เฟยหรงยังคงนั่งนิ่งอยู่กับเสวียเหม่ยบนท้องฟ้าเหนือพระราชวังระดับเทวะนับสิบคนสวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มกำลังจ้องมองมาที่พระราชวังเบื้องล่างด้วยความหยิ่งทะนงค์เบื้องบนของระดับเทวะเหล่านั้นคือชายวัยกลางคนผมขาวสวมอาภรณ์สีฟ้าครามใบหน้าดูดุดันไม่น้อยแสดงให้เห็นว่าแข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกมัน
ในเวลานั้นทั้งจ้าวหยาง เสี่ยวเฟิง รวมไปถึงเฟยหลิน และเฟยเหลียงพากันพุ่งทะยานขึ้นมาด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความเรียบเฉย พวกเขาย่อมรู้ดีว่าพวกมันเป็นใครเนื่องจากพวกมันเคยมาแล้วครั้งหนึ่งแต่กลับไม่ได้แสดงกิริยาเช่นนี้ และสงบเสงี่ยมกว่ามาก
"ไม่ทราบว่าพวกท่านต้องการอะไรอีก??"ในฐานะจักรพรรดิจ้าวหยางกล่าวขึ้นด้วยเสียงเรียบเฉย แม้จะรู้ถึงเป้าประสงค์ของอีกฝ่ายแต่ก็อดไม่ได้ที่จะไถ่ถามไปตามธรรมชาติ ชายวัยกลางคนผมขาวเมื่อเห็นดังนั้นมันก็ยิ้มเยาะพร้อมกับส่งสายตาดูถูก
"นายหญิงมีคำสั่งให้พาตัวลูกสาวของนางกลับไปและสายของข้าที่อยู่ที่นี่ก็รายงานว่านางกลับมาแล้ว นี่คือเหตุผลที่ข้ามา หากไม่อยากเดือดร้อนรีบๆส่งนางมาเสีย"สิ้นสุดคำกล่าวของชายวัยกลางคนตบะพลังระดับจักรพรรดิเทวะขั้นต้นของมันก็ระเบิดออกมาเพื่อข่มขวัญพวกจ้าวหยางในทันที ในเวลานี้ทั้งสี่คนแทบจะต้องคุกเข่าลง แต่ทว่าปราณไอเย็นสามสายก็พุ่งไปหักล้างแรงกดดันเหล่านั้นจนมลายสิ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวสามนาง นั่นไม่ใช่ใครนอกเสียจากเสี่ยวเซียน เซียนปิงเอ๋อ และจ้าวหลานนั่นเอง
"พวกสวะกล้ามากที่ริอาจคิดทำร้ายท่านพ่อของข้า!!"จ้าวหลานและเสี่ยวเซียนกล่าวพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ไอเย็นแผ่กระจายไปทั่วทั้งบริเวณ จนเหล่าเทวะทุกคนพากันตื่นตระหนก ต่อมาไม่นานพวกมันก็สัมผัสได้ว่าตนเองไม่สามารถชักนำปราณได้อีกต่อไป ในเวลานั้นจุดสิ้นสุดของชีวิตของพวกมันก็มาถึงในทันใด จ้าวหลานนำกระบี่เล่มหนึ่งออกมาจากแหวนมิติทั่วทั้งตัวกระบี่นั้นถูกสร้างมาด้วยคลิสตัลน้ำแข็งที่ทนทานอีกทั้งยังทำให้ใช้ออกด้วยลมปราณน้ำแข็งได้ดีขึ้นอีกด้วย
"ลมหิมะพัดพา!"ทักษะที่ดูอ่อนช้อยแต่รวดเร็วถูกใช้โดยจ้าวหลาน นางในเวลานี้ประดุจร่ายรำเพลงกระบี่ที่แสนงดงาม แต่ยังไม่ทันที่ได้ชื่นชมความงามพวกมันกลับรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดบริเวณคอของพวกมันได้อย่างชัดเจน ด้วยสองทักษะของเสี่ยวเซียนและจ้าวหลานเพียงพริบตาเหล่าเทวะพลันร่วงหล่นไปถึงห้าคนด้วยกัน ส่วนอีกห้าคนนั้นพากันตื่นตระหนกยกใหญ่ พวกมันไม่คิดว่าการมาทวีประดับต่ำจะทำให้มันเข้าใกล้ความตายขนาดนี้
ในขณะที่เสี่ยวเซียนและจ้าวหลานพากันไล่ล่าพวกระดับเทวะอยู่นั้น เซียนปิงเอ๋อก็เองไม่อยู่เฉยเช่นกันนางเข้าเข้าต่อสู้กับจักรพรรดิเทวะของอีกฝ่ายในทันที ด้วยที่นางเป็นถึงพี่ใหญ่ของหญิงสาวอีกสองคนรวมไปถึงพลังระดับราชันเทวะขั้นกลาง เซียนปิงเอ๋อไม่ได้เสียเปรียบอีกฝ่ายแต่อย่างใด เส้นลมปราณเก้าหยินในร่างกายถูกใช้งานอย่างเต็มประสิทธิ์ภาพ
"ฝนน้ำแข็ง" ไอน้ำในชั้นบรรยากาศค่อยๆรวมตัวกลายเป็นเข็มน้ำแข็งมากมาย ทักษะนี้ชื่อเหมือนจะดูเรียบง่ายแต่การควบคุมนั้นยากเอามากๆหากจะบอกว่านางได้แนวคิดทักษะนี้มาจากใคร ก็คงต้องบอกว่าได้มาจากสามีของนางในตอนที่โดนเขาปราบเสียราบคาบเมื่อหกปีก่อนนั่นเอง
"อย่าได้ใจให้มันมากนัก!!"
"ฝ่ามือพระพุทธองค์"
อีกฝ่ายเองก็ไม่ยอมแพ้ ฝ่ามือยักษ์ลมปราณสีทองปรากฏขึ้นมาบนท้องฟ้าราวกับมันจะบดขยี้เมืองได้ทั้งเมือง แต่เซียนปิงเอ๋อกลับเผชิญหน้ามันอย่างเรียบเฉย พร้อมร่ายรำด้วยท่วงท่าที่งดงามทันใดนั้นเองสายน้ำทั้งหมดก็ในเมืองก็ถูกลมปราณของนางชักนำให้ลอยขึ้นมาก่อนที่มันจะก่อร่างกลายเป็นมังกรน้ำแข็งขนาดใหญ่พุ่งเข้าชนกับฝ่ามือนั้นแล้วสลายหายไป
"มังกรหยิน!"เสียงอันเรียบเฉยของเซิยนปิงเอ๋อดังขึ้นมาอีกครั้ง ชายวัยกลางคนเมื่อเห็นว่ามังกรน้ำแข็งหายไปแล้วก็ยกยิ้มอย่างผู้ชนะ ในใจคิดไปถึงการนำเอาเซียนปิงเอ๋อมาเป็นของเล่นของมันให้ได้เนื่องจากพรสวรรค์และความงามของนางมีมากเกินไป ทำให้มันอดที่จะคิดไปถึงเรื่องกาม ตัณหา
แต่ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับไม่ได้คงอยู่นานแต่อย่างใดฝ่ามือพระพุทธองค์ที่มันภาคภูมิใจกลับกลายเป็นน้ำแข็งและหายไปในชั่วพริบตา เมื่อเท้าของมันก็พลันชาอย่างไม่ทราบสาเหตุแต่พอมันมองดูกลับพบว่า ที่มือและเท้าของมันกำลังถูกแช่แข็งและค่อยลุกลามไปเรื่อยๆอีกทั้งด้วยความหนาวเย็นที่มันมีมากเกินไปจึงทำให้มันสัมผัสไม่ได้ถึงความเย็นและแสดงออกด้วยความชาแทนนั่นเอง
"ปะ เป็นไปไม่ได้!!"มันอุทานเสียงดัง เซียนปิงเอ่อยกยิ้มเย็น "ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ กะอีแค่คนที่พึ่งก้าวสู่ระดับจักรพรรดิเทวะคิดจะรับลมปราณมังกรเก้าหยินของข้าช่างเพ้อฝัน"
"มังกรเก้าหยิน!!"เมื่อได้ฟังดังนั้น หัวใจของมันก็สั่นระรั่วแม้จะไม่รู้ว่ามันคือลมปราณอะไรแต่ด้วยชื่อและพลานุภาพที่มันพบเจอคงต้องบอกว่าอันตรายเป็นอย่างมาก ไม่เช่นนั้นมันจะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร ยิ่งคิดมาถึงจุดนี้ความหวาดกลัวในใจของมันก็พุ่งพรวดทันตา น้ำแข็งสีฟ้าไม่ต่างจากน้ำแข้งทั่วไปแต่กลับมีความหนาวเย็นเหลือคณานับ
แต่เดิมแล้วแค่ลมปราณเก้าหยินก็หนาวเย็นมากพออยู่แล้ว แต่เพื่อเซียนปิงเอ๋อได้มีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยากับเฟยหรงไปแล้วมันกลับทำให้เส้นลมปราณของนางกลายพันธุ์และหนาวเย็นเข้าไปใหญ่ และไม่ใช่เพียงแค่นางเท่านั้นที่เป็นเช่นนี้เหล่าภรรยาทุกคนที่ได้ร่วมรักกับชายหนุ่มต่างก็ได้รับโชคมาในรูปแบบเดียวกันทั้งนั้น
ในช่วงหลายเดือนที่เฟยหรงออกตามหาบัลลังก์ราชันแห่งเมฆาพวกนางต่างพากันค่อยๆซึมซับ ทำความคุ้นชินกับพลังที่แข็งแกร่งและแปลกใหม่จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่พวกนางยังไม่กลับไปยังพระราชวังเยือกแข็งในทันที
“ตายซะ!”เสียงอันไพเราะและเย็นยะเยือกของเซียนปิงเอ๋อดังขึ้น ร่างกายของจักรพรรดิเทวะวัยกลางพลันสั่นสะท้าน นางยื่นมืออันเรียวงามไปด้านหน้าแล้วค่อยๆกำมัน ในขณะที่นางกำมันนั้นพลังเยือกแข็งก็ค่อยๆลุกลามไปเรื่อยๆอีกทั้งมันยังดูดกลืนทั้งพลังชีวิตและพลังปราณของอีกฝ่ายอีกด้วย
"หะ หากเจ้าฆ่าข้า ตระกูลจื่อกับตระกูลไป๋ไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!!"คำกล่าวขู่สุดท้ายของมันดังนั้น เซียนปิงเอ๋อยกยิ้มอย่างไม่สนใจใยดี มือนางกำมือจนสนิททันใดนั้นจักรพรรดิเทวะของฝ่ายตรงข้ามก็ถูกน้ำแข็งของนางแช่แข็งเอาไว้และล่วงหล่นลงไปแตกกระจายไม่มีชิ้นดี
"ขอโทษที แต่ตระกูลจื่อและตระกูลไป๋อะไรของเจ้าไม่ได้อยู่ในสายตาของข้า"เซียนปิงเอ๋อกล่าวลอยๆนางจำเป็นต้องกลัวใครด้วยหรือ ด้วยพลังของนางสามารถต่อกรกับจักรพรรดิเทวะขั้นต้นได้ อีกทั้งด้วยภูมิหลังที่เป็นคนของพระราชวังเยือกแข็งและฐานะภรรยาของนายน้อยแห่งหอกระบี่ดาวตกนางไม่จำเป็นต้องหวั่นเกรงใคร พลังอำนาจ และภูมิหลังที่ดีนางล้วนมีพร้อมจริงๆ
หลังจากเสร็จสิ้นการฆ่าจักรพรรดิเทวะ เซียนปิงเอ๋อหันไปหาน้องหญิงของพวกนางแต่กลับปรากฏว่า ทั้งเสี่ยวเซียนและจ้าวหลานนั้น ลงมือเสร็จก่อนนางตั้งนานแล้วและกำลังมองดูตนเองอยู่กับบิดาของพวกนาง
ส่วนทางด้านเฟยหรงนั้นเองก็ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ แม้จะดูเหมือนว่าพวกนางจะชนะกันมาอย่างง่ายดาย แต่ความจริงแล้วใช้ลมปราณไปเกือบเจ็ดส่วนด้วยกัน โดยเฉพาะเซียนปิงเอ๋อนางใช้ไปถึงเก้าส่วนในการเอาชนะศัตรู การที่นางยังคงยืนอยู่ได้เฟยหรงผู้เป็นสามีถึงขนาดที่ยอมใจในภรรยาคนนี้จริงๆ