“คุณหนู!”ยามหน้าประตูเห็นคุณหนูของตัวเองเปียกกลับมาก็รีบเข้ามาต้อนรับ
“ท่านพ่อท่านแม่อยู่หรือไม่?”
“อยู่ขอรับคุณชายทั้งสองกับคุณหนูใหญ่ก็อยู่นะขอรับ”
“จริงหรือ งั้นก็รีบเปิดประตูข้าหนาวจะแย่แล้ว”ยามทั้งสองคนรีบเปิดประตูจวนให้พวกนางทันที ไห่จินจูนำพวกนางเข้ามาในจวนเหล่าสาวใช้เห็นผู้ที่เข้ามาก็รีบกระวนกระวายเอาร่มและผ้ามาคลุมตัวคุณหนูรองของจวน
“เสี่ยวจู” ไห่ฮูหยินรีบร้อนออกมาหาบุตรสาวคนเล็กทันทีที่ได้ยินสาวใช้มารายงาน“เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนไหมลูก?”
ไห่ฮูหยินมองสำรวจร่างกายบุตรสาวอย่างละเอียดมือไม้ก็อยู่ไม่สุขลูบคลำไปทั่ว เห็นบุตรสาวสบายดีไร้บาดแผลก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านแม่” ไห่จินจูกล่าวให้มารดาคลายกังวล
“ดีแล้วๆ” ไห่ฮูหยินยิ้มแย้มกระชับผ้าคลุมให้บุตรสาว มองเลยไปด้านหลังเห็นสหายของนางคลุมผ้าผืนหนาอยู่เช่นกัน
ซูเจินย่อกายลงให้ไห่ฮูหยิน“คงต้องขอรบกวนอีกสักครั้งนะเจ้าคะ”
“ได้อยู่แล้วๆ อย่าได้พูดเป็นอื่นไกลไปเรื่องอื่นค่อยว่ากัน ตอนนี้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อนเถอะเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้” ไห่ฮูหยินยิ้มให้อย่างอ่อนโยนตบที่หลังมือนางเบาๆ“เสร็จแล้วก็มาทานอาหารกันนะ น้าจะให้คนเตรียมเอาไว้ให้”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”
“พวกเจ้าดูแลแขกให้ดี”ไห่ฮูหยินหันไปกำชับกับสาวใช้กลุ่มหนึ่ง พวกนางรับคำแล้วนำพวกซูเจินไปยังที่พัก
ไห่ฮูหยินมองตามกลุ่มของสหายบุตรสาวไปจนลับสายตาก่อนจะหันมาหาบุตรสาว
“ไปสอบเป็นอย่างไรบ้าง?”
“สนุกมากเลยเจ้าค่ะ”ไห่จินจูตอบขณะเดินไปที่เรือนพร้อมมารดา
“แม่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นแม่หมายถึงสอบยากหรือไม่ แล้วผลเป็นอย่างไร? ไฉนถึงได้กลับมาเร็วนักไม่ใช่ว่าสำนักสวรรค์สอบหลายรอบหรอกหรือแม่เคยได้ยินว่าพอสอบผ่านก็จะกลับสำนักเลย”
“ใจเย็นๆก่อนเถอะเจ้าค่ะท่านแม่ถามข้าหลายข้อถึงเพียงนี้ข้าจะตอบทันได้อย่างไร?” ไห่จินจูยิ้มอย่างขี้เล่น
“ก็แม่ร้อนใจ รีบตอบแม่มาเร็วเข้า”
“การสอบยากมากเลยเจ้าค่ะทางสำนักให้พวกข้าเข้าไปในป่าล่าสัตว์อสูรเป็นเวลาสิบวันนอกจากสาขาปรุงโอสถที่ต้องสอบอีกรอบวันพรุ่งนี้อีกสองสายล้วนผ่านการสอบได้ในรอบเดียว ท่านแม่ดูสิเจ้าคะข้าได้ป้ายหยกของสำนักสวรรค์มาด้วยนะเจ้าคะ”
ไห่จินจูเอาป้ายหยกออกมาให้มารดาดูไห่ฮูหยินรับเอาหมุนดูอยู่หลายรอบหยกสีฟ้าครามเป็นสัญญาลักษณ์ของศิษย์สายนอกของสำนักสวรรค์ไม่ผิดแน่
“แปลกจริง”
“กลับมาแล้วหรือเสี่ยวจู? สอบเป็นอย่างไรบ้าง?”ไห่จินจูกับมารดาเมื่อเข้ามาในเรือนก็เห็นบิดามารออยู่แล้วไห่จินจูหมุนตัวหลบหลังมารดาทันควัน
“ท่านพี่!” ไห่ฮูหยินดุสามีเล็กน้อย บุตรสาวโตขนาดนี้แล้วยังเข้ามาในเรือนของนางตามใจชอบอีกไห่ฮูหยินเอาตัวบังบุตรสาวที่เปียกปอนจนเสื้อผ้าแนบลู่กับเรือนร่างไห่จินจูก็กระชับผ้าคลุมให้มิดชิดขึ้น
“อะแฮ่ม พ่อ พ่อไม่ได้ตั้งใจ...เอ่อ”นายท่านไห่กระแอมไอแล้วหันข้างให้
“พาคุณหนูของพวกเจ้าไปอาบน้ำได้แล้ว”
“เจ้าค่ะ”
ไห่ฮูหยินส่งป้ายหยกคืนให้บุตรสาวแล้วให้สาวใช้พานางไปอาบน้ำที่อีกห้อง “เสร็จแล้วมาพบพ่อกับแม่ด้วยนะ”
“เจ้าค่ะ” ไห่จินจูพยักหน้าแล้วตามสาวใช้ไปยังห้องอาบน้ำ
“ท่านพี่มาทำอะไรที่นี่เจ้าคะ”ไห่ฮูหยินกล่าวกับผู้เป็นสามี
“พี่ก็อยากจะมาดูเสี่ยวจูน่ะ”นายท่านไห่หันมาคุยกับฮูหยินของตนดีๆ
“ไม่งามเลยเจ้าค่ะ ลูกเราโตจนเป็นสาวแล้วท่านจะเข้ามาในเรือนของนางตามอำเภอใจเช่นนี้ไม่ได้แล้วนะเจ้าคะ”ไห่ฮูหยินกล่าวกับสามี
“ข้ารู้แล้ว คราวหลังจะระวังให้มาก”นายท่านไห่บอก “แล้วตกลงมาเรื่องเป็นอย่างไร? เหตุใดนางถึงกลับมาเร็วนักหรือสอบไม่ผ่าน?”
“นางสอบผ่านเจ้าค่ะ” ไห่ฮูหยินตอบ
“นี่เป็นความจริง? ฮ่าๆๆๆ ดีๆ”นายท่านไห่หัวเราะเสียงดังอย่างมีความสุข ประคองฮูหยินกลับเรือนระหว่างทางไห่ฮูหยินเล่าสิ่งที่บุตรสาวบอกนางให้สามีฟัง
นายท่านไห่เองก็แปลกใจดูเหมือนครั้งนี้การสอบของทางสำนักสวรรค์จะเปลี่ยนไปจากเดิมมากทีเดียวเขากับฮูหยินนั่งรอบุตรสาวคนรองอยู่ที่เรือนพร้อมกับบุตรชายบุตรสาวอีกสามคน
“เรียนนายท่าน คุณหนูรองมาถึงแล้วเจ้าค่ะ”สาวใช้คนหนึ่งเข้ามารายงาน
“รีบให้นางเข้ามา” นายท่านไห่รีบบอกให้บุตรสาวเข้ามาทันที
ไห่จินจูที่อาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วเดินเข้ามาในเรือนใหญ่ที่เป็นเรือนของบิดากับมารดา รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นพี่ชายและพี่สาวอยู่กันพร้อมหน้าก่อนจะนึกเรื่องเมื่อสิบวันก่อนได้ นางสะบัดหน้าใส่พี่ชายทั้งสองคนทันทีโดยไม่สนใจสายตาที่ส่งมาของทั้งคู่
“เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือไม่?”เหนือความคาดหมายของไห่จินจูอย่างสิ้นเชิงเมื่อคนที่เข้ามาถามนางเป็นคนแรกคือไห่จินเฟิ่งผู้เป็นพี่สาว
นางกะพริบตาสองที “ข้าสบายดีเจ้าค่ะ”
“สบายดีก็ดีแล้ว มานั่งลงก่อน”ไห่จินเฟิ่งยิ้มแย้ม จับจูงน้องสาวให้มานั่งลงยังที่นั่งข้างๆทันทีทำเอาไห่จินจูอดที่จะหันมองมารดาเป็นเชิงถามไม่ได้ใครให้พี่สาวของนางมีท่าทีเปลี่ยนไปมากเช่นนี้เล่า
“การสอบเป็นอย่างไรบ้าง?แม่เจ้าบอกว่าเจ้าสอบผ่านแล้วจริงรึ?” นายท่านไห่ถามบุตรสาวทันที
“จริงเจ้าค่ะท่านพ่อ” ไห่จินจูตอบบิดา หยิบป้ายหยกออกมา“นี่ป้ายหยกที่ทางสำนักมอบให้เจ้าค่ะ”
“รีบเอามาให้ข้าดู”นายท่านไห่บอกให้พ่อบ้านคนสนิทรีบเอาป้ายหยกมาให้ดูเขารับมาพลิกซ้ายพลิกขวาดูอย่างละเอียดอยู่หลายรอบ“เป็นป้ายของศิษย์สายนอกของสำนักสวรรค์จริงๆ”
“แล้วการสอบเป็นอย่างไร? เล่าให้พ่อฟังหน่อย” นายท่านให้ส่งคืนป้ายหยกให้บุตรสาวแล้วบอกให้นางเล่าเรื่องราวให้ตนฟัง ทั้งตื่นเต้นและรอคอย
“ได้เจ้าค่ะ”ไห่จินจูเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ครอบครัวฟัง ยกเว้นเรื่องของสหายของตนมีบางเรื่องที่ไม่สามารถบอกแก่พวกเขาได้
แน่นอนว่ารวมถึงเรื่องในถ้ำที่สหายย้ำให้ปิดเป็นความลับและรวมถึงเรื่องต่างๆของเหล่าสหายทุกคนไห่จินจูรู้ดีว่าบางเรื่องหากมีผู้อื่นรู้เข้าจะไม่เป็นผลดีกับสหายทั้งหลายของนางดังนั้นแล้ว ไห่จินจูได้แต่เลี่ยงที่จะเล่าเรื่องราวเหล่านั้นและยังบิดเบือนความจริงไปไม่น้อย
ไห่จินจูเล่าได้อย่างละเอียดไม่มีตกหล่นครอบครัวสกุลไห่กับบ่าวคนสนิทเพียงไม่กี่คนที่ร่วมฟังด้วยต่างนิ่งเงียบยิ่งคุณหนูรองของจวนเล่าเรื่องราวมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งเงียบลงต่างก็จมอยู่กับความคิดของตนเอง
“นี่เป็นเรื่องจริง?”นายท่านไห่ถามบุตรสาวคนรองย้ำอีกที เรื่องนี้นับว่าแปลกไม่น้อยจริงๆ
สำนักสวรรค์แต่ไหนก็มักจะสอบย่อยหลายรอบทั้งยังใช้เวลาในการสอบยาวนานกว่าสำนักอื่นๆ แต่ครั้งนี้กลับสอบเพียงรอบเดียวหัวข้อการสอบก็ยากเอาการ ไม่แปลกใจเลยที่จะมีคนสอบตกไปไม่น้อยมีคนตายมากขนาดนั้นก็ไม่แปลกอันใด
“เป็นเรื่องจริงนะเจ้าคะท่านพ่อที่ลูกเล่าเป็นความจริงทุกอย่างเจ้าค่ะ” ไห่จินจูยืนยันหนักแน่น