จารึกที่ 484 : ชุมนุมแสงดารา : ก้าวแรกสู่สังเวียนอำนาจ
เมื่อแสงดาวสีชาดโคจรมาบรรจบกับเงาของจันทร์เสี้ยว นครการค้าแสงดาราก็เข้าสู่ช่วงเวลาที่คึกคักและตึงเครียดที่สุด ห้วงอวกาศเหนือทวีปลอยฟ้า ถูกประดับประดาด้วยโคมไฟผลึกที่ส่องสว่างเจิดจ้า เรือรบและเกี้ยวหยกจากหมื่นภพ หลั่งไหลเข้าสู่ใจกลางนคร ประดุจสายน้ำที่หลากเข้าสู่มหาสมุทร
ณ ศูนย์กลางของความมั่งคั่งนั้น 'หอประมูลหยกกระจ่าง' ขยายขนาดขึ้นจนดูประหนึ่งภูเขาแก้วเจ็ดสี ค่ายกลป้องกันระดับสูงถูกเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ กลิ่นอายของยอดฝีมือระดับข้ามผ่านมหายาน แผ่ซ่านออกมาจากห้องรับรองพิเศษแต่ละห้องอย่างหนาแน่น บ่งบอกว่าผู้มาร่วมงานในวันนี้ ล้วนเป็นตัวตนที่สามารถสั่นคลอนดวงดาวได้ทั้งสิ้น
บนท้องถนนที่ทอดยาวเข้าสู่หอประมูล ลั่วจิน ผู้นำตระกูลลั่ว ยืนเหงื่อตกอยู่หน้าประตูทางเข้าใหญ่ แม้เขาจะเป็นเจ้าภาพ ทว่ารัศมีที่กดทับลงมาจากแขกผู้เกียรติแต่ละคน ทำให้พ่อค้าร่างท้วมแทบจะหายใจไม่ออก
"ท่านผู้นำ... แขกจากวิหารศักดิ์สิทธิ์มาถึงแล้วขอรับ" ผู้คุ้มกันกระซิบรายงานด้วยเสียงสั่นเทา
ลั่วจินสะดุ้งสุดตัว เขารีบจัดระเบียบเสื้อผ้า และก้าวออกไปต้อนรับ บนฟากฟ้า ปรากฏรถม้าสีเงินยวงที่เทียมด้วย 'ม้าเทวะสี่ปี' สามตัว รถม้านั้นมิได้แล่นไปตามถนน ทว่ามันเหยียบย่ำลงบนกฎเกณฑ์ของนครการค้า บีบบังคับให้มิติรอบด้านต้องหลีกทางให้
ม่านรถม้าเปิดออก ปรากฏร่างของชายชราในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ผู้มีดวงตาสีเงินอันเย็นชา เขาคือ 'ผู้อาวุโสสถิตธรรม' หนึ่งในผู้คุมกฎระดับสูงของวิหารศักดิ์สิทธิ์ การปรากฏตัวของเขา ทำให้เสียงจอแจหน้าหอประมูลเงียบกริบลงทันที
"ขะ... ข้าน้อยลั่วจิน ขอน้อมต้อนรับท่านผู้อาวุโส!" ลั่วจินคุกเข่าลงข้างหนึ่ง "การที่ท่านมาเยือนด้วยตนเอง ถือเป็นเกียรติอันสูงสุดของหอประมูลเราขอรับ"
ผู้อาวุโสสถิตธรรมเพียงปรายตามองลั่วจินประดุจมองมดปลวก "ข้ามิได้มาเพื่อซื้อขายเศษขยะของพวกสมาพันธ์... ข้ามาเพื่อนำ 'ปิ่น' เล่มนั้น กลับไปตรวจสอบ และมาเพื่อ... 'รับตัว' ผู้ที่สร้างมันขึ้นมา"
คำกล่าวที่เรียบง่าย ทว่าแฝงด้วยเจตจำนงที่ไม่อาจขัดขืน ทำให้ฝูงชนรอบด้านต่างกลืนน้ำลายลงคอ ทุกคนในจักรวาลชั้นในล้วนรู้ดีว่า หากวิหารศักดิ์สิทธิ์เอ่ยปาก 'รับตัว' ผู้ใด ผู้นั้นย่อมไม่มีวันได้กลับมาเห็นแสงสว่างอีก
ทว่า ก่อนที่ลั่วจินจะได้เอ่ยปากตอบรับ...
ครืนนนนน!
เสียงสั่นสะเทือนของมิติ ดังกึกก้องมาจากทิศเหนือของนครการค้า! มันมิใช่เสียงของรถม้าหรือเรือรบ ทว่ามันคือเสียงของการก้าวเดิน!
ทุกสายตา รวมถึงผู้อาวุโสสถิตธรรม ต่างหันไปมองยังทิศทางนั้น
บนเส้นทางที่ปูด้วยผลึกแก้ว ปรากฏร่างของคนกลุ่มหนึ่งกำลังก้าวเดินมาอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวของพวกเขา กลับบิดเบือนระยะทาง ทำให้ระยะห่างนับร้อยลี้ หดสั้นลงเหลือเพียงไม่กี่ก้าว!
นำหน้าขบวนคือชายหนุ่มในชุดคลุมสีครามที่ดูเรียบง่าย ไร้ซึ่งเครื่องประดับล้ำค่าใดๆ ทว่ารัศมีที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา กลับลึกล้ำและเงียบสงบประดุจความว่างเปล่าที่อยู่เหนือสัจธรรมทั้งปวง นัยน์ตาของเขาไร้ซึ่งระลอกคลื่น ทว่าเมื่อทอดสายตามองผู้ใด ผู้นั้นกลับรู้สึกประหนึ่งถูกปลดเปลื้องกฎเกณฑ์ที่ปกป้องวิญญาณออกจนหมดสิ้น
ขนาบข้างด้วยนักกระบี่หนุ่มในชุดดำที่แผ่รังสีแห่งการตัดมิติ และบุรุษหนุ่มผมแดงที่แฝงกลิ่นอายของเพลิงอัคคีบรรพกาล ตามมาด้วยหญิงสาวผู้งดงามที่แผ่ปราณพฤกษาเซียน และปรมาจารย์ค่ายกลที่ดูเยือกเย็น ปิดท้ายด้วยชายชราที่เดินนำหน้าอย่างภาคภูมิ
"ราชันหมื่นอักขระ..." เสียงกระซิบดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ ชื่อนี้กลายเป็นตำนานสยองขวัญในชั่วข้ามคืน หลังจากข่าวการพังพินาศของทูตพิพากษาดาราหลุดรอดออกมา
ลั่วจินหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม เขาติดอยู่ตรงกลางระหว่างขั้วอำนาจโบราณและพยัคฆ์ร้ายตัวใหม่ พ่อค้าร่างท้วมไม่รู้จะทำตัวเช่นไรดี
อาเจียก้าวมาหยุดยืนห่างจากผู้อาวุโสสถิตธรรมเพียงห้าก้าว ชายหนุ่มมิได้ค้อมศีรษะ ทว่าเขาเพียงประสานมือหลวมๆ "การเปิดตัวศัสตราของข้า ดึงดูดความสนใจจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้... นับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง"
ผู้อาวุโสสถิตธรรมหรี่ตาลง ประเมินชายหนุ่มเบื้องหน้า เขาพยายามใช้สัมผัสเทวะเจาะทะลวงเข้าสู่วิญญาณของอาเจีย ทว่าสัมผัสนั้นกลับจมดิ่งหายไปในความว่างเปล่า ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆ
"เจ้าเป็นเพียงมดปลวกที่บังเอิญได้ครอบครองพู่กันปฐมกาล" ผู้อาวุโสสถิตธรรมเอ่ยเสียงเย็นเยียบ "ปิ่นเล่มนั้น แฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์ที่ขัดต่อสัจธรรมแห่งการเกิดดับ วิหารศักดิ์สิทธิ์จำต้องยึดมันไว้... และเจ้า ต้องตามข้ากลับไปรับการชำระบาป ที่ยอดเขากระบี่"
"ชำระบาป?" เฟิงอวี้หรานแค่นเสียงหัวเราะ เปลวเพลิงสีทองปะทุขึ้นในดวงตา "พวกท่านต่างหากที่ควรชำระล้างความโอหังของตนเอง! คิดว่าอยู่ที่นี่แล้วจะบีบบังคับสหายข้าได้หรือ?"
"สามหาว!"
ผู้อาวุโสสถิตธรรมตวาดก้อง รัศมีข้ามผ่านมหายานขั้นสูงสุดระเบิดออก! กฎเกณฑ์แห่งความตายตัวและสมบูรณ์แบบ แผ่ขยายออกเป็น 'โดมมิติ' หวังจะกดทับอาเจียและสหายให้คุกเข่าลงกับพื้น! พื้นผลึกแก้วของนครการค้าเกิดรอยร้าวอย่างรุนแรง ผู้คนรอบด้านกระอักเลือดและล้มพับไปเป็นเบือ
ทว่า ภายใต้แรงกดดันที่สามารถบดขยี้ดวงดาว อาเจียกลับยังคงยืนหลังตรงประดุจทวนศิลา!
ชายหนุ่มไม่ได้ระเบิดปราณวิญญาณเข้าต่อต้าน ทว่าเขาเพียงตวัดมือขวาเบาๆ
พู่กันนิรันดร์ปฐมกาลปรากฏขึ้นในอุ้งมือ! อาเจียไม่ได้ขีดเขียนอักขระบนอากาศ ทว่าเขากระแทกโคนพู่กันลงบนพื้นผลึกแก้ว!
ตึง!
"จารึกรังสรรค์... คลี่คลายสัจธรรม อาณาเขตสูญตา!"
ระลอกคลื่นสีเทาประกายทอง แผ่ขยายออกจากจุดที่พู่กันกระแทกพื้น มันไม่ได้ปะทะกับโดมมิติของผู้อาวุโส ทว่ามัน 'ละลาย' กฎเกณฑ์ที่แข็งทื่อนั้น ให้กลายเป็นความว่างเปล่าอย่างเงียบเชียบ!
เพียงชั่วพริบตา แรงกดดันของวิหารศักดิ์สิทธิ์ก็มลายหายไปประดุจหมอกควัน ผู้คนที่ล้มพับต่างสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก
ผู้อาวุโสสถิตธรรมเบิกตากว้าง ความตกตะลึงฉายชัดบนใบหน้าที่เคยเย็นชา "เจตจำนงแห่งความเสื่อมสลาย... และความว่างเปล่า! เจ้า... เจ้าผสานสองวิถีเต๋าที่ขัดแย้งกันได้อย่างไร!"
"ในสายตาของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ทุกสิ่งต้องเป็นสีขาวหรือดำ" อาเจียเอ่ยเสียงเรียบ ทอดสายตามองผู้อาวุโสด้วยแววตาที่ว่างเปล่า "ทว่า ในวิถีแห่งอักขระ... แม้แต่ความตายและการเกิดใหม่ ก็เป็นเพียงน้ำหมึกสองสี ที่สามารถนำมาวาดภาพเดียวกันได้"
บรรยากาศหน้าหอประมูลตึงเครียดจนถึงขีดสุด การปะทะกันเพียงเสี้ยวลมหายใจ ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า ราชันหมื่นอักขระ มิใช่เหยื่อที่วิหารศักดิ์สิทธิ์จะเคี้ยวกลืนได้ง่ายๆ
ลั่วจินที่รวบรวมความกล้าได้ รีบก้าวเข้ามาแทรกกลาง "ทะ... ท่านทั้งสอง! ที่นี่คือนครการค้าแสงดารา! สมาพันธ์การค้ามีกฎเหล็ก ห้ามมิให้ผู้ใดต่อสู้กันในเขตชุมนุมประมูล! หากท่านมีข้อบาดหมาง โปรดระงับไว้ก่อน... งานประมูลกำลังจะเริ่มแล้วขอรับ!"
ผู้อาวุโสสถิตธรรมสูดลมหายใจลึก สะกดกลั้นโทสะ "ดี... ในเมื่อเจ้าอยากจะเล่นเกมของพ่อค้า ข้าก็จะดูว่า... เจ้าจะมีปัญญาปกป้องปิ่นเล่มนั้น ไว้จากอำนาจแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร" ชายชราสะบัดแขนเสื้อ เดินนำหน้าเข้าไปในหอประมูล
อาเจียระบายรอยยิ้มจางๆ "ปิ่นสะบั้นดารา เป็นของลั่วจินแล้ว ข้าเพียงแต่มาดูว่า... ผู้ใดจะเป็นเศรษฐีผู้โง่เขลา ที่ทุ่มเงินเพื่อซื้อหายนะไปประดับเรือน"
ชายหนุ่มหมุนตัว เดินนำมิตรสหายเข้าสู่หอประมูลหยกกระจ่าง โดยมีสายตานับหมื่นคู่จับจ้องด้วยความยำเกรง
การประมูลครั้งนี้ จะมิใช่เพียงการแข่งขันด้วยศิลาปราณดารา ทว่ามันคือสมรภูมิไร้เลือด ที่อาเจียวางข่ายดักจับวิหารศักดิ์สิทธิ์ และขั้วอำนาจอื่น ให้เข้ามาติดกับดักแห่งวิถีเต๋า! ประตูสู่การหักเหลี่ยมเฉือนคมในจักรวาลชั้นใน ได้เปิดกว้างขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ!