จอมพลลีโอนาร์ทไม่รอฟังคำอธิบายพ่อบ้านใหญ่ เรียวขาแกร่งพลันก้าวไปข้างหน้าอย่างทันทีด้วยััอันเฉียบคมของตนไม่ใช่เื่ยากที่จะระบุตำแหน่งคนที่เขา้าพบ ใบหน้าดุดันถมึงทึงมากกว่าเดิมปลดปล่อยรัศมีบรรยากาศแรงกดดันออกมา จนเมื่อเขามาหยุดอยู่ที่หน้าห้องครัว...
“.....”
เหมือนเกิดแดดแอร์ขึ้นอ่ะ... ออมเล็ตยืนมึนๆงงๆอยู่กลางห้องครัว มือเล็กที่จับใบหน้ากับมุมริมฝีปากเลื่อนลงมาจับบริเวณหน้าอกของตนเอง หายใจติดขัด ใบหน้าแดงก่ำทั้งผิวกายขาวซีดเองก็พลันแดงก่ำ เขากุมอกหอบหายใจเริ่มถี่แรง ร่างกายเล็กเตรียมทรุดลงไปกับพื้นแต่เรือนร่างสูงโปร่งของลิลลี่ก็เข้ามารับไว้ได้เสียก่อน
“ท่าน— ท่านจอมพลหยุดปลดปล่อยรัศมีแรงกดดันก่อนครับไม่งั้นคุณชายแย่แน่!”
ลิลลี่เข้ารับตัวคุณชายสามอังศุมาลินพร้อมหันไปร้องะโเตือนจอมพลลีโอนาร์ท และฝ่ายนั้นก็คล้ายจะได้สติกลับมาหลังจากเผลอไผลปลดปล่อยรัศมีกดดันออกมาอย่างไม่รู้ตัว ไม่บ่อยนักที่บุคคลระดับจอมพลลีโอนาร์ทจะควบคุมตนไม่ได้จนเผลอไผลเช่นนี้... นั่นหมายความว่า ‘สิ่งเร้า’ ที่ทำให้ท่านจอมพลตอบสนองหลุดการควบคุมไปชั่วขณะนั้นมีความสำคัญและมีผลต่อจิตใจเขามากเพียงใด
ก่อนหน้านี้เหตุด้วย ‘รอยยิ้ม’ แวบหนึ่งนั้น... จอมพลลีโอนาร์ทค่อยรู้สึกตัวกลับมาเป็ปกติ เดิมทีแรงกดดันเพียงแค่นั้นนับเป็อะไรได้แต่ว่ากับคุณชายสามอังศุมาลินที่มีพลังกายแค่ระดับ E มันยากมากที่จะยืนอยู่ต่อหน้าแรงกดดันนี้ ใบหน้าเ็าตายด้านมองผู้เป็บิดาไร้ความรู้สึก เรือนร่างเล็กนั้นหยุดสั่นไม่ได้เลย ริมฝีปากเม้มแน่นความรู้สึกภายในคล้ายจุดอ่อนในใจถูกกระตุ้นออกมาตอกย้ำว่าตนมันไร้ความสามารถที่สุด!
ไม่รู้ว่านี้มันเป็บรรยากาศอะไรกันแน่ระหว่างสองพ่อลูกบ้านตระกูลพิชิตไชยศรี... พ่อบ้านผู้มาใหม่ทั้งสามคนก็ไม่เข้าใจเช่นกัน นอกจากพ่อบ้านใหญ่ราเชนที่ตามเข้ามาบนใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสว่างไสวถูกท่านจอมพลลีโอนาร์ทหันไปมองดุดันถึงต้นเหตุของการพูดไม่ชัดของอีกฝ่ายจนทำให้ลูกชายตัวเล็กมองเขาแบบนี้
“เอ่อ มีอะไรหรือครับนายท่าน” ราเชนเข้ามาในห้องครัวมองบรรยากาศแปลกๆ ก่อนพลันรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาเมื่อพบเข้ากับสายตาคมดุดันเสียดแทงจิตใจของท่านจอมพลลีโอนาร์ทกำลังมองมา
พ่อบ้านใหญ่หุบยิ้มเกินงามเก็บความรู้สึกอันเอ่อล้นจากการได้เห็นรอยยิ้มครั้งแรกของคุณชายแล้วเข้าสู่คราบคุณพ่อบ้านใหญ่ผู้เคร่งครัดเช่นเดิม เอ่ยรายงานที่ยังกล่าวไม่จบก่อนหน้านี้ต่อ “เมื่อกี้นี้คุณชายสามทอดไข่เจียวครับ”
ท่านจอมพลลีโอนาร์ทมองดุดันใส่ราเชนหากก่อนหน้านี้พูดให้มันจบแบบนี้จะตายหรือไง! เขาไม่เอ่ยอันใดต่อพลางเลื่อนสายตามามองเด็กหนุ่มตัวเล็กมากยืนเกาะขอบโต๊ะเคาน์เตอร์ครัว ดวงตากลมโตใสแจ๋วสีทองสุกสกาวนั้นสะท้อนภาพตัวเขาในดวงตาของเ้าตัวก่อนที่จะค่อยๆมองหลุบลงต่ำ มือน้อยๆกุมไว้ข้างหน้า คิ้วเรียวรีขมวดเล็กน้อย ริมฝีปากบางกระจับเม้มแน่นตลอด... ลูกชายตัวเล็กคนนี้คงจะไม่ได้คิดว่าเขาดุและเข้มงวดใส่หรอกใช่หรือไม่?
ชายหนุ่มเรือนร่างสูงใหญ่ขยับกายอย่างไม่สบายใจ มือหนากำแล้วคลาย คลายแล้วกำหลายรอบคล้ายทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน อาการแสดงออกทางกายเป็เช่นนั้นแต่ทว่าสีหน้ากลับยังดุดันเช่นเดิม...
เื่ระหว่างพ่อลูกแน่นอนว่าเหล่าคุณพ่อบ้านก็ได้แต่เป็ผู้ประกอบฉากเท่านั้นแหละ ยืนเรียงหน้ากระดานเงียบกริบกันหมดเลย
สำหรับออมเล็ตเอาจริงๆคือ... ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวแบบไหนเหมือนกัน จิตใจและร่างกายตื่นกลัวสั่นมากจนเหงื่อชื้นไปหมดกับแรงกดดันเมื่อกี้นี้ นี่เป็ครั้งแรกที่รู้สึกว่าการเป็คนที่ไร้ความสามารถไร้พลังแม่งโคตรแย่เลย แค่แรงกดดันแค่นี้ยังยืนไม่ไหวหายใจไม่ออกแล้วในโลกอนาคตที่มีคนมีพลังพิเศษเป็เื่ปกติแบบนี้รู้สึกไม่ปลอดภัยเลยอ่ะ ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ ‘กลัว’ นั่นคือความรู้สึกของเขา
ออมเล็ตเริ่มเข้าใจความรู้สึกของคุณชายสามอังศุมาลินอีกแล้วละ เฮ้อ แย่อ่ะ ขนาดคนในครอบครัวแท้ๆก็อาจจะเผลอฆ่าเราเลยได้ ปกป้องตัวเองไม่ได้แบบนี้ก็แย่เลยดิเนี่ย
คิดปลงๆแล้วยังไงก็ทำอะไรไม่ได้ ช่างมันเถอะ... ออมเล็ตช่างมันจนไม่รู้จะกี่กิโลแล้วเนี่ย เครียดโว้ย!
กับท่านพ่ออีก...
ใบหน้าหวานล้ำเงยขึ้นมองผู้เป็พ่อเงียบๆซึ่งอีกฝ่ายก็มองเขาเงียบๆกลับเช่นกัน ไม่รู้ว่านี่มันบรรยากาศอะไร งงๆ?
แต่ทว่าเมื่อเหลือบเห็นมือเรียวใหญ่ที่กำแล้วคลายหลายรอบเก้ๆกังๆคล้ายทำอะไรไม่ถูกเช่นกันพลันภายในใจของออมเล็ตก็หัวเราะกลิ้งทีเดียว... โอ๊ย น่าเอ็นดูคุณเขาอ่ะ พ่ออยากจะพูดก็พูดดิจะทำหน้าดุหน้าขรึมทำไม น้องกลัวนะ!
เมื่อคนพ่อไม่พูดไม่ขยับเื่ก็ต้องมาตกที่ตัวเขาคนลูกละนะ ก็ไม่อยากอยู่ในบรรยากาศแปลกๆนี้เหมือนกัน คนทุกคนมองการกระทำของคุณชายสามอังศุมาลินเสมือนภาพฝัน... เรือนร่างเล็กขยับตัวสั่นๆเก้กัง มือน้อยๆหยิบช้อนคันใหม่มาตัดตักไข่เจียวนุ่มฟูฝีมือตนเองอย่างพอดีคำก่อนที่จะค่อยๆยื่นไปข้างหน้ามือสั่นๆตรงหน้าท่านพ่อ ก็ป้อนไข่เจียวไงล่ะ!
ไม่เพียงท่านจอมพลลีโอนาร์ทที่ยืนแข็งทื่ออึ้งค้างพร้อมสติหลุดไปแล้วเหล่าคุณพ่อบ้านทั้งหลายก็เช่นกัน... ไร้การตอบรับ เงียบกริบกันหมด
เงียบมาก เงียบกริบมากๆจนออมเล็ตรู้สึกใจเสีย... โธ่ พ่อคนอุตส่าห์จะเปิดใจด้วยแล้วนะ โมโหอ่ะ!
รู้สึกโมโหฟึดฟัดในใจตัวเองอย่างไม่เข้าใจแต่ใบหน้าของเขาก็ยังตายด้านเหมือนเดิม เสียใจสิ่งที่ตั้งใจทำครั้งแรกทั้งอุตส่าห์ป้อนอาหารฝีมือตัวเองครั้งแรกแล้วคนพ่อไม่สนใจเลยกลับมองดุดันเ็าอยู่นั่นแหละ อึดอัดชะมัดเลย อ้อ ลืมไป เรามันไม่ใช่ลูกรักนี่หว่า เศร้าแล้วนะ...
“.....”
มือเล็กยื่นช้อนไข่เจียวค้างอยู่สักพักแล้ว ใบหน้าของคุณชายสามอังศุมาลินไร้อารมณ์มากยิ่งกว่าเดิมจนคาดเดาไม่ออกทว่าคิ้วเรียวรีกลับขมวดคิ้วน้อยๆแวบหนึ่งเท่านั้น
ลิลลี่เขามีความเข้าใจความละเอียดอ่อนด้านจิตใจมากกว่าใครอุทานในใจว่าแย่แล้ว หากครั้งนี้คุณชายสามอังศุมาลินที่ค่อยๆแง้มประตูเปิดใจน้อยๆแล้วยังได้รับความเฉยชาจากคนในครอบครัวเช่นนี้มีหวังคราวนี้คงปิดกั้นตนเองแย่หนักกว่าเดิมแน่... พวกเขาทุกคนหันมองท่านจอมพลลีโอนาร์ทที่ยังคงยืนนิ่งไม่ได้ดั่งใจพวกเขาเลย!
ในใจพวกเขาก็คิดว่า... อ้าปากสิครับๆๆ! ถ้าไม่กินเดี๋ยวพวกผมกินเองก็ได้ หอมหวนชวนชิมขนาดนี้ น่ากินขนาดนี้ยังไม่รีบอีก!
ออมเล็ตเสียใจไม่แสดงออกเขาถอดใจแล้ว... ทว่า ณ ขณะที่มือเล็กนั้นค่อยๆลดลงก็พลันััได้ถึงมือหนาเคลื่อนมาทาบจับมือเล็กนุ่มของตนเองไว้
ท่านพ่อจับมือเขานิ่งอยู่สักพัก ก่อนจะค่อยอ้าปากชิมไข่เจียวจากมือเขาป้อน ใบหน้านิ่งๆดุดันนั้นของท่านพ่อทำเอาออมเล็ตที่ตอนแรกรู้สึกไม่ดีก็พลันต้องลุ้นขึ้นมาว่ารสชาติจะเป็ยังไงบ้างสำหรับคนในโลกอนาคตที่ทานแต่อาหารสังเคราะห์... อยากเห็นรีแอคชั่นอ่ะ!
ออมเล็ต้ารีแอคชั่นแต่หากถามหาจากท่านพ่อคงไม่มีทางได้อ่ะ ดูจาก... เอิ่ม ลืมว่า DNA บ้านนี้มันเป็ยังไง ยากจะแสดงอารมณ์ยากจะแสดงออกทางกายภาพและใบหน้า เอาเถอะงั้นแค่ถามก็พอ
“พะ—พ่อ.. อะ— อร่อยมะไหม... แด๊ดดี้”
เรียกสับสนไปหมดแล้วภาษาหนิ อยากตบปากตัวเองจะเสียงสั่นเสียงแ่เบาไม่กล้าเรียกพ่อตัวเองทำไมเนี่ยฮึคุณชายสามอังศุมาลิน!... ยังไงก็อร่อยอยู่แล้วตอนเขาชิมรสชาติก็คืออร่อยอ่ะแต่ไม่รู้ว่าท่านพ่อจะว่าไง รอฟังอย่างใจจดใจจ่อจนลืมไปเลยว่าคนพ่อยังจับมือเล็กนุ่มนี้ของตัวเองค้างอยู่
ทางด้านจอมพลลีโอนาร์ท... ในคราแรกเขาไม่คิดเลยว่าจะได้รับปฏิกิริยาการเข้าหาอย่างน่ารักเช่นนี้จากลูกชายตัวเล็กที่มักปิดกั้นตนเองหนีห่างผู้คน มันทำให้เขานิ่งอึ้งค้างมากเมื่อเรือนร่างเล็กๆนั้นขยับเข้ามาใกล้กว่าทุกครั้ง มือน้อยๆตักอาหารยื่นมาตรงหน้าทั้งยังเป็อาหารจากฝีมือเข้าครัวครั้งแรกของเ้าตัวด้วยในใจเขาจึงพลันบังเกิดคลื่นความรู้สึกรุนแรงแม้ภายนอกจะไม่แสดงออกก็ตามที
เขายืนมองแข็งทื่อเนิ่นนานจนได้สติเมื่อเห็นว่ามือเล็กนั้นค่อยๆลดลง ใบหน้าหวานล้ำไร้อารมณ์ยิ่งกว่าเก่า คิ้วเรียวรีแม้ขมวดเพียงแวบเดียวแต่สายตาคมกริบเขาก็เห็นทันชัดเจนจึงรีบเอื้อมมือไปจับมือน้อยๆนั้นทันที
ภายในทันทีที่มือหนาของตนได้แตะััเข้ากับความนุ่มนิ่มของผิวเนียนบางนั้นพลันในใจเกิดระลอกคลื่นถาโถมหนัก... ลูกชายคนนี้ของเขาทั้งตัวเล็กและบอบบางมากจริงๆ ต้องพยายามอย่างหนักในการควบคุมตนเองทั้งภายนอกและทั้งภายในใจยิ่งเมื่อได้ยินเสียงหวานล้ำของลูกเอ่ยเรียกพ่อ
“อร่อย... อร่อยมาก”
เขาตอบบนใบหน้ามีรอยยิ้มบางเบาที่มองไม่ออกเลย ทว่าราเชนทราบดีว่านายท่านกำลังอารมณ์ดีและแสดงอารมณ์มากกว่าทั้งชีวิตที่ผ่านเสียอีกกระมัง...
คราแรกจอมพลลีโอนาร์ทคิดในใจแล้วว่าแม้อาหารจะไม่อร่อยเขาก็จะบอกว่าอร่อย ทว่าเมื่อชิมแล้ว... ไม่คิดเลยว่าเมื่อปลายลิ้นได้ลิ้มัักับรสชาติความพิเศษและความหอมกรุ่นนุ่มละมุนลิ้นนั้นจะเป็รสชาติที่อร่อยมากขนาดนี้!
ลีโอนาร์ทเป็จอมพลจึงไม่พิถีพิถันในการกินมากนักแม้ว่าในปัจจุบันจะมีการพัฒนาด้านการอาหารไปกว่าแต่ก่อนมาก คนนิยมทานอาหารประกอบเองมากขึ้นเพราะความอร่อยและแปลกใหม่ไปจากอาหารสังเคราะห์ เขาก็เคยชิมแต่ไม่เคยได้ลิ้มรสความอร่อยเช่นนี้จากอาหารพวกนั้นเลย... บนใบหน้าพลันปรากฏประกายความพึงพอใจ ริมฝีปากหยักยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยทำเอาเหล่าพ่อบ้านทั้งหลายโดนแช่แข็งนิ่งอึ้งไปหมดเลย
“อืม” ออมเล็ตพยักหน้ากะพริบตาปริบๆมองไม่ออก แม้ทำใจไว้แล้วแต่แบบนี้รีแอคชั่นที่้าก็ควรมีบ้างสักเล็กน้อยสิ?
เป็เช่นเดิม... เื่ระหว่างพ่อลูกแน่นอนว่าเหล่าคุณพ่อบ้านก็ได้แต่เป็ผู้ประกอบฉากเท่านั้นแหละ ยืนเรียงหน้ากระดานเงียบกริบกันหมดเลยพร้อมทั้งลุ้นในใจแทบตัวโก่ง
บางทีก็ไม่รู้ไม่แน่ใจว่าพวกเขากำลังลุ้นอะไรกัน ทว่าปฏิกิริยานี้คืออะไร? คนบ้านนี้ก็ทึ่มทื่อด้านความรู้สึกกันไปหมดจนเหล่าพ่อบ้านอยากร้องไห้เป็สายน้ำแล้วจริงๆ... ลูกไม่เข้าใจพ่อ พ่อไม่เข้าใจลูก คนอื่นเครียดแทน!
“ลูกยังไม่ทานอาหาร?” ดวงตาคมกริบของท่านจอมพลกวาดมองห้องครัวก่อนแล้วหันมาถามลูกชายตัวเล็ก นี่เป็ครั้งแรกที่เปิดปากเอ่ยถามคุยกับลูกชายคนนี้ซึ่งเขารู้สึกแปลกๆในใจอยู่เช่นกัน ระลอกคลื่นอารมณ์ความรู้สึกไม่สงบนิ่งเลย บรรยากาศช่างดูแปลกประหลาดนัก
“อังศุมาลิน”
เมื่อลูกชายตัวเล็กไม่ตอบเขาจึงเอ่ยเรียกอีกครั้ง น้ำเสียงดุดันไปหน่อยอย่างช่วยไม่ได้เพราะทราบคำตอบดีว่าเด็กหนุ่มร่างเล็กบอบบางคงไม่รับประทานอาหารอย่างที่พ่อบ้านมักมารายงานเสมออีกแล้วแน่... ไม่ชอบที่เด็กน้อยไม่รับประทานอาหารจนตัวเล็กผอมแห้งอย่างนี้เขาจึงเอ่ยเสียงดุเช่นนั้น นั่นเรียกว่า ‘ความห่วงใย’ ที่คนพ่อแสดงออกมาอย่างนั้น
“อังศ์ทานอาหารหรือยัง” จอมพลลีโอนาร์ททราบดีว่าลูกชายต้องยังไม่รับประทานอาหารแน่ๆแต่เขาก็ยังจะเอ่ยถามอีกเพื่อให้อยากลูกตอบ อาจเป็เพราะลูกชายคนนี้เมื่อยามเอ่ยน้ำเสียงนั้นช่างไพเราะหวานจับใจ อาจเป็เพราะยามใบหน้าหวานล้ำตายด้านนั้นขยับคงดูดีมีความเป็ชีวิตขึ้น และอาจเป็เพราะลูกนิ่งเฉยไร้เสียงไร้สีหน้าตลอดจนเกินไป
คนพ่อเคาะกำแพงเข้าหาคนลูกขนาดนี้ออมเล็ตไม่ทิ้งโอกาสแง้มใจนิดหน่อยแน่นอน แต่ใช่ว่าจะหลุดความเป็ตัวตนของคุณชายสามอังศุมาลินไป เขามองหน้าท่านพ่อแล้วตอบสั้นๆกระชับ ไม่อยากพูดเยอะแต่ได้ใจความชัดเจน
“อยากกินข้าว”
“ข้าว?”
จอมพลลีโอนาร์ทเอ่ยทวน นี่อาจเป็ครั้งแรกเลยกระมังที่เขาได้ยินว่าลูกชายคนนี้ของเขาพูดแสดงความ้าอะไรออกมา ในความรู้สึกของเขาพลันเกิดระลอกคลื่นหลากหลายอีกครั้ง... แต่สิ่งที่ลูกเขาอยากทานทำไมถึงไม่ได้ทาน
บนใบหน้าของเขาเกิดเครื่องหมายคำถามสงสัยมีความดุดันผสมอยู่ตวัดสายตาไปมองเหล่าพ่อบ้านที่สะดุ้งโหยงกันพร้อมส่ายหน้าจนใจให้เขาประหนึ่งกำลังบอกว่า... เื่นี้ให้ถามคุณชายให้จบก่อนสิครับ!
“ทำไมลูกไม่ได้กิน?” เขาถามลูกชายตัวเล็กโดยไม่รู้ตัวเลยว่าบนใบหน้าของตนนั้นฉาบฉวยด้วยความผ่อนคลายลงกว่าปกติ น้ำเสียงเอ่ยอ่อนผ่อนลงกว่าปกติเล็กน้อย(เล็กน้อยมากจริงๆ)... ในความคิดเขาเพียงแค่อยากให้ลูกตอบและไม่กลัว
“.....” ออมเล็ตไม่ตอบขอสงวนท่าทีนิดนึงนะ แต่ในใจนี่คือสั่นแล้วอ่ะ อยากตอบๆ น้องอยากตอบมากๆเลยว่าเพราะเหตุผลอะไร!
การพูดคุยแบบแปลกๆของความสัมพันธ์ฉบับพ่อลูกบ้านนี้ทำเอาเหล่าพ่อบ้านไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไร คือทำให้มันเหมือนกับพ่อลูกบ้านอื่นไม่ได้หรือ? แล้วคำว่า ‘เหมือนบ้านอื่น’ ก็เด้งเข้ามาในหัวของพวกเขาอีกหลายครั้งหลายคราหลังจากนี้...
“บอกพ่อ... อย่ามองพื้น พูดกับแด๊ดดี้ก็มองหน้าแด๊ดดี้” จอมพลลีโอนาร์ทพูดคราแรกก่อนชะงักเงียบไปเล็กน้อยนึกถึงเวลาที่ฟีนิกซ์ลูกชายคนที่สี่และโลเวลลูกชายคนเล็กเอ่ยเรียกตนว่า ‘แด๊ดดี้’ ตามที่ภรรยาผู้มีดวงตาสีทองสุกสกาวที่ล่วงลับไปแล้วสอน
เธอคนนั้นสอนให้ลูกชายสองคนแรกเรียกเขาว่า ‘ท่านพ่อ’ สอนลูกชายสองคนเล็กเรียกเขาว่า ‘แด๊ดดี้’ ส่วนลูกคนกลาง... ลูกคนนี้เป็ลูกชายคนกลางก็ควรเรียกว่า ‘แด๊ดดี้’ เหมือนกัน
โอ้โห พ่ออ่ะพ่อ พูดเหมือนถ้าอยากได้โลกก็จะยกโลกทั้งใบมาให้อ่ะ... ออมเล็ตอุทานขึ้นในใจแอบคิดว่าไม่แน่ที่จริงแล้วจอมพลลีโอนาร์ทอาจจะเป็พวกหลงลูกก็ได้มั้ง
แบบในนิยายที่ชอบเขียนๆกันไง แบบมีลูกชายหลายคนแต่ละคนคือแข็งแกร่งตัวใหญ่ไร้ความน่าเอ็นดูก็เป็เื่ปกติงี้ แต่พอมีลูกคนหนึ่งที่ตัวเล็กตัวน้อยบอบบางก็ทำตัวไม่ถูกอ่ะ น่ารัก ชอบแหละแต่เพราะตัวเองแข็งแกร่งมากก็กลัวลูกตัวเล็กาเ็งี้ เข้าหาไม่เป็อะไรแบบนี้ อืม เขาเลิกจินตนาการก่อน(เลิกมโนก่อน)น่าจะมีแต่ในนิยายแหละแบบนั้น กลับสู่ชีวิตความเป็จริงก่อนดีกว่า....
“ตอบแด๊ดดี้”
“พะ—พ่อบ้านทำข้าวแฉะทำข้าวดิบ” ออมเล็ตเงยใบหน้ามองตรงอย่างไม่ค่อยชินแล้วตอบท่านพ่อน้ำเสียงสั่นๆ... เอาจริงๆนะอันนี้ไม่ไหวจริงๆนะ หุงข้าวแฉะก็ว่าไปเถอะดันมาหุงข้าวดิบแล้วคนดันกินอีกทำเหมือนอร่อยหรือบอกว่าอร่อยอีก เขาอยากจะบ้า!
รสชาติของอาหารสังเคราะห์คือแย่บั่นทอนจิตใจมากแล้วดันมาเพิ่งรู้ว่าในปัจจุบันมี ‘ข้าว’ แล้วแต่ไม่รู้วิธีทำกินจริงๆ โลกอนาคตกินข้าวแบบแฉะบ้างกินข้าวแบบดิบบางอย่างตามมีตามเกินแล้วแต่ว่าจะเสี่ยงทายเปิดหม้อแต่ละครั้งไป
เฮ้ย นี่เอ็งไม่คิดจะหาวิธีการหุงข้าวให้มันดีกว่านี้เหรอวะ มันก็แค่คำนวณการใส่ปริมาณน้ำไง ปริมาณน้ำอ่ะ พวกเอ็งจะมาเสี่ยงท้ายหม้อทำไมว่าจะได้ข้าวแฉะหรือจะได้ข้าวดิบ หรือว่ามันสนุกเหรอ? คนจากยุคศตวรรษที่ 21 งงมากอ่ะ?
“ผมจะทำเอง”
จอมพลลีโอนาร์ทไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่เมื่อได้ยินว่าลูกชายจะทำเองเขาก็พยักหน้ากล่าวกับเ้าตัวน้อยสั้นๆพร้อมปักหลักอยู่ในห้องครัวด้วยกับเหล่าพ่อบ้าน คำกล่าวและท่าทางเช่นนี้อาจเรียกได้ว่าเป็การ ‘ให้กำลังใจ’ อย่างอ้อมๆหรือไม่ออมเล็ตก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน... ไม่ค่อยเข้าใจพ่ออ่ะ
“จะรอทานข้าวของลูก”
--------------------------------
Talk
น้องป้อนไข่เจียวคุณพ่อค้าบ ฮือออ พ่อลูกน่ารักกกก เป็เอ็นดูวคนบ้านนี้อ่ะพวกคุณพ่อบ้านด้วย ♡♡♡
ส่วนคุณพ่อมาถูกทางแล้วค่าาา แด๊ดดี้กับพี่ๆน้องๆต้องอยู่ข้างๆน้อนลูกเจี๊ยนนะ ^_^
จริงๆก็อย่าว่าแต่เหล่าคุณพ่อบ้านลุ้นเลยค่ะนุ้งชิมเองก็ลุ้นทุกครั้งที่คุณเขาทั้งสองคุยกัน พ่อกับลูกบ้านนี้... ทำเอาคนอื่นเดือดร้อนแทนอ่ะ

