นิ้วมือเล็ก ๆขยับพร่างพรมบนแป้นคีย์บอร์ดอย่างชำนาญ ชายหนุ่มหน้าตี๋ร่างสูงผมสั้นสีน้ำตาลแดงยืนมองอยู่ข้างคอมพิวเตอร์สีซีดด้วยแววตาชื่นชม เขาเหลียวมองบรรยากาศในร้าน “หมูหยองอินเตอร์เนท”ที่เห็นจนชินตาแต่ความรู้สึกกลับสดใสมากกว่าเมื่อครั้งที่เ้าของร้านยังอยู่
ราวกับว่าร้านเนทเล็ก ๆที่มีคอมพิวเตอร์ให้บริการอยู่ประมาณสิบสองเครื่องได้รับความดูแลอย่างดีพื้นห้องก็สะอาด ถังขยะที่ไม่มีขยะล้นให้รำคาญลูกตา ประตูกระจกก็ใสสว่างไม่มีคราบฝุ่นหรือเป็เพราะพนักงานดูแลร้านคนใหม่ที่เพิ่งประจำการได้เพียงอาทิตย์เศษคนนี้
“เรียบร้อยแล้วค่ะพี่ตั้ม”
“อ้อ!”
ตั้มหันมาตามเสียงเรียกของเด็กสาวที่ยิ้มหน้าแป้นอยู่หน้าคอมพ์เธอหมุนเก้าอี้เลื่อนมารอรับกระดาษที่ไหลออกมาจากเครื่องปริ๊ตเตอร์
“ใบเสนอราคาค่ะค่าปริ๊ตแผ่นละห้าบาท ส่วนค่าบริการเอาเป็ซามูไรเบอร์เกอร์ชิ้นหนึ่งนะคะ”
“โหนี่เหรอราคากันเองงั้นพี่ขอราคาปกติดีกว่ามั้ง” ชายหนุ่มหัวเราะจนตาหยี
“เอ่อ…แล้วที่พี่ให้หาข้อมูลประกวดยังดีไซด์เนอร์อะไรนั่นละ”
“พรุ่งนี้ได้ไหมค่ะ โซดาsaveมาแล้วแต่มันต้องทำเป็wordก่อนถึงจะปริ๊ตได้นะคะ”
ยังไม่ทันที่โซดาจะพูดจบประโยคเสียงโทรศัพท์มือถือของตั้มก็ดังขึ้น หนุ่มตาหยีก็หมุนตัวไปคุยโทรศัพท์อยู่มุมร้าน ภาพของเพื่อนพี่ชายคนนี้จะดูเหมือนชอบปะทะคารมกับสาวมั่นนามน้ำหวานทุกฉากทุกตอน แต่ไม่มีอะไรเลยที่ชายหนุ่มจะไม่รู้เกี่ยวกับเื่ราวของอีกฝ่ายรวมทั้งสิ่งที่เป็ความใฝ่ฝันของเธอคนนั้นอีกด้วย โซดาระบายยิ้มน้อย ๆ นึกอยากมีใครสักคนที่มาค่อยดูแลและห่วงใยแบบที่ตั้มทำให้น้ำหวานอย่างเสมอต้นเสมอปลาย จู่ ๆผีหนุ่มร่างโปร่งใสก็ก้าวทะลุประตูกระจกของร้านเนทเข้ามาสบตากับโซดา ที่นั่งใจลอยอยู่ใกล้ประตูแล้วโบกมือบกไม้ทักทาย
“ฮ่วย!” โซดาสะดุ้ง “นายวุ่นวาย! อย่าจู่ ๆก็โผล่มาอย่างนี้ซิ”
สาวโซดาเผลอตะคอกเสียงดัง จนลูกค้าที่อยู่ในร้านสามคนสะดุ้งรวมทั้งเพื่อนพี่ชายที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่หันมามองอย่างใ
“เอ่อ...โซดาซ้อมร้องเพลงค่ะเพลงใหม่โหลดจากเนทค่ะ...จู่ ๆ เธอก็มาโผล่ในหัวใจฉัน…เย้...เย่”
“จะเป็นักร้องหรือนักเขียนกันแน่”
ตั้มหัวเราะไม่จริงตังโซดาแสร้งยิ้มหัวเราะตามแต่หันไปทำหน้าดุใส่คุณิญญาเร่ร่อน คนถูกดุก้มศีรษะขอโทษก่อนจะเดินมานั่งใกล้ ๆสาวโซดาโดยที่ไม่มีใครในร้านรู้สึกถึงการมาเยือนของเขาเลย
“เอ๊ะพี่ตั้มเปลี่ยนมือถือใหม่อีกแล้วเหรอค่ะ” เด็กสาวถามพลางยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ
“ฮืมอันนี้ถ่ายรูปได้นะ ว่าแต่ทำไมเราไม่มีสักเครื่องละไอ้เบียร์ขี้เหนียวขนาดนี้เลยเหรอ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นพี่เบียร์บอกว่ารอเงินเดือนออกก่อนนะค่ะอีกอย่างโซดาก็ไม่ได้จำเป็ต้องใช้อะไรด้วย”
“นั่นนะซิ...งั้นพี่ขอลองมือถือหน่อยละกัน” ตั้มยกโทรศัพท์เครื่องเท่ห์ถ่ายรูปน้องสาวเพื่อนทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายเก๊กหน้า
“พี่ตั้มอ่ะจะถ่ายรูปก็บอกก่อนซิ ไหนดู ไม่เห็นสวยเลยหลับตาด้วย ถ่ายใหม่เดี๋ยวนี้นะ”
“ได้ขอรับคุณหนู”
ตั้มทำเสียงล้อเลียน โซดาเสยผมที่รุยร่ายขึ้นเธอมักจะรวบผมยาวเคลียบ่าขึ้นเป็หางม้าดูทะมัดทะแมง เสี้ยววินาทีหนึ่ง เธอฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้จึงหันไปทางที่ิญญาหนุ่มนั่งยิ้มหน้าจืดอยู่ไม่ห่างกันนัก
“เปลี่ยนมุมบ้างซิถ่ายตรง ๆ หน้าบานเป็จานดาวเทียมแน่เลย”
“ครับ-ครับคุณหนู”
เด็กสาวขยับตัวลากเก้าอี้ไปใกล้เก้าอี้ว่างตัวหนึ่งไม่มีใครเห็นว่ามีร่างชายหนุ่มสวมแว่นตาทรงกลมนั่งอยู่ เธอเอียงคอเล็กน้อยทำท่าเก๋แต่ใบหน้าไร้เครื่องสำอางเกือบชิดแก้มของอีกฝ่าย คุณผีวุ่นวายเหลียวมองอย่างใ แต่ยังไม่ทันเบี่ยงตัวออกชายหนุ่มหน้าตาหยีก็ยกนิ้วทำท่าโอเค
“สวยพอไหมครับคุณหนู”
ตั้มยืนโทรศัพท์มือถือให้ดูรูปภาพในจอเล็กๆ รอยยิ้มบนใบหน้าหวานสดใสกลับเลือนหายไปทันทีเมื่อในรูปนั้นมีเพียงเธอคนเดียว
“ขออีกรูปได้ไหมคะเอาแบบเห็นวิวข้าง ๆ ด้วย อย่าถ่ายหน้าโซดาใกล้ ๆ เดี๋ยวเห็นเม็ดสิว”
“ครับ ได้ครับคุณหนูเอ้า! หนึ่ง สองสาม”
คราวนี้ภาพที่ได้มาก็ไม่ต่างจากเดิมแม้จะเป็ภาพถ่ายมุมกว้าง สีหน้าของโซดาไม่อาจซ่อนรอยเศร้าได้หมด ทำให้เพื่อนพี่ชายรู้สึกกังวลไปด้วยแม้จะไม่รู้สาเหตุก็ตาม
“ไม่มีอะไรหรอก เอ่อ...โซดาคิดพล็อตนิยายอยู่ แบบว่านางเอกอยากถ่ายรูปผีที่ชอบทำตัววุ่นวายนะค่ะ” ไม่พูดเปล่าแต่ส่งสายตาประชดประชันไปยังผีหนุ่มที่ยืนตัวลีบอยู่ไม่ห่างนัก
“เฮ้ย! ถ้าถ่ายรูปผีติดก็มีแต่ชัตเตอร์กดติดิญญาแล้วเออ...เดี๋ยวพี่ไปทำงานก่อน ที่อู่ไม่มีคนดูแล ขอบใจนะสำหรับใบเสนอราคาเนี่ย”
เด็กสาวโบกมือให้แทนคำลา เธอหันกลับมาสนใจคุณผีเร่ร่อนที่ชอบหน้าตาบ้องแบ๊วเหมือนลูกแมวหลงทาง เขาขยับเข้ามานั่งที่หน้าคอมพ์ใกล้ประตูทางเข้า-ออกร้าน ซึ่งเป็ที่ประจำของว่าที่นักเขียนดาวรุ่งที่มีความมุ่งมั่นแต่ยังเขียนนิยายไม่จบสักเื่
“ฉันนึกว่าถ่ายรูปนายติดจะได้เอาไปประกาศหาคนหายได้”
“ผมอาจมีพลังงานในตัวเองไม่มากพอที่จะแสดงรูปร่างให้ใครเห็นมั่งครับ” เขาลังเลว่าจะบอกเธอดีไหมว่าเขาไม่ใช่คนเอ่อ ิญญาในยุคนนี้
“นั่นนะซิ...เพราะนอกจากนายแล้วฉันก็ไม่เคยผีที่ไหนเลย”
“แต่ผมว่าตอนนี้มีคนมองคุณอยู่นะ”
โซดาหันไปทางที่นายวุ่นวายบุ้ยปากให้ ลูกค้าในร้านหันมามองอย่างงง ๆเหมือนเห็นเธอสติไม่เต็ม
“เอ่อ...ซ้อมบทสนทนาที่จะใช้เขียนนิยายนะค่ะ แหะๆ”
เด็กสาวได้แต่ทำหน้างอรู้สึกอับอายครั้งแล้วครั้งเล่าที่เธอเผลอพูดคุยกับนายวุ่นวายต่อหน้าคนอื่นจนใครต่อใครคิดว่าเธอเริ่มมีอาการเพี้ยนเพราะอยากเป็นักเขียน
กว่าสัปดาห์หนึ่งแล้วที่ชีวิตที่แสนธรรมดา ของเด็กสาวอายุสิบเจ็ดผู้เดินทางมาจากขอนแก่นเริ่มไม่ธรรมดาจนกลายเป็“คนเพี้ยน”ในสายตาคนทั่วไปก็ั้แ่มีิญญาเร่ร่อนที่แสนอาภัพจำไม่ได้แม้แต่ชื่อของตนเอง หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่มีอะไรคืบหน้ากับการตามหาร่องรอยของนายวุ่นวายเลย
โซดาก็เริ่มทำงานพิเศษที่ร้าน “หมูหยองอินเตอร์เนท”ด้วยเหตุที่ว่าเ้าของร้านกำลังจะแต่งงานและย้ายไปอยู่กับว่าที่ภรรยาช่วยกันทำกิจการหมูแผ่นแสนอร่อย แต่ตอนนี้ยังหาคนมาเซ็งกิจการต่อไม่ได้เลยอยากได้พนักงานมาดูแลร้านที่มีคอมพิวเตอร์อยู่สิบสองเครื่องสักคนไปพลาง ๆ ก่อน ก็พอดีกับที่โซดาย้ายมาอยู่กับเบียร์และกำลังหาหาพิเศษทำก่อนเปิดภาคเรียนในเดือนมิถุนายน
ร้านเล็ก ๆ ไม่ได้มีอะไรต้องดูแลยุ่งยากนักแถมเ้าของร้านก็ไม่แวบไม่ตรวจงานเลย ทำให้โซดาเหมือนเ้าของร้านไปทุกที แอบปิดร้านครึ่งวันหนีไปอยู่ร้านหนังสือก็ไม่มีใครว่าเพียงแค่่นี้ปิดเทอมจึงมีเด็กๆ มาเล่นเกมออนไลน์มากขึ้นกว่าปกติ เปิดร้านสิบโมงเช้าปิดร้านสองทุ่มเดินจากบ้านมาที่ร้านแค่สิบห้านาที พี่ชายจะทำข้าวกล่องไว้ให้ทุกเช้าก่อนไปทำงาน เรียกได้ว่าเธอแทบไม่ต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่งตัวยังไงก็ได้ตามแต่ความพอใจ บางวันก็มีลูกค้าเอางานมาจ้างปริ๊ตแต่เธอไม่รับพิมพ์รายงานหรือเอกสาร เพราะไม่ชอบทำงานแข่งกับเวลายกเว้นบางอย่างที่จำเป็ เ้าของร้านก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร แค่เธอทำบัญชีรายรับ-จ่ายในร้านและโอนเงินเข้าตามหมายเลขธนาคารที่เ้าของร้านให้ไว้ก็หมดหน้าที่ของเธอแล้ว อะไรมันจะสบายไปกว่านี้คงไม่มีอีกแล้ว
แต่เื่ที่มันยุ่งยากกว่านะคือจะจัดการยังไงกับเ้าผีความจำเสื่อมตัวเอ๊ย คนนี้..ดีนะ
“ท่าทางคุณตั้มใส่ใจคุณน้ำหวานมากจังนะครับ”
เสียงคุณผีความจำเสื่อมเอ่ยขึ้นเบาๆ โซดาเดินไปล๊อกประตูก่อนเดินกลับมานั่งนับเงินในลิ้นชักโต๊ะ นาฬิกาที่อยู่ข้างคอมพิวเตอร์บอกเวลาสองทุ่มเศษแล้ว
“ใช่...ถึงจะไม่ค่อยเห็นสองคนนี้พูดจาดี ๆ ใส่กันแต่ก็ดูออกว่าพี่ตั้มห่วงพี่น้ำหวานขนาดไหน ั้แ่ตอนที่พ่อแม่ฉันยังอยู่ ฉันจำภาพพี่เบียร์ที่ชอบช่วยแม่ทำกับข้าวจนพี่ตั้มล้อเอาอยู่บ่อย ๆแล้วพี่น้ำหวานก็จะมาดุพี่ตั้มเสมอเลย บ้านพี่ตั้มเป็อู่ซ่อมรถแล้วพี่ตั้มก็ชอบขโมยรถที่อู่มาขับอยู่บ่อยๆ และโดนเตี่ยตีเป็ประจำพี่เบียร์บอกว่าพี่ตั้มทำไปเพราะประชดพี่ชายคนโตเป็หมอคนรองเป็วิศวกรแต่พี่ตั้มเรียนไม่เก่งจบปวส.ก็ไม่เรียนต่อคลุกอยู่แต่ในอู่รถ ส่วนพี่น้ำหวานพ่อแม่พี่เค้าแยกทางั้แ่พี่น้ำหวานจำความได้พี่น้ำหวานอยู่กับป้าญาติห่าง ๆป้าเค้าเย็บเสื้อผ้าโหลพี่น้ำหวานเลยอยากเป็ดีไซด์เนอร์แต่ว่าป้าไม่เข้าใจว่าดีไซด์เนอร์กับช่างเย็บผ้ามันต่างกันยังไง ป้าอยากให้ทำงานดีๆ เป็พนักงานกินเงินเดือน พี่น้ำหวานก็เลยหาเช่าแผงขายเสื้อผ้าที่สะพานพุทธ มีทั้งรับมาแล้วก็แบบที่ตัวเองดีไซด์เองด้วย”
กว่าโซดาจะเล่าจบเธอก็นับเงินในกล่องเก็บเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“ชีวิตพวกคุณนี่น่าสนุกจังเลยนะครับ” น้ำเสียงอ่อนโยนมากกว่าประชดประชันโซดาระบายลมหายใจหนัก ๆ
“ฉันก็ไม่ได้อยากมีชีวิตแบบนี้เสียหน่อย ถ้าพ่อกับแม่ยังอยู่พี่เบียร์คงได้เรียนต่อจนจบมหาวิทยาลัยแล้วไม่ต้องไปเป็พ่อครัวในร้านอาหารหรอก หรือแม้แต่ฉันเองก็คงไม่ต้องมาทำงานพิเศษอย่างนี้ ได้แต่งตัวสวย ๆไปเรียนพิเศษแถวสยามเดินเล่นเซ็นเตอร์พอย์ทแล้วก็มีโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดใช้” เด็กสาวพูดด้วยแววตาเหม่อลอย
“แต่ถ้าชีวิตคุณไม่เจอเหตุการณ์เหล่านี้คุณอาจไม่ใช่คุณที่เป็อยู่ในปัจจุบันนี้ก็ได้นะครับ”
“ยังไงก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันก็ไม่ได้ชอบชีวิตแบบนี้ อย่างนายจะไปเข้าใจอะไร” โซดาเผลอตะคอกเสียงดังอย่างหัวเสียและหงุดหงิด
“แล้วคุณจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่จำไม่ได้แม้กระทั้งชื่อตัวเองอย่างผมมั๊ย” อีกฝ่ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แววตาปวดร้าวทำให้เด็กสาวเริ่มอ่อนลงอย่างสงสารและเข้าใจ
“ผมไม่รู้แม้กระทั้งว่าตัวผมเป็ใครไม่รู้แม้ด้วยว่าเป็อะไรตายแต่วินาทีที่ผมได้สบตากับคุณ ผมดีใจและมีความหวังแค่มีใครสักคนรู้ว่าผมมีตัวตนอยู่ แม้จะในฐานะิญญาก็เถอะ”
“ฉัน...ขอโทษ”
“เราต่างก็ไม่เคยหวังว่าจะได้เจอความเ็ปนักหรอกแต่เราจะผ่านความรู้สึกเลวร้ายนี่ไปได้อย่างไรต่างหากละ ดีกว่าการคร่ำครวญถึงสิ่งที่ผ่านไปแล้วและเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้”
“เข้าใจแล้วละยังไงฉันจะช่วยอย่างน้อยก็ต้องรู้ว่านายเป็ใคร”
“ขอบคุณครับ” คุณผียิ้มอ่อนโยนแต่รอยยิ้มของเขาทำให้น้ำตาหยดไหลเปื้อนแก้มเด็กสาวแสนห้าวอย่างไม่รู้ตัว
“คุณโซดาเป็ไรไปครับเจ็บตรงไหนหรือเปล่า หรือผมพูดอะไรผิด” คุณผียกมือขึ้นตบปากตัวเอง
“ไม่…ไม่นายไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันแค่...คิดถึงพ่อกับแม่นะ...”
โซดายกหลังมือขึ้นปาดน้ำตา ท่าทางไม่ต่างจากเด็กตัวเล็ก ๆที่ยืนร้องไห้เพียงลำพัง ชายหนุ่มผู้เหลือเพียงิญญายกมือหวังจากลูบศีรษะปลอบโยน แต่ฝ่ามือกลับทะลุผ่านร่างเด็กสาวที่ยืนร้องไห้สะอึกสะอื้น เป็จังหวะเดียวกับที่เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาหลังแว่นตาทรงกลมกรอบสีเงินวาววับที่สะท้อนแสงไฟสีส้มจากถนนหน้าร้านเนท
“ทำไมฉันมองเห็นนายแต่กลับไม่เคยได้เห็นพ่อกับแม่ฉันเลย ตอนนั้นฉันร้องไห้แทบจะขาดใจตายขอแค่ได้เห็นหน้าพวกท่านอีกสักครั้ง”
คุณผีหนุ่มรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่หัวใจ อะไรกัน!!! เหลือเพียงแค่ิญญายังรู้สึกเ็ปได้เหรอเนี่ย มันเหมือนกับว่า เขากับเธอมีอะไรบางอย่างที่คล้ายกัน
ความเหงาและโดดเดียวที่ซ่อนอยู่ในท่าทีร่าเริง เหมือนเป็คลื่นความถี่ที่ทำให้เธอมองเห็นเขาก็เป็ได้