บทที่22
ดำเนินก้าวต่อไป
จางหยวนได้รับเด็กฝาแฝดสองคนเข้ามาทำงานกับตนเอง
โดยให้ค่าจ้างตามแรงงานทั่วไปที่ผู้คนมักจะจ้างงานแน่นอนอยู่แล้วว่าเขาไม่คิดจะเอาเปรียบเด็กสองคนนี้อย่างแน่นอน
หลังจากที่รับเข้ามาทำงานตอนนี้ก็ผ่านไปประมาณสามวันแล้ว
สวนผักในตอนนี้ปลูกปลูกเอาไว้เป็จำนวนมากเด็กสองคนที่เป็ฝาแฝดที่รับเข้ามาทำงานแน่นอนว่าทำงานอย่างขยันขันแข็ง
อาจจะเป็เพราะว่าอีกฝ่ายกลัวว่าจางหยวนจะไม่จ้างงานต่อก็ได้เลยขยันขันแข็งในการทำงานเป็พิเศษ
โดยคนที่มาทำงานภายในสวนแห่งนี้ยังเด็กทั้งสองเค้าไม่ได้เพียงแค่ให้ค่าจ้างในการทำงานเท่านั้น
จางหยวนยังให้ผักิญญาบางส่วนให้ทั้งสองไปกินแล้วก็แบ่งให้มารดาที่กำลังนอนหัวหินด้วย
ผักิญญามันไม่ใช่เป็เพียงแค่ของที่ใช้ไว้ฝึกฝนแต่ว่ามันเป็เหมือนกับยาที่บำรุงทำให้ร่างกายแข็งแรง
เด็กทั้งสองมีบุคลิกที่ค่อนข้างจะเป็คนที่เข้ากับคนได้ง่ายเนี่ยแน่นอนว่าสามารถลงมือทำงานได้อย่างไม่มีอันใดขาดตกเลยแม้แต่น้อย
แต่งานภายใน์ที่ให้ช่วยเหลือมันเองก็เป็งานธรรมดาทั่วไปไม่ได้ใครทำเกี่ยวกับอันใดที่นอกเหนือความสามารถ
จางหยวนนั่งอยู่บริเวณด้านหน้าบ้านหลังเล็กๆภายในที่ดินที่เพิ่งซื้อมา
ดวงตากวาดไปมองสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้สวนมากมายที่มีผักิญญาปลูกแล้วก็เติบโตจนเป็ต้นกลาง
หย่งคังเดินเข้ามาจากบริเวณด้านหลังแล้วก็นั่งลงตรงบริเวณที่นั่งข้างข้างที่ยังคงว่างอยู่
คนผู้นี้ก็ใช้ดวงตามองไปยังทิศทางที่จางหยวนกำลังมองอยู่แล้วก็ถามขึ้นมา“ ดูดีเลยทีเดียวผักิญญารอบนี้จะทำการค้าขายคงจะได้กำไรเป็อย่างมาก ”
“ นั้นสินะขอรับคงจะได้กำไรมากเลยทีเดียวแต่ว่าเพียงแค่นี้มันก็ยังไม่พอหรอก ”
“ แล้วเ้าคิดจะทำอะไรต่อตอนนี้สวนผักของพวกเราขนาดนี้ก็น่าจะได้เงินทองต่อการขายหนึ่งรอบมากมายแล้ว ”
“ ถ้าถามว่าทำอันใดข้าเองก็อยากจะทำให้มันเป็กิจการอย่างสมบูรณ์อย่างเช่นร้านขายผัก ตอนนี้พวกเราเป็เพียงแค่แผงขายธรรมดาเท่านั้น ”
“ การก่อตั้งเป็ร้านค้าอย่างเป็ทางกานแน่นอนว่าย่อมสามารถดึงดูดผู้คนได้มากขึ้นและก็ยังทำให้ผู้คนจดจำในชื่อของพวกเราได้ ”
“ แต่ว่าการก่อตั้งร้านค้าไม่ใช่เื่ง่ายง่ายอย่างแรกเราก็ต้องมีหน้าร้านตื่นนอนก็ต้องทำการสือ ”จางหยวนเริ่มคิดอย่างหนักถึงก้าวถัดไปที่สามเองจะเดินต่อ
“ เื่นั้นเราเช่าเอาก็ได้ไม่ใช่หรือมีหลายหลายสถานที่ภายในเมืองที่ปล่อยเช่า ”
“ แน่นอนขอรับว่าสามารถเข้าได้แต่ข้าคิดว่าอย่างไรเสียการซื้อก็ยังดีกว่าถ้าพวกเราสามารถขายผักได้กำไรมากขนาดนี้เก็บตังค์อีกสักหน่อยคงจะขยับขยายที่ดินได้มาซื้อหน้าร้านซักแข่งภายในเมืองก็ไม่ใช่เื่ยาก ”
“ ในตอนนี้ผักิญญาของพวกเราเป็ที่เลื่องลือไปทั่วทั้งเมืองจินหยวนแถมใน่ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาก็มีคนจากเมืองข้างๆที่มาแวะเวียนดู ”
“ ในวันข้างหน้าเื่ผักิญญาคงจะแพร่สะพัดออกไปมากขึ้นเพราะว่าพวกเราเป็คนเดียวที่ขายผักิญญาให้กับคนธรรมดาไม่ได้ผูกขาดกับตระกูลใหญ่”
“ แล้วเมื่อผู้คนรู้จักเรามากขึ้นข้าเองก็คิดว่าจะทำการเปิดกิจการใหม่ ”จางหยวนเริ่มวางแผน
“ เปิดกิจการใหม่อย่างนั้นรึ? ”
“ ใช่แล้วขอรับข้าคิดจะทำการเปิดกิจการใหม่เพื่อให้ได้รับรายได้หลายทางพวกเราจะได้มีเงินมากขึ้น”
“ แล้วตั้งใจจะลงมือทำอันใดการที่จะเริ่มกิจการใหม่ขึ้นมามันไม่ใช่เื่ง่ายง่ายเ้ามีความคิดอยู่ภายในหัวแล้วรึ?”
“ นั่นสินะขอรับ ถ้าคิดว่ากิจการที่น่าจะสามารถทำกำไรได้ใน่เวลาเช่นนี้กิจการร้านอาหารก็ไม่เลว ” นั้นคือความคิดของจางหยวนในตอนนี้
กิจการหรือว่าธุรกิจเกี่ยวกับเื่อาหารมันเองก็ดีเพราะว่ากำไรที่ได้จากมันร้านอาหารส่วนใหญ่จะคำนวณกำไรอยู่ประมาณห้าส่วนซึ่งแต่ว่ามันเองก็ไม่ได้เพียงแค่นั้นร้านอาหารบางแห่งอาจจะคิดกำไรมากกว่านั้น
“ กิจการร้านอาหารทั้งเ้าและข้าฝีมือการทำอาหารก็ไม่ได้ดีเลิศผู้คนคงจะไม่สนใจหรอก” หย่งคังสวนกลับ
เมื่อพูดถึงเื่นี้ก็เป็เื่จริงพวกเขาทั้งสองฝีมือทำอาหารอยู่ในระดับธรรมดาไม่ได้โดดเด่นคงจะสู้ร้านอาหารใหญ่ใหญ่ภายในเมืองไม่ได้
จางหยวนแสดงใบหน้าจริงจังเงยใบหน้าของตนเองขึ้นไป้าเล็กน้อยหลังจากนั้นก็พูดขึ้นมา“ ค่อยๆก้าวไปถ้าเช่นนั้นสิ่งที่พวกเราตั้งเป้าหมายถัดไปคือเก็บเงินให้ถึง 100ตำลึงหลังจากที่จ่ายค่าที่ดินหมด ”
“ แล้วจากนั้นก็นำเอาเงิน 100 ตำลึงลองหาลู่ทางใหม่ๆโดยตัวของข้าคิดว่าในตอนนี้พวกเราน่าจะทำฟาร์มดีหรือไม่ ”
“ ทำฟาร์มอย่างนั้นรึ? ”
“ ใช่แล้วไหนไหนแล้วตัวของท่านเองก็เป็พรานป่าย่อมมีความรู้เกี่ยวกับพวกนี้เป็อย่างดีแน่นอนว่าการทำพวกนี้คงจะไม่ใช่เหนือความสามารถของท่านอย่างแน่นอน”
จางหยวนคิดขึ้นมาได้การทำฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์เองก็เป็อีกหนึ่งอย่างที่น่าจะประสบความสำเร็จอีกอย่างนึง
จากที่มองดูแล้วภายในเมืองแห่งนี้มีผู้คนมากมายอยู่ก็จริงแต่ว่าดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่มีผู้ใดทำการทำฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์เลย
สัตว์ที่ได้มาล้วนแล้วแต่ลำเลียงมาจากเมืองอื่นหรือไม่ก็ได้มาจากพวกพรานที่ล่าสัตว์อยู่ภายในป่า
แน่นอนว่าถ้าเขาสามารถทำฟาร์มภายในสถานที่แห่งนี้ได้น่าจะเป็อีกหนึ่งลู่ทางที่สามารถหากำไรได้
หย่งคังแสดงใบหน้าคิดเล็กน้อย“ เื่นั้นก็มีความเป็ไปได้อยู่นะถ้าเ้าทำมันขึ้นมาจริงๆแน่นอนว่าข้าจะเป็คนดูแลให้ก็ได้ ”
“ ดีเลยขอรับแต่ว่าก่อนหน้านั้นพวกเราต้องหาเงินมาจ่ายที่ดินผืนนี้ให้หมดเสียก่อนหลังจากนั้นเก็บเงินแล้วก็ซื้อที่ดินผืนใหม่ ”
“ อย่างไรเสียที่ดินที่อุดมสมบูรณ์เช่นนี้ก็เหมาะกับการที่จะทำเป็แปลงเพาะปลูกอย่างเดียว”
“ เข้าใจแล้ว ” ในตอนนี้พวกเขาทั้งสองตกลงกันจนเสร็จสรรพ
หลังจากที่ตกลงกันจนเสร็จเรียบร้อยสิ่งที่ขาดไปก็คือเวลาพวกเขาจำเป็้าเวลาในการรวบรวมเงินทองนำมาขยับขยายกิจการของตนเองให้เพิ่มมากขึ้น
ใน่นี้ก็ต้องทุ่มเทกับงานภายในสวนผักิญญาของตนเองไป
…
ภายในสวนผักิญญาผ่านมาประมาณห้าวัน
ในตอนนี้การเก็บเกี่ยวรอบแรกมันได้ผ่านพ้นไปแล้วผลผลิตที่ได้มาเพิ่มขึ้นหลายเท่า
แน่นอนว่าเมื่อผลผลิตมันเพิ่มเติมขึ้นมาผู้คนภายในเมืองก็ยิ่งได้รับพวกผักิญญาเหล่านี้ไปมากขึ้น
เขาแบ่งสองส่วนจากการที่ได้มานำมาส่งขายให้กับตระกูลโม่โดยค้นพบการรับซื้อในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดประมาณนึงเพราะว่าส่งขายในจำนวนที่มาก
อย่างไรเสียนี้เองก็ไม่เป็ปัญหาเพราะผักิญญาของจางหยวนมันถูกกว่าผักิญญาที่คนตระกูลนี้ซื้อมาจากพวกคนปลูกผักิญญาที่อื่นเสียอีก
ถือว่าเป็กลยุทธ์การซื้อใจทางการค้าเช่นเดียวกันอีกฝ่ายใช้เงินจำนวนที่มากขึ้นเพียงเล็กน้อยเพื่อให้จางหยวนเชื่อมั่น
หลังจากที่ทำการค้าขายผักิญญารอบหน้าเสร็จเรียบร้อยได้กำไรมาประมาณนึงหลังจากหักค่าใช้จ่ายหลายหลายอย่าง
กำไรส่วนนี้แน่นอนว่าต้องเป็เงินเก็บแล้วก็เป็เงินที่ใช้ในการผ่อนจ่ายที่ดิน
นี่เองก็ผ่านมาร่วมจะสองเดือนแล้วหลังจากที่มาอาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้
ยามวิกาลแสงจากตะเกียงสองแสงสว่างไสวยามราตรีภายในห้องที่เงียบสงัดร่างของจางหยวนนั่งอยู่ภายในห้องพร้อมกับมองดูสิ่งที่ปรากฏขึ้นด้านหน้า
สิ่งที่มันปรากฏอยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้คือร้านค้าจางหยวนกำลังนั่งมองอย่างจริงจังถึงร้านค้าลึกลับที่ปรากฏขึ้นมา
[ รายการของที่ตั้งขายในร้านค้าลึกลับ เวลารีเซ็ตของภายในร้านอีก 3 ชั่วโมง]
[ เมล็ดพืชธรรมดา[แบบสุ่ม] หนึ่งถุง ราคา 1 อีแปะ ]
[ เมล็ดพืชหายาก[แบบสุ่ม] หนึ่งถุง 1 ตำลึง ]
[ ยาฟื้นฟูความเหนื่อยล้า สิบเม็ด ราคา 100 อีแปะ ]
[ น้ำิญญา หนึ่งถุงผ้า ราคา 100 อีแปะ]
[ พู่กันนึกคิด หนึ่งอัน ราคา 1 ตำลึง ]
“ เ้านี้มันอันใดกัน? ”
ตลอดหลายวันที่ผ่านมาตรวจสอบร้านค้าลึกลับอย่างเป็ประจำแต่ก็ไม่เคยเห็นของเช่นนี้ที่ปรากฏออกมาเลย
“ พู่กันนึกคิด… ”
จบบท