ภายในกิลด์ยังคงคึกคักเหมือนเช่นทุกวัน
นักผจญภัยเดินเข้าออกอย่างต่อเนื่อง
บางกลุ่มกำลังยืนดูบอร์ดภารกิจ
บางกลุ่มกำลังนำวัตถุดิบที่ได้จากการล่ามาส่ง
เสียงพูดคุยดังอยู่ทั่วบริเวณ
แต่นัทกับมาร์โกไม่ได้เดินไปยังจุดรับภารกิจ
ทั้งสองมุ่งตรงไปยังเคาน์เตอร์ด้านใน
เจ้าหน้าที่ที่เห็นพวกเขาเดินเข้ามาเงยหน้าขึ้น
“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?”
นัทมองเจ้าหน้าที่
“พวกผมอยากขอพบหัวหน้ากิลด์ครับ”
เจ้าหน้าที่ชะงักเล็กน้อย
หากเป็นนักผจญภัยทั่วไป...
คำขอเช่นนี้อาจไม่ได้รับการตอบรับง่าย ๆ
แต่หลังจากมองหน้าทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง
เจ้าหน้าที่ก็พยักหน้า
“กรุณารอสักครู่ครับ”
ไม่นานนัก
ประตูด้านในก็ถูกเปิดออก
“หัวหน้ากิลด์ให้เข้าไปได้ครับ”
นัทกับมาร์โกมองหน้ากัน
ก่อนเดินตามเจ้าหน้าที่เข้าไป
ห้องของหัวหน้ากิลด์ไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่นัทคิด
ภายในมีเพียงโต๊ะทำงานขนาดใหญ่
ชั้นวางเอกสาร
และแผนที่หลายแผ่นที่แขวนอยู่บนผนัง
ชายผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะ
เมื่อเห็นทั้งสองเข้ามา เขาก็เงยหน้าขึ้น
“นั่งก่อน”
นัทกับมาร์โกนั่งลง
หัวหน้ากิลด์มองทั้งสองคน
“มีเรื่องอะไร?”
นัทไม่ได้อ้อมค้อม
“พวกผมเพิ่งได้ข้อมูลบางอย่างมาเกี่ยวกับศิลามหาเวทครับ”
สายตาของหัวหน้ากิลด์เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“จากที่ไหน?”
“วิหารแรกเริ่ม”
คำตอบนั้นทำให้ห้องเงียบลงชั่วครู่
หัวหน้ากิลด์พยักหน้า
“แล้วพวกเจ้ารู้อะไรมาบ้าง?”
นัทเล่าเฉพาะสิ่งที่ผู้อมตะบอก
เรื่องจำนวนคนจากโลกเดิมที่สามารถเข้ามาได้
และเรื่องศิลามหาเวทที่สามารถเพิ่มจำนวนได้
หัวหน้ากิลด์ฟังอย่างเงียบ ๆ
เมื่อฟังจบ
เขาถอนหายใจเบา ๆ
“ในที่สุดพวกเจ้าก็รู้เรื่องนี้แล้วสินะ”
มาร์โกขมวดคิ้ว
“หัวหน้ากิลด์รู้?”
“กิลด์รู้”
คำตอบนั้นทำให้นัทตั้งใจฟังทันที
หัวหน้ากิลด์เอนตัวพิงพนักเก้าอี้
“ไม่ใช่แค่กิลด์ของเมืองนี้”
“กิลด์ใหญ่หลายแห่งในโลก 2 ต่างก็รู้ถึงความสำคัญของศิลามหาเวท”
นัทถาม
“เพราะมันเพิ่มจำนวนคนที่เข้ามาได้?”
“ใช่”
หัวหน้ากิลด์ตอบทันที
“สำหรับพวกเจ้า...”
“มันไม่ใช่แค่ก้อนหิน”
เขามองนัทและมาร์โก
“แต่มันคือโอกาส”
มาร์โกนิ่งลง
นัทเองก็ไม่ได้พูดอะไร
หัวหน้ากิลด์กล่าวต่อ
“ลองคิดดู”
“หากโลกของเจ้ามีคนจำนวนมากที่ต้องการเดินทางเข้ามา”
“แต่มีโควตาเพียงจำนวนจำกัด”
“ผู้ที่สามารถเพิ่มจำนวนคนได้...”
“จะมีความหมายมากเพียงใด?”
นัทกำมือเบา ๆ
เขาเข้าใจทันที
มันไม่ได้เกี่ยวกับแค่ตัวเลข
แต่มันเกี่ยวกับ...
ใครจะได้มีโอกาสเข้ามา
หัวหน้ากิลด์มองทั้งสองคน
“หากมีใครนำศิลามหาเวทกลับไปเพิ่มจำนวนคนของเผ่าตนเองได้”
“คนนั้นย่อมได้รับการยกย่อง”
“และเผ่าของเขาก็จะให้ความสำคัญกับเขาอย่างมาก”
มาร์โกถามขึ้น
“เพราะเขาเพิ่มโอกาสให้คนของตัวเอง?”
“ถูกต้อง”
หัวหน้ากิลด์หยิบเอกสารบางส่วนขึ้นมาดู
“และเพราะเหตุนี้...”
“ศิลามหาเวทจึงเป็นสิ่งที่เผ่าต่าง ๆ แข่งขันกันอย่างหนัก”
นัทเงยหน้าขึ้น
“ถึงขั้นนั้นเลย?”
หัวหน้ากิลด์หัวเราะเบา ๆ
“พวกเจ้าเพิ่งมาถึงโลกนี้ได้ไม่นาน”
“ยังไม่รู้ว่าการแข่งขันในโลก 2 รุนแรงกว่าที่คิด”
เขาวางเอกสารลง
“หลายเผ่า”
“หลายกลุ่ม”
“ต่างต้องการศิลามหาเวท”
“เพราะทุกคนต่างมีคนที่ต้องการพาเข้ามาเพิ่ม”
มาร์โกถาม
“แล้วคนของโลก 2 ล่ะ?”
หัวหน้ากิลด์ส่ายหน้า
“สำหรับคนท้องถิ่นของโลก 2”
“ศิลามหาเวทแทบไม่มีค่า”
นัทชะงัก
“ไม่มีค่า?”
“ในแง่การเพิ่มจำนวนประชากร...ไม่มี”
หัวหน้ากิลด์ตอบ
“พวกเขาไม่ได้มีคนจากโลกเดิมที่รอเดินทางเข้ามา”
“ดังนั้นต่อให้ศิลามหาเวทมีพลังเชื่อมโยงกับจุดวาร์ป”
“มันก็ไม่ได้มีความหมายกับชีวิตของพวกเขาเหมือนกับพวกเจ้า”
นัทมองหน้ามาร์โก
เรื่องนี้ทำให้เขาเริ่มเข้าใจโลก 2 มากขึ้น
สิ่งที่ไร้ค่าสำหรับคนกลุ่มหนึ่ง...
อาจเป็นสิ่งที่อีกกลุ่มหนึ่งพร้อมเสี่ยงชีวิตเพื่อแย่งชิง
หัวหน้ากิลด์กล่าวต่อ
“แต่คนท้องถิ่นไม่ได้โง่”
“พวกเขารู้ว่าศิลามหาเวทมีความหมายกับผู้คนจากโลกอื่น”
“บางเมืองจึงเก็บมันเอาไว้”
“บางแห่งใช้เป็นรางวัล”
“และบางแห่ง...”
เขาหยุดเล็กน้อย
“กำหนดเงื่อนไขที่ยากมากกว่าจะยอมมอบให้”
นัทถาม
“ยากขนาดไหนครับ?”
หัวหน้ากิลด์ยิ้มบาง ๆ
“บางภารกิจ”
“ต่อให้เป็นนักผจญภัยระดับสูง ก็ไม่อยากรับ”
มาร์โกเอนตัวพิงเก้าอี้
“แล้วมีคนเคยพยายามแย่งชิงไหม?”
คำถามนี้ทำให้สีหน้าของหัวหน้ากิลด์จริงจังขึ้นเล็กน้อย
“มี”
“แน่นอนว่ามี”
เขามองทั้งสองคน
“บางเผ่าคิดว่าในเมื่อศิลามหาเวทไร้ค่าสำหรับคนท้องถิ่น”
“ก็สามารถใช้กำลังเอามาได้”
นัทเงียบลง
เขาพอเดาคำตอบต่อไปได้แล้ว
“แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ?”
หัวหน้ากิลด์ตอบอย่างเรียบเฉย
“พวกเขาเลือกผิด”
ห้องทั้งห้องเงียบลง
“คนท้องถิ่นของโลก 2 ไม่ได้อ่อนแอ”
“พวกเขาเข้าสู่ดันเจียนได้”
“ต่อสู้กับอสูรได้”
“และในเมืองใหญ่...”
น้ำเสียงของหัวหน้ากิลด์หนักขึ้นเล็กน้อย
“มียอดฝีมือจำนวนมาก”
มาร์โกถาม
“พวกเผ่าที่ไปแย่งศิลาเวทล่ะ?”
หัวหน้ากิลด์นิ่งไปชั่วครู่
ก่อนตอบ
“บางกลุ่มถูกสังหารจนไม่เหลือใครกลับมา”
นัทกับมาร์โกเงียบลงทันที
“และมีเมืองหนึ่ง...”
“ที่ประกาศชัดเจน”
“ว่าจะไม่ต้อนรับคนจากเผ่านั้นเข้าสู่เมืองอีกต่อไป”
นัทเอนตัวกลับเล็กน้อย
ข้อมูลวันนี้ทำให้เขารู้แล้วว่า
โลก 2 ไม่ได้เป็นสถานที่ที่คนจากโลกต่าง ๆ จะเข้ามาแล้วทำอะไรก็ได้
ที่นี่มีเจ้าของอยู่ก่อนแล้ว
มีเมือง
มีกฎ
มีอำนาจ
และมีผู้คนที่แข็งแกร่ง
หัวหน้ากิลด์มองทั้งสองคน
“ดังนั้น หากพวกเจ้าคิดจะออกตามหาศิลามหาเวทในอนาคต”
“จงจำไว้ให้ดี”
“อย่าคิดว่าทุกคนจะยอมมอบมันให้เพียงเพราะพวกเจ้าต้องการ”
นัทพยักหน้า
“เข้าใจครับ”
มาร์โกมองแผนที่บนผนัง
“หัวหน้ากิลด์ครับ”
“เมืองอื่น ๆ ในโลกนี้เป็นยังไงบ้าง?”
หัวหน้ากิลด์มองตามสายตาของเขา
ก่อนลุกขึ้นเดินไปยังแผนที่
“โลก 2 ใหญ่กว่าที่พวกเจ้าคิด”
นิ้วของเขาเลื่อนไปตามตำแหน่งต่าง ๆ
“เมืองเริ่มต้นที่พวกเจ้าอยู่ตอนนี้”
“เป็นเพียงหนึ่งในหลายเมือง”
นัทกับมาร์โกมองแผนที่
“ยังมีเมืองใหญ่”
“เมืองของคนท้องถิ่น”
“และพื้นที่ที่พวกเจ้ายังไม่เคยไป”
นัทมองเส้นทางต่าง ๆ
“แล้วถ้าเดินทางออกจากเมืองนี้ล่ะครับ?”
หัวหน้ากิลด์หันกลับมา
“หากพวกเจ้าไปถึงเมืองอื่น”
“และพบจุดวาร์ปของเมืองนั้น”
“พวกเจ้าสามารถอธิษฐานต่อหน้าจุดวาร์ปได้”
มาร์โกเลิกคิ้ว
“อธิษฐาน?”
“พูดชื่อเมืองที่ต้องการไป”
หัวหน้ากิลด์ตอบ
“หากเป็นเมืองที่พวกเจ้าเคยไปและมีสิทธิ์ใช้จุดวาร์ป”
“ก็สามารถเดินทางกลับมาได้”
นัทหันไปมองมาร์โก
หมายความว่า...
หากพวกเขาเดินทางไปถึงเมืองใหม่
ต่อไปการกลับมายังเมืองเริ่มต้นก็จะง่ายขึ้นมาก
“งั้นก็ไม่จำเป็นต้องเดินกลับทุกครั้ง”
นัทพูด
หัวหน้ากิลด์พยักหน้า
“ใช่”
“แต่ก่อนจะคิดถึงเรื่องเดินทางกลับ”
เขามองทั้งสองคน
“พวกเจ้าต้องเดินทางไปถึงที่นั่นก่อน”
มาร์โกหัวเราะเบา ๆ
“ก็จริงครับ”
บทสนทนาเงียบลงชั่วครู่
นัทกำลังคิดถึงข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับ
ศิลามหาเวท
การแข่งขันระหว่างเผ่า
เมืองของคนท้องถิ่น
และโลกที่กว้างใหญ่กว่าที่เขาเคยเห็น
แต่ในเวลานั้นเอง
หัวหน้ากิลด์ก็เอ่ยขึ้น
“ว่าแต่...”
นัทเงยหน้าขึ้น
“ครับ?”
หัวหน้ากิลด์มองทั้งสองคนสลับกัน
“พวกเจ้าอยากเลื่อนแรงก์ไหม?”
นัทชะงัก
มาร์โกหันไปมองเขา
“แรงก์?”
“แรงก์ D”
หัวหน้ากิลด์ตอบ
นัทกับมาร์โกนิ่งลง
หัวหน้ากิลด์หยิบเอกสารสองฉบับขึ้นมาจากโต๊ะ
“จากชื่อเสียงของพวกเจ้า”
“รวมถึงผลงานที่ผ่านมา”
“และการตัดสินใจช่วยเหลือผู้คนในเหตุการณ์ก่อนหน้านี้”
เขาวางเอกสารลงตรงหน้า
“พวกเจ้ามีคุณสมบัติเพียงพอแล้ว”
นัทมองเอกสาร
เขาไม่ได้คิดว่าจะถูกพูดถึงเรื่องนี้
มาร์โกถามขึ้น
“หมายความว่า...เราสามารถเลื่อนเป็นแรงก์ D ได้เลย?”
หัวหน้ากิลด์ส่ายหน้า
“ไม่”
“กิลด์มีกฎ”
“ชื่อเสียงและคุณสมบัติทำให้ข้าสามารถเสนอชื่อพวกเจ้าได้”
“แต่ยังต้องมีผลงานที่ข้าจะใช้รับรอง”
นัทถาม
“ภารกิจ?”
“ใช่”
หัวหน้ากิลด์พยักหน้า
“ภารกิจหนึ่ง”
“หากพวกเจ้าทำสำเร็จ”
“ข้าจะเป็นผู้รับรองให้พวกเจ้าขึ้นแรงก์ D ด้วยตัวเอง”
นัทมองมาร์โก
มาร์โกยิ้มเล็กน้อย
“ฟังดูน่าสนใจนะ”
หัวหน้ากิลด์มองทั้งสองคน
“พวกเจ้าไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้”
“กลับไปคิดก่อน”
“เพราะภารกิจนี้...”
เขาหยุดเล็กน้อย
“อาจเป็นครั้งแรกที่พวกเจ้าจะต้องออกไปไกลกว่าพื้นที่ที่คุ้นเคย”
นัทมองหัวหน้ากิลด์
คำพูดนั้นทำให้เขานิ่งไปครู่หนึ่ง
ก่อนรอยยิ้มบาง ๆ จะปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“ผมคิดว่า...”
มาร์โกหันมามองเขา
นัทตอบ
“พวกเราไม่จำเป็นต้องคิดนานครับ”
หัวหน้ากิลด์เลิกคิ้ว
“อย่างนั้นหรือ?”
มาร์โกหัวเราะ
“ถ้าเป็นภารกิจเพื่อเลื่อนแรงก์”
“ผมว่านัทคงตอบตกลงอยู่แล้ว”
นัทหันไปมอง
“พี่ก็เหมือนกันไม่ใช่หรือไง?”
“ก็ใช่”
ทั้งสองหัวเราะเบา ๆ
หัวหน้ากิลด์มองภาพนั้น
ก่อนหยิบเอกสารอีกฉบับออกมาจากลิ้นชัก
แต่ยังไม่ได้ส่งให้
“ดี”
เขาวางมือลงบนเอกสาร
“ถ้าเช่นนั้น...”
สายตาของนัทกับมาร์โกจับจ้องไปที่มัน
หัวหน้ากิลด์กล่าวต่อ
“กลับมาอีกครั้งพรุ่งนี้”
“แล้วข้าจะอธิบายภารกิจให้พวกเจ้าฟัง”
นัทพยักหน้า
“ครับ”
นัทกับมาร์โกลุกขึ้นจากเก้าอี้
หลังจากกล่าวขอบคุณ
ทั้งสองก็เดินออกจากห้องของหัวหน้ากิลด์
เมื่อประตูปิดลง
มาร์โกหันมามองนัท
“วันนี้เราได้อะไรเยอะกว่าที่คิดนะ”
นัทพยักหน้า
“ตอนแรกแค่จะมาถามเรื่องศิลามหาเวท”
“สุดท้ายได้รู้ตั้งหลายเรื่อง”
“แถมยังมีภารกิจเลื่อนแรงก์อีก”
มาร์โกยิ้ม
“ชีวิตพวกเราคงไม่เงียบแล้วล่ะ”
นัทหัวเราะ
“ตั้งแต่มาโลกนี้...”
“ผมว่ามันก็ไม่เคยเงียบอยู่แล้วนะครับ”
ทั้งสองเดินออกจากกิลด์
ภายนอก
เมืองเริ่มต้นยังคงคึกคักเช่นเดิม
ผู้คนจากหลายเผ่าเดินผ่านไปมา
ไม่มีใครรู้ว่า...
ภายใต้ความสงบของเมืองแห่งนี้
มีการแข่งขันครั้งใหญ่กำลังดำเนินอยู่
การแข่งขันเพื่อแย่งชิงสิ่งที่คนท้องถิ่นอาจมองว่าไร้ค่า
แต่สำหรับผู้คนจากโลกอื่น...
มันอาจหมายถึงโอกาสของคนอีกนับร้อย
นัทมองออกไปยังถนนเบื้องหน้า
ก่อนพูดขึ้นเบา ๆ
“พรุ่งนี้สินะ”
มาร์โกพยักหน้า
“อืม”
ทั้งสองยังไม่รู้ว่า
ภารกิจรับรองแรงก์ D จะนำพาพวกเขาไปที่ใด
แต่หลังจากวันนี้...
เส้นทางของนัทและมาร์โกในโลก 2
กำลังเริ่มก้าวออกจาก
เมืองเริ่มต้น
อย่างแท้จริง.