ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 300 : ประตูสู่สุสานบรรพชน

จารึกที่ 300 : ประตูสู่สุสานบรรพชน : ความลับใต้ตะกร้าหวาย


แสงสีโลหิตที่เก่าแก่และลึกล้ำยิ่งกว่าห้วงเอกภพ พวยพุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกของ 'ประตูสัมฤทธิ์โบราณ' ประหนึ่งคลื่นยักษ์ที่ถูกกักขังมานับหมื่นปี กลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมามิใช่ปราณเซียนที่บริสุทธิ์ และมิใช่พลังแห่งการลงทัณฑ์ของวิหารเทพ ทว่ามันคือกลิ่นอายของ 'ต้นกำเนิด' ความเก่าแก่ที่ดำรงอยู่ก่อนที่ดวงตาโลหิตบนฟากฟ้าจะถือกำเนิดขึ้น!


9 สภาผู้อาวุโสสูงสุดแห่งวิหารเทพอนันตกาล ผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์ที่เคยหยิ่งยโส บัดนี้ถูกแรงกดดันจากม่านแสงโบราณนี้กระแทกจนทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นศิลา! เลือดสีทองคำไหลทะลักออกจากทวารทั้ง 7 วิถีเต๋าที่พวกมันหล่อหลอมมาจากดวงตาโลหิต กำลังถูก 'ความเก่าแก่' เบื้องล่างปฏิเสธอย่างรุนแรง!


"มะ... ไม่! พลังบรรพชนกำลังตื่นขึ้น! พวกมันเปิดประตูนรกแล้ว!" ผู้อาวุโสอันดับ 1 กรีดร้องด้วยความหวาดผวา รอยร้าวบนแก่นวิญญาณลุกลามประหนึ่งใยแมงมุม


อาเจียยืนตระหง่านอยู่เหนือประตูสัมฤทธิ์ นัยน์ตาสีดำสนิทที่ไร้ก้นบึ้งทอดมองลงไปในความมืดมิดเบื้องล่าง เส้นผมสีดำขลับสะบัดพลิ้วไปตามกระแสลมมรณะ ชายหนุ่มมิได้แยแสต่อความหวาดกลัวของยอดฝีมือวิหารเทพ ทว่าจิตวิญญาณของเขากำลังสั่นสะท้าน... ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะ 'อักขระหลิง (零)' ในสายเลือด กำลังส่งเสียงร้องเรียกหาบางสิ่งที่รอคอยอยู่เบื้องล่าง!


"อาเจีย! จงลงไป!"


เสียงตวาดก้องของมู่เฉินดังลงมาจากฟากฟ้า! ปรมาจารย์ในร่างเนื้ออักขระสีขาวบริสุทธิ์ กำลังเผาผลาญทรัพยากรมหาศาลเพื่อค้ำจุนมิติโลกใบเล็ก ปะทะกับคลื่นพลังทำลายล้างของดวงตาโลหิตที่กำลังโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด! ทะเลหมึกขององค์หญิงน้อยเริ่มระเหยกลายเป็นไอ กฎเกณฑ์แห่งทวีปกำลังจะพังทลายมิติแทรกซ้อนในไม่ช้า!


"ท่านอาจารย์!" อาเจียเงยหน้าขึ้นมอง


"ไม่ต้องห่วงข้า! ประตูนั่นอนุญาตให้ผ่านได้เฉพาะผู้ที่ครอบครองกุญแจและสายเลือดที่อยู่นอกเหนือวัฏจักร!" มู่เฉินประสานอินด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายตวัดร่ายอักขระปิดกั้นเส้นทาง "ข้าจะใช้ร่างเนื้ออักขระนี้ ปิดผนึกปากทางเข้าเอาไว้! ต่อให้ดวงตาโลหิตจะส่งผู้คุมกฎลงมาอีก 100 คน ข้าก็จะขวางพวกมันไว้จนกว่าอำนาจของข้าจะแหลกสลาย! ไปซะ! ไปค้นหาความลับของเจ้า!"


องค์หญิงน้อยบนบัลลังก์อักขระก็ตะโกนเสริม "อาเจีย! รีบลงไปค้นหาคำตอบซะ! หากข้าต้องสูญเสียทะเลหมึกไปฟรีๆ โดยที่เจ้ายังคงเป็นเพียงคนโง่เขลา ข้าจะตามไปบีบคอเจ้าถึงในสุสาน!"


แม้ถ้อยคำจะฟังดูเอาแต่ใจ ทว่ากลุ่มสหายต่างรู้ดีว่า นี่คือการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มู่เฉินและองค์หญิงน้อยกำลังเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อซื้อเวลาให้พวกเขา!


"มิตรสหายของข้า... บุญคุณนี้ ข้าจะตอบแทนด้วยการถล่มวิหารเทพให้ราบคาบ!"


อาเจียกัดฟันแน่น ชายหนุ่มหันกลับมาหาคณะสหาย "ลงไป! ตามข้ามา!"


ฉินมู่หลาง เฟิงอี้หราน หลินชิงเสวี่ย เย่ปิงอวิ๋น และเฟิงหลิงเอ๋อร์ ที่แม้จะบาดเจ็บจากการปะทะ ทว่าแววตาของพวกเขาไม่มีความลังเล พวกเขากระโจนตามหลังบุรุษชุดดำ พุ่งทะยานเข้าสู่รอยแยกของประตูสัมฤทธิ์โบราณ ทิ้งมหานาวาปราณแห่งสูญตาไว้เบื้องบนเพื่อใช้เป็นปราการด่านสุดท้ายร่วมกับมู่เฉิน


ส่วน 'เจ้าสัว' และ 'เจ้าถุงเงิน' ไม่รอช้า พวกมันมุดหายเข้าไปในสาบเสื้อและมิติเงาของอาเจียอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความลับดึงดูดพวกมันให้ติดตามนายของตนไปทุกหนแห่ง!


"ตึงงงงงงงงงงงงงงง!!!"


ทันทีที่ร่างของพวกเขาพ้นขอบประตู ประตูสัมฤทธิ์โบราณก็ปิดสนิทลงดังกัมปนาท! ตัดขาดแสงสว่างและเสียงโกลาหลของสมรภูมิเบื้องบนอย่างสิ้นเชิง ทิ้งให้พวกเขาจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดที่ลึกล้ำและเงียบสงัดที่สุดในเอกภพ


...


มันคือความมืดที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ ไม่มีขวา ไม่มีซ้าย ไม่มีบน ไม่มีล่าง


กลุ่มสหายรู้สึกเหมือนกำลังร่วงหล่นลงไปในหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง ทว่าแรงกดดันที่นี่กลับแปลกประหลาด มันไม่ได้บีบรัดกายเนื้อ แต่มันกำลัง 'ลอกคราบ' พลังของพวกเขา!


"ปราณเพลิงของข้า... กำลังถูกดูดกลืน!" เฟิงอี้หรานอุทาน เปลวเพลิงอัคคีบรรพกาลที่เคยมอดไหม้กฎเกณฑ์ กลับหรี่แสงลงจนเหลือเพียงประกายไฟเล็กๆ


"เจตจำนงกระบี่ของข้าก็เช่นกัน... ที่นี่ปฏิเสธวิถีเต๋าทุกชนิดที่เกิดจากวัฏจักรภายนอก" ฉินมู่หลางหน้าซีด ยอดกระบี่ต้องฝืนใช้กำลังกายเนื้อในการทรงตัวกลางอากาศธาตุ


มีเพียงผู้เดียวที่มิได้ถูกความมืดนี้ริบรอนพลัง


อาเจีย!


บุรุษชุดดำผู้ครอบครอง 'อักขระสูญตา' ร่างกายของเขากลมกลืนไปกับความมืดมิดนี้อย่างสมบูรณ์แบบ ทารกวิญญาณสูญตาในจุดตันเถียนไม่ได้ถูกต่อต้าน ทว่ามันกำลัง 'หายใจ' อย่างเป็นอิสระ ราวกับมัจฉาที่ได้หวนคืนสู่มหาสมุทรที่แท้จริง!


"ไม่ต้องตื่นตระหนก... เกาะกลุ่มกันไว้ ความมืดนี้ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายพวกเจ้า มันเพียงแค่ชำระล้างอำนาจแปลกปลอม"


อาเจียแผ่รังสีปราณเซียนแท้สีเงินยวงออกไปโอบอุ้มมิตรสหาย รัศมีสีเงินของเขากลายเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในความมืดมิดนำทางทุกคนให้ร่อนตัวลงจอดบน 'ขั้นบันไดหิน' ที่ลอยคว้างอยู่ท่ามกลางความไม่มี


เมื่อปลายเท้าแตะพื้น บันไดหินโบราณก็ทอดยาวออกไปเบื้องหน้า 2 ข้างทางคือหุบเหวแห่งความว่างเปล่า ทุกย่างก้าวที่กลุ่มสหายเดินหน้าไป จะปรากฏคบเพลิงสีเขียวคล้ำลุกพรึบขึ้นมาเองตามผนังศิลาที่มองไม่เห็น


บรรยากาศที่นี่ไร้ซึ่งการปรุงแต่ง ไม่มีหยก ไม่มีทองคำ มีเพียงศิลาหยาบๆ และความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ทำให้แม้แต่เจ้าสัวก็ยังหดหัวอยู่ในสาบเสื้อ ไม่กล้าปริปากพูดสิ่งใด


พวกเขาเดินตามบันไดหินลงมาเนิ่นนาน (ไม่อาจใช้กฎเกณฑ์ของเวลามาระบุได้ในดินแดนแห่งความว่างเปล่า) จนกระทั่งมาถึง 'ลานศิลาแปดเหลี่ยม' ขนาดยักษ์


ณ สุดปลายลานศิลา คือ 'กำแพงหินขนาดยักษ์' ที่ตั้งตระหง่านปิดกั้นเส้นทางทั้งหมด กำแพงนี้สูงตระหง่านทะลุความมืด และบนพื้นผิวของมัน มิได้เรียบเนียน ทว่ามันเต็มไปด้วยร่องรอยของการสลักเสลาด้วยวิถีเต๋าที่เก่าแก่ที่สุด!


"นั่นมัน... มหาภาพสลักบรรพกาล!" เย่ปิงอวิ๋นเบิกตากว้าง สตรีผู้เป็นมันสมองของกลุ่มรีบก้าวเดินเข้าไปใกล้


อาเจียเดินนำหน้าสหาย ชายหนุ่มยกมือขึ้นสัมผัสภาพสลักบนกำแพงหิน พริบตาที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสร่องรอยเหล่านั้น อักขระสูญตาในจุดตันเถียนก็เต้นตุบๆ อย่างรุนแรง เลือดในกายเดือดพล่านประหนึ่งได้พบกับสายเลือดที่สาบสูญ!


"ภาพสลักนี้... มันกำลังเล่าเรื่องราว... เรื่องราวที่ดวงตาโลหิตจงใจปกปิดเอาไว้!"


อาเจียพึมพำ นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองความยิ่งใหญ่ของกำแพงหิน ทว่าภาพบางส่วนมันเลือนรางและถูกพลังบางอย่างบดบังเอาไว้


"เฟิงหลิงเอ๋อร์! หลินชิงเสวี่ย! ข้าต้องการให้พวกเจ้าใช้วิถีเต๋าของพวกเจ้า... ถอดรหัสภาพสลักพวกนี้ออกมาให้ข้า!" อาเจียหันไปสั่งการ


"รับทราบ!"


ดรุณีน้อยเฟิงหลิงเอ๋อร์ก้าวออกมาเบื้องหน้า นางสูดลมหายใจลึก รีดเค้นพลังจากมิติเอกเทศที่หลงเหลืออยู่ "เนตรดารา... เบิกนภา ทะลวงอดีตกาล!" ดวงตาของนางสาดประกายแสงสีกาแล็กซี สาดส่องลงบนกำแพงหิน แสงดาราของนางทำหน้าที่ขจัดม่านหมอกแห่งกาลเวลาที่บดบังภาพสลัก!


ในขณะเดียวกัน หลินชิงเสวี่ยสตรีน้ำแข็งก็หลับตาลง นางทาบฝ่ามือลงบนกำแพงหิน "โสตสวรรค์... รับฟังสัจธรรมที่สาบสูญ!" หูของนางไม่ได้ฟังเสียงลม ทว่านางกำลังฟัง 'ความสั่นสะเทือนของอักขระ' ที่ถูกสลักไว้เมื่อนับหมื่นปีก่อน!


ทั้ง 2 พรสวรรค์แห่งสหายร่วมเป็นร่วมตาย ทำงานผสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ! ภาพสลักบนกำแพงหินที่เคยตายซาก พลันเปล่งประกายแสงสีเทาหม่น และ 'เคลื่อนไหว' ประหนึ่งภาพมายาที่กำลังฉายอดีตให้ทุกคนได้ประจักษ์!


"ข้าเห็นแล้ว... และข้าได้ยินเสียงของมัน..." หลินชิงเสวี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน นางเริ่มบรรยายภาพที่ปรากฏขึ้นในจิตวิญญาณให้ทุกคนฟัง

ภาพสลักช่องแรก... แสดงให้เห็นถึง 'ทวีปหุบเขาต้องห้าม' ในยุคที่ยังไม่ถูกเรียกว่าทวีปต้องห้าม! มันคือดินแดนที่งดงาม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปราณฟ้าดินที่บริสุทธิ์ ผู้ฝึกตนและเผ่าอสูรบรรพกาลอาศัยอยู่ร่วมกัน ศึกษา 'อักขระ' ที่เกิดจากธรรมชาติ โดยมี 'สำนักเร้นลับ' แห่งหนึ่งเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ สัญลักษณ์ของสำนักนั้น... คือรูปพู่กันที่กำลังวาดจักรวาล!


"นั่นมัน... ต้นกำเนิดของสำนักหมื่นอักขระ!" เฟิงอี้หรานตะลึงงัน


ภาพสลักช่องที่ 2... ท้องฟ้าอันงดงามพลันถูกฉีกกระชาก! รอยแยกมิติขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นเหนือทวีป สิ่งที่โผล่ออกมาจากรอยแยกนั้น มิใช่เทพเซียน ทว่ามันคือ 'ดวงตาโลหิต' ขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยความวิปริตและอำนาจแห่งการบงการ! ดวงตานั้นมิใช่สิ่งมีชีวิตที่เกิดตามธรรมชาติ ทว่ามันคือ 'ศัสตราวิเศษระดับปรมัตถ์' ที่มีเจตจำนงของตนเอง! มันหลุดลอยมาจากดินแดนที่สูงส่งกว่า และร่วงหล่นลงมายังทวีปนี้!


"ศัสตราที่มีชีวิต... ดวงตาโลหิตคือปรสิตที่แท้จริง!" ฉินมู่หลางกำกระบี่แน่น


ภาพสลักช่องที่ 3... สงครามล้างโลก! ดวงตาโลหิตต้องการดูดกลืนทวีปนี้เพื่อรักษาตัวมันเอง มันกางมหาค่ายกลพิพากษา บดขยี้สำนักเร้นลับ ผู้ฝึกตน และเผ่าบรรพกาล ผู้ที่ยอมสยบถูกประทับตราอักขระเทพจอมปลอม กลายเป็นผู้รับใช้และถูกก่อตั้งเป็น 'วิหารเทพอนันตกาล' ส่วนผู้ที่ต่อต้าน ถูกล้างบางจนหมดสิ้น


"และผู้ที่ต่อต้านจนถึงวินาทีสุดท้าย... คือเหล่ายอดฝีมือของสำนักเร้นลับ... พวกเขาสละชีวิต เพื่อหล่อหลอมป้อมปราการใต้ดินแห่งนี้... สุสานเทพบรรพชน! เพื่อกักเก็บความลับและ 'ความหวังสุดท้าย' มิให้ดวงตาโลหิตค้นพบ!" หลินชิงเสวี่ยรับฟังเสียงร้องแห่งความตายจากภาพสลัก น้ำตาแห่งความรันทดไหลรินอาบแก้ม


ทว่า ภาพสลักช่องสุดท้าย... คือสิ่งที่ทำให้อาเจียถึงกับลืมหายใจ!


เฟิงหลิงเอ๋อร์เบิกตากว้าง แสงดาราในดวงตาของนางสั่นไหวอย่างรุนแรง "ศิษย์พี่อาเจีย... ภาพนี้... มัน..."


ภาพสลักช่องที่ 4 ปรากฏภาพของรอยแยกมิติอีกครั้ง! ทว่าครั้งนี้ มันเกิดขึ้นหลังจากที่โลกถูกดวงตาโลหิตปกครองไปแล้วหลายพันปี รอยแยกนี้เล็กจิ๋ว ทว่ากลิ่นอายของมันบริสุทธิ์และเก่าแก่ยิ่งกว่าเอกภพใดๆ!


จากรอยแยกนั้น... มีสิ่งหนึ่งร่วงหล่นลงมาสู่ทวีปหุบเขาต้องห้าม ฝ่าทะลวงการจับตามองของดวงตาโลหิตราวกับสายลมที่ไร้ตัวตน!


มันคือ... 'ตะกร้าหวายผุพัง' ใบหนึ่ง!


ภาพสลักขยายรายละเอียดให้เห็นชัดเจน... ภายในตะกร้าหวายที่ลอยล่องลงมาจากห้วงสุญญตา... ปรากฏร่างของ 'ทารกน้อย' ผู้หนึ่ง


ทารกผู้นั้นมีเส้นผมสีดำขลับ ทว่าบนใบหน้าของเขา... ปราศจากดวงตาทั้ง 2 ข้าง! มีเพียงผิวหนังที่เรียบเนียนปิดทับบริเวณเบ้าตา! มันคือทารกไร้เนตร!


และในมือเล็กๆ ของทารกผู้นั้น... กำ 'กิ่งไม้สีดำสนิท' ที่มีพื้นผิวขรุขระประหนึ่งเศษถ่านเอาไว้แน่น! กิ่งไม้นั้นแผ่รังสีแห่งความว่างเปล่าที่สามารถลบล้างทุกกฎเกณฑ์ในวัฏจักร!


"ตะกร้าหวาย... ทารกไร้เนตร... และกิ่งไม้ดำ..."


อาเจียพึมพำด้วยเสียงที่แผ่วเบาประหนึ่งคนละเมอ ชายหนุ่มก้าวเดินเซถลาเข้าไปทาบ 2 มือลงบนภาพสลักของทารกนั้น!


ความทรงจำอันเลือนรางเมื่อ 15 ปีก่อน ที่ถูกฝังลึกอยู่ในก้นบึ้งของแก่นวิญญาณ พลันระเบิดออก! คืนที่ดาวตกและม่านหมอกในหุบเขาต้องห้ามแหวกออก นักพรตหมื่นอีแปะเก็บเขามาเลี้ยงจากซากตะกร้าหวาย... และดวงตาสีเงินยวงที่เขาใช้อยู่ทุกวันนี้... มันคือดวงตาที่ 'นักพรตหมื่นอีแปะ' เป็นผู้หลอมรวมและสลักวิถีเต๋าใส่เข้าไปให้ในภายหลัง เพื่อปกปิดความวิปริตของสายเลือด!


"ข้า... ไม่ใช่เด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้งในป่า..."


อาเจียหอบหายใจรุนแรง อักขระมารบนท่อนแขนลุกลามขึ้นไปถึงต้นคอ ทารกวิญญาณสูญตาในจุดตันเถียนสั่นสะท้านด้วยความรู้แจ้งที่ก้าวล่วงกฎเกณฑ์!


"ข้าคือทารกที่ร่วงหล่นมาจากดินแดนแห่งความว่างเปล่า... ข้าเกิดมาโดยปราศจากเนตร เพื่อที่จะไม่ต้องมองเห็นความจอมปลอมของโลกนี้... ข้าคือผู้ที่ถูกส่งมา เพื่อกลืนกินดวงตาโลหิตนั่น!"


ชาติกำเนิดที่บิดเบี้ยวและยิ่งใหญ่ที่สุด ถูกไขกระจ่างแล้ว!


อาเจียไม่ได้เป็นผู้ฝึกตนที่บังเอิญบรรลุความว่างเปล่า ทว่าตัวตนของเขา 'คือ' ความว่างเปล่าโดยกำเนิด!


การต่อต้านสวรรค์ของเขา มิใช่แค่ความโกรธแค้น ทว่ามันคือ 'เจตจำนง' ของผู้ที่ถูกส่งมาเพื่อล้างบางปรสิต!


"ศิษย์พี่อาเจีย..." กลุ่มสหายต่างมองบุรุษชุดดำด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง พวกเขาเพิ่งตระหนักว่า สหายผู้นี้ แบกรับชาติกำเนิดที่หนักอึ้งและโดดเดี่ยวยิ่งกว่าขุนเขาบรรพกาล


"แฮ่ก... ฮ่าฮ่าฮ่า..."


อาเจียก้มหน้าลง เสียงหัวเราะที่แผ่วเบาค่อยๆ ดังขึ้น ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นการแผดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง! เสียงหัวเราะนั้นกึกก้องไปทั่วสุสานบรรพชน มันไม่ได้แฝงความโศกเศร้า ทว่ามันเต็มเปี่ยมไปด้วยความเด็ดขาดที่หลุดพ้นจากพันธนาการทั้งมวล!


"ในเมื่อข้าคือผู้ที่ถูกส่งมาทวงคืนความสมดุลโดยชอบธรรม... เช่นนั้นข้าก็ไม่ต้องเกรงใจกติกาใดๆ อีกต่อไป!"


อาเจียเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาสีดำสนิทที่ดุดันจ้องมองกำแพงหิน ชายหนุ่มสะบัดชายเสื้อ ล้วงมือเข้าไปในความว่างเปล่าของจุดตันเถียน!


"พวกเจ้าจงดูให้เต็มตา! สิ่งที่จะทำให้สวรรค์ต้องสั่นสะเทือน!"


ชายหนุ่มกระชากมือออกมา! สิ่งที่อยู่ในมือของเขามิใช่พู่กันนิรันดร์... ทว่ามันคือ 'กิ่งไม้สีดำสนิท' ที่มีพื้นผิวขรุขระ! กิ่งไม้ที่เขาเก็บซ่อนไว้เป็นความลับที่สุดมาตั้งแต่จำความได้ กิ่งไม้ที่ไม่เคยกินปราณ ไม่เคยสำแดงเดช ทว่าแข็งแกร่งจนไม่มีศัสตราใดในโลกทำลายได้!


กิ่งไม้บรรพกาลแห่งห้วงสุญญตา!


พริบตาที่กิ่งไม้ดำปรากฏขึ้นในอากาศธาตุของสุสานบรรพชน!


"ครืนนนนนนนนนน!!!"


มหาภาพสลักบนกำแพงหิน พลันตอบสนองอย่างรุนแรงประหนึ่งรอคอยเวลานี้มานับหมื่นปี! อักขระโบราณที่ซ่อนเร้นอยู่ในกำแพง สว่างวาบด้วยแสงสีเงินยวงที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าแสงของพู่กันนิรันดร์!


กำแพงหินขนาดยักษ์ ค่อยๆ 'แยกตัว' ออกจากกันตรงกึ่งกลาง! เลื่อนเปิดออกอย่างเชื่องช้า พร้อมกับเสียงเสียดสีของหินผาที่ดังกึกก้องไปถึงรากฐานของทวีป!


และสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังมหาภาพสลักนั้น... ทำให้กลุ่มสหายถึงกับเข่าทรุดด้วยความสั่นสะท้าน!


มันไม่ใช่กองสมบัติศิลาปราณ ไม่ใช่เคล็ดวิชาสุดยอด และไม่ใช่โลงศพของผู้อาวุโส!


ทว่ามันคือ 'ต้นไม้ขนาดยักษ์' ที่เหี่ยวเฉาและตายซาก! ลำต้นของมันใหญ่โตประหนึ่งขุนเขา ทว่าไม่มีใบไม้แม้แต่ใบเดียว พื้นผิวของลำต้นเป็นสีดำสนิท... สีดำแบบเดียวกับ 'กิ่งไม้' ในมือของอาเจีย! รากของมันหยั่งลึกลงไปในผืนปฐพี เป็นดั่งเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงทวีปต้องห้ามมาตั้งแต่ยุคบรรพกาล!


และที่น่าตื่นตะลึงที่สุด... คือบนกิ่งก้านที่ตายซากของต้นไม้ยักษ์นั้น... มี 'ตะกร้าหวาย' นับพันๆ ใบ แขวนอยู่!


ตะกร้าหวายเหล่านั้นผุพังและว่างเปล่า ทว่ามีกลิ่นอายของ 'ความว่างเปล่า' หลอมรวมอยู่ภายใน!


"นี่คือ... ต้นไม้แห่งวัฏจักรสูญตา..."


อาเจียเบิกตากว้าง ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงเสียงเรียกจากต้นไม้ยักษ์ มันคือสายเลือดเดียวกัน! มันคือเผ่าพันธุ์ของเขา!


หลินชิงเสวี่ยใช้โสตสวรรค์รับฟังความรู้แจ้งที่ดังก้องออกมาจากต้นไม้ นางหน้าซีดเผือด "อาเจีย... ต้นไม้นี้ คือรากฐานของสำนักเร้นลับเมื่อหมื่นปีก่อน... และตะกร้าหวายพวกนั้น... คือ 'ผลไม้' ของมัน!"


"ผลไม้?" เฟิงอี้หรานทวนคำด้วยความงุนงง


"เผ่าพันธุ์ของเจ้า... มิได้เกิดจากครรภ์มารดา อาเจีย..." หลินชิงเสวี่ยน้ำตาไหลริน "เผ่าสูญตา บ่มเพาะทารกในตะกร้าหวายที่ห้อยโหนอยู่บนต้นไม้วัฏจักร... เมื่อดวงตาโลหิตบุกมาทำลายล้าง บรรพชนแห่งสำนักหมื่นอักขระได้ใช้พลังเฮือกสุดท้าย เด็ดตะกร้าหวายใบสุดท้ายที่ยังสมบูรณ์... โยนเข้าไปในรอยแยกมิติแห่งความว่างเปล่า เพื่อซ่อนเจ้าเอาไว้ รอวันแห่งการทวงคืนความยุติธรรม!"


ความเงียบงันอันหนักอึ้งเข้าปกคลุมลานศิลา


อาเจียกำกิ่งไม้ดำในมือแน่นจนเลือดซึม กิ่งไม้นี้... แท้จริงแล้วก็คือ 'สายสะดือ' ที่เชื่อมต่อเขากับต้นไม้บรรพกาล!


บุรุษชุดดำ บัดนี้ได้ตระหนักแล้วว่า 'ภาระ' ที่เขากำลังแบกรับ มิใช่แค่ความแค้นของต้วนเทียน ทว่ามันคือ 'ชีวิตของเผ่าพันธุ์และมารดา' (ต้นไม้วัฏจักร) ที่ถูกดวงตาโลหิตพรากไป!


"สวรรค์จอมปลอม... บังอาจมาโค่นต้นไม้บ้านข้า... กดขี่ทวีปแห่งนี้มาเนิ่นนาน!"


อาเจียก้าวเดินเข้าไปหาต้นไม้ยักษ์ที่ตายซาก ชายหนุ่มคุกเข่าลงเบื้องหน้าโคนต้นไม้ วางกิ่งไม้ดำลงบนรากที่แห้งผาก


"หนี้แค้นที่ล่วงเลยมาหมื่นปี... วันนี้ ข้าจะทวงคืนทุกสิ่งจนกว่าพวกเจ้าจะไม่เหลือซาก!"


อาเจียลุกขึ้นยืน นัยน์ตาสีดำสนิทสาดประกายความมุ่งมั่นที่ก้าวล่วงกฎเกณฑ์ทุกประการ! เขาหันกลับมาหากลุ่มสหาย!


"สหายของข้า! ปริศนาจบลงแล้ว! บัดนี้ ถึงเวลาแห่งการทวงคืนที่แท้จริง!"


ชายหนุ่มตวัดแขน อักขระสูญตาและปราณเซียนแท้ระเบิดออกจากร่าง คลุมร่างต้นไม้ยักษ์ที่ตายซาก! ต้นไม้บรรพกาลมิได้ต่อต้าน ทว่ามันยอมสลายตัว กลายเป็น 'พลังงานความว่างเปล่าบริสุทธิ์' พุ่งทะลักเข้าสู่จุดตันเถียนของอาเจีย!


พลังที่หลับใหลมานับหมื่นปี กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้น! ระดับพลังของเขาพุ่งทะยานจากวิญญาณแรกเริ่มขั้นต้น ทะลวงกำแพงกฎเกณฑ์อย่างบ้าคลั่ง!

ขั้นกลาง! ขั้นปลาย! ขีดสุดแห่งวิญญาณแรกเริ่ม!


กลิ่นอายความตายและการเกิดใหม่หมุนวนรอบกาย อาเจียกำลังก้าวเข้าสู่สภาวะที่ท้าทายสวรรค์อย่างแท้จริง!


"จงเตรียมตัวให้พร้อม! เมื่อข้าหลอมรวมมรดกนี้เสร็จสิ้น... เราจะทะลวง กลับขึ้นไปรื้อวิหารเทพ และกระชากดวงตาโลหิตลงมาเหยียบย่ำให้จมดิน!"


กลุ่มสหายชูศัสตราขึ้นฟ้ารับคำประกาศ! การค้นพบความลับใต้ตะกร้าหวาย มิใช่จุดจบ ทว่ามันคือ 'การเบิกเนตร' ของผู้แสวงมรรคแห่งความว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์แบบ! มหากาพย์แห่งการโค่นล้มสวรรค์ ได้ก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดของการแตกหัก!


ดวงตาโลหิตบนฟากฟ้า จงสั่นสะท้านเถิด... เพราะบัดนี้ มัจจุราชผู้เป็นตัวแทนแห่งการดับสูญที่แท้จริง ได้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลแล้ว!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน