สุริยะเทพิหวั่งไปแล้ว
จอมโจรสำราญชงเมิ่งจูเฟยหลง และหมัดภูผาจิ่งเหิงก็ไปแล้ว
ฝ่ามือทลายฟ้าหานหลิ่งก็หายตัวไปแต่แรก
ลานผงาดฟ้าเงียบงันไป่ขณะเหล่าชาวยุทธ์ต่างบังเกิดความลังเลใจพวกเขาไม่แน่ใจว่าจะมียอดยุทธ์จากไหนโผล่มาอีกหรือไม่ หากลงมือ่ชิงศัตราวุธ ณตอนนี้ ใช่จะถูกกลุ้มรุมสังหารหรือไม่
เมื่อตกลงใจไม่ได้เหล่าชาวยุทธ์จึงยืนสงบนิ่งกันไปพักใหญ่
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเสียงฝีเท้าอันหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้น มันส่งเสียงดังเป็จังหวะที่สม่ำเสมอ ทุกสายตาล้วนหันไปจับจ้องเ้าของเสียงฝีเท้าคู่นั้นแต่แล้วทั้งหมดก็ต้องประหลาดใจกับภาพที่เห็น
บุรุษซอมซ่อผู้หนึ่งเดินเข้ามาด้วยอิริยาบถอันผ่อนคลายที่สุดเสมือนมันเดินอยู่บนท้องถนนในป่าเขาที่ปราศจากผู้คน ผมยาวรุงรังปรกใบหน้าเล็กน้อยใบหน้าสกปรกมอมแมมคล้ายไม่ได้ล้างมาเจ็ดวันสิบวันเสื้อผ้าเก่าขาดรุ่งริ่งเผยให้เห็นผิวเนื้อบางส่วน พัดในมือยังคงโบกพัดเบา ๆเป็จังหวะจะโคนตลอดมา เสมือนคุณชายในตระกูลใหญ่กำลังเดินชมนกชมปลาอยู่มิปานนั่นขัดกับสารรูปของมันโดยสิ้นเชิง
“...ท่องเดียวดายอู๋อี้หลิว...”
เสียงใครบางคนในกลุ่มชาวยุทธ์ดังออกมา จากนั้นก็เป็เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ดังขึ้นมาพึงทราบว่า ท่องเดียวดายอู๋อี้หลิวเป็ยอดยุทธ์ลำดับที่สี่ในเจ็ดยอดยุทธ์ชั้นนอกฝ่ายมนุษย์วิชาตัวเบาของมันเป็ที่เล่าลือกันว่าชั้นยอด ยากจะหาใครเทียบ
มันมาวันนี้ก็เพื่อศัตราวุธด้วยหรือ?
ท่องเดียวดายอู๋อี้หลิวส่งสายตามองไปยังศัสตราเทพที่เหลืออยู่แล้วส่ายหัวไปมาจนผมที่ยาวหงิกงอพลิ้วไปมาเป็กลุ่มก้อนส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปยังคนที่อยู่ใกล้ ๆจนพวกนั้นต้องพากันเอามือปิดจมูกเพราะทนกลิ่นเหม็นสาบอันรุนแรงนั้นไม่ไหว
“ไม่มีอันไหนน่าสนใจเลย ดาบใหญ่เทอะทะเล่มหนึ่งดาบผุ ๆ เล่มหนึ่ง กระบี่ยาวเล่มหนึ่ง และวัตถุแบนทรงกลมมีหนามอีกหนึ่งไม่มีของที่น่าสะสมเลย ...เฮ้อ... ผิดหวัง ผิดหวังจริง ๆ ไม่สมควรมาเลยข้าไม่สมควรตรากตรำลำบากเดินทางมาที่นี่เลย เสียเวลานอน เสียเวลากินเป็ที่สุด”
ด้วยคำพูดและท่าทีของมันทำให้ผู้ฟังต่างงงงวยกันใหญ่ บางคนถึงกับหัวร่อออกมา ในสายตาพวกนั้นนี่เป็ตัวประหลาดโดยสมบูรณ์แบบ ทั้งการกระทำ ท่าทาง และการพูดจา จะให้เห็นเป็อื่นไปไม่ได้เลย
“เ้าตัวเหม็นออกไปจากตรงนั้นทีได้ไหมข้ามีธุระต้องไปทำตรงนั้น”
เสียงสดใสกังวานดังขึ้นมาจากทางทิศเหนือทุกสายตาล้วนหันไปมองโดยพร้อมเพรียง ปรากฏร่างสตรีวัยรุ่นโฉมสะคราญนางหนึ่ง
ด้วยใบหน้าสดใสน่ารัก ปากเชิดนิดหน่อยจมูกโด่งเป็สัน แววตาสุกใส รวมกันแล้วแลดูสวยสมส่วน กอปรกับรูปร่างอันสูงระหงยิ่งขับเน้นให้น่าชมดูจนเหล่าบุรุษละสายตาไปจากร่างนั้นไม่ได้ หล่อนถักเปียสองข้างผมเปียยาวถึงระดับเอว สวมใส่อาภรณ์สีแดงฉูดฉาดแลดูร้อนแรงสะดุดตา
“เ้าหมายถึงข้าหรอ?”
ท่องเดียวดายอู๋อี้หลิวหันมาถามพร้อมกับชี้นิ้วมาที่หน้าอกของตนเอง ใบหน้าแสดงออกถึงความประหลาดใจเป็ที่สุด หญิงสาวชุดแดงพยักหน้าคราหนึ่งพร้อมกับทำจมูกฟุดฟิด ยื่นหน้าไปทางคู่สนทนา
ท่องเดียวดายอู๋อี้หลิวพยักหน้าคราหนึ่งแต่ร่างกลับแน่นนิ่งไม่ขยับไปไหน สองมือกอดอกแล้วก็หลับตาลง ครู่เดียวเท่านั้นแหละเสียงกรนก็ดังออกมาจากคนผู้นี้เป็เสียงกรนที่ทำให้ผู้คนในลานผงาดฟ้าอ้าปากค้างกันเป็แถบ
สตรีชุดแดงขยี้เท้าคราหนึ่งใบหน้ากลับกลายเป็แง่งอน ปากเชิดสูง สายตาซุกซน ในวินาทีนั้นเองหล่อนก็ปลดแส้จากเอวออกมากวัดแกว่ง นี่เป็แส้อ่อนยาวราว ๆ สองวาครึ่งแส้หนังที่สวยงามแข็งแกร่ง ยามอยู่ในมือของนางแส้นี้กลับสะบัดพลิ้วไหวน่าชมดูนัก
“หากเ้ายังแกล้งหลับอยู่ ข้าจะลงมือแล้วนะ”
เสียงอ่อนหวานเสนาะหูดังขึ้นอีกครั้งแม้หล่อนจะพยายามพูดตะคอกใส่แต่เหล่าชายฉกรรจ์รอบด้านล้วนเห็นพ้องกันว่าเสียงนี้ยังคงไพเราะเสนาะหู
ท่องเดียวดายอู๋อี้หลิวยังคงนิ่งเช่นเดิมเสียงกรนยังคงดังมาไม่ขาดสาย คล้ายกับคนนอนหลับบนเตียงนอนอย่างสุขสบายผู้หนึ่งจริงๆ
แส้ในมือของสตรีชุดแดงเริ่มเคลื่อนไหวแล้วหล่อนตวัดไปข้างหน้าคราหนึ่ง ปลายแส้พุ่งตรงมาอย่างรวดเร็วเงียบเชียบใส่ใบหน้าของมนุษย์นิทราผู้หลับเป็ตายอยู่เบื้องหน้าเมื่อปลายแส้ห่างจากใบหน้านั้นคืบเดียวทุกคนล้วนเชื่อว่าปลายแส้นั้นต้องกระแทกใส่ใบหน้าอันโสโครกนั้นจนแหลกเละแน่นอน พลันเกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นปากของคนขี้เซาอ้าออกมาแล้วงับใส่ปลายแส้เอาไว้กลายเป็ว่าแส้นั้นขึงตรงอยู่อย่างนั้น ปลายฟากหนึ่งอยู่ในมือของเ้าของแส้ปลายอีกฟากหนึ่งอยู่ในปากของมนุษย์นิทรานั้น
ผู้ชมอยู่ด้านข้างล้วนตาเบิกโพลงและอดชื่นชมทั้งสองมิได้ หนึ่งนั้นมีฝีมือการใช้แส้ที่ไม่ธรรมดาความเร็ว และการออกอาวุธล้วนเกิดขึ้นในพริบตา ยากที่จะปัดป้องโต้ตอบกลับไปได้ อีกหนึ่งกลับเยี่ยมยอดกว่า ทั้ง ๆที่หลับตาอยู่ยังสามารถรับการโจมตีได้อย่างพิสดารแลดูน่าเกรงขามขัดกับสารรูปแรกเริ่มพบเจอของมันโดยสิ้นเชิง
“เ้าเป็สุนัขหรือไร ถึงกัดปลายแส้ของข้าเอาไว้เช่นนี้หากไม่รีบปล่อย ข้าจะกระชากให้ฟันของเ้าร่วงจนหมดปากเดี๋ยวนี้เลย”
เสียงอันแง่งอนของหล่อนยังคงกระชากหัวใจผู้คนเช่นเดิมเวลาที่หล่อนอ้าปากกล่าววาจาลูกตาก็กลอกกลิ้งไปมา บางทีคิ้วก็ขยับขึ้นลงนำพาให้เหล่าชายที่มองมาิญญาแทบจะหลุดลอยออกจากร่าง
ท่องเดียวดายอู๋อี้หลิวรีบคายปลายแส้ทันที พร้อมกับลืมตาขึ้นมายิ้มเห็นฟันอันขาวสะอาดแก่สตรีที่อาละวาดใส่ตนเองอยู่
“ขออภัยเด็กหญิงเ้าด้วย เราอู๋อี้หลิวหลง ๆลืม ๆ ตลอดเวลา หวังว่าแม่นางจะไม่ถือสาหาความ ว่าแต่เ้ามาที่นี่เพราะสาเหตุใดเป็เวลากว่าห้าวันแล้วที่เ้าติดตามสะกดรอยลอบตามเรามา หรือว่าจะหลงใหลในเสน่ห์ของข้าคิดจับเราผู้สำราญเป็สามีอันประเสริฐ”
เหล่าผู้คนล้วนทำหน้าตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินบางคนถึงกับด่าทอออกมาพวกมันย่อมรับไม่ได้ที่สตรีหนึ่งสวยงามประดุจเทพธิดา์จะมาตกหลุมรักชายโสโครกสกปรกมอมแมมเช่นนี้ได้นั่นเป็เื่ที่ผู้คนยากจะยอมรับได้
“เ้าสำคัญตนเองผิดไปแล้ว ใช่เป็เื่จริงที่ข้าตามติดเ้ามาห้าวัน แต่นั่นมิใช่เพราะพิศวาสอะไรในตัวเ้าข้าเพียงตามติดดูว่ายอดฝีมือที่มีลำดับขั้นเหนือกว่าข้าหนึ่งขั้นนั้นเป็เช่นไรสมควรอยู่ในลำดับขั้นเหนือกว่าข้าหรือไม่ บางทีข้าก็รอโอกาสที่จะพิสูจน์ฝีมือกับเ้าสักคราก็มีเพียงเท่านั้นแหละ”
ผู้คนรอบข้างล้วนทอดถอนใจออกมาด้วยความโล่งอกที่สาวงามหยาดฟ้าไม่หลงผิดไปตามรักอสูรโสโครกผู้นี้
“ลำดับชั้นต่ำกว่าข้าหนึ่งขั้น เ้าคือยมทูตน้อยหานหนี่ว์หรือ?”
“ใช่ ข้าเอง”
เหล่าชาวยุทธ์ล้วนมีอาการตกตะลึง ยมทูตน้อยหานหนี่ว์เป็ยอดยุทธ์ลำดับที่ห้าในเจ็ดยอดยุทธ์ชั้นนอกฝ่ายมนุษย์ตามหลังท่องเดียวดายอู๋อี้หลิวแค่ลำดับเดียวว่ากันว่าวิชาแส้ของนางบรรลุขั้นสูงสุดของวิชาแส้แล้วแต่ที่สร้างชื่อเสียงให้นางอย่างแท้จริงกลับเป็การใช้อาวุธลับอาวุธลับที่สังหารศัตรูมานับไม่ถ้วนไม่น่าเชื่อว่านางจะเป็สาวงามที่เยาว์วัยถึงเพียงนี้สังเกตจากใบหน้าน่าจะมีอายุเพียงสิบเก้าหรือยี่สิบปีเท่านั้น
“เราอย่ามาประลองกันเลยข้ายกตำแหน่งลำดับที่สี่ให้เลยก็แล้วกัน ข้าไม่สามารถลงมือกับสาวงามเช่นเ้าได้และบางทีนะ....ข้าอาจถูกรุมสังหารก็เป็ได้ ดูสิเหล่าบุรุษทั้งหลายล้วนยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับเ้า ข้ายอมแพ้...”
ท่องเดียวดายอู๋อี้หลิวแบสองมือมาเบื้องหน้าอย่างหน้าตาเฉย ยมทูตน้อยหานหนี่ว์ขยี้เท้าส่งเสียงด่าออกมาคำหนึ่งจากนั้นก็หัวร่อออกมา กล่าวว่า
“เราท่านยังมิอาจวัดได้ว่าใครเหนือกว่าใคร แต่ข้ายอมรับในฝีมือของเ้าอยู่บ้างทีนี้ช่วยหลีกทางหน่อยได้หรือไม่ ข้าจะขอไปชื่นชมกระบี่ในตำนานเล่มนั้นหน่อย”
อู๋อี้หลิวผายมือไปทางที่ตั้งกระบี่สุรางคนางค์ มันยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนคล้ายจงใจคล้ายเจตนาก่อกวนประสาทของสตรีงดงามตรงหน้าดูเหมือนมันจะได้ผลตามที่้าด้วย
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์ขยี้เท้าทำหน้าดุคราหนึ่งคล้ายจะอาละวาดออกมา แต่ใน่พริบตาหล่อนก็ยิ้มกว้างออกมา สาดส่ายรอยยิ้มไปรอบข้างเหล่าชาวยุทธ์ล้วนจ้องกันตาเป็ประกาย ในเสี้ยววินาทีนั้นเองมือของหล่อนก็สะบัดวูบ แส้ในมือของหล่อนพุ่งใส่อู๋อี้หลิวอย่างรวดเร็ว
อู๋อี้หลิวขยับร่างนิดหนึ่งคล้ายจะออกกระบวนท่า แต่แล้วก็กลายเป็สงบนิ่งดังเดิม เพียงยิ้มมุมปากเท่านั้น แส้นั้นพุ่งตวัดพันใส่แขนมันรอบหนึ่งจากนั้นแส้นั้นกระตุกอีกคราหนึ่ง ร่างของหญิงสาวเ้าของแส้ลอยข้ามศีรษะมันด้วยท่วงท่าที่งามสง่า
เท้าของยมทูตน้อยหานหนี่ว์ตกลงหน้ากระบี่สุรางคนางค์พอดีไม่ขาดไม่เกิน กระตุกเชือกคราหนึ่งก็เก็บแส้อย่างรวดเร็ว พอเอื้อมมือไปข้างหน้าก็ัักับกระบี่ ความเยือกเย็นแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างของนางทันที จึงต้องรีบโคจรพลังภายในอย่างเร่งด่วนแม้นางจะอ่อนเยาว์แต่พลังภายในกลับไม่ต้อยต่ำ สามารถสะกดตัวดาบได้ในเวลาอันรวดเร็ว
หล่อนพยายามกระชากกระบี่ออกมาจากพื้นหิน แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เื่ง่ายดายสักเท่าไหร่เหมือนมีพลังส่วนหนึ่งฉุดรั้งตัวดาบเอาไว้พร้อมกับกระแทกใส่ลมปราณของหล่อนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถถอนกระบี่ออกมาได้
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์พยายามเก็บอาการไว้ไม่ให้ผิดสังเกต หล่อนเดินกำลังภายในขั้นสูงสุดอย่างเร่งด่วนพร้อมกับถอนกระชากกระบี่สุดแรงเกิด พลังที่ดึงดูดกระบี่พลันะเิออกมาหล่อนจำต้องะโถอยหลังไปสองก้าวพร้อมกับดาบในมือ พื้นหินบริเวณนั้นแตกกระจายบริเวณที่เคยปักกระบี่เอาไว้กลายเป็หลุมขนาดเล็กในทันที
พลังที่าายุทธจักรได้ฝากเอาไว้ ทำเอายอดฝีมือผู้หนึ่งเกือบเสียท่าได้รับบาดเจ็ด โชคดีที่ท่านฝากพลังไว้เพียงน้อยนิด แค่สะกดกระบี่วิเศษเอาไว้เท่านั้น มิฉะนั้นแล้วชะตากรรมของยมทูตน้อยหานหนี่ว์อาจไม่เป็เช่นนี้
หญิงสาวถือกระบี่ในมือด้วยความฉงนสนเท่ห์ใจ ยามนี้กระบี่กลับมีกระแสพลังอันอบอุ่นแล่นเข้าสู่ตัวนางผิดกับครั้งแรกที่ัักระบี่นั้นมีแต่แต่ความเยือกเย็น แต่ยามนี้หล่อนหาได้สนใจไม่ เริ่มร่ายรำกระบี่เป็กระบวนที่สวยงามชุดหนึ่ง ทุกอิริยาบถของหล่อนล้วนตราตรึง กระบวนท่าที่ถ่ายทอดออกมากอปรด้วยท่วงท่าเข้มแข็ง พลิกแพลง เชื่องช้า และต่อเนื่อง นี่เป็เพลงกระบี่ชุดหนึ่ง เพลงกระบี่ที่ไม่ธรรมดา
“เพลงกระบี่ปลิดดอกท้ออันงดงาม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม...”
อู๋อี้หลิวพูดพร้อมกับตบมือหลายครา ใบหน้าของมันแลดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้างแล้ว ปรากฏอาการซุกซนคล้ายทารกน้อยผู้หนึ่งพบเจอกับสิ่งที่น่าสนใจ
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์หันขวับพร้อมกับใบหน้าสงสัยสายตาส่อแววนึกคิด คิ้วขมวดเล็กน้อยชี้ปลายกระบี่ไปยังอู๋อี้หลิว กล่าวว่า
“เ้ารู้ได้ยังไงว่าเป็เพลงกระบี่ปลิดดอกท้อ”
“ฮา ฮา เราโชคดีได้ประมือกับนางเซียนดอกท้อคราหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว กระบวนท่าชุดนี้ทำเรามิอาจลืมเลือน กระบวนท่าอันงดงามนี้ทำเราตกจากอันดับสามมาอยู่อันดับสี่ในทำเนียบยอดยุทธ์ชั้นนอก จึงจดจำใส่ใจมาจนถึงตอนนี้”
“เ้าพ่ายแพ้ให้แก่นาง?”
“ต้องพูดว่าข้าพ่ายแพ้ให้แก่ความงามของนางจึงถูกต้อง ข้า...หลงชื่นชมความงามจนลืมป้องกันกระบวนท่า”
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์ใช้สองมือขยี้หูตนเองไปมา หล่อนแทบไม่เชื่อหูตนเองกับสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมา บุคคลผู้นี้ดูไม่คล้ายบุรุษเ้าชู้เ้าสำราญแต่อย่างใด ไม่น่าเชื่อว่าจะเสียท่าให้กับสตรีผู้หนึ่ง ที่ผ่านมามันกระทำตัวเป็มนุษย์สกปรกโสโครกพเนจร ไม่น่าเชื่อว่ามันจะมีอาการหลงใหลในความงามอย่างผู้อื่นได้
“วางกระบี่ไว้ตรงนั้นแล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า”
สุ้มเสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางฝูงชน เป็เสียงแหลมเล็กทรงพลังของสตรี ผู้คนต่างรีบหันหน้าไปตามเสียง แต่ก็ไม่พบเห็นสตรีเ้าของเสียง ไม่มีแม้แต่เงาร่างอันใดแต่เสียงมาจากตรงนั้นชัดเจน
หรือสตรีนี้จะเป็ภูติผีปิศาจ?
หรือสตรีนี้มีวิชาส่งเสียงพันลี้?
หรือสตรีนี้มีวิชาตัวเบาเลิศภพจบแดน?
แต่เป็ที่แน่ใจได้ว่าผู้มาใหม่หมายปองกระบี่อย่างแน่นอน