ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 404 : เงาเพชฌฆาตเหนือรกร้าง

จารึกที่ 404 : เงาเพชฌฆาตเหนือรกร้าง : ทวิภพสุริยันจันทรา


ช่วงเวลาที่แสงตะวันสีเลือดถูกความมืดมิดเบื้องหลังทิวเขาขรุขระกลืนกินจนสิ้น แผ่นดินรกร้างบูรพาส่วนลึกก็เผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมา ลมกรดที่พัดผ่านโกรกธารมิใช่เพียงกระแสอากาศ ทว่ามันแฝงด้วยเศษเสี้ยวของเจตจำนงแห่งความตายที่ตกค้างมาตั้งแต่ยุคโบราณกาล ก้อนศิลาขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่สองข้างทางล้วนมีรอยแตกร้าวที่เกิดจากการปะทะของพลังอำนาจที่ไม่อาจหยั่งถึง บรรยากาศหนักอึ้งจนผู้ที่พลัดหลงเข้ามาแทบจะถูกบดขยี้กระดูกให้แหลกละเอียด


ท่ามกลางพายุฝุ่นสีเทาหม่น คณะผู้เดินทางทั้งห้าชีวิตกำลังก้าวเดินฝ่าความวิปริตของธรรมชาติอย่างเงียบเชียบ


เจ้าถุงเงินกระโดดนำหน้าอยู่บนยอดหินแหลมคม ร่างสีดำขลับของราชันแมงมุมมิติสูญตากลมกลืนไปกับความมืด ดวงตาสีเงินของมันกวาดมองไปรอบทิศทาง ทุกครั้งที่มันขยับขา เส้นใยแห่งความว่างเปล่าที่มองไม่เห็นจะถูกถักทอออกไปปกคลุมร่องรอยฝีเท้าและกลิ่นอายปราณเซียนของทุกคนที่ก้าวตามมาด้านหลัง ปิดกั้นการรับรู้จากเบื้องบนอย่างสมบูรณ์แบบ


อาเจียเดินอยู่ตรงกลางกลุ่ม ใบหน้าของเขายังคงความเยือกเย็น ทว่าภายในจุดตันเถียนนั้นเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ทารกวิญญาณสูญตาที่เคยโปร่งใส บัดนี้มีวงแหวนสามสีอันประกอบด้วยเพลิงชาด วารีพิสุทธิ์ และสายลมบรรพกาล หมุนวนโคจรปกปักษ์อยู่อย่างเงียบสงบ การผสานอักขระขั้นที่ห้าทำให้รากฐานของเขาหนักแน่นประดุจขุนเขา แม้จะเพิ่งผ่านการฝืนใช้พลังตัดตาข่ายฟ้า ทว่าวงจรการเกื้อกูลภายในร่างก็กำลังเร่งฟื้นฟูหยาดหยดปราณเซียนให้กลับมาเต็มเปี่ยมอย่างรวดเร็ว


"พวกเราเดินเท้าล่วงล้ำเข้ามาในเขตแดนลี้ลับนี้ได้หลายทิวาราตรีแล้ว" เย่ปิงอวิ๋นเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางแฝงความเหนื่อยล้า ทว่าดวงตายังคงเฉียบคม "ตั้งแต่พ้นเขตหุบผาหมอกคร่ำครวญ กฎเกณฑ์ฟ้าดินก็บิดเบี้ยวจนไม่อาจใช้ค่ายกลสื่อสารหรือเข็มทิศวิญญาณได้เลย เจ้ามั่นใจหรือ อาเจีย ว่าวิหารสุริยันจันทรามีอยู่จริงในทิศทางนี้?"


"มันอยู่ ณ ที่แห่งนี้แน่นอน" อาเจียตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีดำทอประกายลึกล้ำเมื่อทอดมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า "ยิ่งพวกเราก้าวลึกเข้ามา ข้ายิ่งสัมผัสได้ถึงการดำรงอยู่ของกฎเกณฑ์ที่แปลกแยก มันปฏิเสธวิถีเต๋าของโลกเซียนปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง... สิ่งที่สามารถแผ่อำนาจกดขี่ได้กว้างไกลถึงเพียงนี้ ย่อมต้องเป็นสถานที่ที่เก็บซ่อนความลับแห่งอดีตกาล"


ฉินมู่หลางกระชับด้ามกระบี่นิรันดร์ที่ข้างเอว ยอดกระบี่หนุ่มกวาดสายตามองหน้าผาสูงชันที่รายล้อม "กฎเกณฑ์ที่นี่บีบคั้นเจตจำนงกระบี่ของข้าจนแทบจะเปล่งประกายไม่ออก หากเกิดการปะทะ พลังของพวกเราคงแสดงออกมาได้ไม่ถึงครึ่ง"


"นั่นคือเหตุผลที่มันเป็นปราการป้องกันที่ดีที่สุด" หลินชิงเสวี่ยก้าวเข้ามายืนเคียงข้างมู่หลาง ปราณพฤกษาของนางแผ่ออกมาบางเบาเพื่อประคองอุณหภูมิร่างกายให้แก่ทุกคน "ในสถานที่ที่กฎเกณฑ์แปรปรวน ผู้ที่ยึดติดกับความยิ่งใหญ่ของพลังดั้งเดิมย่อมตกเป็นรอง... พวกตระกูลเซียนโบราณที่คุ้นเคยกับการใช้กฎเกณฑ์ของโลกเซียนเป็นเครื่องมือ ย่อมต้องลำบากกว่าพวกเราหลายเท่านัก"


"อย่าเพิ่งวางใจไป" เฟิงอี้หรานขมวดคิ้ว เปลวเพลิงบรรพกาลในตาของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง "ตระกูลโบราณไม่ได้มีดีแค่การยืมพลังฟ้าดิน ทว่ารากฐานของพวกเขาลึกล้ำเกินหยั่งคาด... อาเจีย เจ้าสัมผัสได้หรือไม่? ตั้งแต่ช่วงเวลาที่แสงตะวันดับลง ข้ารู้สึกเหมือนมีสายตาที่มองไม่เห็นกำลังจ้องมองแผ่นหลังของพวกเราอยู่ตลอดเวลา"


คำกล่าวของเฟิงอี้หรานทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นในพริบตา


มู่เฉินปรากฏร่างโปร่งแสงขึ้นเบื้องหลังอาเจีย สีหน้าของอดีตมหาปรมาจารย์เคร่งขรึมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน "อี้หรานกล่าวถูกต้อง มีบางสิ่งกำลังคืบคลานเข้ามา... มันมิได้อาศัยการกวาดสัมผัสผ่านอากาศธาตุ ทว่ามันกำลังแกะรอยจาก 'รอยต่อ' ของความว่างเปล่าที่เจ้าถุงเงินทิ้งไว้ ยอดฝีมือผู้นี้เข้าใจในแก่นแท้ของการพรางตัว มันกำลังสาวเส้นด้ายที่มองไม่เห็นตามพวกเจ้ามา!"


อาเจียหยุดฝีเท้าลงทันที เขาไม่ได้หันกลับไปมอง ทว่าหลับตาลงและส่งจิตสัมผัสผสานเข้ากับวงแหวนสามสีในร่าง คลื่นความรับรู้ของเขากระจายออกไปตามผืนดินที่แห้งผาก


ภาพในห้วงวิญญาณปรากฏขึ้น... ห่างออกไปเบื้องหลังนับร้อยลี้ ท่ามกลางพายุฝุ่นที่เกรี้ยวกราด มีเงาร่างสี่สายกำลังพุ่งทะยานแหวกอากาศมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้า!


ผู้ที่นำหน้าสุดคือบุรุษวัยกลางคนในชุดเกราะสีเงินหม่น เส้นผมของเขาเป็นสีขาวโพลนทิ้งตัวยาวถึงกลางหลัง ใบหน้าเรียบเฉยประดุจรูปสลักศิลา ในมือของเขาถือตะเกียงทองเหลืองเก่าคร่ำคร่าดวงหนึ่ง เปลวไฟในตะเกียงมิได้เป็นสีแดงหรือเหลือง ทว่ามันเป็นสีดำสนิท!


ทุกครั้งที่เปลวไฟสีดำไหวติง มันจะกลืนกินมิติรอบข้างและส่องประกายชี้ทิศทางไปยังร่องรอยความว่างเปล่าที่ซ่อนเร้นอยู่อย่างแม่นยำ


"ผู้คุมจารีตแห่งตระกูลเซียนโบราณ... ระดับพลังของเขา... ครึ่งก้าวสู่สภาวะหลอมความว่างเปล่า!" มู่เฉินถ่ายทอดความกังวลผ่านจิตวิญญาณ "ตะเกียงในมือของมันคือ 'ตะเกียงกลืนอเวจี' ศัสตราระดับบรรพกาลที่สามารถเผาผลาญและส่องทะลุวิชาพรางตาได้ทุกชนิดบนโลกเซียน! การที่มันมาปรากฏตัวที่นี่ แสดงว่าพวกมันต้องการถอนรากถอนโคนเจ้าให้สิ้นซาก!"


อาเจียลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีดำสนิททอประกายเยือกเย็น "การหลบซ่อนสิ้นสุดลงแล้ว พวกมันล็อกเป้าหมายมาที่ตัวข้าโดยตรง"


"ระยะห่างนับร้อยลี้ สำหรับครึ่งก้าวหลอมความว่างเปล่า ใช้เวลาเพียงไม่กี่ก้านธูปก็มาถึง!" เฟิงอี้หรานเรียกเปลวเพลิงอัคคีบรรพกาลออกมาคลุมร่าง เตรียมพร้อมทุ่มสุดกำลัง


"พวกเราจะสู้ที่นี่ไม่ได้" อาเจียปฏิเสธอย่างเด็ดขาด "หากปะทะกันในพื้นที่เปิดโล่ง แรงระเบิดจะดึงดูดอสูรบรรพกาลในดินแดนรกร้างให้แห่กันมา และด้วยพลังของตะเกียงนั่น ข่ายใยของเจ้าถุงเงินจะถูกเผาทำลายจนหมดสิ้น... พวกเราต้องเร่งฝีเท้า เป้าหมายอยู่ไม่ไกลแล้ว!"


อาเจียชี้มือไปยังทิศทางเบื้องหน้า ที่ซึ่งเงาของหุบเขาขนาดมหึมาสองลูกตั้งตระหง่านคู่กัน ทว่าความประหลาดของมันคือ ยอดเขาฝั่งซ้ายแผ่ประกายแสงสีทองอร่ามที่ร้อนแรงประดุจดวงอาทิตย์ ในขณะที่ยอดเขาฝั่งขวากลับถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดที่เย็นเยียบประดุจรัตติกาลอันเป็นนิรันดร์


ช่องแคบระหว่างยอดเขาทั้งสองนั้น... คือรอยแยกที่แสงสว่างและความมืดไม่ได้หลอมรวมกัน ทว่าถูกแบ่งแยกด้วยเส้นตรงที่คมกริบประดุจถูกรังสรรค์ด้วยดาบของเทพเจ้า


"วิหารสุริยันจันทรา..." เย่ปิงอวิ๋นอุทานด้วยความตื่นตะลึง


"เร่งความเร็วเต็มที่! ไม่ต้องปิดบังกลิ่นอายอีกต่อไป ปล่อยพลังเซียนทั้งหมดที่มีมุ่งหน้าสู่ช่องแคบนั้น!" อาเจียออกคำสั่งเด็ดขาด


สิ้นเสียงของอาเจีย คณะสหายทั้งห้าและเจ้าถุงเงินก็ระเบิดพลังปราณเซียนที่กดข่มไว้ออกมาจนหมดสิ้น พวกเขาพุ่งทะยานทะลวงผ่านพายุฝุ่นประดุจดาวตกห้าดวงที่ฉีกกระชากท้องฟ้ายามราตรี


ไกลออกไปเบื้องหลัง ผู้คุมจารีตแห่งตระกูลเซียนโบราณ 'กู่หานซาน' หยุดฝีเท้าลงกลางอากาศ นัยน์ตาสีเทาหม่นของเขาทอดมองไปยังแสงสว่างที่ปะทุขึ้นที่เส้นขอบฟ้า


"เลิกซ่อนตัวแล้วสินะ..." กู่หานซานรำพึงเสียงเย็นชา เปลวไฟสีดำในตะเกียงกลืนอเวจีลุกโชนขึ้นอย่างรุนแรง "ดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์ ผู้ที่ละเมิดจารีตและบิดเบือนกฎเกณฑ์ ย่อมไม่มีแผ่นดินให้ยืน... ตามไป! สังหารพวกมันทุกคน อย่าให้เหลือแม้แต่เศษเสี้ยววิญญาณ!"


ผู้ติดตามระดับแยกวิญญาณขั้นสมบูรณ์ทั้งสามคนรับคำสั่ง ร่างของพวกเขากลายเป็นเส้นแสงพุ่งติดตามกู่หานซานไปด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ


ระยะห่างระหว่างผู้ล่าและผู้ถูกล่าหดสั้นลงอย่างน่าหวาดหวั่น แรงกดดันจากยอดฝีมือครึ่งก้าวหลอมความว่างเปล่าแผ่ซ่านมาถึงแผ่นหลังของกลุ่มอาเจีย ประดุจขุนเขาเหล็กกล้าที่กำลังถล่มทับลงมา


"พวกมันตามมาทันแล้ว!" หลิงเอ๋อร์หันกลับไปมอง ดวงตาดาราของนางเบิกกว้างเมื่อเห็นคลื่นความร้อนสีดำที่กำลังแผดเผาอากาศธาตุพุ่งตรงมา


"เหลืออีกเพียงสิบลี้ จะถึงรอยแยกวิหารสุริยันจันทรา!" มู่หลางกัดฟัน เจตจำนงกระบี่ทะลักล้นออกจากร่างเพื่อต้านทานแรงกดดัน


"ส่งทัณฑ์สวรรค์ลงทัณฑ์พวกมัน!" กู่หานซานที่ไล่ตามมาในระยะประชิด ชูตะเกียงกลืนอเวจีขึ้นสูง


เปลวไฟสีดำม้วนตัวเป็นเกลียวพายุขนาดยักษ์ พุ่งข้ามระยะทางหลายลี้เข้าจู่โจมกลุ่มของอาเจียจากเบื้องหลัง พายุไฟนี้มิได้แผดเผาร่างกาย ทว่ามันพุ่งเป้าไปที่การเผาผลาญวิญญาณและบดขยี้กฎเกณฑ์ของวิถีเต๋าโดยตรง!


"ชิงเสวี่ย! ปิงอวิ๋น! หลิงเอ๋อร์! ล่วงหน้าไปก่อน!" เฟิงอี้หรานตะโกนก้อง เขาหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน หันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับพายุไฟสีดำ เปลวเพลิงอัคคีบรรพกาลในร่างของเขาระเบิดออกจนสุดขีด ก่อตัวเป็นกำแพงเพลิงสีทองแดงขวางกั้นเส้นทาง


"อี้หราน!" อาเจียหันกลับมา ทว่าฉินมู่หลางก็หยุดยืนเคียงข้างเฟิงอี้หรานเช่นกัน กระบี่นิรันดร์ถูกชักออกจากฝัก เปล่งประกายแสงสีเงินที่คมกริบที่สุดในชีวิตของยอดกระบี่


"พวกเราจะยื้อเวลาไว้ให้ เจ้าต้องไปเปิดทางเข้าวิหาร!" มู่หลางตะโกนโดยไม่หันมอง


*ตูมมมม!*


กำแพงเพลิงบรรพกาลของอี้หรานและปราณกระบี่ของมู่หลาง ปะทะเข้ากับพายุไฟสีดำของกู่หานซาน! เสียงระเบิดดังกึกก้องแผ่นดินสะเทือน ทว่าความต่างชั้นของระดับพลังนั้นมากเกินไป พายุไฟสีดำกลืนกินเปลวเพลิงของอี้หรานและบดขยี้ปราณกระบี่ของมู่หลางจนแตกสลายภายในไม่กี่ลมหายใจ


แรงกระแทกมหาศาลซัดร่างของทั้งสองกระเด็นถอยหลังไปหลายร้อยจั้ง กระอักเลือดออกมาอย่างหนักหน่วง


"เศษสวะ ไม่เจียมตัว" กู่หานซานแค่นเสียง ทะยานร่างผ่านกลุ่มควันมุ่งตรงเข้าหาอาเจียที่กำลังวิ่งเข้าใกล้รอยแยกวิหารสุริยันจันทรา


เหลืออีกเพียงห้าร้อยจั้ง! อาเจียอุ้มร่างของหลิงเอ๋อร์และปิงอวิ๋นที่ถูกแรงกระแทกจนเสียหลัก พุ่งทะยานสุดกำลัง ทันใดนั้น เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่พาดผ่านลำคอ


"ตายเสียเถอะ ผู้ละเมิดกฎ!"


กู่หานซานปรากฏตัวขึ้นเหนือศีรษะของอาเจีย ฝ่ามือที่ห่อหุ้มด้วยเปลวไฟสีดำจากตะเกียงกลืนอเวจี ฟาดฟันลงมาหมายจะสลายวิญญาณของชายหนุ่มให้เป็นจุล!


ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย อาเจียไม่ได้หลบหลีก ทว่าเขากลับหยุดนิ่ง ร่างกายหมุนกลับมาเผชิญหน้ากับฝ่ามือมรณะ นัยน์ตาสีดำสนิทเบิกกว้าง วงแหวนสามสีในจุดตันเถียนสว่างวาบขึ้นถึงขีดสุด!


"องค์หญิงน้อย... พู่กันนิรันดร์!"


พู่กันวิเศษปรากฏในมือ อาเจียไม่ได้ใช้วาดอักขระโจมตี ทว่าเขาแทงพู่กันลงบนผืนดินรกร้างเบื้องล่าง!


"กฎเกณฑ์ของตระกูลเซียนโบราณ... ล้วนไร้ค่าเมื่ออยู่หน้าประตูวิหารแห่งนี้!"


*ครืนนนน!*


พลังจากการผสานอักขระขั้นที่ห้า ไหลเวียนจากทารกวิญญาณ ผ่านพู่กันนิรันดร์ ถ่ายทอดลงสู่ผืนดิน อาเจียเชื่อมต่อเจตจำนงของตนเข้ากับรอยแยกวิหารสุริยันจันทราที่อยู่เบื้องหลัง!


แสงสว่างสีทองและเงามืดสีดำที่แบ่งครึ่งยอดเขา พลันกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง กฎเกณฑ์ต่างเผ่าพันธุ์ที่หลับใหลมาเนิ่นนาน ถูกกระตุ้นด้วยวิถีอักขระที่ไร้รูปแบบของอาเจีย รอยแยกแห่งวิหารเปิดอ้าออก ปลดปล่อยกระแสพลังงานที่เก่าแก่และวิปริตที่สุดออกมา!


คลื่นพลังสองสาย... สายหนึ่งร้อนแรงประดุจดวงอาทิตย์ สายหนึ่งเย็นเยียบประดุจห้วงอวกาศ พุ่งทะยานออกมาจากรอยแยก เข้าปะทะกับฝ่ามือเปลวไฟสีดำของกู่หานซานอย่างจัง!


*เปรี้ยงงงงง!*


ปรากฏการณ์ระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินบังเกิดขึ้น! ฝ่ามือของกู่หานซานที่เคยทรงพลังและกลืนกินทุกสสาร กลับถูกคลื่นพลังของวิหารสุริยันจันทรากระแทกจนสลายไปในพริบตา! แรงสะท้อนกลับอันมหาศาลซัดร่างของผู้คุมจารีตให้ลอยกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบจั้ง ตะเกียงกลืนอเวจีในมือสั่นสะท้านอย่างรุนแรง


"นี่มันพลังบ้าอันใดกัน!" กู่หานซานเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง กฎเกณฑ์ที่เขาคุ้นเคย ถูกบดขยี้อย่างง่ายดายด้วยพลังงานที่เขาไม่รู้จัก


อาเจียอาศัยจังหวะที่ศัตรูเสียหลัก ทะยานร่างย้อนกลับไปคว้าร่างของมู่หลางและอี้หรานที่นอนบาดเจ็บอยู่ ชายหนุ่มรวบรวมปราณเฮือกสุดท้าย พาสหายทั้งหมดพุ่งทะลวงเข้าสู่รอยแยกตรงกลางระหว่างยอดเขาสุริยันและจันทรา!


ทันทีที่คณะของอาเจียก้าวผ่านเส้นแบ่งเขตแดน พลังงานแสงและความมืดก็ม้วนตัวปิดกั้นรอยแยกนั้นอย่างสมบูรณ์ เกิดเป็นม่านพลังที่บิดเบี้ยวมิติและตัดขาดการเชื่อมต่อจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง


กู่หานซานและผู้ติดตามพุ่งทะยานตามมาถึงหน้าม่านพลัง ทว่าเมื่อพวกเขาพยายามใช้ศัสตราวิเศษโจมตีเพื่อทำลายประตู พลังที่ส่งไปกลับถูกม่านพลังสุริยันจันทราสะท้อนกลับมาเป็นทวีคูณ จนพวกเขาทั้งสี่ต้องกระอักเลือดและล่าถอยออกมาด้วยความหวาดผวา


"ท่านผู้คุมจารีต... พวกมันหนีเข้าไปในดินแดนต้องห้ามแล้วขอรับ" ผู้ติดตามคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ม่านพลังนี้... มันต้านทานแม้กระทั่งเจตจำนงของตะเกียงกลืนอเวจี เราไม่สามารถทะลวงเข้าไปได้"


กู่หานซานกำตะเกียงในมือแน่นจนข้อปมขาวซีด นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความคั่งแค้นและความประหลาดใจ "วิหารสุริยันจันทรา... ซากปรักหักพังของพวกนอกรีตในยุคบรรพกาล... ข้าไม่นึกเลยว่าสวะอย่างมัน จะมีความสามารถดึงพลังของสถานที่แห่งนี้มาใช้ป้องกันตัวได้"


ชายชราสูดลมหายใจลึก ระงับความโกรธเกรี้ยวในใจ "ส่งข่าวกลับไปยังตระกูลหลัก! แจ้งว่าผู้ละเมิดกฎเกณฑ์ หลบหนีเข้าสู่วิหารสุริยันจันทรา ขอกำลังเสริมและศัสตราระดับเทพชั้นสูงที่สุดเพื่อปิดล้อมหุบเขานี้... พวกมันคิดว่าซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงของคนตายแล้วจะรอดพ้นทัณฑ์สวรรค์งั้นหรือ ข้าจะรอคอยวันที่พวกมันต้องคลานออกมา และจะสับพวกมันให้เป็นหมื่นชิ้น!"


---


ภายในรอยแยกวิหารสุริยันจันทรา


สภาพแวดล้อมเบื้องหลังม่านพลังนั้น แตกต่างจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ท้องฟ้าที่นี่ถูกแบ่งครึ่งอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งสว่างเจิดจ้าด้วยดวงอาทิตย์สีขาวขุ่น อีกฝั่งหนึ่งมืดสนิทมีเพียงดวงจันทร์สีเลือดลอยเด่น แผ่นดินถูกแบ่งแยกด้วยเส้นลวดลายอักขระแปลกตาที่สลักลึกลงไปในชั้นหิน ลวดลายเหล่านั้นไม่ใช่อักขระของโลกเซียนที่อาเจียคุ้นเคย ทว่ามันมีความดิบเถื่อน ลี้ลับ และทรงพลังประดุจลมหายใจของอสูรบรรพกาล


อาเจียวางร่างของมู่หลางและอี้หรานลงบนผืนหญ้าสีเงิน ชิงเสวี่ยและปิงอวิ๋นรีบเข้ามาตรวจดูอาการและป้อนโอสถสมานแผลทันที


"พวกเรา... รอดมาได้..." เฟิงอี้หรานไอออกมาเป็นเลือดสีคล้ำ ทว่าริมฝีปากยังคงฝืนยิ้ม


"ขอบใจพวกเจ้ามาก ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อซื้อเวลาให้ข้า" อาเจียมองสหายทั้งสองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและรู้สึกผิด "หากข้าแข็งแกร่งกว่านี้..."


"อย่าได้กล่าวเช่นนั้น อาเจีย" มู่หลางยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงโขดหิน ใบหน้าซีดเซียวทว่าแววตาเด็ดเดี่ยว "การปกป้องแผ่นหลังของสหาย คือวิถีของกระบี่ข้า หากไม่มีเจ้าเปิดทาง พวกเราทุกคนคงถูกตะเกียงนั่นเผาเป็นจุณไปแล้ว"


มู่เฉินลอยตัวออกมาจากพู่กันนิรันดร์ ท่านกวาดสายตามองทัศนียภาพอันแปลกประหลาดรอบตัว "กฎเกณฑ์ของที่นี่เก่าแก่และทรงพลังยิ่งนัก มันกดข่มปราณเซียนของโลกปัจจุบัน ทว่ากลับเปิดรับวิถีอักขระของเจ้า... อาเจีย เจ้าเพิ่งใช้พลังของสถานที่แห่งนี้ตอบโต้กู่หานซาน เจ้าเข้าใจความลับของอักขระเหล่านี้แล้วหรือ?"


อาเจียส่ายหน้าช้าๆ เขามองไปที่ลวดลายบนผืนดิน "ข้ายังไม่เข้าใจความหมายของพวกมันเลยขอรับท่านอาจารย์ สิ่งที่ข้าทำเมื่อครู่ มิใช่การสั่งการ ทว่าข้าใช้ 'ความว่างเปล่า' จากวงแหวนธาตุที่เพิ่งหลอมรวม เป็นตัวกระตุ้นให้กฎเกณฑ์ของที่นี่ตื่นขึ้นมาป้องกันตนเอง... สถานที่แห่งนี้ ปฏิเสธทุกสรรพสิ่งที่มีกฎเกณฑ์ของโลกภายนอก"


"แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป?" หลิงเอ๋อร์ถามพลางกอดแขนปิงอวิ๋นไว้แน่น "ประตูทางออกถูกกู่หานซานปิดล้อมไว้แล้ว พวกเราติดกับดักอยู่ในซากปรักหักพังนี้"


"ไม่มีทางตันสำหรับผู้แสวงวิถีเต๋า" อาเจียลุกขึ้นยืน นัยน์ตาสีดำทอประกายลึกล้ำเมื่อจ้องมองไปยังซากวิหารศิลาขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ จุดสิ้นสุดของเส้นแบ่งแสงและความมืด "ในเมื่อเราเข้ามาแล้ว ก็จงใช้สถานที่แห่งนี้เป็นเบ้าหลอม กฎเกณฑ์ที่แตกต่าง ย่อมมีปัญญาที่ลึกซึ้งซ่อนอยู่..."


ชายหนุ่มชี้พู่กันนิรันดร์ไปยังวิหารโบราณเบื้องหน้า


"ตระกูลเซียนโบราณคิดจะปิดล้อมเราให้สิ้นหวัง... ทว่าพวกมันไม่รู้เลยว่า พวกมันได้ผลักดันข้า ให้เข้ามาสู่ห้องสมุดแห่งสัจธรรมที่แท้จริง... พวกเราจะพักฟื้น รักษาบาดแผล และเรียนรู้วิถีอักขระของเผ่าพันธุ์ต่างแดน เมื่อใดที่พวกเราก้าวเท้าออกจากวิหารแห่งนี้... ข้าจะทำให้กู่หานซานและตระกูลของมัน ได้รู้ซึ้งถึงความหมายของการถูกรื้อล้างกฎเกณฑ์!"


การหลบหนีสิ้นสุดลงแล้ว ทว่าการผจญภัยเพื่อไขความลับแห่งต้นกำเนิดและยกระดับวิถีแห่งหมื่นอักขระ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น ณ ใจกลางทวิภพสุริยันจันทราแห่งนี้!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน

ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
271K 1043
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
5K 89
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.57M 5024
ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
2.91M 3613
พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
295K 786