ทั้งสามตกลงปลงใจที่จะไปผจญภัยในแหล่งมืดมนแหล่งดินแดนที่ถูกพระเ้าทอดทิ้งจะว่าเช่นนั้นก็ได้ใจของโอลิเวอร์อยากจะออกเดินทางไปในตอนนี้เลย แต่ถูกอดัมห้ามไว้ เนื่องด้วยดินแดนแถบนั้นมีแต่สิ่งที่พิศวงเกินกว่าจะคาดคิด ควรเตรียมตัวกันให้พร้อมแล้วออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า
..............
โอลิเวอร์ : “ตื่นๆๆ ทุกคนตื่นมาดูอะไรกันนี่เร็ว”
อดัม : “อะไรอีกละโอลิเวอร์ ทำท่าทางโวยวายแต่เช้าเลย”
นกพิราบเจสัน : “ข้าใเสียงเ้าจนแทบตกลงจากต้นไม้เลยเนี่ยอสูรมาบุกหรือไง”
ทุกคนพูดทำท่างัวเงียๆตามประสาคนพึ่งตื่นนอนในเวลาเช้าๆที่บรรยากาศดีๆน่านอนต่อเช่นนี้
โอลิเวอร์ : “พวกท่านต้องมาดูพระอาทิตย์ยามเช้าส่องแสงเป็สีรุ้งออกมาเต็มท้องฟ้าไปหมด มันเกิดอะไรกันเนี่ย”
นกพิราบเจสัน : “ฮ่าๆๆ เ้านี่ทำตัวตลกนะมันก็เป็ปกติของมันแบบนี้มาตั้งนานแล้วนะ”
อดัม : “เขาเรียกว่า แสงจากทูต์เป็แสงที่ทำให้สิ่งดีงามที่พระเ้าสร้างขึ้นได้รับกำลัง ได้มีแรงที่จะใช้ชีวิตมันเป็แสงที่พวกในถิ่นมืดมนไม่ชอบ เพราะจะทำให้พวกมันอ่อนแรง”
โอลิเวอร์ : “อย่างนี้พวกเราก็ไปดินแดนมืดมนเวลามีดวงอาทิตย์ได้สบายเลยซิ”
อดัม : “ไม่ได้หรอก เพราะแสงพวกนี้จะมีแค่ยามเช้าไม่นานมากนักแล้วก็จะเป็แสงสว่างธรรมดาแล้ว มีแต่ดอกฟอริแองเจอร์เท่านั้นแหละที่เก็บแสงจากพูต์ไว้ได้”
โอลิเวอร์ : “ดอกฟอริแองเจอร์ ดอกอะไรชื่อแปลกจัง”
อดัม : “ก็ดอกที่เ้าเดินผ่านมาที่เป็ดอกตูมๆสีขาวไงละมันจะอ้ารับแสงจากทูต์ ถ้าแสงหมดมันจะหุบถ้าเอาไปแง้มๆดูจะได้เห็นแสงจากทูต์ส่องออกมา”
อดัมอธิบายให้โอลิเวอร์ฟังพร้อมทั้งชักชวนไปล้างหน้าล้างตาในลำธาร
เมื่อมาถึงลำธาร โอลิเวอร์ได้เห็นสัตว์เล็กสัตว์น้อยเต็มไปหมดมาที่ลำธารเพื่อดื่มกินน้ำทำกิจวัตรของสัตว์แต่ละอย่าง มีทั้งกระต่าย เก้ง กวางหมู ไก่ อยู่กระจัดกระจายเต็มลำธารไปหมด จนเขาอดคิดไม่ได้ว่าเขาเป็อลิสอินวันเดอร์แลนเวอร์ชั่นโอลิเวอร์หรือเปล่า
เขามองไปในน้ำเห็นปลาตัวขาดพอดีพอเหมาะมากมายว่ายไปมาโอลิเวอร์สะกิดอดัม
โอลิเวอร์ : “อดัมๆ ท่านอยากกินอาหารเช้าเมนูปลาไหม”
โอลิเวอร์พูดพร้อมกับยิ้มมุมปาก แฝงความร้ายกาจเล็กๆของเขา
อดัม : “ไม่ได้ๆ ดินแดน์สวนเอเดนแห่งนี้ ในเวลาเช้าที่แสงจากทูต์ส่องลงมาห้ามีการทำร้ายกัน ไม่งั้นจะถูกพระเ้าลงโทษ และที่สำคัญเช้านี้เราจะไม่กินอาหารเช้ากัน”
โอลิเวอร์ : “ทำไมละ”
อดัม : “เพราะเราจะเดินทางไปดินแดนมืดมนถ้าหากว่าอยากเอาชีวิตรอดจากทางเข้าดินแดนมืดมนต้องหามกินอะไรเข้าไป”
โอลิเวอร์ทำหน้าเศร้าแต่ต้องทำใจยอมรับเพราะถ้าไม่เชื่อคนนำทางแล้วเขาก็คงไม่สามารถเดินทางต่อไปได้แน่การเดินทางอันแสนพิศวงกำลังจะเริ่มต่อจากนี้
...........................................................
ทั้งสามออกเดินทางด้วยความหิว โอลิเวอร์เดินผ่านต้นไม้ข้างทางเขาเห็นผลไม้สุกงอมน่าหอมหวานเต็มไปหมด เขามองมันเหมือนมีนางฟ้านาง์กวักมือเรียกให้เขาเข้าไปหาแต่อดัมดึงแขนเขาไว้ แล้วส่ายหัวแล้วลากเขาเดินต่อไปข้างหน้า
เดินไปได้สักพักทั้งสามก็มาหยุดอยู่ที่แม่น้ำสายใหญ่ แม่น้ำไทกริส
*แม่น้ำไทกริส = แม่น้ำสายที่ไหลเข้าประเทศอีรักเชื่อว่าเป็ 1 ในแม่น้ำทั้ง 4 สายที่ไหลผ่านสวนเอเดน
อดัม : “นี่คือแม่น้ำไทกริส เป็แม่น้ำที่ขวางแหล่งมืดมิดกับสวนอีเดนที่พวกเราอยู่เอาไว้”
โอลิเวอร์ : “โอ้! เป็เื่จริงหรอนี่ที่ว่ามีแม่น้ำไหลผ่านจากสวนเอเดนเข้าไปยังโลกมนุษย์”
อดัม : “โลกมนุษย์ คืออะไร มันเป็สถานที่งั้นหรอ”
อดัมถามด้วยความงุนงง โอลิเวอร์ลืมไปใช้คำพูดที่มียากๆเนื่องด้วยอดัมยังไม่ได้ลงไปยังโลกมนุษย์เขายังไม่ได้สร้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ตามตำนาน เขาจึงยังไม่รู้จักโอลิเวอร์ตระหนักในข้อนี้ดี เขาจึงไม่อยากสาธายายให้ยืดยาว
โอลิเวอร์ : “ใช่แล้วมันคือที่ ที่หนึ่งที่เหมือนกับสวนเอเดนนั่นแหละ แต่วุ่นวายกว่า”
นกพิราบเจสัน : “เล้วเ้าจะข้ามแม่น้ำนี่ยังไงจะให้ข้าบินไปส่งข้าบินไม่ไหวนะถึงข้าจะยิ่งใหญ่แต่ปีกของข้าไม่มีแรงขนาดนั้นหรอกนะ”
อดัม : “ไปได้ซิ ถ้าเราไปด้วย ใบบิ๊กดาโอ๊ะ”
นกพิราบเจสัน : “เ้าแน่ใจนะ ว่ามันไปรอดจริงๆ”
อดัม : ”ต้องรอดซิ”
อดัมยิ้มอย่างมันใจแล้วพาก๊วนป่วนป่าเดินไปที่ต้นบิ๊กดาโอ๊ะ
มันช่างเป็ต้นไม่ที่ใหญ่จริงๆ ใบพลูที่มีสีแดงขนาดใหญ่แบบที่โอลิเวอร์ไม่เคยเห็นที่ใบไม้ที่ใหญ่แบบนี้มาก่อนขนาดใหญ่กว่าตัวคน 2-3 เท่าไม่แปลกใจเลยทำไมอดัมถึงมั่นใจในใบนี้นัก
ทั้งสามช่วยกันขนใบบิ๊กดาโอ๊ะ ไปที่ฝั่งแม่น้ำ
โอลิเวอร์ : “เราต้องหาเถามวัลย์มามัดต่อเรือใบไม้กันก่อน”
อดัม : “อะไรคือเรือใบไม้”
โอลิเวอร์ : “เอ่อ.. มันคือเครื่องมือของดินแดนที่ฉันมาเอาไว้ข้ามน้ำ เหมือนกับใบไม้ที่ท่านเอามา แต่จะดูแข็งแรงและปลอดภัยยึดกันไว้เป็รูปทรงเหมือนฝ่ามือที่”
โอลิเวอร์หากิ่งไม้มาวาดเป็รูปเรือให้อดัมดู เพราะเขาคิดว่าแค่อธิบายคงยังไม่มาเพียงพอสำหรับบุรษเมื่อก่อนคริตกาล
อดัมยืนดูรปอยู่ครู่หนึ่งก่อนเดินไปที่ใบบิ๊กดาโอ๊ะ เขาเอามือลูบใบไม้ลูบไปรอบใบไม้ จากนั้นก็ลากมือลงมาที่ดิน
แล้วจู่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น มีเถาวัลย์ขึ้นมาจากผืนดินและเลื้อยไปพันรอบใบไม้เหมือนดังมันเป็ส่วนหนึ่งของไม้พันจนใบบิ๊กดาโอ๊ะกลายเป็รูปทรงเรือ
โอลิเวอร์ : “คุณทำได้ยังไง”
อดัม : “แค่มีพื้นดินกับขอพรพระเ้า อะไรก็เกิดขึ้นได้”
โอลิเวอร์หันขวับมองหน้าอดัม (มันง่ายขนาดนั้นเลยจริงๆหรอ)โอลิเวอร์คิดในใจ
นกพิราบเจสัน : “ดูดีใช่ย่อยเลยนะอดัม ไอ้ใบไม้รูปทรงแปลกๆที่เ้าสร้างมาเนี่ย”
อดัม : “ท่านโปรดอย่าถามกันเลยนะว่าฉันทำได้ยังไง ฉันก็ตอบไม่ได้เหมือนกันรู้แค่ พระเ้าบอกฉันว่าได้มอบ หัตถ์แห่งพระเ้ามาให้เวลาฉันอยากสร้างอะไรนึกสร้างอะไรก็เอามือััดินทุกอย่างก็จะเกิดขึ้นมา”
ทันทีที่โอลิเวอร์ได้ยินเขาก็ยิ่งมั่นใจว่าพระเ้าสร้างมนุษย์มาให้เหมือนพระองค์เหมือนดั่งที่อดัมได้เกิดมาคล้ายพระเ้ามากขนาดนี้
โอลิเวอร์ : “สมแล้วที่เป็พ่อของมวลมนุษย์”
เขาพูดเบาๆกับตัวเอง
ทั้งสามลงเรือออกเดินทางแบบสามใบเถา ที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเดินทางไปเจออะไรการผจญภัยที่เหมือนละครโมโมทาโร่ ที่ขาดแค่หมาไปได้เริ่มขึ้นแล้ว
*โมโมทาโร่ = เป็เทพนิยายเื่หนึ่งของญี่ปุ่น ที่พูดถึงชายหนุ่มที่ออกเดินทางพร้อมกับลิง หมาและนก
เมื่อแล่นเรือแจวใบไม้มาได้จนถึงถึงกลางแม่น้ำไทกริส
อดัม : “โอลิเวอร์ เ้าจะได้กินอาหารเช้าที่อีกฝากหนึ่งของแม่น้ำ”
โอลิเวอร์ : “ทำไม ทำไมต้องเป็อีกฟากด้วยผมสงสัยมาั้แ่เช้าแล้ว”
อดัม : “เ้าเห็นปลานั่นไหม”
อดัมพูดพร้อมกับชี้ไปที่ปลาตัวขนาดฝ่ามือประมาณได้ก็คงเกือบร้อยตัวว่ายวนไปมาที่รอบเรือ
อดัม : “นั่นเรียกว่า ปลาหมอเอ็นกลอฟ เป็ปลาตัวเล็กๆเท่าฝ่ามือแต่พวกมันจะกินทุกอย่าง ทุกอย่างที่อยู่ในน้ำช้างตัวหนึ่งฉันเคยเห็นมันกินใช้เวลาแค่เรากินผลไม้ลูกโตแค่นั้นเองแต่ถ้าเราอยู่เหนือน้ำก็ไม่เป็ไร”
โอลิเวอร์ : “อ่อ ดีมากเลยอดัมคุณพาผมล่องเรือมาชมปลาสวยงามที่อาจจะเขมือบเราจนหมดภายในเวลาไม่ถึงนาทีแค่นั้นเนี่ยนะแล้วทำไมคุณถึงห้ามผมกินอาหารเช้าละ”
อดัม : “ไม่ต้องกลัว ปลาพวกนี้มันจะกินสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใต้น้ำแค่นั้นและที่ฉันห้ามเพราะปลาหมอพวกนี้มันไวต่อกลิ่นมากถ้าเรากินอาหารก่อนเดินทางมาแม้แต่นิดเดียวมันจะจมเรือเพื่อเอาเราไปกินไม่เหลือกระดูกแน่ไม่ต้องกลัวหรอกถ้าเราไม่ได้กินอะไรมา ปลาพวกนี้มันก็ยังคงดูน่ารักอยู่”
โอลิเวอร์ : “ผมคิดถึงพื้นดินแล้ว”
โอลิเวอร์พูดพร้อมกับทำหน้าเศร้าเหมือนจะร้องให้หันมองไปที่ชายฝั่งตรงข้าม
โอลิเวอร์ : “อดัม ผมว่าปลาพวกนี้มันดูแปลกๆนะ”
โอลิเวอร์สังเกตเห็นพวกปลามีท่าทีเริ่มเปลี่ยนไปมันว่ายวนรอบเรือไวขึ้นมากขึ้นๆ ละพวกมันก็เริ่มมีบางตัวที่พุ่งชนเรือใบไม้ห่อเถาวัลย์ของอดัม
โอลิเวอร์ : “เฮ้ยมันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ยอดัมไหนบอกว่ามันจะน่ารักไง”
อดัมหน้าถอดสี เพราะดูแล้วเรือใบไม้คงจะทนฝูงปลาหมอเอ็นกลอฟพวกนี้ได้อีกไม่นาน
นกพิราบเจสัน : “ข้ามีอะไรจะบอกหน่ะเมื่อสายๆข้าหิวไปเจอหนอนใมนผลไม้อยู่ตัวนึง ข้าก็ไม่อยากจะทำแบบนั้นหรอกนะแต่เ้าหนอนั่นนะซิ มันเลื้อยกระดึ๊บๆ ยั่วยวนข้าอยู่ได้ ข้าก็เลยซัดไปซะนิดนึง”
ทั้งโอลิเวอร์และอดัม เมื่อได้ยินแล้วทำหน้าตาช็อคเหมือนโดนฟ้าผ่าลงกลางกระดองใจมองหน้าของเจสันที่ทำหน้ายิ้มเขิลอาย
โอลิเวอร์ : “เจสันท่านบินออกไปให้พ้นเรือก่อน เร็วๆเลย”
เจสันทำตามอย่างว่าง่ายเพราะมีความผิดอย่างใหญ่หลวงติดตัวอยู่
ทันทีที่เจสันบินออกนอกเรือพวกฝูงปลาก็กรูกันตามไปเหมือนเจสันเป็ดาราดังวงเกาหลีที่แฟนคลับอยากเข้าไปรุมขอลายเซ็นไม่มีผิดพวกปลารุมพุ่งเข้าใส่เงาของเจสันตัวแล้วตัวเล่า น้ำกระเด็นแตกกระจายไปทั่ว
นกพิราบเจสัน : “เอ้าๆๆ!!! กินเงากันซะให้พอเ้าพวกปลาโง่ฮ่าๆๆ”
เจสันหัวเราะอย่างชอบใจแต่รู้สึกว่าทั้งอดัมและโอลิเวอร์จะไม่ค่อยถูกใจสถานการณ์ตอนนี้เท่าไรนักเพราะหลังจากที่ปลาหมอเอ็นกลอฟว่ายตามเจสันไปแล้วมันทำให้พวกเขาทั้งสองเห็นรอยรั่วใต้ท้องเรือได้ชัดเจนขึ้นและสิ่งที่ชัดเจนกว่านั้นก็คือน้ำที่เริ่มเอ่อล้นเข้ามาในเรือแบบไม่ได้เชื้อเชิญทั้งสองลนลานเอามืออุดรูพร้อมกับวิดน้ำออก แต่มันก็ไม่ได้ผลเท่าไรนัก
โอลิเวอร์ : “ทำยัไงกันดีอดัมถ้าเป็แบบนี้เราคงจมเป็อาหารปลาก่อนที่จะถึงฝั่งแน่ ใช่.....ใช่แล้ว!ใช้พลังท่านสร้างเถาวัลย์มาอุดรอยรั่วซิ”
อดัม : “คงจะไม่ได้หรอก ฉันจะใช้หัตถ์พระเ้าได้ต้องมีดินด้วยแล้วตอนนี้ฉันก็ไม่รู้จะหาดินมาจากที่ไหน เราช่วยกันพายเรือนี้ให้มันไวขึ้นซิเอามือเพิ่มเป็พายน้ำไง เรือจะได้ถึงฝั่งก่อนจม”
โอลิเวอร์ : “คุณบอกผมเองไม่ใช่หรอว่ามันจะกินทุกอย่างที่อยู่ในน้ำไม่ใช่หรอ ผมไม่อยากเป็เดชไอ้ด้วนหรอกนะ”
ทั้งสองทำหน้านิ่งเหมือนคนป่วยนอนติดเตียงที่รอคนมาถอดสอยออกซิเจนแค่นั้นเอง
โอลิเวอร์ : “ถ้าถึงไวขึ้น..ก่อนเรือจมหรอ”
โอลิเวอร์คิดอะไรบางอย่างออกเขายิ้มที่มุมปากเป็บาทหลวงชั่วร้ายเล็กๆอีกครั้ง
โอลิเวอร์ : “ผมนึกวิธีออกแล้ว แต่ไม่รู้มันจะได้ผลไหมนะ”
อดัม : “ตอนี้วิธีใหนก็ได้ขอแค่พาเราไปถึงฝั่งก็พอ”
ทั้งสองปรึกษาแผนกันจากนั้นก็เริ่มลงมือด้วยเวลาอันน้อยนิดโอลิเวอร์ถอดเสื้อคลุมบาทหลวงสีดำของเขาออก เผยให้เห็นหุ่นที่ไม่ถึงกับผอมมีไรกล้ามเล็กน้อยตามประสาเด็กหนุ่มวัยขบเผาะ เขาหักใบของเรือที่เขานั้งมาบริเวณขอบเล็กน้อยแล้วเอามาถูๆกับเสื้อถูจนทั่วทั้งตัวจากนั้นก็หักเอาเถาวัลย์มามัดกับปลายแขนเสื้อ และชายเสื้อให้เป็รูปทรงเหมือนเครื่องร่อน
จากนั้นพวกเขากางส่วนที่เป็ผ้าแล้วเขวี้ยงไปข้างหน้าเรือโดยยังจับเถาวัลย์เอาไว้ให้อยู่ในระยะพอดี
อดัม : “เจสันๆ!! ช่วยบินล่อพวกปลาให้มาอยู่ตรงเสื้อที”
เจสันทำท่างงๆแต่ก็บินมาอย่างว่าง่าย
นกพิราบเจสัน : “พวกมันมารวมกันแล้ว เอายังไงต่อ”
อดัม : “บินล่อพวกมันไปที่ชายฝั่งเลย”
เจสันบินนำพวกปลาหมอไปยังชายฝั่ง พวกมันเริ่มว่ายดันตัวชนผ้าอย่างเอาเป็เอาตายให้ผ้าต้านน้ำไปอย่างรวดเร็ว เรือที่ถูกลากโดยปลาวิ่งแรงเหมือนใช้เครื่องยนต์ 1000 แรงม้าแข่งกับเวลาที่น้ำเริ่มไหล มากขึ้นๆเรื่อยๆ ทำให้ความเร็วลดลงไปตามน้ำหนักน้ำที่เข้ามา
อดัม : “อย่าปล่อยมือนะโอลิเวอร์!!!!!!!!”
โอลิเวอร์ : “เจ็บมือ! แต่ผมไม่เป็อาหารปลาอยู่ที่นี่หรอก!!!!!”
ทั้งสองพูดะโอย่างนักกีฬาซูโม่ที่ออกแรงเต็มที่ดึงเถาวัลย์เหมือนประหนึ่งมันเป็ร่างกายของตนเอง
โอลิเวอร์ : “เจสันๆ บินต่ำลงอีก ต่ำลงให้ได้มากที่สุด!!”
นกพิราบเจสัน : “โอ้ยยยพวกเ้าจะให้ข้ากลายเป็อาหารปลาสูตรนกรึงไง”
โอลิเวอร์ : “ไม่มีเวลาแล้ว เ้าป่าอย่างท่านไม่แพ้ปลาโงพวกนี้หรอกก!!”
นกพิราบเจสัน : “เอาก็เอาถ้าข้ากลายเป็ต้มยำแม่น้ำข้าจะตามไปสาปแช่งพวกเ้า”
เจสันบินต่ำลงอีกพวกปลาทวีความคุ้มคลั่งะโใส่แรงแบบเอาเป็เอาตายทำให้เราใบไม้เหมือนติดไนตัสเพิ่มความเร็วไปอีก
เรือใบไม้พุ่งไปเร็วอย่างมากไม่น่าเชื่อว่าพวกปลาจะมีแรงมากมายมหาศาลแบบนี้ เรือใบไม้พุ่งขึ้นฝั่งอย่างรวดเร็วแบบไม่มีเบรก
ตู๊ม!!!!
พวกเขากระเด็นใส่หาดทรายคนละทิศละทางบนพื้นทรายเรือใบไม้ไม่ต้องพูดถึง สภาพพังยับเยินไม่เหลือชิ้นดีเหมือนมันสละชีพก่อนส่งเ้านายถึงฝั่งฝัน ไม่เว้นแม้แต่นกพิราบเจสันที่พุ่งมาอย่างไม่คิดชีวิตไม่รู้เป็เพราะความใหรือความเป็เพื่อนที่ทำให้เจสันใส่เต็มแรงบินไม่คิดชีวิต
อดัม : “ถุ๊ย!!! ทุกคนเป็ไงบ้าง เจสัน โอลิเวอร์”
อดัมเอาทรายออกจากปากพร้อมปัดหน้าตาให้กลับมาสง่าหัวทองเช่นเดิม
โอลิเวอร์ : “ผมปลอดภัยดี เหมือนฝันเลยรอดมาได้ ต้องขอบใจเจสันเขาบินได้ไวจริงๆไม่งั้นเราของกลายเป็ขนมปังปลาไปแล้ว”
นกพิราบเจสัน : “ข้ายังไม่ตายๆ แต่จะเหนื่อยหมดแรงตายแล้วเนี่ยข้ากระพือจนปีกจะหลุดจากตัวอยี่แล้ว”
เขาพูดไปพร้อมกับหอบแฮกๆไป
นกพิราบเจสัน : “ข้าขอโทษด้วยนะ เพราะความตระกะของข้าทำให้พวกเ้าต้องมาโชคร้ายเจอปลาไล่เขมือบแบบนี้”
อดัม : “ไม่เป็ไรหรอก เราไม่โชคร้ายไปซะทีเดียว ”
อดัมหันไปมองปลากองใหญ่ที่มันพุ่งตามเจสันจนกระเด็นขึ้นมาบนบก ก่อนจะยิ้มแล้วพูดว่า
อดัม : “อย่างน้อยเราก็มีมื้อกลางวัน”