ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 128 : น้ำตกมรณะ

    จารึกที่ 128 : น้ำตกมรณะ : บททดสอบเขี้ยวเล็บใหม่


    ดวงตะวันเคลื่อนคล้อยต่ำลงจนเกือบแตะยอดเขา แสงแดดสีทองเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มแสด สาดส่องกระทบละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายขึ้นมาจากเบื้องล่างจนเกิดเป็นรุ้งกินน้ำพาดผ่านหุบเขา เสียงกึกก้องกัมปนาทของสายน้ำที่ตกลงมาจากหน้าผาสูงชันดังสนั่นหวั่นไหว กลบสรรพเสียงของสัตว์ป่ารอบข้างจนสิ้น


    เบื้องหน้าของอาเจีย คือ "น้ำตกมรณะ"


    มวลน้ำมหาศาลไหลบ่าลงสู่แอ่งน้ำสีเขียวมรกตเบื้องล่างที่ดูกว้างใหญ่และลึกจนหยั่งไม่ถึง กระแสน้ำเชี่ยวกรากหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นที่รุนแรงพอจะบดขยี้หินผาให้แหลกละเอียดได้


    "นี่น่ะหรือ... สถานที่ทำภารกิจ" อาเจียยืนเกาะกิ่งไม้อยู่บนโขดหินริมตลิ่ง เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยละอองน้ำ


    "แค่เสียงน้ำตกก็ทำเอาหูอื้อไปหมดแล้ว... แล้วจะลงไปเก็บหญ้าแสงจันทร์ที่ก้นน้ำได้ยังไง?"


    เขาหยิบม้วนภารกิจขึ้นมาดูอีกครั้ง


    หญ้าแสงจันทร์ : มักขึ้นอยู่ตามซอกหินใต้น้ำ บริเวณที่มีแสงจันทร์ส่องถึง หรือบริเวณที่มี "แร่เรืองแสง" สะสมอยู่


    "ปัญหาไม่ใช่หญ้า..." อาเจียเก็บม้วนภารกิจแล้วหรี่ตามองลงไปในน้ำสีเขียวเข้ม


    "ปัญหาคือ... เจ้าถิ่น"


    วูบ!


    ดวงตาของอาเจียเปลี่ยนเป็นสีทองอำพัน 'เนตรอักขระ' ถูกเปิดใช้งานเพื่อมองทะลุผิวน้ำ


    ภาพที่เห็นทำเอาเขาขนลุกซู่


    ภายใต้ผิวน้ำที่ดูเหมือนจะสงบในบางจุด (นอกเขตน้ำตก) เต็มไปด้วยเงาร่างสีเทาขนาดมหึมานับสิบตัวกำลังแหวกว่ายอย่างเงียบเชียบ ผิวหนังของพวกมันขรุขระเหมือนก้อนหิน ดวงตาสีเหลืองอ๋อยจ้องมองขึ้นมาเหนือน้ำรอคอยเหยื่อที่พลัดตกลงไป


    จระเข้เกล็ดศิลา (ระดับสร้างรากฐาน ขั้นต้น-กลาง)


    พวกมันมีเกล็ดที่แข็งแกร่งดุจชุดเกราะเหล็ก อาวุธทั่วไปฟันไม่เข้า และมีกรามที่ทรงพลังพอจะกัดกระบี่บินให้หักได้


    "เยอะขนาดนี้... ลงไปก็กลายเป็นอาหารปลาแน่" อาเจียพึมพำ


    "แต่ถ้าไม่ลงไป ก็ไม่ได้เงิน... แถมโดนตาแก่หลี่ตามมาหักคออีก"


    เขาถอนหายใจยาว แล้วล้วงมือเข้าไปในถุงมิติ


    "ได้เวลาเปิดตัวพระเอกแล้ว... เจ้าสัวทมิฬ!"


    ตึง!


    ร่างโลหะผสมสีเงินตัดดำของหุ่นเชิดคู่ใจปรากฏกายขึ้นบนโขดหิน น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจากการอัปเกรดทำให้โขดหินทรุดตัวลงเล็กน้อย แกนผลึกปฐพีที่หน้าอกส่องแสงสีส้มวูบวาบพร้อมใช้งาน


    "เอาล่ะ... เรามาทดสอบระบบกันหน่อย"


    อาเจียล้วง "น่องไก่ย่าง" (ที่เหลือจากมื้อกลางวัน) ออกมา แล้วขว้างลงไปในแอ่งน้ำริมตลิ่ง


    จ๋อม!


    ทันทีที่น่องไก่กระทบผิวน้ำ


    ตูม!


    ผิวน้ำระเบิดออก! จระเข้เกล็ดศิลาตัวหนึ่งพุ่งกระโจนขึ้นมางับน่องไก่ด้วยความเร็วเหลือเชื่อ! มันไม่ได้หยุดแค่นั้น เมื่อเห็นว่าบนฝั่งมี "เหยื่อตัวใหญ่กว่า" (อาเจีย) มันจึงตะเกียกตะกายปีนขึ้นมาบนโขดหินอย่างรวดเร็ว!


    "มาแล้ว!" อาเจียกระโดดถอยหลังไปหลบหลังต้นไม้ "เจ้าสัว! โหมดจู่โจม : หมัดทลายภูผา!"


    เจ้าสัวก้าวเท้าไปข้างหน้า พื้นดินสั่นสะเทือน


    แขนขวา ที่เป็นโลหะเงินหนาหนัก ยกขึ้นแล้วง้างหมัดจนสุดแรง สนับมือหนามแหลมส่องประกายวาววับ


    เปรี้ยง!


    หมัดขวาพุ่งกระแทกเข้าใส่หัวของจระเข้เกล็ดศิลาเต็มรัก!


    เสียงปะทะดังสนั่นเหมือนเอาค้อนปอนด์ทุบกำแพงหิน


    กร๊อบ!


    เกล็ดศิลาที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งแตกกระจาย! หัวของจระเข้ยักษ์ยุบลงไปเป็นรอยหมัด ร่างมหึมาของมันปลิวละลิ่วกระเด็นกลับลงไปในน้ำ น้ำแตกกระจายเป็นวงกว้าง


    "โหด..." อาเจียตาโต "หมัดเดียวจอด? นี่ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม? ปกติต้องทุบเป็นสิบทีกว่าจะเข้าเนื้อ!"


    แต่ความดีใจอยู่ได้ไม่นาน


    กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าของฝูงจระเข้ที่เหลือ


    ผิวน้ำเดือดพล่าน! จระเข้เกล็ดศิลาอีกสามตัวพุ่งขึ้นมาจากน้ำพร้อมกัน ทิศทางมุ่งตรงมาที่เจ้าสัว!


    "รุมเรอะ!" อาเจียแสยะยิ้ม "งั้นลองของเล่นใหม่หน่อยซิ... เจ้าสัว! แขนซ้าย : เงามายา!"


    เจ้าสัวยก แขนซ้ายสีดำทมิฬ ขึ้นขวางหน้า


    ลวดลายเมฆหมอกบนแขนส่องแสงวาบ ควันสีดำพวยพุ่งออกมาปกคลุมร่างของหุ่นเชิดจนมองเห็นเป็นเงาเลือนราง

    จระเข้ตัวแรกพุ่งเข้ากัดแขนซ้ายของเจ้าสัวเต็มแรง!


    งับ!


    แต่แทนที่ฟันคมกริบจะฝังลงในเนื้อโลหะ... ปากของมันกลับ "ทะลุผ่าน" แขนซ้ายไปราวกับกัดอากาศ!


    แขนซ้ายของเจ้าสัวในยามนี้อยู่ในสถานะ "กึ่งวิญญาณ" ชั่วขณะ!


    จระเข้งุนงงที่กัดไม่โดน จังหวะนั้นเอง... แขนซ้ายสีดำก็คืนสภาพกลับเป็นของแข็ง แล้วคว้าจับที่คอหอยของจระเข้แน่น!


    "ดูดกลืน!"


    วูบ!


    ไอความมืดจากแขนซ้ายดูดซับแรงกระแทกและพลังชีวิตเล็กน้อยจากจระเข้ ส่งกลับไปเติมพลังให้แกนกลางของเจ้าสัว


    เจ้าสัวเหวี่ยงจระเข้ตัวนั้นไปกระแทกกับอีกสองตัวที่กำลังพุ่งเข้ามาจนล้มระเนระนาด


    "สุดยอด..." อาเจียหัวเราะร่า "แขนขวาไว้ทุบ แขนซ้ายไว้หลอก... นี่มันคอมโบเทพชัดๆ!"


    เขาเดินออกมาจากที่ซ่อนด้วยความมั่นใจ (เกินเบอร์)


    "เอาล่ะเจ้าสัว! เคลียร์ทางให้เกลี้ยง! เราจะลงไปเก็บสมุนไพรกัน!"


    การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เจ้าสัวทมิฬกลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่ไล่ทุบจระเข้ระดับสร้างรากฐานจนหนีหัวซุกหัวซุน


    จนกระทั่ง... อาเจียสังเกตเห็นความผิดปกติ


    ที่ก้นแอ่งน้ำ บริเวณใต้น้ำตกที่กระแสน้ำรุนแรงที่สุด


    แสงสีนวลตาของ "หญ้าแสงจันทร์" ส่องสว่างอยู่จริงตามภารกิจ แต่สิ่งที่อยู่ข้างๆ กอหญ้านั้น... ไม่ใช่จระเข้


    มันคือ "ปากถ้ำใต้น้ำ" ขนาดใหญ่ ที่มีกระแสน้ำหมุนวนเข้าไปข้างในอย่างรุนแรงผิดธรรมชาติ ราวกับมีอะไรบางอย่างกำลัง "สูบ" น้ำเข้าไป

    และที่น่ากลัวกว่านั้น... มี "โซ่ตรวนโลหะสีดำ" เส้นมหึมา ล่ามออกมาจากปากถ้ำนั้น ขึงโยงไปที่ก้อนหินใหญ่ก้นบ่อ


    "เดี๋ยว... ในภารกิจไม่ได้บอกว่ามีโซ่..." อาเจียหน้าซีดลง


    "มู่เฉิน... ท่านรู้สึกเหมือนข้าไหม?"


    "กลิ่นอายโบราณ..." เสียงของวิญญาณบรรพชนเคร่งเครียด "และกลิ่นอายของ... อักขระผนึกมาร? อาเจีย... ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่การเก็บหญ้าธรรมดาแล้ว... มีบางอย่างถูกขังอยู่ที่นี่!"


    ทันใดนั้น โซ่ตรวนเส้นยักษ์ก็สั่นสะเทือน!


    เคร้ง... เคร้ง...


    แรงสั่นสะเทือนทำให้จระเข้ที่เหลือรีบว่ายหนีขึ้นฝั่งด้วยความหวาดกลัว ทิ้งให้อาเจียและเจ้าสัวยืนงงอยู่ริมตลิ่ง


    "ถอยดีไหม?" อาเจียถามตัวเอง (ขาข้างหนึ่งก้าวถอยหลังไปแล้ว)


    แต่สายตาเหลือบไปเห็นดงหญ้าแสงจันทร์นับสิบต้นที่ปากถ้ำ... มูลค่ารวมกันหลายร้อยแต้มสำนัก...


    ความโลภเข้าครอบงำความกลัวอีกครั้ง


    "เอาน่า... แค่ไปเด็ดหญ้าปากถ้ำ ไม่ได้เข้าไปข้างในสักหน่อย..." อาเจียปลอบใจตัวเอง


    "เจ้าสัว... เตรียมลงน้ำ! เปิดโหมดกันน้ำ! เราจะไปปฏิบัติภารกิจ 'ฉกแล้วชิ่ง' กัน!"