หลังจากที่ตั้งสติได้ ชายชราพลันทำท่าทางเคร่งขรึม เขาวาดมือเก็บภาพวาดรัตติกาลอย่างเบามือ
" ต่อไปนี้ เจ้าได้เข้าเป็นศิษย์สายนอกของสำนักบัณฑิต " ชายชราเอ่ยออกมา พลางทะยานร่างจากไปอย่างรวดเร็ว
" อะไรกัน " หานลี่งุนงง
" แล้วนี่ข้าได้เป็นศิษย์ของสำนักแล้วรึ " หานลี่เอ่ยออกมา
" ศิษย์น้องตามข้ามา " ศิษย์ผู้หนึ่งเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้า แลเดินตามไป
ชายหนุ่มเหลียวมองยังสหาย " ข้าจะกลับมา " หานลี่ร้องออกไป
" อืม " หวังตี้เปาพยักหน้า
หานลี่เดินตามศิษย์ผู้นั้นไปยังตำหนักหลังใหญ่ที่อยู่ด้านหลังของตำหนักสงบ
ระหว่างทาง " ศิษย์น้องกฎของที่นี่มีมากมายยิ่งนัก แต่หลักๆแล้วก็คือห้ามสังหารศิษย์ร่วมสำนักเว้นการกระลองเป็นตาย " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" ทุกเดือนเจ้าต้องออกทำภาระกิจของสำนัก ยากง่ายขึ้นอยู่กับภาระกิจที่เหลือ " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ย
" ทุกเดือนเจ้าจะได้รับโอสถรวมปราณเดือนละสิบเม็ดเพื่อใช้ฝึกฝน ทั้งเจ้าที่เป็นศิษย์เข้าใหม่เจ้าจะได้รับอาวุธระดับต่ำหนึ่งชิ้น ชุดศิษย์สายนอก ตำรายุทธหนึ่งเล่ม " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ย
สองตาของหานลี่มองจ้องยังตำหนักหลังใหญ่ ที่อยู่สุดขอบของยอดเขา ตำหนักกลางสูงสองชั้นกว้างราวห้าสิบจ้าง ไร้ซึ่งการตกแต่งใดๆ
" คารวะผู้อาวุโส ข้าพาศิษย์สายนอกคนใหม่มารับสิ่งของขอรับ " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ยออกมา
" คารวะผู้อาวุโส " หานลี่เร่งประสานสองมือ
" นี่เป็นชุดแลป้ายของเจ้า ส่วนโอสถไปรับได้ที่ตำหนักโอสถ อาวุธไปรับที่ตำหนักศัสตรา ตำรายุทธไปรับที่หอยุทธ " ชายชราเอ่ย
" ขอรับ " หานลี่รับเอาชุด
" ข้าจะพาเจ้าไปยังห้องของเจ้า " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ยออกมา
" ผู้อาวุโสขอลา " หานลี่เอ่ยออกมาแลเดินตามศิษย์ผู้นั้นไป
หานลี่เดินลงเขาขึ้นเขาไปหลายลูกกว่าจะถึงที่พำนักของศิษย์สายนอก
" ศิษย์สายนอกที่เพิ่งเข้ามานั้น ต้องอยู่บ้านรวมแลอยู่กันสี่คน " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
สองตาของเขามองยังบ้านหินหลังพอประมาณ " คล้ายกับบ้านพักที่หุบเขาเหมันต์ " ร่างสูงพึมพำ
" เข้าเลือกห้องของเจ้า " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่เดินเข้าไปในบ้านหิน สองตาของเขากวาดมองทั่ว
ในบ้านหินนั้น ส่วนตรงกลางเป็นลานกว้างมีโต๊ะอาหาร แลส่วนที่นั่งเล่น ส่วนสองฝั่งมีห้องอยู่ฝั่งละสองห้อง
" ข้าเลือกห้องสุดท้ายแล้วกัน " หานลี่เอ่ยออกมาแลเดินไปยังห้องสุดท้ายฝั่งซ้าย
มือหนึ่งยื่นเหยียดออกไปผลักประตู " แอ๊ด " เสียงประตูหินเปิด
" ศิษย์พี่ราวกับมิเคยมีคนมาอยู่ที่นี่ " หานลี่เอ่ยออกมา
" ใช่ ที่นี่ร้างไปนานนัก " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ย
" เหตุใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม
" ว่ากันว่าบ้านหลังนี้มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นทุกวี่วัน จึงมิมีผู้ใดกล้าอยู่ " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ย
" แล้วเหตุใดท่านจึงพาข้ามาที่นี่ " หานลี่เอ่ย
" เพราะเจ้ามีจิตที่มุ่งมั่น ข้าจึงคิดว่าเจ้าเหมาะกับที่นี่ " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ยออกมา
" ข้าต้องไปแล้ว " ศิษย์ผู้นั้นเอ่ยออกมาแลเร่งจากไปอย่างรวดเร็ว
" เช่นนี้ก็มี " หานลี่พึมพำ
ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้อง เขากวาดตามองทั่วห้อง พบเพียงเตียงหินท่าทางเก่าแก่ โต๊ะหิน ตู้หินไร้ประตู
" ทุกอย่างถูกแกะสลักจากหิน " หานลี่พึมพำ
" ดูจากหินแล้วน่าจะเก่าแก่ยิ่งนัก " หานลี่พึมพำ
ชายหนุ่มเร่งจัดการทำความสะอาด แลจัดแจงห้องจนแล้วเสร็จ เขาเร่งเปลี่ยนชุดอย่างรวดเร็ว
" ไปดูสหายหวังดีกว่า " หานลี่เอ่ยออกมาแลเร่งทะยานร่างออกจากบ้านหินอย่างรวดเร็ว
ราวสองเค่อหานลี่จึงมาถึงยังตำหนักสงบ เมื่อเข้ามาข้างในปรากฎว่ามีผู้คนมากมายเต็มทั้งชั้น
สองตาของเขากวาดมองทั่วเพื่อหาสหายใหม่ สองเท้าก้าวเดินออกไปเพื่อเข้าสำรวจในแต่ละห้อง
" ห้องนี้สอบบทกวี " หานลี่พึมพำ
ชายชราที่อยู่ส่วนลึกพลางมองยังชายหนุ่มอย่างมิพอใจ " เจ้าเข้ามาที่นี่เพื่อสิ่งใด " ชายชราส่งเสียงผ่านจิต
" ข้ามาหาสหายขอรับ " หานลี่ตอบกลับ
" สหาย " ชายชราเอ่ยอย่างมิพอใจ
" หากข้ารู้ว่าผู้ใดเป็นสหายของเจ้า ข้าจะไล่มันออกจากห้องสอบเดี๋ยวนี้ " ชายชราเอ่ยออกมาด้วยโทสะ
" อะ " หานลี่พลันแข็งค้าง มองยังชายชรา
" ผู้อาวุโสศิษย์ขออภัย " หานลี่เร่งประสานสองมือ แลออกจากห้องสอบบทกวีในทันใด
" เดี๋ยว " ชายชราเอ่ยออกมา
หานลี่รั้งกายไว้ ทั่วร่างพลันสะท้านเพราะจิตสังหารของชายชราที่แผดเข้าหา
ชายหนุ่มผินกายกลับ พลางมองยังชายชรา
" ในเมื่อมาแล้วใยมิค้นหาสหายของเจ้าเล่า " ชายชราเอ่ยออกมา น้ำเสียงนั้นดุดันแลน่าเกรงขาม ทั้งแฝงไว้ด้วยจิตสังหาร
" เอ่อ " หานลี่มิรู้ว่าจะพูดเช่นใด ในใจให้วุ่นวายสับสน
" ผู้อาวุโส ข้ามองแล้วมิมีขอรับ " หานลี่เอ่ยออกมา
" อย่าโกหกข้า " ชายชราเอ่ยออกมา
" ผู้อาวุโส ข้ามิได้โกหกขอรับ " หานลี่เอ่ยออกมา
" . . . " ชายชราพลันนิ่งเงียบ เขาพยักหน้าช้าๆ
" มานี่ " ชายชราเอ่ยออกมา
" ขอรับ " หานลี่พยักหน้าแลเดินเข้าหาชายชราอย่างรวดเร็ว
" ไหนๆเจ้าก็มาแล้ว ทั้งเจ้ายังรู้ว่าห้องนี้คือห้องสอบบทกวี " ชายชราเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ
" เจ้าลองแต่งบทกวีให้ข้าดู หากบทกวีของเจ้าทำให้ข้าพึงพอใจได้ โทษของของเจ้าในครานี้ จะถูกละเว้น " ชายชราเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ เขาเดินไปยังโต๊ะที่ว่าง พลางทิ้งร่างลงนั่ง
" ผู้อาวุโสจำกัดหัวข้อรึไม่ " หานลี่เอ่ยออกมา
" มิจำจัด " ชายชราเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
เขายื่นมือออกไปหยิบหมึกแท่ง แลทำการฝนอย่างช้าๆ ในหัวสมองครุ่นคิด
เมื่อคิดได้ ชายหนุ่มหยิบพู่กัน จุ่มหมึก แลจรดลงยังกระดาษ
" ลมบูรพาพัดพาสู่ประจิม ฟ้าดินร้องคำรามครื้นครั่น "
" สายลมก่อเกิดใบไม้กวัดแกว่ง วายุโหมกระหน่ำทลายสรรพสิ่ง "
" ขุนเขาใหญ่มิพ้นสายลมต้อง ทุ่งหญ้าเขียวชะอุ่มไหวเอน "
" คลื่นลมซัดสาดถาโถม เรือน้อยโคลงเคลงกลางมรสุม "
หานลี่วางวางพู่กันลง พลางกวาดตามองทั่วบทกวี เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ชายหนุ่มหยัดกายลุกยืน พลางหยิบบทกวีขึ้นมา แลดินเข้าหาชายชรา
" ผู้อาวุโสโปรดตรวจสอบ " หานลี่ใช้สองมือประคองบทกวีแลยื่นออกไป
" อืม " ชายชราพยักหน้าช้าๆ และรับเอาบทกวี
สองตาฝ้าฟางของชายชราพลันเบิกโพลง " นี่มัน " ชายชราเอ่ยออกมาได้คำเดียว
" วิ้ง " พลันชายชราเข้าสู่การหยั่งรู้ในทันใด
" ฮื่อห์ " หานลี่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง พลางส่ายหน้า
" ศิษย์พี่ ผ้อาวุโสเข้าสู่การหยั่งรู้แล้ว ผู้ใดจะตรวจบทกวีให้พวกข้า " ผู้สมัครสอบคนหนึ่งเอ่ยออกมา
" ข้าเอง " หานลี่ยืนเชิดหน้าขึ้น
" หากท่านตรวจผิด พวกข้าจะมิเสียโอกาสดอกรึ "
" ใช่ ใช่ ใช่ "
" มิเสียดอก เว้นแต่พวกเจ้าเขียนผิด " หานลี่เอ่ยออกมา
" พวกข้าจะรอจนกว่าผู้อาวุโสจะออกจากการหยั่งรู้ "
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" เช่นนั้นก็ตั้งใจก็แล้วกัน " หานลี่เอ่ยออกมา