ข้าไม่ควรมีอยู่

    ตอนที่ 22 : ส่งขึ้นไป

    เช้าวันถัดมา

    เขตช่างเก่าไม่เหมือนเดิม

    ถนนเส้นเดิมยังอยู่

    ซากอาคารยังพัง

    คราบเลือดบางจุดยังไม่แห้ง

    แต่คนที่ยืนอยู่เปลี่ยนไป

    เสาหินที่เคยถูกตั้งขวางเมื่อคืน

    ถูกยกออก

    แทนที่ด้วยแนวเสาเหล็กสี่ต้น

    ปักลึกลงพื้น

    เชื่อมด้วยโซ่เส้นหนา

    มีอักขระควบคุมพลังสลักไว้ชัด

    ไม่มีป้ายเตือน

    ไม่มีประกาศ

    แต่ไม่มีใครเดินข้าม

    ยามเฝ้าเขตเปลี่ยนเป็นชุดสีเทาเข้ม

    ตราที่อกไม่ใช่ตราเวร

    เป็นตราหน่วยควบคุมพื้นที่

    คนช่าง คนแบก คนเดินตลาด

    ยืนมองอยู่ห่าง ๆ

    ไม่มีใครถาม

    ไม่มีใครเข้าใกล้

    เพราะทุกคนเห็นตรงกันว่า

    นี่ไม่ใช่เรื่องของพวกเขาอีกแล้ว

    อาคารบันทึกเขต อยู่ห่างออกไปสามถนน

    ด้านในเงียบ

    โต๊ะหินยาววางเรียง

    แผ่นบันทึกวางซ้อนกันเป็นชั้น

    ชายวัยกลางคนในชุดเจ้าหน้าที่

    นั่งอยู่หลังโต๊ะ

    เขาไม่เงยหน้า

    มือยังเขียนต่อเนื่อง

    อีกคนยืนอยู่ตรงหน้า

    สวมเสื้อคลุมสีน้ำตาลเข้ม

    แขนเสื้อมีรอยขาด

    เป็นรอยใหม่

    “เขตช่างเก่า”

    คนยืนพูด

    วางแผ่นบันทึกลง

    เจ้าหน้าที่รับไป

    อ่านเงียบ ๆ

    ปลายปากกาหยุดชั่วครู่ตรงบรรทัดหนึ่ง

    เขาไม่ถาม

    แค่ขีดเส้นใต้ชื่อเดียว

    ลู่เฉิน

    ไม่มีคำว่า “จับ”

    ไม่มีคำว่า “กำจัด”

    ข้างชื่อมีเครื่องหมายวงเล็บ

    เขียนสั้น ๆ

    — เฝ้าดูระดับเขต

    — ห้ามปะทะต่อหน้าคน

    — ห้ามปล่อยให้หาย

    เจ้าหน้าที่พลิกแผ่น

    จดต่อ

    “ยังไม่ส่งขึ้นสำนัก?”

    เขาถามเสียงเรียบ

    คนยืนส่ายหัว

    “ยังไม่ถึงขั้นนั้น”

    เจ้าหน้าที่พยักหน้า

    บันทึกเวลา

    ประทับตรา

    แผ่นนั้นถูกสอดเข้าแฟ้ม

    ไม่ใช่แฟ้มแดง

    ไม่ใช่แฟ้มดำ

    เป็นแฟ้มสีเทา

    แฟ้มที่ใช้กับ

    คนซึ่ง “ยังไม่ต้องตาย”

    แต่ “ไม่ควรอยู่นิ่ง”

    ลู่เฉินอยู่ในอาคารร้าง

    หลังคาหายไปครึ่งหนึ่ง

    แสงแดดส่องลงมาผ่านคานแตก

    เขานั่งพิงผนัง

    ถอดเสื้อออกครึ่งตัว

    แผลตามลำตัวยังเปิด

    เลือดแห้งติดเป็นคราบ

    เขาใช้น้ำสะอาดล้าง

    ไม่ใช้ยา

    แผลบางจุดปิดเร็ว

    ผิวหนังดึงเข้าหากัน

    ราวกับถูกเย็บจากด้านใน

    แต่แผลที่ไหล่ซ้าย

    ยังแดง

    บวม

    เจ็บลึก

    ลู่เฉินกดนิ้วลง

    ฟันกัดแน่น

    เขารู้สึกได้ชัด

    เมื่อคืนเขาใช้ร่างกายล้วน

    ไม่ปล่อยชีพอสูรออกมา

    ผลคือ

    กล้ามเนื้อฟื้นไว

    แต่เส้นเอ็นรับแรงเกินพิกัด

    เขานั่งนิ่ง

    หายใจช้า

    ควบคุมจังหวะ

    ชีพอสูรในอกตอบสนอง

    ขยับ

    ดันขึ้นเหมือนของเหลวร้อน

    ลู่เฉินกดมันลง

    เขาไม่ต้องการให้ใครรู้ว่า

    แค่ปล่อยออกมาเล็กน้อย

    พื้นหินรอบตัวก็เริ่มแตกร้าว

    เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง

    ลู่เฉินไม่หัน

    มือซ้ายยังวางบนเข่า

    ชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงปากอาคาร

    อายุราวสามสิบ

    สวมเสื้อธรรมดา

    ไม่มีอาวุธ

    “แผลหนักไหม”

    เขาถาม

    “ยังไม่ตาย”

    ลู่เฉินตอบ

    ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้

    หยุดที่ระยะห้าก้าว

    ไม่ข้ามเส้นแสง

    “ข้าไม่ได้มาจับเจ้า”

    เขาพูด

    “ก็ไม่ได้มาช่วย”

    ลู่เฉินเงยหน้า

    สายตาเฉียบ

    ชายคนนั้นยกมือ

    แสดงฝ่ามือเปล่า

    “ข้ามาเพราะชื่อของเจ้า

    ถูกเขียนแล้ว”

    ลู่เฉินนิ่ง

    “ยังอยู่บรรทัดล่าง”

    ชายคนนั้นพูดต่อ

    “แต่ถ้าเขตนี้ยังพังเพิ่ม

    บรรทัดนั้นจะขยับขึ้น”

    “ใครเขียน”

    ลู่เฉินถาม

    “คนที่ไม่อยากให้เจ้าหาย

    แต่ก็ไม่อยากให้เจ้าอยู่”

    เขาพูดจบ

    ถอยหลังหนึ่งก้าว

    “คืนนี้

    อย่าอยู่ที่เดิม”

    แล้วเขาก็เดินจากไป

    ไม่หันกลับ

    ค่ำวันนั้น

    ลู่เฉินยืนอยู่บนหลังคาเตี้ย

    มองแนวไฟของเขตช่างเก่า

    แนวเฝ้าเพิ่มขึ้น

    จุดคุมมากขึ้น

    การเคลื่อนไหวเป็นระเบียบกว่าเมื่อคืน

    เขายกมือซ้ายขึ้น

    ปล่อยชีพอสูรออกมาเพียงเสี้ยวลมหายใจ

    อากาศรอบตัวสั่น

    ฝุ่นลอยขึ้น

    คานไม้ใกล้ตัวส่งเสียงแตก

    ลู่เฉินดึงพลังกลับทันที

    มือเขาสั่น

    แต่ดวงตานิ่ง

    เขาเห็นชัดแล้วว่า

    สิ่งที่เขาทำก่อนหน้านี้

    ไม่ใช่แค่การต่อสู้ในตรอก

    มันคือการขีดเส้น

    บนแผนที่ของคนที่ไม่เคยลงมือเอง

    และเมื่อมีเส้น

    ก็ต้องมีคนตามเส้นนั้นมา

    คืนนี้

    ยังไม่มีใครมา

    แต่ลู่เฉินรู้ดีว่า

    จากนี้ไป

    การต่อสู้ทุกครั้ง

    จะไม่เกิดเพราะบังเอิญอีกแล้ว


    คล้ายกับเรื่องข้าไม่ควรมีอยู่ ที่คุณอ่าน