ตอนที่ 3
ครั้งแรกที่เต็มไปด้วยความตื่นกลัวและประหม่าของไม้เอกไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด คุณครามปรานีมากพอที่จะทำทุกอย่างอย่างค่อยเป็ค่อยไป แต่กระนั้นแค่เพียงสองรอบไม้เอกก็หมดแรงพับคาเตียงและหลับไปทั้งที่ไม่ได้พูดอะไรกับคุณครามเลยแม้แต่นิด และตื่นมาใน่สายของเช้าวันใหม่เพื่อพบว่าที่นอนข้างๆว่างเปล่าและเย็นชืด อย่างที่คุณครามเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่านอนกับไม้เอกเสร็จก็จะกลับไปนอนบ้าน ไม่ค้างที่นี่ด้วย และหมอนอีกใบที่ไร้คนหนุนอยู่ข้างๆก็อธิบายสิ่งที่คุณครามพูดได้เป็อย่างดี
ไม้เอกนอนมองเพดานสีขาวของห้องนอนด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกอยู่สักพัก การแต่งงานที่ไม่เหมือนคู่อื่นๆและการใช้ชีวิตร่วมกันก็ไม่มีอะไรเหมือนคู่อื่นๆแม้แต่นิด ไม้เอกรู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะคิดมากและเรียกร้องอะไรได้จึงสลัดเื่วุ่นวายในหัวทิ้งไปในที่สุดแล้วขยับลุก
“อ๊ะ” ก่อนจะต้องปล่อยเสียงออกมาเมื่อ่ล่างที่ปวดหนึบมาพร้อมกับน้ำที่ไหลนองออกมาเลอะ่ขาย้ำเตือนเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้เป็อย่างดี ไม้เอกมองตัวเองและมองสิ่งรอบๆข้างไม่ว่าจะเป็เตียงที่ยับยู่และเสื้อที่ถูกคุณครามโยนไว้ที่พื้นั้แ่เมื่อคืน...ไม้เอกไม่ใช่เด็กหนุ่มอายุสิบเก้าคนเดิมอีกต่อไปแล้วนับั้แ่เื่เมื่อคืนเกิดขึ้น กัดฟันจะขยับลุกออกจากเตียงไปหยิบเสื้อผ้ามาสวม แต่สายตาของไม้เอกก็กวาดไปเห็นอะไรอย่างหนึ่งเสียก่อน เป็โน้ตที่มีข้อความสั้นๆวางไว้บนโต๊ะข้างๆโคมไฟหัวเตียง ข้อความว่า
‘ฉันกลับไปนอนบ้าน คืนนี้ไม่มา’
หลากหลายความรู้สึกก่อตัวขึ้นในใจไม้เอกเมื่ออ่านข้อความสั้นๆนั้นจบ ทั้งที่ไม่ควรจะรู้สึกอะไรทั้งสิ้นเพราะคุณครามได้บอกถึงสถานะและการปฏิบัติตัวต่อกันอย่างชัดเจนแล้ว แต่ในใจของไม้เอกก็อดที่จะหนักอึ้งไม่ได้
สิ่งที่ทำเป็อย่างแรกหลังจากวางกระดาษโน้ตลงที่เดิมและลุกออกจากเตียงคือการเดินไปเก็บเสื้อนอนเก่าจนยุ่ยของตัวเองมาสวมแล้วออกจากห้องใหญ่กลับไปยังห้องนอนเล็กของตัวเองเพื่อจัดการอาบน้ำชำระล้างร่างกาย ก่อนจะกลับมาที่ห้องนอนใหญ่อีกครั้งเพื่อรื้อผ้าปูที่นอนที่ผ่านามาอย่างหนักเมื่อคืนไปใส่ตะกร้า ไม้เอกเคยเดินวนหาเครื่องซักผ้าไปทั่วในคราวแรก ก่อนที่คุณเลขาจะไขข้อสงสัยว่าในห้องนี้ไม่มีเครื่องซักผ้าเพราะทุกอย่างส่งให้แม่บ้านที่จ้างรายเดือนซักรีดทั้งหมด ผ้าปูที่นอนจึงได้ไปอยู่ในตะกร้าในที่สุดและไม้เอกก็หมดงานที่จะต้องทำ
หลังจากทานข้าวเสร็จด้วยความเพลียที่ยังมีอยู่ ไม้เอกก็ไม่อาจต้านทานความง่วงจึงหลับไปอีกครั้งใน่บ่าย และมาตื่นเอาตอนบ่ายแก่ๆเมื่อสัญญานออดดังขึ้น มองผ่านหน้าจอวงจรปิดจากด้านในจึงเห็นว่าเป็คุณเลขานั่นเองที่ี่ยืนอยู่หน้าห้องรอ ไม้เอกรีบเปิดประตู้ต้อนรับทันที
“สวัสดีครับคุณเลขา” ยกมือไหว้ทันทีที่เปิดประตู
“สวัสดีผมมารบกวนเหรอ”
“ไม่หรอกครับ ผมแค่เผลอหลับไป เข้ามาสิครับ” ไม้เอกเชื้อเชิญ คุณวินัยเดินเข้ามาด้านในอย่างคุ้นเคยดี ไม้เอกจึงปิดประตูแล้วตามเข้าไปทรุดนั่งตรงข้ามบนโต๊ะทานอาหารที่คุณวินัยนั่งลงก่อนแล้ว
“คุณครามสั่งให้ผมเอาของมาให้ จะได้ติดต่อกันสะดวกขึ้น รวมถึงคุณครามจะได้ติดต่อเราส่วนตัวได้ด้วย” ถุงกระดาษใบหนึ่งถูกยกขึ้นมาวางบนโต๊ะแล้วเลื่อนมาตรงหน้า ไม้เอกมองคนที่เลื่อนมาให้โดยไม่รับไปเปิดดูในทันที “เปิดดูสิ”
จนเมื่อคุณวินัยสำทับบอก ไม้เอกจึงยื่นมือมารับไปเปิดดู ข้างในคือกล่องโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ดังราคาแพง ที่ไม้เอกเคยเห็นเพื่อนๆใช้และคิดว่าคนอย่างไม้เอกคงไม่มีปัญญาซื้อใช้แน่ๆ
“เรามีเบอร์เก่าอยู่แล้วใช่มั้ย เอาซิมมาใส่ซะ ในนั้นเมมเบอร์ผมกับคุณครามไว้แล้ว ถ้ามีอะไรให้โทรหาผมโดยตรง ถ้าไม่ใช่เื่คอขาดบาดตายอย่าโทรหาคุณครามเด็ดขาด เอาไว้รับเฉพาะตอนที่คุณครามโทรหาก็พอ”
“ครับ”
“คุณครามคงไม่มาสักสองสามวัน”
“คุณครามยุ่งมากเหรอครับ”
“เปล่าหรอก ่นี้ยังอยู่ใน่พักผ่อน”
“...ครับ” ไม้เอกเอ่ยเสียงอ่อน เข้าใจในคำพูดของคุณเลขาดีว่าที่คุณครามจะมาที่นี่เฉพาะก็ต่อเมื่อ้าเื่อย่างว่าเท่านั้น
“มีอะไรที่้าอีกหรือเปล่า”
“ยังไม่มีครับ”
“งั้นผมกลับล่ะ”
“ขอบคุณนะครับคุณเลขา ผมฝากขอบคุณคุณครามด้วย”
คุณวินัยพยักหน้าให้น้อยๆแล้วลุกขึ้น ไม้เอกตามไปส่งแล้วกลับเข้ามานั่งที่โต๊ะอาหารเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูบัญชีรายชื่อที่ถูกบันทึกไว้ในนั้น อย่างที่คุณวินัยบอกนอกจากชื่อคุณวินัยอีกชื่อที่ถูกบันทึกไว้ก็คือ
คุณคราม...
แต่ถึงจะมีเบอร์ของคุณครามไม้เอกก็ไม่มีสิทธิ์โทรหาอยู่ดี ทำได้แค่มองชื่อในจอก่อนจะกดปิดแล้วถอนหายใจยืดยาว มองผนังห้องตรงหน้าด้วยความว่างเปล่า
คืนนี้คุณครามไม่ได้มาที่คอนโดอย่างที่คุณวินัยบอก ไม้เอกเอาอาหารออกมาอุ่นทานแล้วนั่งดูทีวี เมื่อเริ่มง่วงจึงกลับไปนอนที่ห้องนอนเล็กคนเดียวใน โดยไม่มีใครโผล่มากอดจนถึงเช้า
การจราจรใน่เช้าของเมืองหลวงยังคงวุ่นวายและน่าปวดหัวอย่างเช่นทุกวัน ไม้เอกที่กำลังเดินทางไปทำงานที่มหาวิทยาลัยไหลไปกับฝูงชนที่ต่างเร่งรีบเพื่อที่จะไปเข้างานให้ทันในชั่วโมงเร่งด่วนและแน่นขนัดของจำนวนคนนี้ กว่าที่จะฝ่ารถติดและผู้คนมาถึงมหาวิทยาลัยได้ ไม้เอกก็ถึงกับอ่อนแรง ยิ่งโดยเฉพาะวันนี้ที่ต้องวิ่งกระเตงกระเป๋ามาลงชื่อเข้าทำงานทันอย่างฉิวเฉียดเมื่อนาฬิกาชี้บอกเวลาแปดนาฬิกาสามสิบนาทีพอดิบพอดีตอนที่จรดปากกา
“เอแปลก วันนี้ทำไมได้วิ่งมา ปกติมาเช้าออก” พี่อิฐ พี่ผู้ฝึกสอนงานและจัดงานให้นักศึกษาที่มาทำงานพิเศษระหว่างปิดเทอมใหญ่ที่ห้องสมุดกลางของมหาลัยเอ่ยขึ้นทั้งยิ้มๆ
“ย้ายที่อยู่ใหม่ ไกลกว่าเดิมครับ ลืมไปเสียสนิทว่าออกมาเวลาเดิมไม่ได้แล้ว คงต้องตื่นเช้าขึ้น” ไม้เอกเอ่ยตอบทั้งยกมือไหว้ทำความเคารพพร้อมหอบเหนื่อย
“อ้าว ทำไมได้ย้ายล่ะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เอ่ยถามมาอย่างห่วงใย ไม้เอกส่งยิ้มให้ก่อนตอบ
“ย้ายไปอยู่กับ...เอ่อ พี่ที่สนิทกันน่ะครับ พอดีพี่เค้า...ให้ไปช่วยดูแลคอนโดให้” นั่นคือสิ่งที่ไม้เอกบอกกับคนอื่นในเช้าแรกที่เจอผู้คนหลังแต่งงาน
“เค้าไม่อยู่เหรอ”
“ก็...ทำนองนั้นครับ เค้าไม่ค่อยได้อยู่คอนโดเท่าไหร่ กลัวว่าจะมีฝุ่นเกาะ เลยเอาผมไปเป็คนทำความสะอาด”
“ก็เรามันขยันนี่น้าเค้าถึงอยากได้ตัว ว่าแต่กินข้าวเช้ามารึยังล่ะ”
ไม้เอกส่ายหัว เพราะลืมไปเสียสนิทว่าคอนโดของคุณครามอยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากกว่าบ้านของป้าวรรณจึงไม่ได้เผื่อเวลาไว้ ผลคือออกจากลิฟต์คอนโดแล้วต้องวิ่งหางจุกตูดเหมือนหมามีความผิดอย่างไรอย่างนั้น
“พี่มีน้ำเต้าหูกับปาท่องโก๋ มาเอาสิ”
“แต่ได้เวลาทำงานแล้วนะครับ” ไม้เอกเงยหน้ามองหน้าปัดนาฬิกาที่เข็มเลื่อนไปเกินเวลาทำงานแล้ว
“สิบนาทียังพอได้ มหาลัยคงไม่ดีใจเท่าไหร่หรอกที่ทำให้นักศึกษาที่มาสายแค่ครั้งเดียวในรอบเดือนต้องเป็กระเพาะเพราะไม่ได้กินข้าวเช้า”
“งั้นก็ได้ครับ ขอบคุณพี่อิฐนะครับ” ไม้เอกพนมมือไหว้แล้วเดินตามพี่อิฐไปยังครัวส่วนกลาง รับเอาน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋มาเคี้ยวตุ้ยอย่างเร่งรีบ โดยมีพี่อิฐยืนพิงกรอบประตูมองยิ้มๆ
“ช้าๆก็ได้ รอดจากการเป็กระเพาะมาเป็ปาท่องโก๋ติดคอก็ไม่โอเคนะ พี่ไม่อยากทุบหลังเรา กลัวจะทำหลังหัก ยิ่งตัวเล็กๆบางๆอยู่ด้วย”
“ฮ่าๆๆ นั่นสินะครับ”
แต่กระนั้นไม้เอกก็จัดการยัดอาหารเช้าโดยใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำก็พร้อมเริ่มงาน โดยหน้าที่แต่ละวันของไม้เอกคือการเข็นหนังสือจากเคาน์เตอร์ยืม-คืนชั้นล่าง ซึ่งเป็หนังสือที่นักศึกษาเอามาคืนเมื่อใช้งานเสร็จหรือครบกำหนดการยืมแล้วและไม่้ายืมต่อ เข็นไปเรียงที่ชั้นหนังสือตามหมวดหมู่เดิมของมัน โดยมีพี่อิฐเป็คนแบ่งงานให้นักศึกษาฝึกงานทุกคน ควบคู่กับการเป็พี่เลี้ยงฝึกสอนด้วย
แรกเริ่มเดิมทีไม้เอกคิดว่าจะลองหาสมัครงานรอบๆมหาวิทยาลัยทำเพราะต้องหาเงินค่าเทอมรอจ่ายเทอมหน้าและต้องมีให้ป้าวรรณไว้ใช้จ่ายในบ้านแต่ละเดือนด้วย ดีที่เพื่อนสนิทมาเล่าให้ฟังว่ามีโครงการนี้ของมหาวิทยาลัยเปิดรับสมัครเพื่อช่วยนักศึกษาที่ขาดทุนทรัพย์ในการเรียน ไม้เอกจึงมาลองสมัครดู และผ่านการคัดเลือกในที่สุดได้เข้ามาทำงานที่นี่ ซึ่งไม้เอกรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากเพราะอย่างน้อยมหาวิทยาลัยก็เป็ที่คุ้นเคยของไม้เอกอยู่แล้ว
“ไว้เจอกันอาหารเที่ยง” พี่อิฐบอก
“ครับ” ไม้เอกรับคำแล้วเข็นรถเข็นหนังสือออกจากลิฟต์ ในขณะที่พี่อิฐยังขึ้นต่อไปอีกชั้นเพื่อประจำการเป็เ้าหน้าที่ประจำชั้นที่นั่น
เพราะ่ล่างที่ยังหน่วงทำให้ไม้เอกเดินไม่คล่องแคล่วนักในการทำงานวันนี้และทำให้นึกถึงแต่คนต้นเหตุของอาการหน่วงนี้ หลายครั้งที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูเพื่อพบกับความว่างเปล่าของหน้าจอแล้วถอนหายใจพร้อมเก็บใส่กระเป๋ากางเกงดังเดิม ถึงคุณครามจะบอกไม่ให้คิดอะไรกับการแต่งงานครั้งนี้ แต่ไม้เอกก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเองแต่งงานแล้ว และเป็ของคุณครามแล้วทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย ความผูกพันที่ไม้เอกไม่อยากให้เกิดก่อตัวขึ้นเล็กๆในใจ และคงเป็ไม้เอกฝ่ายเดียวที่รู้สึกอย่างนั้น
“อ่ะพี่ให้ปลาหมึก ตอนเช้าไม่ได้กินข้าว เดี๋ยวไม่อิ่ม”
“อุ้ย! ไม่เป็ไรครับ แค่ในจานนี้ผมก็กินไม่หมดแล้ว”
“เอาไปเถอะ แล้วพี่ก็ขอบังคับให้กินให้หมดด้วย ไม้เอกผอมเกินไปแล้ว กินให้มันเยอะๆกว่านี้หน่อย”
ไม้เอกเหลือบมองเพื่อนสนิทที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับที่ไม้เอกและพี่อิฐนั่ง ทั้งฟ้าและแซมมี่กำลังทำหน้าทำตาใส่กันก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักแล้วพร้อมใจหันมายักคิ้วพร้อมอมยิ้มกรุ้มกริ่มใส่ไม้เอกที่ทำหน้าไม่เข้าใจใส่เพื่อนทั้งสองกลับไป ซึ่งเมื่อพอกลับมาจากกินข้าวเที่ยงที่มีพี่อิฐไปร่วมโต๊ะทุกเที่ยงไม้เอกก็ถูกแซมมี่เพื่อนสาวประเภทสองร่างตุ้ยนุ้ยแต่มียิ้มน่ารักให้เสมอและฟ้าสาวหมวยผิวขาวราวหยวกกล้วยลากมาถามที่มุมหนึ่งของห้องสมุดทันที
“อะไรยังไงคะ เล่ามาค่ะ” แซมมี่เป็คนเปิดฉากด้วยการท้าวสะเอวใสไม้เอกและขึ้นต้นประโยคคำถามโดยไม่มีที่มาที่ไป
“อะไรยังไง หมายถึงเื่อะไร” ไม้เอกถามกลับอย่างงุนงง
“อย่ามาทำตาใส บอกมาเดี๋ยวนี้เลยย่ะ” ฟ้าที่ล้อมไม้เอกอยู่อีกข้างยื่นหน้ามาซักบ้าง ไม้เอกมองเพื่อนที่ล้อมอยู่ทั้งซ้ายทั้งขวาอย่างไม่เข้าใจ
“จะให้บอกอะไร นี่ยังไม่รู้เลยว่าถามเื่อะไรกัน”
“ก็เื่พี่อิฐกับแกสิยะ อะไรยังไง ทำไมพี่เค้ารุกหนักขนาดนี้” แซมมี่เป็คนไขความกระจ่างในคำถามพร้อมกอดอกฉับจ้องไม้เอกไม่วางตารอคอยคำตอบ
“รุกหนักอะไร ไม่มีอะไรเลย พี่เค้าก็ดูแลคนอื่นปกตินี่” ไม้เอกปฏิเสธ
“ฟ้า พี่อิฐเคยให้แกกินน้ำเต้าหู้ที่ซื้อมาแค่ถุงเดียวป่ะ” แซมมี่หันไปถามฟ้าแต่ปรายสายตามายังไม้เอก
“ไม่เคย”
“พี่อิฐเคยตักอาหารแบ่งแกป่ะ”
“ไม่เคยเลย” ฟ้าปฎิเสธอีก ก่อนเพื่อนทั้งสองจะพร้อมใจกันหันมาจ้องหน้าไม้เอกพร้อมกันอีกครั้ง แล้วเอ่ยถามออกมาอีกพร้อมๆกัน
“คิดว่าปกติรึเปล่าล่ะ”
คราวนี้ไม้เอกเป็ฝ่ายพูดไม่ออก ความที่ไม่ได้คบใครเลยมาทั้งชีวิตจึงไม่เคยสังเกตเห็นความพิเศษเหล่านี้ เมื่อเพื่อนสนิทตั้งข้้อสังเกตขึ้นจึงเห็นว่าค่อนข้างจะจริงอย่างนั้น จึงเริ่มอึกอัก
“ไม่มีอะไรหรอกน่า พี่เค้าคงสงสาร ไปทำงานได้แล้วป่ะ เสียเวลานานแล้วเนี่ย”
“ไม้เอกอย่าหนีนะ มานี่เลย ไม้เอกกกก”
เพื่อนทั้งสองร้องตามพร้อมกวดตามหลังมาแต่ไม้เอกก็เดินจ้ำไปข้างหน้าไม่หยุดและตัดสินใจวิ่งลงบันไดแทนรอลิฟต์ ทั้งสองพอเห็นอย่างนั้นก็รามือ ไม้เอกวิ่งมาถึงชั้นที่หนึ่งของจำนวนทั้งหมดหกชั้นก็ถึงกับต้องหยุดทิ้งตัวพิงผนังพร้อมหอบเหนื่อย จนเมื่อร่างกายปกติแล้วจึงเดินไปเข็นหนังสือเริ่มการทำงานในตอนบ่าย ทั้งแซมมี่และฟ้าไม่ได้โผล่มาหาไม้เอกอีกตลอดทั้งบ่ายคงเพราะ่บ่ายงานเข้าเยอะ ไม้เอกจึงทำงานได้โดยไม่มีหน่วยสอดแนมมาจับตามองใดใด
อีกอุปสรรคหนึ่งของไม้เอกในการทำงานคือชั้นหนังสือที่สูงเกินไป ไม้เอกต้องพยายามเขย่งเพื่อที่จะยัดหนังสือใส่กลับคืนชั้นให้ได้ ซึ่งโดยปกติมักจะเป็หนังสือที่เฉพาะเจาะจง นานๆทีจะมีคนมายืมเสียทีจึงถูกจัดไว้ชั้นที่สูงที่สุด ซึ่งมักเป็ปัญหาสำหรับคนสูงน้อยอย่างไม้เอกที่ต้องปลุกปล้ำกับการเขย่งเท้าเอาหนังสือไปสอดไว้อยู่เสมอๆ โดยเฉพาะวันนี้ที่ร่างกายไม่ค่อยปกตินักยิ่งเป็เื่ยากมากขึ้น จะเดินไปเอาบันไดปีนก็จำได้ว่าตัวเองเอาไปทิ้งไว้ที่ชั้นหนึ่งใน่เช้าเสียแล้ว
“ไม่ถึงเหรอ มาพี่ช่วย” แต่ในที่สุดขณะที่กำลังยื้อสุดตัวก็มีอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วย ไม้เอกปล่อยหนังสือให้คนที่ซ้อนอยู่ด้านหลังได้ช่วยหยิบไปใส่ไว้ในช่องบนสุด ก่อนจะหันหน้าไปกล่าวขอบคุณ
“ขอบคุณนะครับ อ้าว พี่อิฐนี่เอง” และพบว่าเป็คนคุ้นเคยนี่เอง
“บอกแล้วให้กินเยอะๆ จะได้ตัวสูงๆ เราอ่ะ” มือที่ช่วยหยิบหนังสือไปวางก่อนหน้าถูกเปลี่ยนมาวางลงบนศีรษะไม้เอกในตอนนี้
“แหะๆ ไม่น่าจะสูงกว่านี้แล้วล่ะครับ”
“แต่ตัวเล็กๆแบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบ”
“เอ่อ...เหลือหนังสืออีกเยอะเลย เดี๋ยวผมไปจัดให้เสร็จก่อนนะครับ”
“อื้ม พี่ก็จะไปแล้วล่ะ แล้วมีเล่มไหนต้องเอาไว้ชั้นบนอีกมั้ย ดูก่อนสิ พี่จะช่วยก่อนไป”
“อ๋อ ไม่มีแล้วครับ มีเล่มเดียว”
“งั้นพี่ไปนะ”
“ขอบคุณนะครับพี่อิฐ”
“ไม่เป็ไร พี่ยินดี” มือของพี่อิฐวางลงมายีผมของไม้เอกอีกครั้ง ก่อนร่างสูงจะผละไป ไม้เอกถอนหายใจยาวขณะที่มองตามแผ่นหลังนั้น และเริ่มจะเข้าใจคำว่าไม่ปกติของแซมมี่กับฟ้าที่พยายามซักก่อนหน้านี้แล้ว พี่อิฐใจดีกับไม้เอกมากก็จริง แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ไม้เอกคงคบกับใครไม่ได้ เพราะไม้เอกแต่งงานแล้ว
หลังจากฝ่าจราจรและคนที่แน่นขนัดในเวลาเลิกงาน่เย็นกลับมาถึงคอนโด ทันทีที่แตะคีย์การ์ดกับประตูด้านล่างไม้เอกก็ถูกเรียกไว้จากพนักงานล็อบบี้ให้หยุดรับของที่มีคนมาฝากไว้หิ้วกลับขึ้นมาบนห้องด้วย เมื่อวางของทุกอย่างและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดอยู่บ้านแล้วจึงได้มานั่งเปิดดูว่าถุงที่รับมานั้นคือถุงอะไร
เป็ถุงใส่ชุดนอนทั้งหมด ผ้าเนื้อนุ่มจนเดาได้ว่าแต่ละชุดต้องราคาแพงมากแน่ๆ กำลังจะค้นหาโน้ตหรือข้อความอะไรสักอย่างที่จะบ่งบอกว่าใครเป็คนซื้อมาให้ก็พอดีมีข้อความโทรศัพท์ถูกส่งมาเสียก่อน ไม้เอกหยิบขึ้นมาอ่านก่อนที่แก้มจะร้อนขึ้นในเวลาต่อมา
‘ชุดนอนใหม่ฉันซื้อให้ เห็นตัวเก่าที่เธอใส่มันเก่าเกิน คงไม่ทนมือฉัน เผลอดึงแรงๆอาจจะขาดคามือก็ได้’
ชื่อเ้าของข้อความคือคุณคราม ไม้เอกตอบกลับไปสั้นๆว่า
‘ขอบคุณครับคุณคราม’
ไม่มีข้อความตอบกลับมาอีก ถึงอย่างนั้นไม้เอกก็เอาแต่ยิ้มเขินกับหน้าจอโทรศัพท์อยู่นาน แค่ข้อความสั้นๆของคุณครามก็มีอิทธิพลกับไม้เอกมากแล้ว
100%
#คุณคราม
....................................................................
น้องชอบเค้าเข้าให้แล้ว น้องงงงงงงง