บทที่ 13 ตานเหล่าถอยหนีด้วยความหวาดกลัว เยี่ยนเอ๋อร์จะเชื่อท่านทุกอย่าง
เซียวเยี่ยนยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องโถง แม้เขาจะไม่เคยพบหน้าซูชิงลั่วมาก่อน แต่ชื่อเสียงเื่ความเป็อัจฉริยะของตระกูลซูนั้นเขาเคยได้ยินมาบ้าง ดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัย
ในตอนแรกเขาจึงคิดจะแอบดูเงียบ ๆ แต่ใครจะไปรู้ว่า...อีกฝ่ายกลับมาเพื่อขอถอนหมั้น!
นี่มันเป็ความอัปยศครั้งยิ่งใหญ่ชัด ๆ!
ไม่เพียงแต่สำหรับตัวเขา แต่สำหรับตระกูลเซียวด้วยแล้ว นี่คือการเหยียดหยามอย่างไม่ต้องสงสัย
หากเื่นี้แพร่งพรายออกไป คนทั้งเมืองชิงอวิ๋นคงจะพากันหัวเราะเยาะเขาและตระกูลเซียวเป็แน่!
“พวกเ้า...”
“เยี่ยนเอ๋อร์! อย่าเสียมารยาท! ในฐานะนายน้อยแห่งตระกูลเซียว จะมัวหลบ ๆ ซ่อน ๆ ได้อย่างไร เข้ามาคำนับผู้นำตระกูลซูและผู้าุโซูเสีย” เซียวจั้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
เพื่อรักษาหน้าของตระกูลเซียวเอาไว้ ความจริงแล้ว หลังจากที่เขาััได้ถึงระดับพลังของซูชิงลั่ว เขาก็ไม่หวังกับสัญญาหมั้นหมายระหว่างลูกชายของตนกับซูชิงลั่วอีกต่อไป
ซูชิงลั่วกับเซียวเยี่ยนอายุเท่ากัน! นั่นหมายความว่า อีกฝ่ายอยู่ระดับกลั่นลมปราณขั้นที่เจ็ดในวัยเพียงสิบหกปี!
พร์ระดับนี้ ต่อให้ไปอยู่ที่สำนักชิงอวิ๋นก็ถือเป็อัจฉริยะอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อหันกลับมามองเซียวเยี่ยน พลังกลับหยุดอยู่ที่กลั่นลมปราณขั้นที่สามมาหลายปีแล้ว อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่เขาที่เป็บิดาก็ยังรู้สึกว่าลูกชายของตนไม่คู่ควรกับอีกฝ่าย!
“เฮ้อ! ก็จริง ตระกูลซูให้กำเนิดยอดอัจฉริยะหญิง การมาขอถอนหมั้นจึงเป็เื่ที่สมเหตุสมผล
จะโทษก็ต้องโทษที่ลูกข้าไร้ความสามารถ...”
สีหน้าของเซียวจั้งดูหม่นหมองลง
ส่วนซูฉี่อู่มองดูเด็กหนุ่มที่เดินออกมาจากมุมห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย เื่ราวในอดีตของนายน้อยตระกูลเซียว พวกเขาย่อมพอจะรู้มาบ้าง ไม่เช่นนั้นคงไม่เด็ดขาดในการมาขอถอนหมั้นถึงเพียงนี้
นายน้อยที่แม้แต่คนในตระกูลทั่วไปยังเก่งกว่า จะคู่ควรกับอัจฉริยะแห่งตระกูลซูได้อย่างไร!
ขณะที่เซียวเยี่ยนซึ่งเดินออกมาจากมุมห้อง มองไปยังกลุ่มคนตระกูลซู ในดวงตาที่สว่างไสวแฝงไว้ด้วยความโกรธและความไม่ยินยอม
'เพียงเพราะข้ามีระดับพลังต่ำ จึงมาขอถอนหมั้นอย่างนั้นหรือ?! หากไม่ใช่เพราะหลายปีมานี้ข้าทุ่มเทฝึกฝนวิชาควบคุมไฟ ข้าจะไม่มีความก้าวหน้าเลยเชียวหรือ?!
ตานเหล่า! ตอนนี้เพราะท่าน ทำให้ตระกูลเซียวทั้งตระกูลต้องมาขายหน้าเพราะข้าด้วย!'
เซียวเยี่ยนกำหมัดแน่น ะโก้องอยู่ในใจ
'จะรีบร้อนไปทำไม! ก็แค่ถอนหมั้น มีอะไรน่าขายหน้า
เด็กนั่นพร์ดีก็จริง แต่มีข้าอยู่ด้วย อย่างมากที่สุดอีกสามปีข้าจะก้าวข้ามนางให้ได้!
ถึงตอนนั้น ทั้งตระกูลซูก็ไม่กล้าดูแคลนเ้า!
ขอเพียงเ้าเชื่อข้า วางรากฐานให้มั่นคง อย่าว่าแต่ตระกูลซูเล็ก ๆ เลย ต่อให้เป็สำนักชิงอวิ๋นแล้วจะสำคัญอะไร!'
เสียงชราดังสนั่นขึ้นในห้วงความคิดของเซียวเยี่ยน ทำให้จิตใจของเขาเริ่มสงบลงเล็กน้อย
'ก็จริง หากไม่เชื่อคำของตานเหล่า ข้าคงไม่รู้ซึ้งถึงนิสัยใจคอของคู่หมั้นผู้นี้
ดูตอนนี้แล้ว อีกฝ่ายก็ไม่ต่างจากคนทั่วไปที่ยึดติดกับลาภยศ สนใจแต่ผลประโยชน์เล็กน้อย!'
เซียวเยี่ยนเงยหน้าขึ้น ไม่รู้สึกหดหู่หรือโกรธแค้นอีกต่อไป เขามองไปยังใบหน้าอันงดงามราวกับหยกของซูชิงลั่ว ในใจพลันเกิดความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเอาชนะ!
“สามปี! หลังจากสามปี ข้าจะไม่มีวันยอมให้เ้าดูถูกข้าอีก!
ในเมื่อเป็เช่นนี้... ข้าขอทำสัญญาใจกับเ้าเป็เวลาสามปี!”
แววตาของเซียวเยี่ยนฉายความเด็ดเดี่ยว เขายืดตัวตรงเผชิญหน้ากับพวกหลินม่อ ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ เพียงแต่เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเ็า
“ถอนหมั้นก็ได้ แต่ข้าหวังว่าพวกเ้าจะจำไว้ว่า หลังจากสามปี...”
'ซี๊ด! เดี๋ยวก่อน! เหตุใดคำพูดนี้ถึงฟังดูคุ้นหูนัก?'
เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวเยี่ยน หลินม่อที่นิ่งเงียบมาตลอดก็ใจกระตุกวูบ เื่ราวมันเริ่มไม่ถูกต้องแล้ว! นี่จะมาทำสัญญาใจสามปีอะไรกัน? ถ้าพูดคำนี้ออกมา จะกลายเป็สร้างศัตรูถาวรไม่ใช่หรือ?!
ไม่ได้! จะปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปไม่ได้!
หลินม่อรีบเปลี่ยนความคิดทันที จากนั้นจึงรีบพูดแทรกขึ้นมา
“ท่านนี้คือหลานเซียวใช่หรือไม่ ช่างเป็ผู้ที่มีรูปลักษณ์สง่างามจริง ๆ”
คำชมที่รีบร้อนตัดบทของเซียวเยี่ยนจนขาดห้วง
เซียวเยี่ยนเงยหน้าขึ้น ก็เห็นผู้ที่พูดสวมชุดสีดำ รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลา ซึ่งก็คือหลินม่อนั่นเอง
“หลินม่อ! เ้าทำอะไร?! ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าห้ามพูด! เหตุใดจึงสอดปากพูดโดยพลการ!” ซูฉี่อู่สีหน้าเปลี่ยนไป พร้ะคอกเสียงต่ำด้วยความโกรธ
เมื่อครู่เห็นชัด ๆ ว่าอีกฝ่ายตกลงถอนหมั้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็แค่รับหนังสือหมั้นคืนแล้วจากไป แต่กลับมาสร้างเื่ให้ยุ่งยากอีก ซูฉี่อู่จะไม่โกรธได้อย่างไร!
ส่วนซูชิงลั่วเองก็รู้สึกมึนงงกับการกระทำของหลินม่อ
'เขาคิดจะทำอะไร? ทำไมจู่ ๆ ถึงไปชมคนอื่นแบบนั้น? อีกอย่าง สง่างามที่ไหนกัน ดูธรรมดาสามัญยิ่งนัก
อืม... แต่ดวงตาคู่นั้นก็ดูดีอยู่เหมือนกัน'
ซูชิงลั่วแอบชำเลืองมองเซียวเยี่ยน แต่ปลายนิ้วกลับแอบดึงชายเสื้อของหลินม่อเบา ๆ การกระทำกะทันหันของหลินม่อทำให้นางรู้สึกกังวลขึ้นมา ไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่
ทว่า หลินม่อกลับไม่สนใจปฏิกิริยาของใครเลย เขายังคงทักทายสองพ่อลูกตระกูลเซียวอย่างเป็กันเอง
“ท่านผู้นำตระกูลเซียว ข้าคือหลินม่อ พ่อเลี้ยงของชิงลั่ว วันนี้แม้จะมาเพื่อถอนหมั้น แต่ว่า... ทั้งหมดนี้เป็เพราะลูกสาวข้ายังเยาว์วัย ยามนี้จึงมุ่งมั่นเพียงเื่การฝึกตน
ไม่ได้มีใจฝักใฝ่ในเื่รักใคร่ ดังนั้นท่านผู้นำตระกูลเซียวและหลานเซียวโปรดอย่าได้ถือสา
แน่นอนว่า พวกเราสามารถ... ทำสัญญาใจสามปีได้นะ!
หลังจากสามปี หากทั้งสองมีวาสนาต่อกัน ก็ค่อยมาคุยกันใหม่ก็ได้”
คำพูดของหลินม่อทำให้สีหน้าของซูฉี่อู่ยิ่งดูแย่ลงเรื่อย ๆ ส่วนเซียวจั้งและเซียวเยี่ยนต่างก็พากันงงงวย โดยเฉพาะเซียวเยี่ยนที่ถึงกับยืนอึ้งอยู่กับที่
'สัญญาใจสามปี? นี่มันคำพูดที่ข้าควรจะเป็คนพูดไม่ใช่หรือ?! แต่ว่า... ทำไมกลายเป็ว่าให้มาคุยกันใหม่หลังจากสามปีไปได้?'
เซียวเยี่ยนไม่เข้าใจ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก เสียงที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์และความาุโในห้วงความคิดก็ดังขึ้นทันที!
'เ้าหนู ระวังตัวให้ดี! กลิ่นอายของคนผู้นี้... เหตุใดจึงให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยนัก!
เหมือนกับกลิ่นอายของคนที่แอบดูเมื่อคืนไม่มีผิดเพี้ยน!
แล้วอีกอย่าง... เหตุใดเขาถึงคอยชำเลืองมองแหวนบนมือเ้าอยู่ตลอด!
นี่มันหมายความว่าอย่างไร! หรือว่าเขาจะพบการมีอยู่ของข้าแล้ว?'
เสียงของตานเหล่าดังขึ้นในหัวของเซียวเยี่ยน
เซียวเยี่ยนได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป พลันเกิดความเครียดขึ้นมาทันที
ตานเหล่าคือไพ่ตายใบสำคัญที่สุดของเขา หากชายตรงหน้าสามารถมองเห็นการมีอยู่ของตานเหล่าได้จริง ๆ นั่นย่อมหมายความว่า อีกฝ่ายเป็ตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าตานเหล่าเสียอีก!
แต่ว่า...
'ตานเหล่า ท่านมองผิดไปหรือเปล่า หลินม่อคนนี้ดูเหมือนจะเป็ลูกเขยแต่งเข้าของตระกูลซู
ได้ยินว่าหลายปีก่อน เขาได้รับาเ็จนพลังหยุดชะงัก ยามนี้จึงยังคงอยู่ที่ระดับกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่ง
แม้แต่ข้ายังมองเห็นระดับพลังของเขา แล้วเขาจะพบท่านได้อย่างไร อาจจะเป็แค่เื่บังเอิญก็ได้'
เซียวเยี่ยนรู้สึกสงสัย และเห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยเชื่อถือนัก
แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือเสียงตวาดอย่างร้อนรนของตานเหล่า!
'เ้าโง่! เ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ?!
กลิ่นอายของคนผู้นี้เมื่อคืนนี้ไม่ได้มีแค่กลั่นลมปราณ อย่างน้อยที่สุดต้องเป็ระดับสร้างรากฐาน!
นั่นหมายความว่า การจะแสดงระดับพลังใดออกมานั้นขึ้นอยู่กับความ้าของเขาเพียงผู้เดียว!
คนผู้นี้ต้องเป็ยอดฝีมือระดับสูงที่ปกปิดระดับพลังอย่างแน่นอน!
กลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่ง เหอะ!
เล่ากันว่ายอดฝีมือระดับสูงมักชอบซ่อนพลังไว้ที่ระดับนี้
แล้วคนผู้นี้ก็ดันอยู่กลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่งพอดี ตอนนี้เ้ายังคิดว่าเป็เื่บังเอิญอีกหรือ?!
เห็นได้ชัดว่า ผู้คนในเมืองชิงอวิ๋นถูกเขาตบตามานานหลายปีแล้วรู้หรือไม่!
เ้าควรระวังตัวให้มาก ห้ามเด็ดขาด! อย่าทำให้เขาโกรธ!'
เสียงของตานเหล่าเร่งรีบอย่างยิ่ง เอ่ยออกมาหลายประโยคติดต่อกัน ถึงขั้นมีความกังวลแฝงอยู่ ซึ่งเป็สิ่งที่เซียวเยี่ยนไม่เคยได้ยินมาก่อน
เมื่อสิ้นคำพูดสุดท้ายเสียงของตานเหล่าก็เงียบหายไปโดยสิ้นเชิง เห็นได้ชัดว่าเกรงว่าจะดึงดูดความสนใจของหลินม่อ จึงรีบซ่อนตัว
สิ่งนี้ยิ่งทำให้เซียวเยี่ยนเครียดหนักกว่าเดิม เพราะในใจของเขา ตานเหล่าคือตัวตนที่ราวกับเทพเซียน แต่ตอนนี้แม้แต่เทพเซียนยังหวาดกลัว แล้วเด็กหนุ่มอย่างเขาจะทนไหวได้อย่างไร!
เขาจึงก้มคำนับหลินม่อโดยสัญชาตญาณ
“เยี่ยนเอ๋อร์... ยินดีที่ได้พบท่านลุงหลินขอรับ!
ท่านลุงหลินมีความเห็นประการใด โปรดบอกได้เลยขอรับ เยี่ยนเอ๋อร์ยินดีให้ท่านลุงหลินเป็ผู้ตัดสินใจทุกประการ”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนต่างก็อึ้งไปตาม ๆ กัน
เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดจู่ ๆ เด็กคนนี้ถึงได้พูดจานอบน้อมถึงเพียงนี้...