ณ มุมมืดอันเร้นลับกลางป่าลึก ห่างไกลจากจุดที่ขบวนคาราวานถูกโจมตี กลิ่นควันไฟและกลิ่นคาวเืจาง ๆ ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
เยี่ยเฟยิในชุดปะชุนที่บัดนี้ขาดวิ่นและเต็มไปด้วยคราบเขม่าควัน นั่งขัดสมาธิหน้าหม้อหลอมเหล็กทมิฬด้วยสภาพอิดโรย ดวงตาสีม่วงหม่นของเขาเต็มไปด้วยเส้นเืฝอยสีแดงก่ำจากการอดนอน รอบกายของเขามีเศษซากกระดูกและกองขี้เถ้าของอสูรหมาป่าทมิฬกองพะเนิน
"วิถีหลอมอสูรมันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลยจริง ๆ ..." เฟยิพึมพำเสียงแหบพร่า พลางปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม
ชายหนุ่มใช้ความพยายามอย่างหนักหน่วง กินเวลาล่วงเลยไปกว่าครึ่งเดือน! เขาเปิดอ่านเคล็ดวิชาในตำราสมุนไพรของอาจารย์อู๋มู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลองผิดลองถูกจนซากหมาป่าทมิฬกว่ายี่สิบตัวที่เก็บมาได้ ถูกแผดเผาจนกลายเป็ขี้เถ้าสูญเปล่าไปเกือบหมด การผสานเือสูรเข้ากับสมุนไพรและควบคุมไฟอัคคีนิลนั้น ต้องใช้สมาธิและการควบคุมที่ละเอียดอ่อนกว่าการหลอมพืชพรรณทั่วไปนับสิบเท่า
ทว่า ความพยายามของความมุ่งมั่นย่อมไม่ทรยศผู้ใด
ปัง!
ฝาหม้อหลอมเหล็กทมิฬสั่นะเื ก่อนจะเปิดออกพร้อมกับกลิ่นคาวเืที่แฝงไปด้วยความหอมหวนของสมุนไพรหยิน เม็ดยาสีแดงคล้ำอมดำขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยลอยขึ้นมาตกในฝ่ามือของเฟยิ มันแผ่กลิ่นอายความดุร้ายและบ้าคลั่งออกมาอย่างชัดเจน
"ฮ่า ๆ ๆ ! สำเร็จจนได้ไอ้หนู!" อัคคีนิลหัวเราะลั่นในห้วงจิต "นี่แหละคือ 'โอสถโลหิตคลั่งทมิฬ' ! แม้จะเสียซากหมาป่าไปจนหมดเพื่อแลกกับยาเพียงเม็ดเดียว แต่มันก็คุ้มค่า! กินมันเข้าไปซะ แล้วเตรียมตัวลุยงานจริงได้แล้ว!"
เฟยิพยักหน้า เขากำโอสถเม็ดนั้นไว้แน่น ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วมุ่งหน้าสู่ 'หุบเขาเงามรณะ' ทันที
...
หุบเขาเงามรณะ เป็หุบเขาลึกที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทาทะมึนตลอดทั้งปี แสงแดดสาดส่องลงมาไม่ถึง กลิ่นอายความตายและซากศพเน่าเปื่อยลอยปะทะจมูกั้แ่ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้าไป
ภารกิจกวาดล้างอสูรระดับป้ายดำนี้ไม่มีการจำกัดเวลา ทางหอภารกิจจึงปล่อยป้ายหยกแขวนทิ้งไว้บนยอดกระดานเช่นนั้น ใน่หลายเดือนที่ผ่านมา มีศิษย์สายในหลายคนที่หลงระเริงในพลังของตนเอง เดินทางเข้ามาเพื่อหวังจะคว้าเงินรางวัลหนึ่งแสนเหรียญทอง ทว่า... ไม่มีใครรอดชีวิตกลับออกไปได้แม้แต่คนเดียว!
นั่นเป็เพราะพวกมันประเมินความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้ต่ำเกินไป!
ศิษย์พวกนั้นคิดว่าเป้าหมายคือ 'อสูรพยัคฆ์เงาทมิฬ' ระดับควบแน่นปราณ ขั้นที่ 6 เพียงตัวเดียว แต่ความเป็จริงที่ซ่อนอยู่ในหมอกมรณะแห่งนี้คือ... อสูรพยัคฆ์เงาทมิฬไม่ได้มีแค่ตัวเดียว แต่มันอยู่กันเป็ 'ฝูง' ! ยิ่งไปกว่านั้น แม้ระดับพลังของมันจะอยู่เพียงขั้นที่ 6 แต่มันกลับเกิดการกลายพันธุ์จนมีสติปัญญาและเล่ห์เหลี่ยมเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนใน 'แดนเปิดชีพจร ขั้นที่ 9' หรืออาจจะฉลาดแกมโกงเทียบเท่ากับผู้ฝึกตน 'แดนสร้างฐานราก' เลยด้วยซ้ำ!
พวกมันรู้จักการวางกับดัก การซุ่มโจมตี และการล้อมกรอบเหยื่ออย่างไร้ความปรานี
กรอบ... แกรบ...
เสียงฝีเท้าของเฟยิเหยียบลงบนกิ่งไม้แห้ง ชายหนุ่มโคจรปราณอนธการ กางวิชา 'ม่านอนธการกลืนจิต' ออกมารอบตัวในรัศมีหนึ่งวา เพื่อพรางกลิ่นอายและบิดเบือนการรับรู้ของศัตรู ทว่าทันใดนั้นเอง...
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
เงาดำขนาดมหึมาสามสายพุ่งทะยานแหวกม่านหมอกลงมาจากหน้าผาหิน ดิ่งตรงเข้าหาจุดตายของเฟยิอย่างพร้อมเพรียงและไร้สุ้มเสียง!
"มาแล้วสินะ!"
เฟยิเบิกตากว้าง ชายหนุ่มะเิ 'ย่างก้าวเงาไร้ลักษณ์' ถีบตัวหลบฉากออกด้านข้างได้อย่างฉิวเฉียด กรงเล็บแหลมคมของพวกมันตะปบลงบนพื้นดินจนหินผาแตกกระจายเป็หลุมลึก
เมื่อฝุ่นควันจางลง เฟยิก็ได้เห็นโฉมหน้าของศัตรูอย่างชัดเจน พวกมันคือพยัคฆ์ตัวใหญ่เท่าโคถึก ลำตัวสีดำสนิทดุจหมึก มีลวดลายสีม่วงเรืองแสงพาดผ่าน ดวงตาสีเืของพวกมันไม่ได้ฉายแววสัตว์ป่าที่ไร้เหตุผล แต่มันแฝงไปด้วยความเยือกเย็นและการประเมินกำลังศัตรูราวกับทหารเจนศึก พยัคฆ์ทั้งสามตัวกระจายกำลังออกเป็รูปครึ่งวงกลม ปิดทางหนีของเฟยิอย่างสมบูรณ์แบบ!
"ฉลาดนักนะพวกแก... แต่โชคร้ายหน่อยที่พวกแกเกิดมาเป็อสูรธาตุมืด!" เฟยิแสยะยิ้มเย็น แม้เขาจะอยู่เพียงขั้นที่ 3 แต่สายเืจักรพรรดิแห่งอนธการในตัวเขา คือจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารธาตุมืดทั้งหมด!
ชายหนุ่มกลืน 'โอสถโลหิตคลั่งทมิฬ' ลงคอทันที!
ตูม!!!
พลังยาที่สกัดจากเือสูระเิออกในจุดตันเถียน เส้นเืทั่วร่างของเฟยิปูดโปน กล้ามเนื้อขยายใหญ่ขึ้น พลังปราณอนธการที่เคยสงบนิ่งพลันบ้าคลั่งและพุ่งทะยานทะลุขีดจำกัดชั่วคราว กลิ่นอายความมืดของเขาแผ่ขยายกดทับอสูรพยัคฆ์ทั้งสามตัวจนพวกมันชะงักงัน สัญชาตญาณสัตว์ป่าของพวกมันร่ำร้องว่ามนุษย์ตรงหน้าคือ 'ราชันย์' ที่พวกมันไม่ควรตอแย!
แต่ความหิวโหยเอาชนะความกลัว พยัคฆ์ตัวหัวหน้าคำรามลั่น สั่งให้ลูกสมุนพุ่งเข้าโจมตีพร้อมกันจากซ้ายและขวา ส่วนตัวมันพุ่งเข้าชนจากด้านหน้า!
"ดรรชนีอนธการตัดดารา!"
เฟยิไม่หลบ ชายหนุ่มพุ่งสวนเข้าไปหาพยัคฆ์ตัวหน้าสุดอย่างห้าวหาญ ปลายนิ้วชี้ที่อัดแน่นด้วยปราณสีม่วงดำแทงสวนเข้าที่ดวงตาของมันอย่างแม่นยำและทะลวงลึกถึงสมอง!
ฉูดดด!
เืสีคล้ำพุ่งกระฉูด ทว่าในจังหวะนั้น กรงเล็บของพยัคฆ์อีกสองตัวก็ตะปบเข้าที่กลางหลังและหัวไหล่ของเขาจนเสื้อผ้าฉีกขาด แผลลึกจนเห็นกระดูก เฟยิกัดฟันกรอด ข่มความเ็ป หมุนตัวเตะก้านคอพยัคฆ์ตัวซ้ายจนกระเด็น ก่อนจะใช้มือขวาที่สวมแหวนหยกนิล ซัดคลื่นปราณอนธการกระแทกพยัคฆ์ตัวขวาจนอวัยวะภายในแหลกเหลว
แฮ่ก... แฮ่ก...
การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็ว เฟยิหอบหายใจหนักหน่วง เืหยดลงตามปลายกระบี่และท่อนแขน แม้เขาจะเป็ศัตรูตามธรรมชาติของพวกมัน แต่มันก็ไม่ง่ายเลยที่จะจัดการสัตว์อสูรระดับ 6 ที่ฉลาดเป็กรดพร้อมกันถึงสามตัว
"อย่าเพิ่งทรุดไอ้หนู! ััรอบตัวเ้าสิ พวกมันกำลังแห่กันมาอีกเพียบ!" อัคคีนิละโลั่น "นี่คือขุมทรัพย์ของเ้า! เอาหม้อหลอมออกมา ตั้งเตามันตรงนี้แหละ! สังหาร หลอมยา และกลืนกินพวกมันซะ!"
ดวงตาสีม่วงหม่นของเฟยิสว่างวาบ รอยยิ้มบ้าบิ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้า ใช่แล้ว... หุบเขาแห่งนี้ไม่ใช่แดนมรณะสำหรับเขา แต่มันคือ 'แหล่งฟาร์มชั้นยอด' ที่ถูก์ประทานมาให้!
ชายหนุ่มเรียกหม้อหลอมเหล็กทมิฬออกมาตั้งตระหง่านท่ามกลางลานเื เขาโยนซากพยัคฆ์ทมิฬที่เพิ่งฆ่าลงไป จุดไฟอัคคีนิลแผดเผาและสกัดแก่นเืของพวกมันออกมาสด ๆ ท่ามกลางเสียงคำรามของฝูงพยัคฆ์นับสิบตัวที่ค่อย ๆ ย่างกรายออกมาจากม่านหมอก
และการฟาร์มอันแสนบ้าคลั่งและยาวนานของเยี่ยเฟยิ ก็ได้เปิดม่านขึ้น!
...
กาลเวลาในหุบเขาเงามรณะไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้า ทว่าเต็มไปด้วยความบ้าเื
เฟยิใช้ชีวิตราวกับคนเถื่อน เขาสู้จนหมดแรง หลบซ่อนตัวเพื่อหลอมโอสถ กินโอสถอสูรเพื่อฟื้นฟูและทะลวงพลัง แล้วออกไปล่าพวกมันใหม่วนเวียนไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เดือนแรกผ่านไป...
เฟยิล้มลุกคลุกคลาน หลอมยาส่วนใหญ่พังทลายกลายเป็ขี้เถ้า แต่ด้วยการทำซ้ำนับร้อยครั้ง เขาเริ่มจับจุดได้ โอสถโลหิตคลั่งทมิฬถูกสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเขาดูดซับพลังงานธาตุมืดเ่าั้เข้าไป ลมปราณในร่างก็ะเิออก ทะลวงกำแพงเข้าสู่ 'แดนควบแน่นปราณ ขั้นที่ 4' ได้สำเร็จ!
เมื่อเข้าสู่เดือนที่สาม...
สภาพของหุบเขาเงามรณะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือ ฝูงอสูรพยัคฆ์ที่เคยเป็ผู้ล่า บัดนี้กลับกลายเป็ฝ่ายถูกล่าและต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน! ชายหนุ่มในชุดหนังสัตว์ที่เย็บขึ้นอย่างหยาบ ๆ ผู้มีดวงตาสีม่วงสว่างวาบในเงามืด กลายเป็ 'มัจจุราช' ที่พวกมันหวาดกลัว เฟยิไม่ต้องพึ่งพาย่างก้าวเงาไร้ลักษณ์เพื่อหลบหนีอีกต่อไป เขาสามารถยืนหยัดปะทะกรงเล็บของพวกมันได้ด้วยมือเปล่า
ตูม!
คลื่นปราณอนธการะเิออกกวาดล้างพยัคฆ์ห้าตัวในคราเดียว พลังลมปราณของเขาหนาแน่นและดุดันขีดสุด บัดนี้เขาทะลวงเข้าสู่ 'แดนควบแน่นปราณ ขั้นที่ 6' เป็ที่เรียบร้อยแล้ว!
เฟยินั่งขัดสมาธิอยู่บนกองซากศพของพยัคฆ์เงาทมิฬนับร้อยตัว ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ััได้ถึงพลังมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในทุกหยดเื แม้เสื้อผ้าจะขาดวิ่นและเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแผลเป็แห่งการเอาตัวรอด แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นหนักแน่นและทรงพลังอย่างแท้จริง
"ยอดเยี่ยมมากไอ้หนู..." อัคคีนิลกล่าวชมเชยอย่างพึงพอใจ "การปักหลักต่อสู้และหลอมโอสถในสภาพแวดล้อมจริงแบบนี้ ทำให้รากฐานลมปราณของเ้าแข็งแกร่งกว่าพวกคุณชายที่นั่งฝึกบนเบาะนุ่ม ๆ เป็ร้อยเท่า!"
เฟยิแย้มยิ้มบาง ๆ ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความหวัง หากเขายังคงหมั่นเคี่ยวกรำตนเอง ควบคู่ไปกับการเสาะหาทรัพยากรระดับสูงเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ...
"ด้วยความเร็วระดับนี้... การจะทะลวงเข้าสู่ 'แดนเปิดชีพจร' และกลายเป็ศิษย์ชั้นยอดของสำนักวายุคราม ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี... ย่อมไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป!" เฟยิประกาศกร้าวในใจ
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน นำ 'แก่นอสูรทมิฬ' ระดับ 6 ที่เป็เป้าหมายของภารกิจป้ายดำเก็บใส่แหวนหยกนิล พร้อมด้วยหญ้าปราณหยินที่เก็บเกี่ยวมาได้จนเต็มกระเป๋า บัดนี้ เขาพร้อมแล้วที่จะนำผลงานเหล่านี้กลับไปตบหน้าพวกที่เคยดูถูกเขาที่หอภารกิจ!