รอยที่สงสัยเป็อย่างมากว่าพ่อแม่ของเ้านั่นไปขโมยอะไรขององค์กรมานะ ถึงได้ทำให้เขาโดนลูกหลงลักพาตัวมาแบบนี้ ไหนจะโกดังร้างนี่อีกคงจะไม่ใช่ในตัวเมืองกรุงเทพฯเป็แน่ เสียงของรถหรือผู้คนโดยรอบเองก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แถมรอยยังรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณของเขาอีกว่ากลุ่มคนตรงหน้านี้ดูอันตรายสุด ๆไปเลย
รอยพยายามสังเกตหาทางออกหรืออุปกรณ์อะไรบางอย่างเพื่อที่จะเอาไว้ใช้หลบหนีออกไป การที่เขาไม่ได้ถูกมัดเอาไว้แบบนี้ก็อาจจะพอมีหนทางให้เขาหลบหนีออกไปก็ได้ พวกเศษขยะของเก่ามากมายเป็ฐานรองนั่งของกลุ่มคนอันตรายเ่าั้มันถูกวางกองกันเอาไว้อย่างไม่เป็ระเบียบเละเทะไปทั่วทั้งโกดัง ไม่ว่ามองยังไงก็เป็เพียงแค่เศษของเก่าที่ใช้การอะไรไม่ได้เลย ทางออกก็มีแค่ทางเดียวคือทางด้านหลังของกลุ่มคนอันตรายนี้เท่านั้น
“อย่าคิดที่จะหาทางหนีเลยหนุ่มน้อย” อยู่ ๆก็มีเสียงพูดของผู้หญิงดังแว่วเข้ามาในหัวของรอย รอยหันไปหาผู้หญิงที่เป็เพียงคนเดียวภายในกลุ่ม ผู้หญิงคนนี้สวมหมวกแก๊ปกับแว่นกันแดดทำให้เห็นหน้าตาไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ แต่มองดูก็รู้ว่าหน้าตาของเธอดูดีไม่ใช่น้อย อีกทั้งยังสวมชุดทหารรัดรูปทำให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของเธอได้อย่างชัดเจน ยิ่งมองดูนาน ๆก็ยิ่งมีเสน่ห์ให้ชวนน่าหลงไหล รอยเองก็รู้สึกแอบเขินนิด ๆที่มองดูเธอตรง ๆอย่างไม่สามารถละสายตาออกไปได้
“คุณ...รู้ความคิดผม?”
“ใช่ฉันรู้ ฉันสามารถอ่านใจเธอได้นะหนุ่มน้อย อย่าคิดจะทำอะไรแผลง ๆดีกว่าคนพวกนี้ไม่ปล่อยเธอไปแน่”
รอยพูดอยู่ในใจแต่ผู้หญิงคนนี้กลับสามารถรับรู้ความคิดในใจของรอยได้ มันเหมือนกับว่าผู้หญิงคนนี้แค่คิดก็สามารถพูดคุยกับรอยได้แล้ว โดยที่คนอื่นรอบ ๆตัวไม่สามารถรับรู้การสนทนาของทั้งสองคนได้เลยนี่มันเหมือนกับพลังการอ่านใจของเขาไม่มีผิด แต่รอยไม่สามารถทำแบบผู้หญิงคนนี้ได้คือการสื่อสารกับคนอื่นที่ผู้หญิงตรงหน้ากำลังทำอยู่ตอนนี้
“ถ้าเธออยากจะหนีออกไปล่ะก็ฉันบอกได้เลยว่าไม่มีประโยชน์หรอก ส่วนเื่พ่อแม่ของเธอฉันบอกเธอให้รู้ได้แค่ว่าพ่อแม่ของเธอยังปลอดภัยดี ถึงแม้ว่าพวกเขาจะทรยศองค์กรใช่ว่าจะต้องถูกตามฆ่าสักหน่อยยังไงพวกเราก็ต้องจับเป็พวกเขากลับมาอยู่ดี องค์กรก็เลยต้องจับตัวเธอมาเป็ตัวประกันอย่างที่เป็อยู่นี่แหละนะเพื่อที่จะล่อพ่อกับแม่ของเธอกลับมา”
หืม...ชายตาเดียวจ้องมองไปที่หญิงสาวข้าง ๆเพราะเห็นดวงตาของรอยมองไปที่เธอเหมือนกับใอะไรบางอย่างก็รู้ได้ทันทีเลยว่าคาร่าจะต้องคุยอะไรบางอย่างกับเ้าเด็กนี่เป็แน่
“คาร่าเธอคุยอะไรกับมันหน่ะ?”
“ไม่มีอะไรฉันเห็นว่าหนุ่มน้อยคนนี้หน้าตาดีก็เลยชวนคุยเื่ไร้สาระนิดหน่อยเท่านั้นเอง” คาร่าตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มที่ใสซื่อ
รอยที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ก็ได้แต่นิ่งเงียบไปและไม่รู้ด้วยว่าทำไมเธอถึงมาพูดแบบนี้กับตนแถมยังโกหกคนในกลุ่มของเธออีกด้วย
“ถ้ายังมาทำอะไรลับหลังฉันอีกแบบนี้เธอก็คงรู้ดีนะว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อฉันไม่ไว้ใจใครขึ้นมา”
“แล้วมันจะทำไมถ้าฉันทำอะไรแบบนี้ขึ้นมาอีก นายเองก็ไม่ใช่หัวหน้าฉันสักหน่อย” ทั้งคู่ลุกขึ้นยืนจ้องหน้ากัน สร้างบรรยากาศตึงเคลียดขึ้นมาทันที
“ไม่เอาหน่าเคน คาร่า อย่าทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่เลย” ชายอ้วนเดินเข้ามาห้ามปรามทั้งคู่ไม่ให้ทะเลาะกัน
“ว่าแต่เราจะส่งเ้าเด็กนี่ไปให้ท่านผู้นั้นเลยรึเปล่าเคน” ชายร่างสูงโปร่งสวมชุดเหมือนชาวเอเชียสะพายพลองเหล็กไว้ที่หลังเดินเข้ามาหารอยแล้วเตะเข้าไปที่ท้องอย่างแรง
อั๊ก! รอยถูกเตะจนกระเด็นไปชนเข้ากับโซฟาทางด้านหลังอย่างจัง
“ไม่ต้องหรอกท่านผู้นั้นจะส่งคนมารับตัวเ้าเด็กนี่ไปเอง เราเพียงแค่รอเท่านั้นและอย่าทำอะไรเกินกว่าที่ท่านผู้นั้นสั่งไว้ก็พอ”
“อ้าวหรอ! เผลอเตะไปแล้วซะด้วยซิ ขอโทษด้วยนะหนุ่มน้อย แต่ก็น่าเสียดายจริง ๆน่าจะจับมันมาทรมานเล่นสักหน่อย” ชายชาวเอเชียหยิบมีดสั้นขึ้นมาเลียพร้อมกับมองรอยด้วยท่าทียียวน
รอยที่โดนเตะเข้าไปจนจุกก็ได้แต่นอนแน่นิ่ง มองดูคนที่เตะเขาด้วยสายตาที่โกรธแค้นอยู่ในใจที่อยู่ดี ๆก็มาเตะเขาแบบนี้ ตอนนี้รอยรับรู้ได้ทันทีเลยว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยถึงแม้ว่าเขาจะดึงพลังของโลกแห่งฝันร้ายมาใช้ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถสู้กับคนพวกนี้ได้หรือเปล่า เพียงแค่เขาคิดจะทำอะไรก็ถูกผู้หญิงที่ชื่อคาร่าจับทางไว้ได้ก่อนแล้วและรอยเองก็ไม่รู้เลยว่าที่เธอพูดกับรอยแบบนั้นมันหมายความว่ายังไง ดูยังไงเธอก็ดูไม่น่าไว้ใจอยู่ดี
คนทั้ง 5 นี้อยู่องค์กรเมฆทมิฬ ซึ่งเป็กลุ่มผู้มีพลังพิเศษที่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้กับทางรัฐบาลเลยทำให้ไม่ทราบถึงตัวตนและที่มาของพวกเขาได้ องค์กรเมฆทมิฬร่วมมือกับชนเผ่าต่างโลกเพื่อทำลายป้อมปราการของรัฐบาลในต่างโลก ซึ่งเป็ฐานที่มั่นสำคัญของแต่ละประเทศในการพักอาศัยในเขตปลอดภัยในต่างโลกและเป็การยากมากที่จะสร้างป้อมปราการแห่งหนึ่งขึ้นมาได้ เพราะต้องดูทั้งสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือรังมอนสเตอร์ที่ดุร้ายและชนเผ่าต่างโลกที่ต้องอยู่ให้ห่างจากป้อมปราการเป็ที่สุดจากพื้นที่อันตรายเหล่านี้ การที่ฐานที่มั่นแห่งหนึ่งถูกทำลายไปก็เหมือนกับการทำลายรากฐานสำคัญของแต่ละประเทศนั้น ๆไป มันเลยทำให้องค์กรเมฆทมิฬถูกตั้งค่าหัวไว้หลายประเทศทั่วโลก เพราะการที่องค์กรของพวกเขาทำแบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็ศัตรูกับมนุษยชาติเลย
“ขอถามหน่อยซิที่นี่มีเพียงแค่เรา 5 คน กับคนที่จะมารับตัวเ้าหนุ่มนี่ใช่ไหมที่รู้จุดนัดพบแห่งนี้” ชายสวมแว่นมองออกไปทางกำแพงเหมือนกับว่าเขามองเห็นอะไรบางอย่าง
“ใช่ซิถามอะไรแปลก ๆ” เคนหันไปตอบอย่างขอไปที
“มีอะไรหรือเปล่า?” ชายอ้วนถามอย่างสงสัยและมองไปทางเดียวที่ชายสวมแว่นยืนมองอยู่ แต่ในทางที่พวกเขามองไปก็มีเพียงแค่กำแพงปูนหนาเตอะอยู่ตรงหน้าเท่านั้น
“ดูเหมือนเราจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญซะแล้วซิ” ชายสวมแว่นหันมามองทางรอยพร้อมกับจ้องเขม็งไปที่ชายร่างใหญ่ที่จับตัวรอยมา
“มันคงจะตามมาช่วยเ้าหนุ่มนี่แหละนะ พวกระดับล่างมันทำงานกันยังไงนะแค่นี้ก็ปล่อยให้พวกรัฐบาลตามกลิ่นเ้านี่มาได้”
ชายร่างใหญ่ที่จับตัวรอยมาเมื่อถูกชายสวมแว่นด่าก็ได้แต่ก้มหน้ายอมรับและไม่กล้าแม้แต่จะพูดเถียงอะไรกลับไป
“เดี๋ยวฉันไปจัดการเอง” ชายชาวเอเชียหยิบพลองเหล็กจากที่หลังแล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
“ไอคนที่เตะเรามันหายตัวได้ด้วยหรือนั่น ว่าแต่ใครกันนะที่มาช่วยเราในเวลาอย่างนี้?” รอยสงสัยไม่น้อยเลยว่าทำไมถึงได้มีคนตามมาช่วยเขาได้เร็วขนาดนี้ก็เพราะว่าเขาเพิ่งจะถูกลักพาตัวมาได้ไม่นานนี้เอง
ด้านนอกโกดังเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่และกอหญ้ารกทึบมากมาย มองดูก็รู้ว่าโกดังแห่งนี้ถูกทิ้งร้างมาเป็เวลานานมากแล้ว
หืม!...ชายวัยกลางคนลงจากหลังม้าที่อยู่ในรูปแบบควัน เพราะเห็นว่าสุนัขควันของเขาหยุดการเคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้านี้
แต่ก่อนที่เขาจะเกิดสงสัยว่าทำสุนัขควันของเขาถึงมาหยุดอยู่ตรงนี้ก็มีพลองเหล็กฟาดเข้ามาที่หน้าเขาอย่างจัง
ก่อนที่พลองเหล็กจะโจมตีมาถึงนั้น ชายวัยกลางคนก็กางแขนของเขามาเพื่อป้องกันเอาไว้ ม้าควันที่เขาขี่อยู่นั้นก็ได้กลายสภาพไปเป็โล่ขนาดใหญ่รับการโจมตีไว้แทน ชายวัยกลางคนหล่นจากหลังม้าทันทีที่มันกลายสภาพไปเป็โล่เพื่อป้องกันเขาจากการโจมตีของพลองเหล็ก จึงทำให้เขาตกลงมากระแทกพื้นดินอย่างแรง
อั๊ก!
“พวกนักฆ่าหรอ?” ชายวัยกลางคนมองไปรอบ ๆก็ไม่เห็นตัวของคนที่โจมตีมาแล้วก็เลยสันนิษฐานว่าคนที่โจมตีเขาจะต้องเป็นักฆ่าเป็แน่ที่สามารถใช้ทักษะลอบเร้นได้แเีขนาดนี้
ควันจากสุนัขตัวใหญ่และโล่ถูกดึงดูดกลับมาอยู่ในมือของชายวัยกลางคน จากนั้นเขาก็เป่าควันกระจายตัวออกไปรอบ ๆจึงทำให้เห็นจุดที่ม่านควันเคลื่อนที่ออกไปโดนสิ่งที่กีดขวางทั่วทั้งบริเวณและหนึ่งในนั้นมีกลุ่มควันรูปร่างมนุษย์ยืนอยู่ไม่ไกล ชายวัยกลางคนไม่รอช้าหยิบปืนพกชักออกมายิงทันที กลุ่มควันยังคงเกาะติดอยู่กับร่างมนุษย์ตรงหน้าทำให้สามารถมองเห็นศัตรูได้ถึงแม้ว่าศัตรูจะใช้ทักษะลอบเล้นอยู่ก็ตาม
ชายชาวเอเชียใช้พลองเหล็กปัดลูกะุปืนออกไปอย่างกับว่าเขามองเห็นวิถีของลูกะุปืน
“หืม...ชาวยุทธ์หรอกหรือ” ชายวัยกลางคนมองไปที่ชายชาวเอเชียร่างสูงตรงหน้าที่ปัดะุปืนของเขาได้ด้วยทักษะแปลก ๆ
“ชาวยุทธ์มาทำอะไรในประเทศนี้กัน?” ชายวัยกลางคนกล่าวถามออกไปและแสดงบัตรประจำตัวของหน่วยกองกำลังป้องกันตนเองของประเทศออกมาให้เห็น เพราะคนส่วนใหญ่ก็รู้สึกเกรงกลัวกับกองกำลังป้องกันตนเองของแต่ล่ะประเทศไม่ใช่น้อย ในจังหวะที่เขาเอาบัตรประจำตัวออกมาก็แอบกดตัวส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปด้วย
แต่การที่เขาทำแบบนั้นก็มิอาจจะรอดพ้นสายตาของชายชาวเอเชียไปได้
“เห้ย! อย่าพูดมากหน่ายังไงแกก็ต้องตายอยู่แล้วยังจะมาชวนคุยให้เสียเวลาทำไม?” ชายชาวเอเชียไม่คิดที่จะเสียเวลาพูดคุยอะไรให้ยืดเยื้อก็พุ่งเข้าหาชายวัยกลางคนทันที
ภายในโกดังเสียงการต่อสู้ของทั้งสองดังเข้ามาถึงภายใน ซึ่งตอนนี้พวกคนที่เหลือกำลังเตรียมการที่จะหลบหนีออกไปเพราะกลัวว่าจะมีกำลังเสริมของศัตรูตามช่วย เื่มันจะยุ่งยากมากยิ่งขึ้นไปอีกถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นมา รอยถูกพันธนาการกลับเข้าไปในรังไหมสีเืเหมือนเดิม
“อย่าเล่นนานมากนักละ พวกเราเปลี่ยนจุดนัดพบใหม่แล้ว” เสียงของคาร่าบอกกับหลงเปาที่กำลังต่อสู้อยู่ด้วยความสามารถพิเศษของเธอที่ส่งเสียงหาหลงเปาได้แม้ว่าจะอยู่ไกลกันก็ตาม
“เข้าใจแล้วเดี๋ยวฉันจะตามไปทีหลังเอง” หลงเปาตอบรับกลับไปพร้อมกับมองไปที่ม่านควันโดยรอบที่บดบังวิศัยทัศน์การมองเห็นของเขาอยู่ แต่หลงเปายังคงมองเห็นศัตรูตรงหน้าด้วยประสาทััพิเศษของเขาได้ถึงแม้ว่าจะหลับตาอยู่ก็ตาม
“เสียดายจริง! นาน ๆทีจะได้เจอคู่ต่อสู้ที่ตายยากแบบนี้เห็นที่ว่าฉันจะอยู่เล่นกับแกต่อไม่ได้ซะแล้วซิ” หลงเปาควงพลองเหล็กรวดเร็วจนสร้างคลื่นพายุขนาดใหญ่พัดม่านควันโดยรอบให้กระจายตัวออกไป จนทำให้พื้นที่โดยรอบกลับมาเป็ปกติอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้ทำให้เห็นว่าทั่วทั้งตัวของชายวัยกลางคนเต็มไปด้วยรอยาแเหมือนกับโดนของมีคมฟาดฟันไปทั่วทั้งตัว
ชายวัยกลางคนหายใจถี่อย่างเหนื่อยหอบ เพราะถึงเขาจะใช้ม่านควันอำพรางการมองเห็นของคู่ต่อสู้เอาไว้ก็ตาม เขาก็ยังถูกการโจมตีจากระยะไกลของพลองเหล็กอันนั้นอยู่ดี ไม่ว่าจะการแทงที่รวดเร็วหรือการหวดที่จับทางไม่ถูก ทำให้เขาที่อยู่ในม่านควันไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าจะถูกโจมตีมาจากทางไหน มันเหมือนกับว่าชายตรงหน้าสามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวเขาได้และสามารถโจมตีตรงจุดบอดของเข้าได้แทบทุกมุม าแเหล่านี้เกิดจากการที่เขาหลบการโจมตีที่เข้ามาอย่างรวดเร็วของหลงเปา ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้แน่ชัดเลยว่าอาวุธพลองเหล็กทำไมถึงสามารถสร้างรอยแผลเหมือนกับของมีคมได้แบบนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะหลบการโจมตีได้แต่ก็ยังคงเกิดาแรอยฟันบริเวณที่เขาหลบอย่างฉิวเฉียดได้อยู่ดี นี่ถ้าเขาโดนการโจมตีเข้าไปเต็ม ๆจะไม่ทำให้ร่างของเขาขาดกระจุยไปเลยหรือ
ชายวัยกลางคนคิดไปว่าพลองของหลงเปาจะต้องมีอะไรพิเศษหรือไม่ก็เป็เพราะทักษะวิชาพลองของเขาเป็แน่ที่สามารถทำแบบนี้ได้
ถึงชายวัยกลางคนสภาพจะดูย่ำแย่แค่ไหนแต่เขาก็ไม่คิดที่จะถอดใจหรือคิดจะถอยหนีเลย เพราะตัวเขารู้ดีว่าคู่ต่อสู้ตรงหน้าไม่ปล่อยให้เขาหนีไปได้ง่าย ๆเป็แน่ มีแต่จะต้องฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่งเท่านั้น
“ชาวยุทธ์นี่มันเป็พวกที่เหนืุ์จริง ๆไม่ว่าจะพละกำลัง ความเร็ว หรือวิชาการต่อสู้ พวกผู้มีพลังพิเศษธรรมดาสู้คนอย่างพวกแกชาวยุทธ์ไม่ได้จริง ๆ”
“จะมาตัดพ้ออะไรกัน ไปโทษโชคชะตาที่ทำให้แกเกิดมาผิดที่เองก็แล้วกัน”
หลงเปาเก็บพลองเหล็กไว้ที่หลังแล้วหยิบมีดสั้นออกมาจากซองเข็มขัดที่พกมีดสั้นเอาไว้ ทันทีที่หลงเปาจับมีดร่างกายเขาก็หายไปเหมือนกับการสเตลท์
ชายวัยกลางคนเฝ้ารอเวลานี้มานานเพราะกว่าที่เขาจะกางอาณาเขตได้ต้องใช้เวลานานพอสมควร ถึงแม้จะไม่สามารถมองเห็นคู่ต่อสู้ได้ก็ตาม ชายวัยกลางคนวางกล่องสีเหลี่ยมขนาดเล็กไว้ที่พื้นพร้อมกับเปิดกล่องออกมามีม่านควันสีดำมหาศาลมากมายทะลักออกมาจากตัวกล่องพร้อมกับแสงจาง ๆ ที่ข้างล่างตัวกล่องถูกขยายไปรอบบริเวณคล้ายกับการเขียนวงเวทย์
“อาณาเขตกักขังคลื่นสรรพสัตว์” ทันทีที่หลงเปาเข้ามาในอาณาเขตม่านควันสีดำก็แผ่กระจายออกไปทั่วบริเวณซึ่งก็ไม่ได้สร้างความใหรือแปลกใจอะไรกับหลงเปา เพราะหลงเปาได้พุ่งเข้ามาถึงตัวและแทงเข้าที่จุดตายไปด้วยความแม่นยำ
ร่างของชายวันกลางคนถูกแทงเข้าที่จุดตายไปแล้วกลับกลายเป็ว่านี่คือร่างควันของเขาเอง ซึ่งตัวจริงของเขาถูกสลับตัวมาอยู่ข้างนอกอาณาเขตแล้วหลังจากที่เห็นว่าหลงเปาหายตัวไป
หลงเปาเองก็ใไม่ใช่น้อยที่อยู่ ๆศัตรูที่เขาคิดว่าฆ่าตายได้ง่าย ๆกลับกลายเป็เพียงแค่ตัวปลอมเท่านั้นและม่านควันดำที่ออกมาจากตัวกล่องอย่างไม่หยุดหย่อนนี่อีกมันเริ่มกระจายตัวเป็หมอกควันหนาทึบขึ้นมาจนถึง่เอวของหลงเปา
หลงเปาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบะโถอยออกมาจากอาณาเขตอย่างลนลาน แต่ก็ถูกลิงกอริลลาในร่างควันดำที่ใหนก็ไม่รู้ะโทุบเข้าที่หัวอย่างจังจนทำให้ร่างของเขากระแทกกับพื้นอย่างแรงและสัตว์มากมายก็ถูกสร้างจากม่านควันดำเป็รูปร่างของสัตว์ดุร้ายขนาดใหญ่มากมายออกมาให้เห็นทั่วทั้งบริเวณไม่ว่าจะ งู ช้าง หมี เหยี่ยว หมาป่า สิงโต และสัตว์ดุร้ายอีกมากมายหลายชนิดที่กำลังกลายสภาพอย่างไม่หยุดหย่อนจากม่านควันสีดำ
“เวรแล้วไงนี่ข้าถูกมันหลอกรึเนี่ย!!” หลงเปามองไปรอบ ๆที่ก็พบกับสัตว์ป่าดุร้ายมากมายจองเขม็งมาที่เขาเหมือนกับเป็เหยื่อตัวหนึ่งที่พร้อมจะถูกพวกมันรุมขย้ำจนตายและที่ทำให้หลงเปาช็อกไปกว่านั้นคือชายแก่ตรงหน้าที่เขาโจมตีทีเล่นทีจริงจนสะบักสะบอมเมื่อก่อนหน้านี้กลับกลายเป็ว่าชายแก่ไม่ได้มีาแหรืออาการาเ็อะไรเลย นี่หรือว่าทั้งหมดที่เขาโจมตีไปนั้นตัวปลอมที่ชายแก่นี่แกล้งหลอกมาโดยตลอด หลงเปารู้ได้ทันทีเลยว่าชายแก่ตรงหน้าเห็นเขาเป็เพียงแค่ของเล่นเท่านั้น
“ถ้าเราไม่หนีไปจากท่ี่นี่ตอนนี้คงได้ตายกันจริง ๆแน่”