หนึ่งรัตติกาล

    หนึ่งรัตติกาล ตอนที่ 37 : กลับเข้าเมือง

    " ไอ้หนู อย่าท้าทายข้า " ชายชราเอ่ยออกมา


    " พวกเจ้ามิรู้ดอกว่า กำลังเล่นอยู่กับอะไร " ชายชราเอ่ยออกมา สองตาของชายชรากวาดมองยังชายหนุ่ม 


    " ไอ้แก่ หากอยากได้ ใยมิลงมือ " หานลี่ร้องออกไป 


    " กลัวรึเช่นใด " หานลี่ร้องท้าทาย 


    " หากกลัวก็กลับไปเสีย อย่าได้ขวางทางพวกข้า " หานลี่ร้องตะโกนออก


    " กรอด " ชายชราให้เป็นเป็นโทสะอย่างมาก เพราะเขามิเคยถูกอนุชนลบหลู่เช่นนี้สักครา 


    " เช่นนั้นแล้ว คงต้องให้ผู้อาวุโสสูงสุดไปขอขมาตระกูลเถียนด้วยตนเอง " ชายชราเอ่ยออกมา


    " ฆ่าอย่าให้เหลือ " ชายชราร้องออกสุดเสียง 


    " เปรี้ยงง " ฝ่ามือหนึ่งพุ่งทะยานเข้าหาร่างของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว


    หานลี่มองจ้องยังชายผู้นั้น " หลอมรวมฟ้าดินระดับสาม " ชายหนุ่มพึมพำ


    ชายหนุ่มเหยียดร่างถอยพลางเรียกกระบี่ไม้สีดำออกมา " เปรี้ยงง " ชายหนุ่มตวัดกระบี่ไม้ออกสุดแรง


    " ครืนน " สายอัสนีพุ่งทะยานเข้าหาฝ่ามือของชายผู้นั้นอย่างรวดเร็ว 


    " ตูมม " แรงระเบิดส่งสองร่างเหยียดถอยไปหลายก้าว


    " อะไรกัน " ชายผู้นั้นพลันแตกตื่น มองจ้องยังกระบี่ไม้มิวางตา 


    " เปรี้ยงง " สายอัสนีพุ่งทะยานออกอย่างรวดเร็ว มวลอากาศถูกบดอัดแยกออกเป็นสอง


    " เปรี้ยงง " หนึ่งฝ่ามือพุ่งทะยานออกสุดแรง 


    " ตูมมม " แรงระเบิดส่งสองร่างเหยียดถอยไปอีกครา 


    " ฮ่ะ " หานลี่ร้องออกมา พลางยกยิ้ม 


    " สู้ได้ " เขาพึมพำ 


    " อั้ก " ร่างของเถียนจ้านเหยียดถอยไปหลายก้าว เมื่อถูกฝ่ามือของชายชราฟาดเข้ากลางอก 


    " มิได้การ " หานลี่พึมพำ พลางเรียกพู่กันใหญ่ที่ตนแกะสลักไว้โยนไปให้กับเถียนจ้าน


    " หมับ " เถียนจ้านให้งุนงนสงสัยเป็นอย่างยิ่งเมื่อเห็นพู่กันใหญ่


    เถียนจ้านมองยังพู่กันใหญ่ ความยาวราวหนึ่งฉื่อ ขนพู่กันคือขนของหมีขาว ทั้งตัวด้ามพู่กันยังปรากฎลวดลายแกะลักอันอ่อนช้อยวิจิตร


    " วิ้ง " พลันพู่กันใหญ่เปล่งแสงขาวสว่างไสว 


    " นี่มัน " เถียนจ้านพึมพำ 


    " ส่งมันมาให้ข้า " ชายชราร้องออก 


    " หากอยากได้มีเพียงใช้กำลังแย่งชิง " เถียนจ้านร้องออกมา 


    " ครึดคราด " เถียนจ้านวาดอักษรกลางอากาศ 


    " วิ้ง " พลันอักษรคำว่ากระบี่ปรากฎขึ้น ก่อนจะกลายเป็นกระบี่สีขาวพุ่งทะยานเข้าหาชายชรา 


    " แม่เจ้า " หานลี่ร้องออกมาในทันใด 


    เขามิเคยคาดคิดเลยว่าพู่กันที่เขาแกะสลักจะสามารถทำได้เช่นนี้ ทั้งสิ่งที่ปรากฎยังทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง 


    " ฉึก " กระบี่สีขาวพุ่งทะยานทะลวงร่างของชายชราทะลุออกหลัง 


    " อ่อค " ชายชรากระอักโลหิตออกมากองโต สองตาฝ้าฟางพลันมองจ้องยังเถียนจ้านอย่างเหี้ยมโหด


    " อ้ากก " สมุนของชายชุดดำร้องออกสุดเสียงเมื่อถูกวานรเหมันต์ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ 


    " อั้ก " ชายวัยกลางคนสี่คนที่รุมวานรเหมันต์กลิ้งเกลือกไปมาบนหิมะ


    " ส่วนเจ้า " หานลี่เอ่ยออกมา 


    " ครืนน " ปราณพลังทั่วร่างระเบิดออกสุดหล้า 


    " เปรี้ยงง " สุรเสียงกู่ร้องก้องดัง เสียงกึกก้องกัมปนาทสนั่นเขา


    " ครืนนน " สายอัสนีเส้นใหญ่หยาบหนาพุ่งทะยานเข้าหาชายผู้นั้นอย่างรวดเร็ว


    ชายผู้นั้นเหยียดร่างถอย พลางเรียกดาบออกมา " เปรี้ยงง " ชายผู้นั้นฟาดดาบออกสุดแรง


    " ครืนนน " สองแรงกดดันหน่วงหนักพุ่งทะยานเข้า


    " ตูมมม " แรงระเบิดส่งสองร่างเหยียดถอย 


    " อั้ก " หานลี่กระอักโลหิตออกมา 


    " หนี " ชายชราร้องออกสุดเสียงพลางลากสังขารของตนทะยานร่างหนีอย่างรวดเร็ว 


    " ยังดีที่มิมีผู้ใดตกตาย " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " ไปเร็วเข้า " ชายแก่เอ่ยออกมา 


    " เฮาะ เฮาะ " วานรเหมันต์ใช้นิ้วของมันเช็ดโลหิตที่ปากของชายหนุ่ม 


    " ข้ามิเป็นไร " หานลี่เอ่ยออกมา 


    วานรเหมันต์ยกร่างของหานลี่วางไว้บนไหล่ของมัน แลห้อตะบึงข้ามเขาไปอย่างรวดเร็ว 


    " สหายข้า พู่กันนี่คือสิ่งใดรึ " เถียนจ้านเอ่ยถาม 


    เขาสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า เบื้องหลังของสหายผู้นี้ต้องมีความเป็นมามิธรรดา ทั้งยังอาจเกี่ยวข้องกับตระกูลเก่าแก่ของเมืองหลวงเทียนตี้ หรืออาจจะลึกลับกว่านั้น 


    " ข้าเก็บได้ " หานลี่ร้องออกไป


    เขาจำต้องโกหกออกไป หากให้ผู้ใดรู้ว่าร่างกายของเขาเป็นเสมือนสิ่งวิเศษที่สามารสรรสร้างสมบัติล้ำค่าได้ นั่นจะนำพาเรื่องราวที่น่าปวดหัวมาให้เป็นแน่ 


    " อืม " เถียนจ้านพยักหน้าช้าๆ 


    นั่นคือสิ่งที่เถียนจ้านทำเพื่อแสดงให้สหายเห็นว่าเชื่อในคำพูด แต่ในใจของเขาร้อนรนเป็นอย่างยิ่ง 


    ราวสามวันกว่าที่ทุกคนจะข้ามเขามาถึงเขาลูกแรกของเขตหุบเขาเหมันต์ 


    " ตุบ " สองเท้าของชายหนุ่มแตะลงยังพื้น สองตามองยังวานรเหมันต์ 


    " เจ้าไปด้วยมิได้ ไว้ข้าจะกลับมา " หานลี่เอ่ยออกมา 


    " เฮาะ เฮาะ " วานรเหมันต์พยักหน้าช้าๆ


    " จริงสิ " หานลี่เอ่ยออกมา พลางเรียกภาพวาดออกมา


    " วิ้ง " ภาพวาดราชันวานรปรากฎอยู่ต่อหน้าของวานรเหมันต์ 


    " โฮกกก " มันร้องคำรามลั่น เสียงของมันกึกก้องสะท้อนขุนเขา 


    " ราชันวานร ปกป้องวานรเหมันต์ด้วย " หานลี่พูดในใจพลางมองยังภาพวาดราชันวานร 


    " เฮาะ เฮาะ " มันร้องออกมาพลางรับเอาภาพราชันวานร แลเก็บใส่กระเป๋ามิติอย่างระมัดระวัง


    " เฮาะ เฮาะ " มันร้องออกมา พลางโบกมือไล่ 


    " อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ พลางลูบหัวของมันก่อนจะผินกายทะยานร่างตามเถียนจ้านไปอย่างรวดเร็ว


    " โฮกกกก " วานรเหมันต์ร้องคำรามลั่น พลางใช้สองมือตีอกของตน


    " สหายภาพวาดราชันวานรเมื่อครู่ เจ้าคงมิได้เก็บได้อีกใช่รึไม่ " เถียนจ้านเอ่ยถาม


    " แน่นอน ข้าเก็บได้ " หานลี่เอ่ยออกมา


    เถียนจ้านกำลังจะเอ่ยถามต่อ แต่เขาเลือกที่จะหยุดบทสนทนาไว้เพียงแค่นี้ เพราะหากเป็นสหายกัน สักวันก็ต้องบอก 


    " สหายเถียน ข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าช่วย " หานลี่เอ่ยออกมา


    " สหายข้าว่ามาได้เลย ข้าเถียนจ้านแลระกูลเถียนพร้อมช่วยเหลือเจ้าทุกอย่าง " เถียนจ้านเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น


    " มิใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงดอก เพียงข้าอยากให้เจ้าช่วยแนะนำตัวข้า ในการสอบเข้าสำนักบัณฑิต " หานลี่เอ่ยออก


    " มิเป็นปัญหา ข้ายินดียิ่ง " ดเถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " หากแม้นเจ้ามิเอ่ยปาก ข้าก็เองก็กำลังคิดว่าจะชักชวนเจ้าเข้าเป็นศิษย์ของสำนักบัณฑิตอยู่พอดี " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ


    ทั้งกลุ่มใช้เวลาราวสองวันจึงปรากฎกายยังซากเมืองโบราณ สองตาของหานลี่กวาดมองทั่ว


    เขามองยังลานกว้างที่เกิดการระเบิด พลางส่ายหน้า


    " ตรงนี้ก่อนนี้เคยมีกระบี่อยู่มากมายยิ่งนัก " หานลี่เอ่ยออกมา


    " แต่เกิดการระเบิด เวลานี้กลับมิหลงเหลือสิ่งใด " หานลี่เอ่ยออกมา


    " ผู้ใดบอกมิหลงเหลือสิ่งใด " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    หานลี่มองยังเถียนจ้าน 


    " หลังจากการระเบิดเหลือกระบี่ชั้นยอดมากมายหลายพันเล่ม " เถียนจ้านเอ่ย


    " หลายพัน " หานลี่พึมพำ 


    " เป็นไปได้เช่นใด แรงระเบิดหนักหน่วงขนาดนั้น " หานลี่พึมพำ 


    " กระบี่ที่เหลือรอดนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นยอดกระบี่ แรงระเบิดเล็กน้อยมิอาจทำสิ่งใดได้ " ชายแก่เอ่ยออกมา


    " อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ


    " สหาย ข้าออกจากตระกูลมานานแล้ว ได้เวลาที่ข้าต้องกลับ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " เมื่อถึงวันที่ห้าของเดือนหน้า พบเจอกันที่หน้าสำนักบัณฑิต ข้าจะนำหนังสือแนะนำตัวเจ้ามาด้วย " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " อืม " หานลี่พยักหน้า


    " แล้วเจอกัน " เถียนจ้านเอ่ยออกมา แลทะยานร่างจากไปอย่างรวดเร็ว


    " คุณชายหาน รักษาตัว " ชายแก่เอ่ยออกมา พลางทะยานร่างตามเถียนจ้านไปอย่างรวดเร็ว


    " เราก็ไปบ้างดีกว่า " หานลี่ทะยานร่างพุ่งทะยานเข้าเมืองอย่างรวดเร็ว 


    สิ่งที่หานลี่กังวลเมื่อเข้าในเมืองก็คือ เหล่าสัตรูที่เขาสร้างขึ้น จะรวมตัวกันมาไล่ล่าสังหารเขารึไม่


    แต่พอได้ฟังจากปากของทหารยาม เขาก็เบาใจ


    ในเมืองนั้นค่อนข้างปลอดภัย เพราะอ๋องฟู่ได้ตรากฎบัญญัติไว้ว่าห้ามประมือ แต่หากต้องการใช้กำลังก็สามารถใช้ลานประลองได้ 


    เมื่อเข้ามาในเมือง หานลี่เร่งตรงเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว 


    " มีหลายอย่าให้ทำอีกมากนัก " หานลี่พึมพำ 


    คล้ายกับเรื่องหนึ่งรัตติกาล ที่คุณอ่าน