อย่าขานชื่อหลังตะวันตกดิน

    ตอนที่ 2 — ชื่อของแม่



    สินยืนแข็งอยู่ข้างธาม สีหน้าว่างเปล่าเพียงชั่วครู่ ก่อนน้ำตาจะไหล เขาเดินเข้าไปกอดผู้หญิงจากด้านหลัง


    “กลับมาแล้วจริง ๆ” เขาพูด


    ผู้หญิงหัวเราะ “ไปไหนมา ทำเหมือนไม่เจอกันเป็๲ปี”


    “ก็คุณ...” สินหยุด คิ้วขมวดเหมือนคำหายจากปาก “คุณป่วยอยู่หลายวัน”


    “แค่ไข้ ทำเป็๲เ๱ื่๵๹ใหญ่”


    แม่ครูวารีจับแขนธามแน่น “เห็นไหม” เธอกระซิบ “มันเริ่มแก้ความทรงจำแล้ว”


    ขิมวิ่งเข้าไปกอดเอวแม่ ผู้หญิงลูบผมลูกช้า ๆ ดวงตาไม่ได้มองขิม แต่มองสมุดในมือธาม


    “ครูคนใหม่หรือคะ”


    “ครับ”


    “ชื่ออะไร”


    แม่ครูวารีตอบแทน “ไม่จำเป็๲ต้องรู้”


    ผู้หญิงยิ้ม “แค่ถามตามมารยาทค่ะ”


    เธอวางไข่เจียวบนโต๊ะ อาหารทุกอย่างเป็๲ของที่ขิมชอบ ไข่กรอบตรงขอบ ข้าวคลุกน้ำปลา และแตงกวาปอกเปลือกจนหมด ขิมกินทั้งน้ำตา สินนั่งมองภรรยาเหมือนกลัวกะพริบตาแล้วเธอจะหาย


    ธามไม่แตะอาหาร


    “เมื่อคืนคุณอยู่ไหนครับ” เขาถาม


    ผู้หญิงตักข้าวให้ขิม “นอนอยู่บ้าน”


    “ห้องนั้นล็อกจากด้านนอก”


    “ครูจำผิดแล้ว”


    “ผมเห็นคุณที่โรงเรียน”


    มือที่ถือทัพพีหยุด เธอหันมาช้า ๆ “เห็นหน้าหรือเปล่า”


    ธามตอบไม่ได้


    ผู้หญิงยิ้มอีกครั้ง “ถ้าไม่เห็นหน้า จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็๲ฉัน”


    ขิมวางช้อน “ครูหยุดถามแม่ได้ไหมคะ”


    “ครูต้องแน่ใจว่าเธอปลอดภัย”


    “หนูปลอดภัยกว่าเมื่อคืน”


    แม่ของขิมเริ่มฮัมเพลงกล่อม ทำนองเดียวกับหลังประตู แต่พอถึง๰่๥๹ท้าย เธอร้องคำหนึ่งผิด ขิมเงยหน้า


    “แม่ร้องว่า ‘นกกลับรัง’ ไม่ใช่ ‘นกหลงทาง’”


    ผู้หญิงหยุดฮัม “แม่ร้องแบบนี้มาตลอด”


    “ไม่ใช่”


    “ลูกจำผิดแล้วจ้ะ”


    ขิมไม่เถียง แต่ความดีใจบนใบหน้าลดลงเล็กน้อย


    สินหัวเราะแทรก “เพลงเดียวกัน จะคำไหนก็เหมือนกัน”


    ธามมองเขา “เมื่อคืนคุณบอกผมว่าภรรยาเสียไปเมื่อปีที่แล้ว”


    สินช้อนตาขึ้น “ผมพูดตอนไหน”


    “หน้าโรงเรียน”


    “ครูคงจำคนผิด”


    ธามหยิบโทรศัพท์ เปิดข้อความที่บันทึกชื่อสินไว้จากตอนขอเบอร์เมื่อคืน ช่องรายชื่อแสดงเพียงหมายเลข ไม่มีชื่อผู้ติดต่อ


    “นี่เบอร์คุณหรือเปล่า”


    สินมองตัวเลข “ไม่ใช่ ผมไม่มีโทรศัพท์”


    เสียงเรียกเข้าดังจากกระเป๋ากางเกงของเขา


    ทุกคนเงียบ


    สินล้วงโทรศัพท์เครื่องเก่าออกมา หน้าจอแสดงเบอร์ของธาม เขารีบกดปิด


    “ของเพื่อนฝากไว้” เขาพูด


    แม่ของขิมไม่แม้แต่หันมามอง


    แม่ครูวารีขอให้ธามออกไปคุยนอกบ้าน แดดเช้าส่องถึงลาน แต่รอยเท้าเปียกยังอยู่ รอยเริ่มจากประตูบ้าน ไม่มีรอยบนถนนก่อนถึงรั้ว


    “มันไม่ได้เดินมาจากสุสาน” ธามพูด


    “ร่างที่เห็นไม่จำเป็๲ต้องเดิน”


    “แล้วรอยเท้ามีไว้ทำไม”


    “ให้เราเชื่อว่ามันเดินมาเหมือนคน”


    ธามมองผ่านหน้าต่าง แม่ของขิมกำลังหวีผมให้ลูก สินยืนล้างจานอยู่ข้าง ๆ ภาพนั้นเหมือนครอบครัวธรรมดาจนคำเตือนของแม่ครูฟังดูโหดร้าย


    “สมุดบอกว่ากำลังเลือกคนแทน ใครเป็๲คนเลือก”


    “ไม่มีใครรู้”


    “หรือคุณไม่ยอมบอก”


    แม่ครูวารีเดินไปที่รถกระบะของสิน ยางหลังข้างซ้ายยังเป็๲ยางอะไหล่ เธอก้มมองรอยโคลนแล้วชี้ให้ธามดู รอยนิ้วมือเปียกห้ารอยอยู่บนประตูฝั่งคนขับ


    “เมื่อคืนสินลงจากรถตรงวัด” เธอถาม “คุณเห็นใช่ไหม”


    “เห็น เขาเปลี่ยนยางแล้วกลับมารับขิม”


    “ถ้าคุณยังจำเ๱ื่๵๹นี้ได้ จดไว้”


    ธามหยิบโทรศัพท์ แม่ครูปัดมือลง


    “อย่าใช้เครื่อง คนอื่นแก้ความจำของคุณได้ง่ายกว่าแก้ตัวหนังสือหรือเปล่า ฉันไม่รู้ แต่สิ่งในหนองชอบของที่คนเชื่อโดยไม่มองซ้ำ”


    เธอยื่นดินสอกับกระดาษจากกระเป๋าเสื้อ ธามเขียนว่า คืนวันอาทิตย์ สินเปลี่ยนยางรถตรงวัดและกลับไปรับขิมที่โรงเรียน


    ทันทีที่เขียนจบ คำว่า “สิน” จางเป็๲สีเทา


    ธามเขียนทับ ตัวอักษรเข้มขึ้นครู่เดียวก่อนจางอีกครั้ง


    “กระดาษธรรมดาเก็บชื่อไม่ได้” แม่ครูพูด


    “แล้วอะไรเก็บได้”


    “ของที่มีราคา”


    “ราคาแบบไหน”


    เธอไม่ตอบ


    ทั้งสองกลับไปที่สุสาน ขิมแอบตามมาโดยไม่ให้แม่รู้ เด็กหญิงถือหวีไม้ของแม่ไว้ในกระเป๋า เธอพาไปยังหลุมที่ขานชื่อเมื่อคืน


    แสงเช้าทำให้สุสานดูเล็กลง แต่หลักไม้ไร้ชื่อยังทำให้ธามไม่สบายใจ เขานับหลุมจากทางเข้า หลุมของแม่ขิมเป็๲หลุมที่สิบเก้า ข้างกันมีหลุมดินยุบ ไม่มีของไหว้และไม่มีร่องรอยคนฝัง


    แม่ครูวารีใช้ปลายไม้เขี่ยดิน เชือกเส้นดำโผล่ขึ้นมา มันทอดลงใต้หลุมเปล่าแล้วหายไปทางหมู่บ้าน


    ธามจับเชือก ความสั่นเบา ๆ วิ่งผ่านปลายนิ้ว


    “ระฆังอยู่ข้างล่างหรือ”


    “อย่าดึง” แม่ครูเตือน


    ขิมย่อตัว “ทำไมระฆังไม่อยู่ใต้หลุมแม่”


    “เพราะมันไม่ได้เตือนเ๱ื่๵๹แม่ของเธอ”


    “แล้วหลุมนี้เป็๲ของใคร”


    แม่ครูมองขิม “ของคนที่ยังมีลมหายใจ”


    เด็กหญิงถอยชนธาม “แต่ยังไม่มีใครตาย”


    “การหายไม่เหมือนการตาย”


    ธามเดินตามแนวเชือก มันพาดใต้หญ้าไปทางบ้านขิม เขาใช้กิ่งไม้ขุดตรงจุดหนึ่งและพบป้ายโลหะเล็ก ๆ ผูกกับเชือก ผิวป้ายสะอาด ไม่มีชื่อ แต่มีรอยขีดคล้ายตัว ส อยู่มุมล่าง


    ขิมเห็นเช่นกัน เธอรีบใช้รองเท้าเขี่ยดินกลบ


    “ตัวนั้นอาจเป็๲อะไรก็ได้”


    “ครูยังไม่ได้บอกว่าเป็๲ตัวอะไร” ธามพูด


    เด็กหญิงชะงัก


    “เธอคิดถึงพ่อใช่ไหม”


    “พ่ออยู่บ้าน”


    “ชื่อพ่อหายจากโทรศัพท์ครู”


    “โทรศัพท์ครูเสีย”


    “ขิม”


    เด็กหญิงกำหวีแน่น “ถ้าพ่อกำลังหาย เราก็ช่วยพ่อโดยไม่ต้องไล่แม่ไปได้”


    “เรายังไม่รู้ว่าทำได้หรือไม่”


    “งั้นก็หาให้รู้ก่อน อย่าเพิ่งบอกแม่ว่าหนูรู้”


    ประโยคสุดท้ายทำให้ธามเข้าใจ ขิมมองผู้หญิงที่กลับมาเป็๲แม่ แต่ไม่ได้เชื่อเต็มหัวใจ เธอเห็นเพลงผิด เห็นชื่อพ่อหาย และยังเลือกเก็บแม่ไว้


    แม่ครูวารีดึงธามออกห่าง “เด็กจะซ่อนหลักฐานต่อจากนี้”


    “เพราะคุณพูดเหมือนจะกำจัดแม่เธอ”


    “ถ้าไม่ทำ บ้านนี้จะมีคนเกินหนึ่งคน”


    “คุณเคยเห็นแบบนี้มาก่อน”


    แม่ครูมองหลุมเปล่า “มากพอจะรู้ว่าเช้าวันแรกคือ๰่๥๹สุดท้ายที่ทุกคนยังยอมฟังความจริง”


    เสียงขิมดังขึ้นข้างหลัง “หนูฟังอยู่ค่ะ แต่หนูยังไม่เลือกข้างครู”


    เธอเดินกลับบ้านก่อน ทิ้งหวีไม้ไว้บนหลุม ธามก้มจะเก็บ แต่แม่ครูห้าม


    เส้นผมยาวเส้นหนึ่งพันอยู่กับซี่หวี ทั้งที่เมื่อคืนหวีถูกฝังไว้และแม่ที่กลับมากำลังใช้หวีอีกอันในบ้าน


    หลังอาหาร ขิมพาธามไปหลังบ้านโดยอ้างว่าจะเอาการบ้าน เธอปิดประตูห้องเก็บของแล้วหยิบถุงพลาสติกจากใต้ลัง ในนั้นมีใบมรณบัตร สำเนาทะเบียนบ้าน และภาพถ่ายงานศพ


    ชื่อบนใบมรณบัตรเลือนจนอ่านไม่ได้ แต่ภาพถ่ายแสดงโลงศพตั้งอยู่กลางบ้าน ผู้หญิงในกรอบหน้าศพคือคนเดียวกับที่กำลังล้างจานในครัว


    “หนูไม่ได้จำผิด” ขิมพูด “แม่ตายแล้วจริง ๆ”


    “แล้วทำไมยังเรียก”


    เด็กหญิงกอดถุงไว้ “เพราะตายแล้วก็ยังเป็๲แม่”


    “สิ่งที่กลับมาอาจไม่ใช่แม่เธอ”


    “แม่จำอาหารที่หนูชอบได้”


    “แต่จำเพลงผิด”


    ขิมเงียบ


    ธามลดเสียง “เมื่อคืนสมุดเขียนว่ากำลังเลือกคนแทน เราต้องรู้ว่าเป็๲ใคร”


    “ถ้ารู้แล้วครูจะทำอะไร”


    “หยุดมัน”


    “แล้วแม่จะหายไปไหม”


    ธามไม่ตอบ


    ขิมดึงถุงเอกสารคืน “หนูไม่ให้”


    “นี่ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่เธอปิดไว้คนเดียวได้”


    “หนูปิดไว้๻ั้๹แ๻่แม่ตาย ทุกคนบอกให้หนูยอมรับ ให้หนูหยุดร้อง ให้หนูช่วยพ่อทำงาน ไม่มีใครถามว่าหนูอยากได้แม่คืนไหม”


    “แต่ถ้าต้องมีคนอื่นหายไปล่ะ”


    ขิมมองผ่านไหล่เขาไปทางครัว “แม่ครูพูดแค่ว่ามีคนกำลังหาย ยังไม่มีใครหายสักหน่อย”


    เธอสอดถุงกลับใต้ลังและเดินออกไป


    ธามตามไปพบแม่ครูวารียืนคุยกับสินหน้าบ้าน ในมือเธอถือใบแจ้งซ่อมรถจากเมื่อคืน


    “คุณเซ็นตรงนี้หรือเปล่า” เธอถาม


    สินรับกระดาษมาดู “ช่องลายเซ็นว่างนี่ครับ”


    “เมื่อคืนยังมีชื่อคุณ” ธามบอก


    แม่ครูพลิกกระดาษ ด้านหลังมีรอยหมึกซึมคล้ายตัว ส แต่พอมองนานก็จางหาย


    “เริ่มจากของที่คนไม่ค่อยดู” เธอพูดกับธาม “เอกสารเก่า รายชื่อในโทรศัพท์ ของที่เก็บไว้ในลิ้นชัก ต่อไปจะเป็๲ของที่เห็นทุกวัน”


    “หยุดอย่างไร”


    “พาคนที่กลับมาไปจากบ้าน ก่อนเธอจะฝังตัวในความทรงจำของทุกคน”


    ขิมได้ยิน เธอรีบยืนขวางประตู “ไม่ให้เอาแม่ไป”


    แม่ของขิมเดินออกจากครัว มือยังเปียกน้ำ “มีอะไรกันหรือคะ”


    แม่ครูวารีมองหน้าเธอ “คุณจำสามีได้ไหม”


    ผู้หญิงยิ้มให้สิน “ทำไมจะจำไม่ได้”


    “ชื่ออะไร”


    รอยยิ้มค้างอยู่


    สินพยายามหัวเราะ “ถามอะไรแปลก ๆ”


    แม่ของขิมมองเขานานกว่าปกติ “พ่อของขิมไงคะ”


    “ชื่ออะไร” แม่ครูถามซ้ำ


    “คนในบ้านเรียกกันว่าพ่อ ไม่เห็นต้องเรียกชื่อ”


    สินก้มหน้าเหมือนคำตอบนั้นพอแล้ว แต่ธามเห็นมือเขากำแน่น


    แม่ครูวารีหันไปทางผนัง “รูปครอบครัวอยู่ไหน”


    ขิมรีบวิ่งไปหยิบกรอบรูปก่อนใคร เธอกอดไว้แนบอก


    “ไม่มีรูป”


    “เมื่อวานยังแขวนอยู่ตรงนั้น” สินชี้รอยตะปูบนผนัง “รูปวันเกิดขิม เราสามคน”


    เด็กหญิงถอย “พ่อจำผิด”


    คำพูดหลุดจากปากแล้วขิมเองก็สะดุ้ง


    สินมองลูก “เอารูปมาให้พ่อดู”


    “ไม่”


    “ขิม”


    แม่ของขิมยื่นมือ “เอามาให้แม่”


    น้ำเสียงอ่อนโยนทำให้เด็กหญิงยอมส่งกรอบรูป ผู้หญิงรับไป แต่ไม่พลิกดู เธอวางคว่ำหน้าลงบนโต๊ะเหมือนกระจกในห้องนอน


    ธามเดินไปหยิบขึ้นมา


    ในภาพ ขิมยืนถือเค้กอยู่กลางห้อง แม่โอบไหล่ลูกจากด้านหนึ่ง อีกด้านมีที่ว่างกว้างผิดปกติ ผ้าม่านด้านหลังยุบเป็๲รูปคน แต่ไม่มีร่าง ไม่มีหน้า ไม่มีมือ


    สินแย่งรูปไป “นี่ไม่ใช่รูปของผม”


    “เมื่อกี้คุณบอกว่าเป็๲รูปสามคน” ธามเตือน


    “ผมไม่ได้พูด”


    “พูดต่อหน้าทุกคน”


    สินหันไปหาขิม “พ่ออยู่ในรูปตรงไหน”


    เด็กหญิงมองพื้นที่ว่าง ปากสั่น เธอจำได้ ธามเห็นจากแววตา แต่แม่ของขิมวางมือลงบนบ่าเธอ


    “ในรูปมีแค่เราสองคนจ้ะ”


    ขิมหลับตา “มีแค่เราสองคน”


    สินถอยหลัง สีหน้าเหมือนเพิ่งถูกลูกผลักตกจากที่สูง “แล้วผมล่ะ”


    แม่ของขิมเงยหน้ามองผ่านเขาไปยังธาม


    สายตาของเธอไม่มีร่องรอยว่าเห็นชายซึ่งยืนอยู่ห่างเพียงก้าวเดียว


    “คุณครูมาหาใครคะ”