" ไอ้หนู อย่าท้าทายข้า " ชายชราเอ่ยออกมา
" พวกเจ้ามิรู้ดอกว่า กำลังเล่นอยู่กับอะไร " ชายชราเอ่ยออกมา สองตาของชายชรากวาดมองยังชายหนุ่ม
" ไอ้แก่ หากอยากได้ ใยมิลงมือ " หานลี่ร้องออกไป
" กลัวรึเช่นใด " หานลี่ร้องท้าทาย
" หากกลัวก็กลับไปเสีย อย่าได้ขวางทางพวกข้า " หานลี่ร้องตะโกนออก
" กรอด " ชายชราให้เป็นเป็นโทสะอย่างมาก เพราะเขามิเคยถูกอนุชนลบหลู่เช่นนี้สักครา
" เช่นนั้นแล้ว คงต้องให้ผู้อาวุโสสูงสุดไปขอขมาตระกูลเถียนด้วยตนเอง " ชายชราเอ่ยออกมา
" ฆ่าอย่าให้เหลือ " ชายชราร้องออกสุดเสียง
" เปรี้ยงง " ฝ่ามือหนึ่งพุ่งทะยานเข้าหาร่างของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
หานลี่มองจ้องยังชายผู้นั้น " หลอมรวมฟ้าดินระดับสาม " ชายหนุ่มพึมพำ
ชายหนุ่มเหยียดร่างถอยพลางเรียกกระบี่ไม้สีดำออกมา " เปรี้ยงง " ชายหนุ่มตวัดกระบี่ไม้ออกสุดแรง
" ครืนน " สายอัสนีพุ่งทะยานเข้าหาฝ่ามือของชายผู้นั้นอย่างรวดเร็ว
" ตูมม " แรงระเบิดส่งสองร่างเหยียดถอยไปหลายก้าว
" อะไรกัน " ชายผู้นั้นพลันแตกตื่น มองจ้องยังกระบี่ไม้มิวางตา
" เปรี้ยงง " สายอัสนีพุ่งทะยานออกอย่างรวดเร็ว มวลอากาศถูกบดอัดแยกออกเป็นสอง
" เปรี้ยงง " หนึ่งฝ่ามือพุ่งทะยานออกสุดแรง
" ตูมมม " แรงระเบิดส่งสองร่างเหยียดถอยไปอีกครา
" ฮ่ะ " หานลี่ร้องออกมา พลางยกยิ้ม
" สู้ได้ " เขาพึมพำ
" อั้ก " ร่างของเถียนจ้านเหยียดถอยไปหลายก้าว เมื่อถูกฝ่ามือของชายชราฟาดเข้ากลางอก
" มิได้การ " หานลี่พึมพำ พลางเรียกพู่กันใหญ่ที่ตนแกะสลักไว้โยนไปให้กับเถียนจ้าน
" หมับ " เถียนจ้านให้งุนงนสงสัยเป็นอย่างยิ่งเมื่อเห็นพู่กันใหญ่
เถียนจ้านมองยังพู่กันใหญ่ ความยาวราวหนึ่งฉื่อ ขนพู่กันคือขนของหมีขาว ทั้งตัวด้ามพู่กันยังปรากฎลวดลายแกะลักอันอ่อนช้อยวิจิตร
" วิ้ง " พลันพู่กันใหญ่เปล่งแสงขาวสว่างไสว
" นี่มัน " เถียนจ้านพึมพำ
" ส่งมันมาให้ข้า " ชายชราร้องออก
" หากอยากได้มีเพียงใช้กำลังแย่งชิง " เถียนจ้านร้องออกมา
" ครึดคราด " เถียนจ้านวาดอักษรกลางอากาศ
" วิ้ง " พลันอักษรคำว่ากระบี่ปรากฎขึ้น ก่อนจะกลายเป็นกระบี่สีขาวพุ่งทะยานเข้าหาชายชรา
" แม่เจ้า " หานลี่ร้องออกมาในทันใด
เขามิเคยคาดคิดเลยว่าพู่กันที่เขาแกะสลักจะสามารถทำได้เช่นนี้ ทั้งสิ่งที่ปรากฎยังทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง
" ฉึก " กระบี่สีขาวพุ่งทะยานทะลวงร่างของชายชราทะลุออกหลัง
" อ่อค " ชายชรากระอักโลหิตออกมากองโต สองตาฝ้าฟางพลันมองจ้องยังเถียนจ้านอย่างเหี้ยมโหด
" อ้ากก " สมุนของชายชุดดำร้องออกสุดเสียงเมื่อถูกวานรเหมันต์ฟาดฝ่ามือเข้าใส่
" อั้ก " ชายวัยกลางคนสี่คนที่รุมวานรเหมันต์กลิ้งเกลือกไปมาบนหิมะ
" ส่วนเจ้า " หานลี่เอ่ยออกมา
" ครืนน " ปราณพลังทั่วร่างระเบิดออกสุดหล้า
" เปรี้ยงง " สุรเสียงกู่ร้องก้องดัง เสียงกึกก้องกัมปนาทสนั่นเขา
" ครืนนน " สายอัสนีเส้นใหญ่หยาบหนาพุ่งทะยานเข้าหาชายผู้นั้นอย่างรวดเร็ว
ชายผู้นั้นเหยียดร่างถอย พลางเรียกดาบออกมา " เปรี้ยงง " ชายผู้นั้นฟาดดาบออกสุดแรง
" ครืนนน " สองแรงกดดันหน่วงหนักพุ่งทะยานเข้า
" ตูมมม " แรงระเบิดส่งสองร่างเหยียดถอย
" อั้ก " หานลี่กระอักโลหิตออกมา
" หนี " ชายชราร้องออกสุดเสียงพลางลากสังขารของตนทะยานร่างหนีอย่างรวดเร็ว
" ยังดีที่มิมีผู้ใดตกตาย " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" ไปเร็วเข้า " ชายแก่เอ่ยออกมา
" เฮาะ เฮาะ " วานรเหมันต์ใช้นิ้วของมันเช็ดโลหิตที่ปากของชายหนุ่ม
" ข้ามิเป็นไร " หานลี่เอ่ยออกมา
วานรเหมันต์ยกร่างของหานลี่วางไว้บนไหล่ของมัน แลห้อตะบึงข้ามเขาไปอย่างรวดเร็ว
" สหายข้า พู่กันนี่คือสิ่งใดรึ " เถียนจ้านเอ่ยถาม
เขาสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า เบื้องหลังของสหายผู้นี้ต้องมีความเป็นมามิธรรดา ทั้งยังอาจเกี่ยวข้องกับตระกูลเก่าแก่ของเมืองหลวงเทียนตี้ หรืออาจจะลึกลับกว่านั้น
" ข้าเก็บได้ " หานลี่ร้องออกไป
เขาจำต้องโกหกออกไป หากให้ผู้ใดรู้ว่าร่างกายของเขาเป็นเสมือนสิ่งวิเศษที่สามารสรรสร้างสมบัติล้ำค่าได้ นั่นจะนำพาเรื่องราวที่น่าปวดหัวมาให้เป็นแน่
" อืม " เถียนจ้านพยักหน้าช้าๆ
นั่นคือสิ่งที่เถียนจ้านทำเพื่อแสดงให้สหายเห็นว่าเชื่อในคำพูด แต่ในใจของเขาร้อนรนเป็นอย่างยิ่ง
ราวสามวันกว่าที่ทุกคนจะข้ามเขามาถึงเขาลูกแรกของเขตหุบเขาเหมันต์
" ตุบ " สองเท้าของชายหนุ่มแตะลงยังพื้น สองตามองยังวานรเหมันต์
" เจ้าไปด้วยมิได้ ไว้ข้าจะกลับมา " หานลี่เอ่ยออกมา
" เฮาะ เฮาะ " วานรเหมันต์พยักหน้าช้าๆ
" จริงสิ " หานลี่เอ่ยออกมา พลางเรียกภาพวาดออกมา
" วิ้ง " ภาพวาดราชันวานรปรากฎอยู่ต่อหน้าของวานรเหมันต์
" โฮกกก " มันร้องคำรามลั่น เสียงของมันกึกก้องสะท้อนขุนเขา
" ราชันวานร ปกป้องวานรเหมันต์ด้วย " หานลี่พูดในใจพลางมองยังภาพวาดราชันวานร
" เฮาะ เฮาะ " มันร้องออกมาพลางรับเอาภาพราชันวานร แลเก็บใส่กระเป๋ามิติอย่างระมัดระวัง
" เฮาะ เฮาะ " มันร้องออกมา พลางโบกมือไล่
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ พลางลูบหัวของมันก่อนจะผินกายทะยานร่างตามเถียนจ้านไปอย่างรวดเร็ว
" โฮกกกก " วานรเหมันต์ร้องคำรามลั่น พลางใช้สองมือตีอกของตน
" สหายภาพวาดราชันวานรเมื่อครู่ เจ้าคงมิได้เก็บได้อีกใช่รึไม่ " เถียนจ้านเอ่ยถาม
" แน่นอน ข้าเก็บได้ " หานลี่เอ่ยออกมา
เถียนจ้านกำลังจะเอ่ยถามต่อ แต่เขาเลือกที่จะหยุดบทสนทนาไว้เพียงแค่นี้ เพราะหากเป็นสหายกัน สักวันก็ต้องบอก
" สหายเถียน ข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าช่วย " หานลี่เอ่ยออกมา
" สหายข้าว่ามาได้เลย ข้าเถียนจ้านแลระกูลเถียนพร้อมช่วยเหลือเจ้าทุกอย่าง " เถียนจ้านเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น
" มิใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงดอก เพียงข้าอยากให้เจ้าช่วยแนะนำตัวข้า ในการสอบเข้าสำนักบัณฑิต " หานลี่เอ่ยออก
" มิเป็นปัญหา ข้ายินดียิ่ง " ดเถียนจ้านเอ่ยออกมา
" หากแม้นเจ้ามิเอ่ยปาก ข้าก็เองก็กำลังคิดว่าจะชักชวนเจ้าเข้าเป็นศิษย์ของสำนักบัณฑิตอยู่พอดี " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
ทั้งกลุ่มใช้เวลาราวสองวันจึงปรากฎกายยังซากเมืองโบราณ สองตาของหานลี่กวาดมองทั่ว
เขามองยังลานกว้างที่เกิดการระเบิด พลางส่ายหน้า
" ตรงนี้ก่อนนี้เคยมีกระบี่อยู่มากมายยิ่งนัก " หานลี่เอ่ยออกมา
" แต่เกิดการระเบิด เวลานี้กลับมิหลงเหลือสิ่งใด " หานลี่เอ่ยออกมา
" ผู้ใดบอกมิหลงเหลือสิ่งใด " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
หานลี่มองยังเถียนจ้าน
" หลังจากการระเบิดเหลือกระบี่ชั้นยอดมากมายหลายพันเล่ม " เถียนจ้านเอ่ย
" หลายพัน " หานลี่พึมพำ
" เป็นไปได้เช่นใด แรงระเบิดหนักหน่วงขนาดนั้น " หานลี่พึมพำ
" กระบี่ที่เหลือรอดนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นยอดกระบี่ แรงระเบิดเล็กน้อยมิอาจทำสิ่งใดได้ " ชายแก่เอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" สหาย ข้าออกจากตระกูลมานานแล้ว ได้เวลาที่ข้าต้องกลับ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" เมื่อถึงวันที่ห้าของเดือนหน้า พบเจอกันที่หน้าสำนักบัณฑิต ข้าจะนำหนังสือแนะนำตัวเจ้ามาด้วย " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้า
" แล้วเจอกัน " เถียนจ้านเอ่ยออกมา แลทะยานร่างจากไปอย่างรวดเร็ว
" คุณชายหาน รักษาตัว " ชายแก่เอ่ยออกมา พลางทะยานร่างตามเถียนจ้านไปอย่างรวดเร็ว
" เราก็ไปบ้างดีกว่า " หานลี่ทะยานร่างพุ่งทะยานเข้าเมืองอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่หานลี่กังวลเมื่อเข้าในเมืองก็คือ เหล่าสัตรูที่เขาสร้างขึ้น จะรวมตัวกันมาไล่ล่าสังหารเขารึไม่
แต่พอได้ฟังจากปากของทหารยาม เขาก็เบาใจ
ในเมืองนั้นค่อนข้างปลอดภัย เพราะอ๋องฟู่ได้ตรากฎบัญญัติไว้ว่าห้ามประมือ แต่หากต้องการใช้กำลังก็สามารถใช้ลานประลองได้
เมื่อเข้ามาในเมือง หานลี่เร่งตรงเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว
" มีหลายอย่าให้ทำอีกมากนัก " หานลี่พึมพำ