“แพรมาที่นี่…พีมรู้รึเปล่า” เสียงผู้หญิงดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้ฉันรีบผลักพี่ศิลาออกอีกครั้ง
เมื่อหันไปก็พบกับพี่แอม…
เธอสวมเดรสสีดำรัดรูป เว้าทั้งด้านหน้าและด้านหลังจนเผยเรือนร่างอย่างชัดเจน หน้าอกอวบอิ่มแทบจะล้นออกมาจากเสื้อผ้า แค่เธอเดินมาก็ดึงดูดสายตาผู้ชายแทบทั้งร้าน...พี่แอมเธอเป็คนสวยมากจริง ๆ
“แล้วพี่แอมมาทำอะไรที่นี่คะ มาที่นี่...พี่พีมรู้รึเปล่า” ฉันถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ก่อนจะสบตาเธอ รอยยิ้มค่อย ๆ จางหายไปจากใบหน้าของพี่แอม เห็นได้ชัดว่าเธอไม่คิดว่าฉันจะย้อนกลับแบบนี้
“แล้วเกี่ยวอะไรกับแก?” พี่แอมพูดด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ ก่อนจะจ้องฉันเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างไม่คิดปิดบัง
“แพรเห็นนะคะ ว่าพี่แอมกำลังพยายามทำอะไรที่โต๊ะอาหาร” แววตาพี่แอมวูบไหวขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มเหยียด ๆ
“ฉันจะทำอะไรก็เื่ของฉัน แกมีสิทธิ์อะไรมาสั่ง”
“แพร-”
“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ แพรเป็ของฉัน” เสียงทุ้มของพี่ศิลาดังแทรกขึ้น คนตัวสูงเดินมาหยุดอยู่ข้างฉัน มือใหญ่คว้าเอวฉันไว้แล้วดึงเข้าไปใกล้ ฉันหันไปมองเสี้ยวใบหน้าพี่ศิลา หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา
“ของศิลา? ั้แ่เมื่อไหร่ ศิพูดประชดแอมเหรอ” พี่แอมพูดแล้วหัวเราะออกมาเหมือนไม่อยากจะเชื่อ
“เมื่อก่อนศิยังบอกอยู่เลยว่ามันน่ารำคาญที่มันชอบมาตามศิต้อย ๆ ” พี่แอมพูดขึ้น จริงอยู่ว่าเมื่อก่อนฉันตามเขาต้อย ๆ แต่คำว่าน่ารำคาญทำให้ฉันรู้สึกแย่ขึ้นมา พี่ศิลารู้สึกแบบนั้นกับฉันมาตลอดเลยเหรอ
“ั้แ่เมื่อไหร่ก็เื่ของฉัน แต่ฉันไม่กลับไปกินของเก่าที่ทิ้งแล้ว” พี่แอมหน้าเสียไปเล็กน้อยที่พี่ศิลาพูดแบบนั้น ก่อนที่เธอจะเชิดหน้าขึ้น
“แอมไม่เชื่อหรอกว่าอีเด็กนี่จะเอาศิอยู่ มันเป็น้องศินะ”
“แล้วเกี่ยวอะไรกับเธอ?” พี่ศิลาสบตาพี่แอมด้วยแววตาเ็าไร้อารมณ์
“ศิ…แอมคิดถึงศิจริง ๆ นะ หลายปีที่ผ่านมาศิลืมเื่ของเราได้จริง ๆ เหรอ” น้ำเสียงของพี่แอมสั่นเล็กน้อย พี่แอมมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ราวกับกำลังอ้อนวอนขอโอกาส
พี่ศิลาไม่ตอบ เขาเพียงหันมามองฉันก่อนจะก้มลงจูบที่ขมับเบา ๆ ร่างกายของฉันเหมือนหยุดทำงานไปชั่วขณะ สมองว่างเปล่าไปหมด เหลือเพียงััอุ่น ๆ ที่ยังคงติดอยู่บนขมับ
พี่ศิลาทำบ้าอะไรเนี่ย…
พี่แอมที่เห็นการกระทำของพี่ศิลาก็กำมือแน่น สายตาที่เคยมองพี่ศิลากลับเลื่อนมาหยุดที่ฉัน ความอ่อนหวานเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงความไม่พอใจที่ปิดไม่มิด เธอเชิดหน้าขึ้นราวกับไม่้าให้ใครเห็นว่าตัวเองกำลังเสียหน้า ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
“อ่าวไอ้ศิ มึงมาอยู่ตรงนี้กับหญิงนี่เอง” เสียงผู้ชายที่คงจะเป็เพื่อนของเขาดังขึ้น
“มึงเปลี่ยนเปคอ่อวะ คนนี้แนวน่ารักไม่เหมือนสเปคมึง” ผู้ชายคนนั้นพูดแล้วมองฉันอย่างตื่นเต้น ท่าทางของเขาดูทะเล้นนิด ๆ
“หึ” พี่ศิลาไม่ตอบ เขาแค่นหัวเราะในลำคอแล้วหันมามองฉันแทน
“กูกลับละ” เขาโบกมือลาเพื่อนที่ยังสบถด่าไล่หลังไม่หยุด ก่อนจะลากแขนฉันเดินออกมาจากผับ
“โอ๊ย...แพรเจ็บนะคะ” ฉันร้องออกมาเบา ๆ เมื่อเขาเปิดประตูรถแล้วแทบจะเหวี่ยงฉันให้เข้าไปนั่งบนเบาะ
“คาดเข็มขัด” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ไม่แม้แต่จะหันมามอง
บรื้นนน
พี่ศิลาขับรถสปอร์ตพุ่งทะยานออกไปทันทีหลังจากหันมาสั่งฉันให้คาดเข็มขัด ฉันแอบเหลือบมองเสี้ยวหน้าของเขา แววตาคมเข้มที่จับจ้องถนนเบื้องหน้าเ็าจนน่ากลัว ฉันจึงไม่กล้าเอ่ยถามอะไรออกไป
ตลอดทางไม่มีบทสนทนาแม้แต่คำเดียว ไม่นานรถก็เลี้ยวเข้าไปในลานจอดรถของคอนโด ฉันเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะจำได้ทันทีว่า…
ที่นี่คือคอนโดของพี่ศิลา
เขาดับเครื่องยนต์แล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งฉัน
“อยากอยู่กับฉันมากนักไม่ใช่เหรอ” เขาก้มใบหน้าลงมา ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย
“...”
“ตามมาถึงผับแล้วจะทำเป็กลัวอะไร” พี่ศิลาพูดเมื่อเห็นว่าฉันยังคงนั่งนิ่ง
“ลงมาสิ” สิ้นคำมือใหญ่ก็คว้าข้อมือฉันแล้วดึงลงจากรถ
“คะ?” ฉันพูดออกไป ร่างสูงเดินเซไปเล็กน้อย พี่ศิลาคงดื่มไปไม่น้อยแต่คงยังไม่ถึงกับเมา เพราะเขายังพูดจารู้เื่ ฉันเดินตามพี่ศิลาไปเงียบ ๆ มือของเขายังเกาะกุมอยู่ที่ข้อมือของฉัน
ฉันแค่เป็ห่วงเขา…เป็ห่วงว่าเขาจะเสียใจกับเื่พี่แอมก็เท่านั้น ไม่ใช่เพราะความรู้สึกอื่นหรอก ฉันรีบหาเหตุผลให้ตัวเอง พลางปล่อยให้เขาจูงมือขึ้นไป
เมื่อมาถึงห้อง พี่ศิลาไม่พูดอะไรสักคำ เขาเดินตรงไปที่ตู้เย็น หยิบเบียร์ออกมาหนึ่งกระป๋องแล้วเปิดดื่มจนหมด ก่อนจะหยิบกระป๋องใหม่ขึ้นมาอีก
แกร๊ก
แล้วเขาก็ขยำมันทิ้งเมื่อดื่มหมด แววตาเขาวูบไหวขึ้นมาเล็กน้อยราวกับกำลังพยายามใช้แอลกอฮอล์กลบความรู้สึกบางอย่าง ก่อนจะยกกระป๋องใหม่ขึ้นมาดื่ม ฉันมองเขาดื่มเบียร์กระป๋องแล้วกระป๋องเล่า พอนับดูก็พบว่าเกือบสิบกระป๋องได้แล้ว
“พี่ศิลาพอก่อนเถอะค่ะ พี่ศิลาดื่มเยอะแล้วนะคะวันนี้” ฉันเอื้อมมือไปคว้ากระป๋องเบียร์ที่เขากำลังจะยกดื่ม
“กินเป็ไหม?” เขาถามขึ้นก่อนจะมองฉัน แววตาคมเข้มเต็มไปด้วยความคุกรุ่น
“แพรไม่เคยกินเลยค่ะ” ฉันตอบออกไป
“งั้นก็อย่ามายุ่ง” พูดจบพี่ศิลาก็สะบัดมือฉันออกแล้วยกเบียร์ขึ้นดื่มต่อ
ฉันเม้มริมฝีปากแน่น เอื้อมมือไปคว้ากระป๋องเบียร์อีกกระป๋องที่วางอยู่บนโต๊ะ เปิดมันออกก่อนจะยกขึ้นดื่มรวดเดียว
“อึก...” รสชาติขมฝาดแล่นผ่านปลายลิ้นจนฉันอดไม่ได้ที่จะเบ้หน้า แทบจะพ่นมันออกมา แต่ก็ยังฝืนกลืนลงคอจนหมด
พี่ศิลาเหลือบมองฉัน ก่อนจะเหยียดยิ้มออกมานิด ๆ รอยยิ้มแบบนั้นเหมือนเขากำลังหัวเราะเยาะว่าฉันเป็แค่ เด็ก
ฉันกำกระป๋องเบียร์ในมือแน่น ฉันไม่ใช่เด็กสักหน่อย ความอยากเอาชนะทำให้ฉันกลั้นใจกระดกเบียร์ดื่มโดยที่ไม่หยุด รสชาติขมปร่าของเบียร์กว่าครึ่งกระป๋องไหลผ่านเข้ามาลำคอ
ขมชะมัดนี่มันอร่อยตรงไหนกันเนี่ย…
“กลับไปซะ นี่ไม่ใช่ที่ที่เธอควรอยู่” พี่ศิลาพูดด้วยรอยยิ้มเย็น ๆ ฉันแสร้งเมินคำพูดเขาแล้วยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มต่อ
เมื่อฉันทำเป็ไม่สนใจเขาและดื่มต่อไปเรื่อย ๆ พี่ศิลาก็ดื่มหมดไปอีกสองกระป๋อง เขาเอนหลังพิงโซฟา นั่งมองฉันเงียบ ๆ ราวกับกำลังนั่งดูละครฉากหนึ่งที่น่าสนใจ แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น นั่นทำให้ฉันกลั้นใจดื่มต่อแม้จะรู้สึกขมและพะอืดพะอมมากเต็มที
“อึก” หลังจากยกดื่มเบียร์ไปจนหมดกระป๋องฉันก็รู้สึกได้ว่าโลกทั้งใบเริ่มพร่าเลือน มีแค่ใบหน้าของพี่ศิลาที่ชัดเจน
ความรู้สึกที่อัดอั้นในใจมานานกว่าหกปีบวกกับคำพูดของพี่แอมที่ว่า “เมื่อก่อนศิยังบอกอยู่เลยว่ามันน่ารำคาญที่มันชอบมาตามศิต้อย ๆ” ประโยคนั้นดังก้องอยู่ในหัวฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ฉันรู้ว่าตัวเองกำลังเมา รู้ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมันไม่ใช่เื่ที่ควรทำ แต่ใน่เวลาสั้น ๆ ก่อนที่สติจะเลือนราง ฉันอยากถามในสิ่งที่ค้างคาใจมาตลอด
“เมื่อก่อนแพรน่ารำคาญมากเลยเหรอคะ” ฉันพูดก่อนจะขยับไปใกล้ ๆ เขา ความเมาทำให้ฉันกล้าที่จะพูดเื่เหล่านี้
“…” พี่ศิลาไม่ตอบ แววตาของคนตรงหน้าเต็มไปด้วยความเ็า
“แพรน่ารำคาญมากเลยเหรอคะ พี่ศิลาถึงได้…” หายไป สองคำหลังฉันพูดได้แค่ในใจ ถ้านี่เป็เวลาปกติฉันคงจะหยุด
พี่ศิลายังคงนั่งนิ่งไม่พูดอะไร มีเพียงแววตาคมกริบที่มองฉันเงียบ ๆ ความมึนเมาจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้ความกลัวที่เคยมีหายไปจนหมด ฉันขยับเข้าไปหาเขาแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้ กว่าที่จะรู้ตัวมือทั้งสองข้างก็ยกขึ้นประคองใบหน้าใบหน้าหล่อเหล่าไว้
“แพรคิดถึง…พี่ศิลาจังค่ะ” ฉันพูดในสิ่งที่เก็บไว้มาตลอดหกปีออกมาโดยไม่สามารถหักห้ามใจได้
พี่ศิลาส่งเสียงหัวเราะหึเบา ๆ ในลำคอ ฉันค่อย ๆ ประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากของเขาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ความเย็นเฉียบและรสเบียร์ที่ขมปร่าจากริมฝีปากเขาเข้ามาในริมฝีปากฉันอีกครั้ง
ฉันตั้งใจจะผละออกในอีกวินาทีถัดมา แต่คนตรงหน้ากลับรั้งท้ายทอยฉันไว้แล้วประกบจูบลงมาอย่างหนักหน่วง มือเรียวบีบฉันให้อ้าปากออกก่อนจะแทรกเรียวลิ้นเข้ามา เราจูบกันอยู่เนิ่นนานจนฉันเริ่มหายใจไม่ทัน ฉันทุบไหล่เขาเบา ๆ พี่ศิลาถึงได้ยอมคลายริมฝีปากออก
ในขณะที่ฉันกำลังมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พี่ศิลาดันฉันลงกับพื้นก่อนจะทาบทับลงมา ริมฝีปากร้อนััไล้ไปตามใบหน้าฉันด้วยความรีบร้อน
“โอ๊ย แพรเจ็บนะ” ฉันพึมพำพลางยกมือขึ้นแตะลำคอ เมื่อััได้ถึงแรงดูดเม้มที่ลำคอจากริมฝีปากของเขา
“หือ…เจ็บเหรอ” ฉันมึนงงไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ลมหายใจอุ่นร้อนของเราสอดประสานกัน
“งั้น…ก็บอกให้พี่หยุดสิ” เขาจ้องหน้าฉันอย่างท้าทาย แล้วคนร่างสูงก็ประกบริมฝีปากลงมาโดยที่ไม่รอคำตอบ
เขาบดขยี้ริมฝีปากฉันอย่างรุนแรงอยู่เนิ่นนาน ก่อนที่รสจูบจะแปรเปลี่ยนไปเป็ความอ่อนโยน ชวนให้รู้สึกวาบหวามในแบบที่ฉันไม่เคยัั
เขาไล้ริมฝีปากไปทั่วซอกคออย่างหยอกเย้า ััอุ่นร้อนจากมือของเขาััไปตามผิวนอกร่มผ้าฉันอย่างแ่เบา ทำให้ฉันหลงเผลอไผลไปกับัันั้นของเขาชั่วขณะ
จนกระทั่งเมื่อฝ่ามือร้อนสอดเข้ามาใต้เสื้อแล้วถลกมันขึ้น ราวกับถูกไฟช็อต ฉันหยุดหายใจทันที
“อื้อ…พี่ศิลา” เขาลากนิ้วเรียวขึ้นไปตามหน้าท้องของฉัน ความรู้สึกแปลก ๆ ทำให้ฉันเผลอบีบแขนเขาแน่น
“แพร…” ฉันเงยหน้าสบตากับแววตาไร้ความรู้สึกของพี่ศิลา ดวงตาคมกริบไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ
เขาจับแขนฉันขึ้นไปบนศีรษะแล้วประกบจูบลงมาอีกหน รสจูบที่ราวกับหลอกล่อให้ฉันหลงมัวเมาไปกับััของเขา มันแปรเปลี่ยนเป็ความเร่าร้อนจนความรู้สึกปั่นป่วนประดังประเดเข้ามาไม่หยุด อารมณ์ภายในตัวฉันเริ่มพุ่งทะยานจนแทบจะควบคุมไม่ได้ ฉันจูบเขาตอบอย่างเงอะ ๆ งะ ๆ
แล้วสติฉันก็ค่อย ๆ เลือนหายไปพร้อมกับไออุ่นจากร่างกายของเขา…