เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 39 หลงเฉินผู้โหดเหี้ยม

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้จบลงแล้ว


    แรกเริ่มเดิมที ตระกูลหยางจะต้องถูกตระกูลไป๋ฆ่าล้างตระกูล  แต่เรื่องราวกลับพลิกผันเพราะการปรากฏตัวของหลงเฉิน ไม่เพียงแต่หลงเฉินจะทำร้ายความหวังของตระกูลไป๋ทั้งสองอย่าง แต่เขายังทำให้คนตระกูลหยางทุกคนกลับออกมาได้อย่างปลอดภัย  ในเวลานี้ คนตระกูลหยางมองหลงเฉินต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เขาได้รับความนับถืออย่างสูงส่ง


    มีทั้งความชื่นชม ความสำนึกบุญคุณ และแม้แต่ความกลัว


    ผู้นำตระกูลหยางถูกคุกคามโดยผู้ที่เป็นดั่งพี่ชาย  และพี่ชายคนนี้เองที่เกือบทำลายครอบครัวของเขา เช่นนั้นแล้ว เขาจึงไม่พูดอะไรกับผู้นำตระกูลไป๋อีก เขามีสีหน้าเคร่งขรึมขณะพาคนตระกูลหยางที่เหลือออกไปจากบ้านตระกูลไป๋


    หยางเสวี่ยชิงอยู่ท่ามกลางคนเหล่านั้น  นางยังคงสวมชุดแต่งงานสีแดงสด


    หลงเฉินเดินออกจากประตูและหลบไปด้านข้าง  เบื้องหน้าของเขาคือหยางเสวี่ยชิงและหยางหยุนเทียน  เขาจับจ้องไปที่หยางเสวี่ยชิง อย่างไรก็ตาม หยางหยุนเทียนที่กำลังทุลักทุเลเพราะอาการเจ็บปวดในเวลานี้กลับถูกเพิกเฉยโดยสิ้นเชิง


    ในใจของเขา ใจหนึ่งเป็นเพราะหลงเฉินช่วยคนทั้งตระกูลเอาไว้ในวันนี้ และอีกใจหนึ่งคือเรื่องที่เกี่ยวกับลูกชายของเขา


    เขาเคยเฝ้ามองการเติบโตของลูกชาย  ได้เห็นทั้งความสุข ความโกรธ และความโศกเศร้าทุกชั่วขณะ  ครึ่งชีวิตที่ผ่านมาของเขาล้วนแล้วแต่เป็นความทรงจำที่มีหยางจ้านอยู่ในนั้น  และหยางจ้านกลับต้องมาตายเพราะหลงเฉิน


    ‘จ้านเอ๋อร์เอ๋ย จ้านเอ๋อร์ ข้าจะล้างแค้นให้เจ้าได้อย่างไรกัน? เขาสามารถฆ่ายอดฝีมือที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเจ็ดได้  ข้าสัญญากับท่านพ่อของข้าว่าจะไม่ทำอะไรเขาจนกว่าการแข่งขันล่าสัตว์อสูรจะเสร็จสิ้น ทว่าตอนนี้ทุกอย่างจบลงแล้ว’


    ‘หลังจากคืนนี้  ข้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอีกแล้ว ข้าคงไม่สามารถฆ่าเขาเพื่อล้างแค้นให้เจ้าได้อีก!’


    ‘จ้านเอ๋อร์... เจ้าคิดว่าพ่อควรทำเช่นไรดี? เจ้าจะเกลียดข้าหรือไม่? จริงอยู่ ข้าเองก็เกลียดเขา แต่วันนี้เขาช่วยตระกูลหยางเอาไว้...’


    จากกลุ่มคนไปจนถึงประตูที่ถูกหลงเฉินทำลายนั้นมีระยะห่างเพียงยี่สิบเก้า ในช่วงเวลานั้น  ไม่มีใครสังเกตเห็นหยางหยุนเทียนที่กำลังต่อสู้ดิ้นรนอยู่ภายในใจของตนเองอย่างมาก


    ทุกคนต่างจมจ่อมอยู่กับความสุขที่ได้รอดพ้นจากหายนะ  แม้แต่หลงเฉินเองก็ลืมไปว่าเขาเป็นศัตรูตัวฉกาจของหยางหยุนเทียนในเวลานี้


    หยางหยุนเทียนจำเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับลูกชายของตนเองได้  ความเกลียดชังในหัวใจทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อคิดว่าเขาอาจจะไม่มีโอกาสได้จัดการกับหลงเฉินอีกหลังจากผ่านคืนนี้ไป  สีหน้าของเขาพลันซีดเผือดในทันที เขากัดฟันอย่างคลุ้มคลั่ง


    ในตอนนี้ เขาอยู่ห่างจากหลงเฉินไปเพียงสองก้าว  เขาจึงหันกลับไปและปล่อยหมัดดาวตกพุ่งตรงเข้าใส่หลงเฉินในทันที  ในระยะประชิดเช่นนั้น สิ่งที่หลงเฉินทำได้คือยกแขนขึ้นมาป้องกันตัวเอาไว้!


    แต่ถึงอย่างนั้น หมัดที่ไม่คาดคิดก็ทำให้เลือดในร่างกายปั่นป่วนและส่งเขาให้กระเด็นออกจากการป้องกันของตระกูลหยางและตรงไปยังตระกูลไป๋ทันที!


    การปล่อยหมัดอย่างกะทันหันนั้นทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นั่นต่างรู้สึกประหลาดใจ  คนตระกูลไป๋เริ่มหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่คนตระกูลหยางต่างมองไปยังหยางหยุนเทียนที่ลงมือโจมตีด้วยความเกรี้ยวกราด


    “พี่รอง ท่านเสียสติไปแล้วรึ!?”


    หยางเสวี่ยชิงตกตะลึง แต่ในเวลานี้ไม่มีใครสนใจเรื่องการลงโทษหยางหยุนเทียนอีกแล้ว  ทั้งผู้นำตระกูลหยาง หยางชิงเสวียน และหยางเสวี่ยชิง ต่างพุ่งตัวตามหลงเฉินไปด้วยความรวดเร็ว


    แม้ว่าจะหลงเฉินจะใช้แขนป้องกันการโจมตีของหยางหยุนเทียน  แต่เขาก็ยังได้รับบาดเจ็บ และเป็นเพราะอาการบาดเจ็บนั้นที่ทำให้เขาเสียการทรงตัวจนกระเด็นไปข้างหลัง


    ระหว่างที่เขาลอยอยู่กลางอากาศ  เขาคิดว่าอาจจะมีคนของตระกูลไป๋อยู่บริเวณที่เขากระแทกตัวลงก็เป็นได้!


    ปลาตัวใหญ่อย่างหลงเฉินถูกส่งให้ตระกูลไป๋ที่เกลียดชังเขาเข้ากระดูก โดยเฉพาะไป๋จ้านสงและไป๋จ้านหลงที่ต้องการเชือดเขาทั้งเป็น  หากพวกเขาจะสามารถฆ่าหลงเฉินได้ง่าย ๆ พวกเขาย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปอย่างแน่นอน!


    หลงเฉินเองก็รู้สึกตกใจ  ยอดฝีมือทั้งสามของตระกูลหยางรีบตามเขาไป แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขามาช้าไปเสียแล้ว  ในเวลานี้ หลงเฉินหันไปมองและเห็นไป๋จ้านสงที่อยู่ใกล้ที่สุดกำลังเผยรอยยิ้มเย็นชาและสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ


    นิ้วมือของเขาปรากฏพลังปราณสีดำที่หมุนวน  จากรูปลักษณ์ของคลื่นพลังนั้นมีความแข็งแกร่งกว่าดัชนีสวรรค์ทมิฬของไป๋ซื่อจีนับสิบเท่า!


    ในใจของหลงเฉินเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก  เสียงร้องเตือนของหยางเสวี่ยชิงและคนอื่น ๆ ดังไล่หลังมาขณะที่หลงเฉินถูกโจมตีด้วยหมัดดาวตกและลอยไปกลางอากาศ  เขาร่ายกระบวนท่าผนึกมังกรในทันที!


    เวลานี้  สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงมากกว่าเดิม คือการที่หลงเฉินใช้กระบวนท่าที่ทรงพลังยิ่งกว่าหมัดดาวตกที่เขาเคยใช้ก่อนหน้า   หลงเฉินร่ายกระบวนท่าด้วยมือทั้งสอง และสร้างผนึกมังกรขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ!


    หยางเสวี่ยชิงซึ่งเคยเห็นไป๋จ้านสงใช้ดัชนีสวรรค์ทมิฬมาแล้วกลับมีสีหน้าขาวซีดและเกือบสูญสิ้นความหวัง  ทว่าในเวลานั้น คลื่นพลังรุนแรงของผนึกมังกรก็ปรากฏขึ้นในมือทั้งสองข้างของหลงเฉิน คลื่นพลังรุนแรงนั้นทำให้คนตระกูลหยางทั้งสามประหลาดใจอย่างมาก


    “ผนึกมังกรจากมือทั้งสอง! เป็นไปได้อย่างไรกัน?  แม้แต่ข้ายังไม่สามารถควบคุมผนึกมังกรได้แม่นยำถึงเพียงนี้!”


    ในใจของผู้นำตระกูลหยางเต็มไปด้วยความตกตะลึงที่ท่วมท้น  เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเชื่อได้ยากยิ่ง


    ก่อนหน้านี้  เขาได้ครอบครองผนึกมังกรจากสถานที่ลึกลับและใช้ผนึกมังกรสีครามมานานหลายปี   ทว่าเขากลับไม่เคยคิดว่าผนึกมังกรสีครามจะสามารถใช้ด้วยวิธีนี้ได้


    แต่หลงเฉินกลับรู้  ทุกอย่างเป็นเพราะหยกมังกรลึกลับ  หลงเฉินจึงสามารถฝึกวิชาผนึกมังกรสีครามได้อย่างรวดเร็ว  ยิ่งไปกว่าน้น เขายังสามารถคิดค้นวิธีการใหม่ ๆ และควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ!


    เขารวดเร็วมากแม้จะลอยอยู่กลางอากาศก็ตาม  เมื่อไป๋จ้านสงยื่นนิ้วที่ร่ายกระบวนท่าออกมา  แสงเย็นเยียบก็สว่างวาบขึ้นในสายตาของหลงเฉิน เขาผลักทั้งสองมือออกไปด้านหน้า ระเบิดพลังมหาศาลปรากฏขึ้นขณะที่พลังปราณสีแดงก่อร่างเป็นเงาของมังกรศักดิ์สิทธิ์  และครั้งนี้มีเงามังกรศักดิ์สิทธิ์ที่ต่างกันถึงสองตัวซึ่งกำลังพันเกี่ยวเข้าด้วยกัน!


    เมื่อมันปะทะเข้ากับดัชนีสวรรค์ทมิฬของยอดฝีมือที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปด  พลังปราณที่รุนแรงของไป๋จ้านสงก็ปะทุขึ้นอย่างฉับพลัน!


    ขณะที่หลงเฉินลอยอยู่กลางอากาศ  เขาถูกโจมตีด้วยพลังปราณจนกระเด็นไปชนกำแพงที่อยู่ด้านข้าง กำแพงสูงนั้นแตกกระจายและถล่มลงมาจนเกิดฝุ่นควันปลิวว่อนไปทั่วฟ้า!


    ในเวลานี้  ไป๋จ้านส่งรีบพุ่งตัวออกมาและไล่ตามหลงเฉินไป


    หลงเฉินไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ ทว่าไป๋จ้านสงกำลังไล่ตามเขามาติด ๆ   ไป๋จ้านสงแข็งแกร่งกว่าเขามาก แต่หลงเฉินเองก็ไม่ใช่ใครที่จะเอาชนะได้ง่าย ๆ


    อีกฝั่งหนึ่ง คนตระกูลหยางทั้งสามมาถึงในที่สุด  ผู้นำตระกูลหยางประคองหลังของหยางชิงเสวียนไว้และไล่ตามเขาไปในทันที  และเป็นเพราะหยางเสวี่ยชิงเป็นห่วงหลงเฉินมาก นางจึงพุ่งตัวออกไปรวดเร็วเสียยิ่งกว่าผู้นำตระกูลหยางเสียอีก


    ในเมื่อผู้นำตระกูลหยางไม่สามารถหยุดนางได้  เขาจึงทำได้เพียงรีบพุ่งตัวตามไป อีกฟากหนึ่ง ผู้นำตระกูลไป๋พาตัวไป๋จ้านเฟิงเดินออกไปทางกำแพงที่ถล่มลงมาและขวางผู้นำตระกูลหยางกับหยางเสวี่ยชิงไว้  เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต้องการจะดวลกันตัวต่อตัวมากกว่า


    หยางชิงเสวียนต้องคอยปกป้องดูแลคนตระกูลหยางที่เหลือ  เพราะทางฝั่งตระกูลไป๋ยังมีไป๋จ้านหลงซึ่งบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดอยู่  เมื่อทั้งสามคนเริ่มลงมือเขาก็รู้สึกกระวนกระวายใจ แต่เป็นเรามีไป๋จ้านหลงคอยฉุดเขาไว้ เขาจึงไม่สามารถร่วมช่วยเหลือหลงเฉินได้!


    หากพูดตามหลักแล้ว ตระกูลหยางยังขาดแคลนยอดฝีมือที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปด  และในตอนนี้หลงเฉินจำต้องเผชิญกับไป๋จ้านสงตามลำพัง


    ระหว่างที่กำลังดูแลคนอื่น ๆ  หยางชิงเสวียนมองไป๋จ้านหลงด้วยสายตาเย็นชาและเดินออกจากห้องโถงขณะที่ไป๋จ้านหลงเองก็พายอดฝีมือตระกูลไป๋มากับเขาด้วย  พวกเขาคอยจับตามองหยางชิงเสวียนเอาไว้ ตราบใดที่หยางชิงเสวียนไม่ยื่นมือเข้าช่วยหลงเฉินที่อยู่ระหว่างการต่อสู้กับไป๋จ้านสงเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว


    ครั้งนี้ เป้าหมายของตระกูลไป๋คือหลงเฉินเพียงคนเดียวเท่านั้น!


    ในวันนี้  การแสดงฝีมือของหลงเฉินทั้งน่าตื่นตะลึง  หยิ่งผยอง และเผด็จการ อีกทั้งความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมของเขา ทุกคนในตระกูลไป๋ต่างรู้ดีในหัวใจว่าตราบใดที่หลงเฉินยังมีชีวิตอยู่  ในอีกสองหรือสามปีข้างหน้าผู้ที่ต้องตายคือคนตระกูลไป๋ที่เหลือ!


    ดังนั้นสำหรับพวกเขาแล้ว  หลงเฉินจึงเป็นยิ่งกว่าภัยคุกคาม  เด็กอัจฉริยะจากฝ่ายศัตรูจะต้องถูกกำจัดให้สิ้นซากก่อนที่เขาจะมีชีวิตอันแสนสุข!


    คนตระกูลไป๋เข้าใจซึ่งกันและกัน  เหตุผลที่ผู้นำตระกูลไป๋ขัดขวางผู้นำตระกูลหยาง  เหตุผลที่ไป๋จ้านเฟิงขัดขวางหยางเสวี่ยชิง และเหตุผลที่ไป๋จ้านหลงขัดขวางหยางชิงเสวียนเอาไว้  เพื่อให้ไป๋จ้านสงมีเวลามากพอที่จะฆ่าหลงเฉินนั่นเอง!


    ในเวลานี้  คนตระกูลหยางและคนตระกูลไป๋ต่างออกมาด้านนอก  ในการต่อสู้ระดับสูง แม้แต่หยางหลิงชิงและคนอื่น ๆ ก็ไม่สามารถมีส่วนร่วมได้  พวกเขาทำได้เพียงเฝ้าดูอย่างกระวนกระวายเท่านั้น


    เมื่อมีเหตุการณ์ปั่นป่วนครั้งใหญ่เกิดขึ้นในงานแต่งงาน  ตราบใดที่แขกเหรื่อไม่เมามายไปเสียก่อน พวกเขาก็จะรีบรุดมาที่นี่  และเมื่อพวกเขาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น สีหน้าเหลือเชื่อก็จะปรากฏให้เห็น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงถกเถียงกันเสียงดัง


    “เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นน่ะ? ตระกูลไป๋และตระกูลหยางกำลังจะเกี่ยวดองกันด้วยการแต่งงานไม่ใช่รึ?  ทำไมพวกเขาถึงดูเหมือนเป็นศัตรูกันล่ะ?”


    “ผู้นำตระกูลไป๋ปะทะกับผู้นำตระกูลหยาง และยังมีหยางเสวี่ยชิงและไป๋จ้านเฟิง  นั่นมันไป๋จ้านสงนี่ คู่ต่อสู้ของเขาเป็นใครกัน?”


    “นั่นใช่ลูกชายผู้โด่งดังของหยางเสวี่ยชิงจากตระกูลหยางไม่ใช่รึ?  เขากล้าสู้กับไป๋จ้านสงได้อย่างไรกัน เป็นไปได้อย่างไร?”


    “สวรรค์ทรงโปรด  เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”


    “ดูสิ  ทั้งผู้นำตระกูลไป๋และไป๋จ้านเฟิงกำลังต้อนฝ่ายตรงข้ามให้จนมุม  ดูเหมือนว่าคนตระกูลไป๋ต้องการจะฆ่าเขาจริง ๆ แต่ทำไมพวกเขาถึงต้องฆ่าด้วยล่ะ?  ข้าได้ยินมาว่าลูกชายของไป๋จ้านสงถูกเขาทำร้าย เป็นเรื่องจริงรึ?”


    “การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างสองตระกูลเกิดขึ้นเพราะเรื่องนั้นรึ?”


    “เมื่อเป็นเช่นนี้  เด็กคนนั้นคงไม่รอดแน่ ๆ”


    ทางฝั่งตระกูลหยาง  ทุกคนต่างมองไปยังบริเวณที่มีการต่อสู้ จากนั้นก็ส่งสายตาเกรี้ยวกราดไปที่หยางหยุนเทียน  เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้เป็นเพราะตัวเขาเป็นต้นเหตุแต่เพียงผู้เดียว


    ในเวลานี้ ลูกสาวของหยางหยุนเทียน  หยางหลิงชิงมองไปที่พ่อของตนอย่างไม่เชื่อสายตา


    “ท่านพ่อ ข้ารู้ว่าเขาทำให้ท่านพี่ตาย  แต่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจ และเขาได้ช่วยคนตระกูลหยางไว้ทั้งตระกูล ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?”


    เมื่อเผชิญกับคำถามของบุตรสาว  ผนวกกับสายตาเกรี้ยวกราดของคนในตระกูล  หยางหยุนเทียนจึงรู้สึกละอายจนไม่กล้าสู้หน้า  เขาทำได้เพียงหันหน้าหนีและไม่กล้าสบสายตาของใคร   ตอนนั้นเองที่ทุกคนร้องออกมา และเมื่อหยางหยุนเทียนหันกลับมา เขาก็ต้องตกใจสุดขีด


    “ผนึกมังกรลึกล้ำ!”


    “เป็นไปได้อย่างไรกัน? เจ้าเด็กนั่นบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรเพียงขั้นห้า  ทำไมเขาถึงสามารถใช้ผนึกมังกรลึกล้ำได้ล่ะ?”


    “อะไรนะ?”


    แม้แต่ผู้นำตระกูลหยางและหยางเสวี่ยชิงที่กำลังต่อสู้กับผู้นำตระกูลไป๋และไป๋จ้านเฟิงอย่างกระวนกระวายต่างมองไปที่หลงเฉินด้วยความตกใจถึงขีดสุด


    การที่จะใช้กระบวนท่าผนึกมังกรลึกล้ำได้จะต้องเป็นยอดฝีมือที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดเท่านั้น  หลงเฉินผู้นี้ช่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก! 


    เมื่อเห็นผนึกมังกรลึกล้ำ  ทุกคนในตระกูลไป๋ต่างตระหนักดีว่าหากเขาไม่ฆ่าหลงเฉินในคืนนี้ ทุกคนในตระกูลไป๋จะต้องถูกเขาฆ่าตายในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน


    “ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่น่าทึ่งจริง ๆ หากข้าเป็นคนตระกูลไป๋ ข้าก็คงจะต้องกำจัดเขาให้ได้ ไม่ว่าจะยากเย็นแสนเข็ญเพียงไรก็ตาม!”


    “แต่ไม่ใช่ว่าตระกูลไป๋และตระกูลหยางมีสัมพันธ์อันดีต่อกันมาตลอดรึ?  หรือจะเป็นเพราะเรื่องสิทธิ์การปกครองยี่สิบปี?”


    “น่าจะเป็นเช่นนั้น”


    เมื่อหลงเฉินใช่ผนึกมังกรลึกล้ำ  ก็บังเกิดความบ้าคลั่งขึ้นในดวงตาของไป๋จ้านสง


    เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าบรรลุระดับพลังที่เขาได้แต่เฝ้าฝันถึงและยังคุกคามชีวิตเขาอีกด้วย  ราวกับว่าเขาเห็นหลงฉิงหลานในอดีต หัวใจของไป๋จ้านสงเต็มไปด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้ ทว่าในขณะเดียวกัน  มันได้ทำให้จิตสังหารที่บ้าคลั่งของเขาเพิ่มปริมาณมากขึ้นตามไปด้วย!


    “ตายซะเถอะ เจ้าเด็กเหลือขอ!”


    “ดัชนีสวรรค์ทมิฬ!  ยมโลกเก้าโคจร!”


    *************************************


    ***หากนักอ่านท่านใดที่ชื่นชอบหรือสนใจนิยายเรื่องนี้ ขอเรียนเชิญที่เว็บไซต์เรานะครับ ข้อดีคือประหยัดเงินกว่าเราขายเพียงตอนละ 2.5 เหรียญครับ แถมยังได้อ่านล่วงหน้าก่อนใครถึง 20 ตอน >>> https://novelkingdom.co (ลิงก์เว็บเราครับ)


    ***หากนักอ่านท่านใดที่ชื่นชอบหรือสนใจนิยายเรื่องนี้ ขอเรียนเชิญที่เว็บไซต์เรานะครับ ข้อดีคือประหยัดเงินกว่าเราขายเพียงตอนละ 2.5 เหรียญครับ แถมยังได้อ่านล่วงหน้าก่อนใครถึง 20 ตอน >>> https://novelkingdom.co (ลิงก์เว็บเราครับ)

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน