำเป็เพื่อนข้าหน่อย ข้าเล่นคนเดียวไม่สนุก”พอลงมาในลำธารที่ใสชนิดที่นางก้มมองก็เห็นปลายเท้าตัวเองความใสชนิดที่แทบเทียบเท่าน้ำแร่ที่บรรจุขายในยุคสองพันได้เลย และนั่นทำให้มันน่าเล่นจริงๆพออดใจไม่ไหวเซียนน้อยเลยเตะน้ำใส่เด็กชายตามที่เขาร้องขอให้นางเล่นด้วยไปตูมใหญ่ใบหน้าเด็กน้อยเลยเปียกโชกผมลู่แนบไปกับใบหน้าคุณชายลู่ถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง
“ิเกอ ท่านเล่นทีเผลอ!” เด็กชายโวยวายเสียงดังอย่างคนเสียหน้าเขาเลยใช้มือวักน้ำมาสาดคืนแต่นางรู้ทันจึงใช้แขนเสื้อยกขึ้นมาบังเอาไว้ก่อน
“เ้ายังเด็กนักเสี่ยวหรง ข้าไม่เพลี่ยงพล้ำหรอก”ยิ่งพูดแบบนี้เด็กน้อยยิ่งมีไฟ สาดน้ำใส่ไม่หยุดจากที่พอกันได้ก็กันไม่อยู่กระสานซ่านเซ็นมาจนเสื้อผ้านางชุ่มไปทั้งตัวเปียกหน้าเปียกผมจนต้องยกมือบอกให้เด็กน้อยหยุดก่อน
“พอแล้วๆ ยอมแล้วเสี่ยวหรง”
“ท่านแพ้!” เด็กชายร้องออกมาอย่างดีใจที่เอาชนะคุณชายคนเก่งได้เขาะโโลดเต้นยกใหญ่ นางเลยผลักเด็กน้อยเบาๆจนเขาล้มลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าครึ่งตัวล่างเปียกทั้งหมดแล้วรีบวิ่งหนีขึ้นจากธารน้ำมาที่ฝั่ง
“อ่อนหัดนักเสี่ยวหรง” คุณชายลู่ถึงจะโตก็คงโตแต่ตัวยังมีจิตใจเป็เด็กวันยังค่ำเอ่ยหยอกล้อเด็กชายจนทำหน้ามุ่ยแก้มขึ้นเป็ก้อนสำเร็จแล้วก็หัวเราะใส่อีกหนึ่งยก
จากที่ว่าจะพักแค่สองเค่อก็กินเวลานานกว่านั้นไปพอสมควรตัวทั้งคู่เริ่มจะหมาดๆ ก็ต้องเดินเท้ากันต่อ เสียแต่ว่าชุดเป็สีอ่อนตอนที่วิ่งขึ้นมาจากน้ำลู่อิงิถึงสังเกตเห็นว่าพอชุดสีอ่อนเข้ารูปแนบไปกับตัวทำให้รูปร่างนางยิ่งดูตัวเล็กเข้าไปใหญ่จากนี้คงต้องเปลี่ยนแนวทางการแต่งกายเสียแล้วดีที่เสี่ยวหรงยังเด็กอาจจะดูไม่ออกไม่งั้นความคงแตกแล้วว่าตนไม่ใช่ผู้ชายเพราะเสี่ยวหรงก็ดูไม่มีอะไรมีท่าทางที่แปลกไป
“พวกเราลอยไปไกลเหมือนกันนะ”กว่าจะเห็นริมผาที่ทั้งสองตกลงมาก็เดินหลายชั่วยามนัก เมื่อมาถึงก็อดบ่นไม่ได้ลอยตามกระแสน้ำมาหยุดแถวนี้ก็ไม่ได้ทำไมต้องไปไกลแบบนั้น ์กลั่นแกล้งกันจริง
“ตรงนั้นๆ ท่านเห็นไหมขอรับ” หน้าผาสูงชันตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าแล้วสายน้ำที่ไหลลงสู่เบื้องล่างก็ส่งเสียงดังแทบกลบเสียงะโของเสี่ยวหรงทั้งหมดเขาชี้ไปที่ดอกไม้สีเหลืองนวลที่งอกอยู่ริมผาใกล้กับจุดที่น้ำตกลงมา
“สูงเชียว” ลู่อิงิบ่นออกมาอีกครั้ง ที่คิดว่าสูงก็ไม่คิดว่าจะสูงเช่นนี้แบบนี้ไม่ใช่แค่ะโเก็บเฉยๆ นี่มันต้องลอยตัวขึ้นไปเก็บชัดๆ
“เก็บถึงหรือขอรับ ไม่ต้องขึ้นไปริมผาแล้วปีนลงมาจะง่ายกว่าไหมิเกอ”เสี่ยงหรงเสนอหนทางให้นาง เพราะถ้าลอยขึ้นไปก็ชัดเจนว่าไม่ใช่มนุษย์แต่ถ้าเสียเวลาอ้อมขึ้นริมผาอีกได้ต้องอยู่ป่าพิษอีกคืนแน่ หรือจะแสดงตัวเลยดีว่าเป็เซียนไม่สิๆ พวกผู้บำเพ็ญเพียรก็ทำได้พวกเท้าเหยียบเมฆาวิชาตัวเบาเยอะแยะ
ขณะที่ลู่อิงิคิดหาวิธีอยู่พักหนึ่งก็มีความคิดดีๆปรากฏขึ้นมาแทนนางยิ้มมุมปากทีหนึ่งก่อนก้มลงหยิบหินก้อนขนาดกำลังพอดีมือยกขึ้นมาขว้างออกไปด้วยความแรงจากนั้นมันก็ไปกระแทกที่ก้านใต้ขั้วดอกหลันหลิ่งจนร่วงลงมาที่พื้น
ไม่ต้องลอยตัวทำใหญ่ทำโตแค่เพียงเท่านี้ก็เก็บดอกหลันหลิ่งได้แล้ว!
“แม่นยำนักิเกอ”เสี่ยวหรงเอ่ยชมแล้ววิ่งไปเก็บดอกไม้สีเหลืองนวลกลับมาให้ลู่อิงิรับดอกหลันหลิ่งมาแล้วมองพิจารณา นอกจากสีเหลืองนวลแล้วก็ยังกลีบซ้อนเป็ชั้นหลายทบเกสรสีแดงตัดกับกลีบ ไม่ได้สวยจนตะลึงแต่อย่างไรประโยชน์ก็มากเกินตัว
“เช่นนั้นเรากลับกันเถอะ” นางเอ่ยหลังจากเก็บดอกไม้ลงในอกเสื้อ
“แต่เหลืออีกดอกนี่ขอรับ” เสี่ยวหรงชี้บอกเพราะที่หน้าผามีดอกไม้งอกงามทั้งหมดสองดอกซึ่งเก็บมาแล้วหนึ่งเขาก็คงคิดว่านางจะเก็บให้หมด เลยถามอย่างสงสัย
“เพียงหนึ่งก็พอ อาจจะมีคนต้องใช้เหมือนกันนะเสี่ยวหรง” ก็จะใครอีกก็สวีจ้าวหรงพระเอกของเื่ไง แล้วเขาไม่ได้เอาไปแก้อาถรรพ์ใครด้วยอีกหนึ่งสรรพคุณของดอกหลันหลิ่งคือความงาม แค่นำไปทาผิวก็ทำให้ผิวอ่อนเยาว์หรือแผลเป็ใดๆ ก็จะหายในไม่กี่วันชนิดที่ว่าถ้ามีในโลกปัจจุบันของนางคลินิกความงามก็คงไม่มีคนเข้าบริการเพาะพันธุ์ดอกหลันหลิ่งกันหมด
“คงจะมีคนมาเอาไปแก้พวกอาคมต่างๆ อีกใช่ไหมขอรับ ิ เกอเป็คนดีนักคิดถึงผู้อื่นเสมอเลย”
“ก็ไม่แน่ รู้ไหม นอกจากแก้อาถรรพ์อาคมต่างๆ มันยังเสริมความงามด้วยผิวอ่อนเยาว์และรักษาแผลเป็ได้ทุกชนิด”ตอนนั้นที่ในนิยายกล่าวถึงเพราะเกิดจากเมียพระเอกผู้หนึ่งะโมารับดาบแทนพระเอกเพราะกลัวเขาเป็อันตรายทั้งที่พระเอกเก่งปานนั้นแผลก็รักษาหายเองได้ก็ยังจะไปรับแทนลู่อิงิอ่านก็แทบกุมขมับแล้วแต่พอสุดท้ายทิ้งแผลเป็ไว้ก็ตัดพ้อว่าตนเองอัปลักษณ์ไม่คู่ควรกับท่านจอมมารร้องห่มร้องไห้ มีหรือสวีจ้าวหรงจะทนเห็นน้ำตาหญิงงามที่เป็เมียได้รีบบุกป่าพิษทันทีแค่ได้ยินว่ามันช่วยเื่แผลได้นางอยากจะมอบรางวัลสามีดีเด่นให้ เสียแต่ว่ามีเยอะ เพราะงั้นอดขอยึดคืน
“เช่นนั้นก็แผลท่านไง ที่หัวไหล่”เด็กชายชี้ไปที่หัวไหล่นางที่ยังมีคราบเืเด่นชัดอยู่เลยแต่เด็กน้อยผู้นี้ก็คิดถึงนางทุกอย่าง ขนาดนางเองยังไม่ได้คิดถึงจุดนี้เลยแสดงว่าเสี่ยวหรงห่วงนางมากจริงๆ
“หื้อ..แผลข้าหรือ เ้าคิดเล็กคิดน้อยนัก แผลแค่นี้เองทั้งอยู่มิดชิดไม่มีใครมาใส่ใจหรอก”ทิ้งดอกไม้ไว้ให้พวกนางเอกเถอะ นางเป็ตัวละครชายขอบในนิยายยังไม่เคยพูดถึงด้วยซ้ำไปแย่งมาเดี๋ยวพระเอกตามมาอาฆาตเอาได้
“ขอรับ” เสี่ยวหรงพยักหน้าอย่างเข้าใจไม่พูดต่ออีก
ลู่อิงิดีใจในที่สุดก็ได้ของมาเตรียมมุ่งหน้าเดินทางออกจากป่าพิษนางหันหลังให้ริมผาแล้วออกเดินเสียแค่ต้องกลับเข้าเขตแดนรกร้างร้อนระอุอีกครั้งคิดถึงก็เริ่มเหี่ยวอีกรอบ
“ไปกันเถอะเสี่ยวหรง” นางส่งเสียงเรียกคนที่ปกติจะเดินข้างกายไม่ห่างแต่ครั้งนี้ไม่ยอมตามมาใกล้ๆ แต่พอเอ่ยจบเด็กน้อยก็วิ่งตามมาประจำการข้างกายที่เดิมทันทีไม่ต้องให้ตามตัว
“เราจะเจอพวกปีศาจอีกไหมขอรับ” เขาเอ่ยถามส่วนนางก็ตอบลำบากแต่แค่คิดก็กลืนน้ำลายอย่างยากลำบากขวัญผวาแล้วได้แต่ภาวนาไม่ให้เจอเพราะทำอะไรมากกว่านั้นไม่ได้
ใกล้จะพลบค่ำอีกครั้งก็ยังไม่ออกจากป่าพิษเลยให้ค้างกลางป่าตรงนี้ที่อากาศพิษรุนแรงเช่นนี้คงไม่ได้บีบให้ทั้งสองต้องเดินทางเวลากลางคืน แสงอาทิตย์เบาบางลงตามความมืดที่เข้ามาเยือนเสี่ยวหรงเดินเข้ามาใกล้ชิดชนิดที่ตัวติดกับนางคงกลัวว่ามองไม่เห็นแล้วจะหลงกัน
“จับมือข้าไว้ก็ได้นะ” ลู่อิงิยื่นมือออกไปคว้ามือของเด็กน้อยให้เขาได้สบายใจขึ้นสักนิด
“เราจะเดินต่อหรือ?”
“ใช่ ค้างอีกคืนไม่ได้ ต้องเสี่ยงกันหน่อย”
“ขอรับ” เด็กน้อยก็ช่างอดทนสู้ไปกับนางถ้าต้องกลับ์นางจะแอบพาเสี่ยวหรงไปด้วยจะได้หรือไม่นะหรือว่าจะแอบขโมยน้ำค้างทิพย์จากเซียนโอสถมาให้เขาดื่มดีจะได้ขึ้น์อย่างที่นางเคยได้รับ คิดไปก็เดินไปด้วย ไม่ทันไรก็เห็นชายป่าแล้วถึงจะห่างออกไปไกลๆ แต่ก็น่ายินดีนัก
“ใกล้แล้วๆ เสี่ยวหรง เราใกล้ออกจากป่าแล้ว”ลู่อิงิกล่าวน้ำเสียงดีใจอย่างปิดไม่มิด พาเด็กน้อยเร่งฝีเท้าขึ้นอีกหน่อย
ขณะนั้นแต่อุปสรรคก็ปรากฏออกมาไม่ห่างกันเพราะอยู่ๆ ดวงตาสีเหลืองอร่ามแทบจะส่องแสงได้ในความมืดก็ออกมาจากที่ซ่อนเหมือนรอทั้งสองอยู่ก่อนพวกมันคงรู้อยู่แล้วสินะว่ายังไงก็ต้องย้อนกลับมาทางนี้ถึงมาดักรอกันอยู่แล้ว
ดวงตาจากสี่ห้าคู่เพิ่มเป็นับสิบๆและยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุด คล้ายว่าพากันมาหมดป่า 'นี่มาเลี้ยงส่งนางอย่างไร?’
“มากันทุกตัวเลยหรือ”นางหยุดชะงักไม่กล้าเดินต่อพลางคว้าตัวเด็กน้อยมาไว้ข้างหลังขณะเดียวกันก็มองหาทางเป็ไปได้ที่พอจะบุกทะลวงแต่แล้วก็ต้องถอนหายใจนี่เล่นล้อมรอบไว้ทุกทางเช่นนี้ไปทางไหนก็ดูจะไม่รอด
“ิเกอทำอย่างไรดี”เสี่ยวหรงกระตุกมือที่จับนางอยู่อย่างเหมือนร้อนใจเช่นกันแต่กลับไม่มีอาการสั่นสักนิดเป็ลู่อิงิเองที่ขนลุกขนพองแค่เห็นตาเหลืองโตลอยไปลอยมาในความมืด
“จับพวกมนุษย์มาให้ได้”พวกมันไม่รอให้นางได้คิดหาวิธีต่อพลันส่งเสียงดังะโลั่นกึกก้องทั่วผืนป่าจากนั้นก็เริ่มวิ่งกรูกันเข้ามาจนพื้นสั่นะเืเลื่อนลั่นไม่รู้ว่ามากันกี่ตัวแทบจะเหมือนแผ่นดินไหวอยู่แล้วทั้งที่มนุษย์ก็มีกันสองคนมากันขนาดนี้เนืุ้์จะไปพอให้กินกันหมดกองทัพได้ไงหรือบางทีอาจจะไม่ใช่เื่อาหารแต่เป็การถูกหยามหน้ามั้งก็แค่นางพาเสี่ยวหรงบุกเข้าพื้นที่เท่านั้นเช่นไม่ได้ไปเหยียบหน้ากันเสียหน่อยหรืออาจจะพลาดพลั้งเพราะต้องป้องกันตัวเท่านั้นเื่นั้นไว้ก่อนตอนนี้ให้สู้กลับเท่ากับตาย ทางดีทางเดียวก็ยังคงเป็หนีเท่านั้น!
“กอดข้าแน่นๆ”นางหันมาคว้าโอบเด็กชายเอาไว้เหมือนแม่ลิงอุ้มลูกเพราะหวังว่าจะทำแบบเมื่อวานที่ใช้พลังปราณเซียนเคลื่อนย้ายเร็วให้พ้นจากป่าขอแค่หลุดจากเขตป่าเท่านั้นก็รอดแล้วและวันนี้พลังน่าจะพอให้ออกพ้นป่าพิษได้เพราะเหลือเยอะพอควรไม่ได้เอาไปใช้พร่ำเพรื่อ
เด็กชายทำตามคำสั่งกอดเอวลู่อิงิแน่นส่วนนางที่โอบตัวเขาพร้อมอยู่แล้วจึงเตะพื้นแรงๆะโข้ามสูงลอยเหนือพวกปีศาจแมงป่องไปหลาย่ตัวแล้วพุ่งออกด้านนอกเท่านั้นไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
“มันจะหนีไปแล้ว ตามไป ขว้างอาวุธได้เลย” ปีศาจแมงป่องชั้นต่ำตัวใหญ่สุดตัวหนึ่งที่น่าจะเป็ผู้นำยืนออกคำสั่งจากจุดกลางฝูงพอจบคำสั่งห่าใหญ่ของอาวุธก็มุ่งมาที่ทั้งสองคนทันทีลู่อิงิหันกลับไปมองแล้วหวาดเสียวรีบสร้างม่านพลังกั้นอาวุธทั้งหมดไว้บางส่วนก็ร่วงลงกระทบพื้น บางส่วนก็เจาะเข้ามาได้นางต้องหลบเอาเอง
“ก็ไม่ได้อาคมกล้าแกร่งเท่าไรนี่!” ใช่แล้วถ้าพลังสูงก็จะอาคมสูงตามม่านกันอาวุธต้องสามารถกำจัดได้ทั้งหมด แต่นางคือใครเล่านางคือลู่อิงิเซียนระดับล่าง จะไปมีปราณสูงๆอย่างมนุษย์ผู้บำเพ็ญใกล้บรรลุยังไม่ได้เลยเช่นนั้นสมควรแล้วที่นางจะไม่กล้าอวดตนว่าเป็เซียน พาลเอาขายหน้าเปล่าๆ
ปีศาจแมงป่องพอมั่นใจว่าจะกำจัดมนุษย์ที่หยามถึงถิ่นได้พวกมันก็กู่ร้องกันยกใหญ่ฟาดหางยาวๆ ใส่กันจนนางแสบหูไปหมดยิ่งทำให้ฮึกเหิมขึ้นไปอีกก่อนทำท่าจะขว้างอาวุธมาอีกรอบครั้งจะต้องเยอะกว่าเดิมแน่
ลู่อิงิจึงรีบปล่อยม่านกั้นอีกรอบม่านพลังโปร่งใสครั้งนี้สร้างจากพลังแทบทั้งหมดขอเพียงกั้นได้อีกครั้งก็จะหลุดจากป่าพิษแล้วจึงใส่พลังทุกหยาดเอาไว้แล้วก่อนจะมุ่งหน้าไม่หันกลับไปอีก กัดฟันเร่งความเร็วคิดว่าต้องออกจากป่าไปให้ทัน
ด้านเสี่ยวหรงที่กอดร่างบางเอาไว้แน่นเขาหันหน้าไปด้านหลังทำให้เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นม่านพลังถูกตีแตกได้ไม่นานพวกปีศาจแมงป่องจำนวนเกินนับได้วิ่งสี่ขาพุ่งความใส่พวกเขาด้วยความเร็วอย่างไรก็ไม่ทันออกจากป่าแน่
เขาอยากจะถอนหายใจให้ความอนาถที่จะเกิดขึ้นถ้าเขาไม่อยู่ตรงนี้แต่ก็ไม่ได้ถอนใจออกมาจริงๆ สิ่งที่ร่างเด็กน้อยทำคือดวงตาที่เคยสดใสค่อยๆ แปรเปลี่ยนจากส่วนสีดำเป็สีแดงชาดกลางหน้าผากขึ้นริ้วสีเดียวกันแปลกตาพร้อมก้มมองลงมาที่พวกปีศาจเขาส่งพลังบางอย่างออกไปพร้อมใส่การข่มกดเอาไว้ปีศาจชั้นต่ำทุกตัวที่อยู่ใกล้จึงรู้สึกได้ถึงพลังที่เหนือกว่าของตนเอง
‘พลังมารชั้นสูง’
เหล่าปีศาจแมงป่องผู้น้อยอย่างพวกมันไฉนเลยจะกล้าสู้ด้วยพอรู้สึกตัวก็พากันถอยร่นตัวด้านหลังที่ไม่รับรู้ก็วิ่งเข้าใส่จึงโดนพลังข่มกดตามกันถ้วนหน้าจนต้องถอยตามไประยะห่างระหว่างทั้งสองและพวกปีศาจก็ห่างขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดลู่อิงิก็ออกมานอกป่าพิษ
นางหอบหายใจดังไม่หยุดล้มตัวลงนอนบนพื้นหญ้าสิ่งที่บ่งบอกว่าออกมาจากป่าพิษแล้วเด็กน้อยจึงถูกปล่อยจากอ้อมกอดก่อนล้มลงนอนข้างๆ กันเขากอดนางเอาไว้ทั้งเอ่ยชมไม่หยุดปาก พร้อมส่งยิ้มมาอย่างสดใสตาดำขลับเป็ประกาย“ิเกอเก่งที่สุดเลยขอรับ”
ลู่อิงิเงยศีรษะหันมองเด็กน้อยแล้วลูบผมนุ่มไปหนึ่งทีเป็การตอบรับคำชมของเขานางก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะรอด ภารกิจนี้หนักหนานักจบเื่แก้วผลึกนางจะพักอีกสิบปียี่สิบ แล้วค่อยมาคิดเื่เพิ่มพลังบารมีกันใหม่
[1] 09.00 – 11.00 น.