"นี่เ้าไม่ขอดเกล็ดปลาออกก่อนเหรอแล้วจะกินได้อย่างไร" เฟิงเยว่สงสัยที่นางไม่เอาเกล็ดปลาออกก่อนนำไปทำอาหาร
"สูตรนี้ของข้าไม่ต้องเอาเกล็ดออกรับรองว่าอร่อยแน่นอน" ยิ้มสดใสเอ่ยตอบออกไป
"แล้วจะกินอย่างไรหรือ"
"เดี๋ยวเ้าคอยดูเอาแล้วกัน" พูดจบนางก็ถือกะละมังใส่ปลาออกมาที่ลานกว้างด้านหน้ากระท่อมก่อนจะเดินเข้าไปหาเสี่ยวถิงที่อยู่ในครัว
"เสี่ยวถิงเ้าออกไปก่อกองไฟที่ตรงลานกว้างหน้ากระท่อมรอข้า เดี๋ยวข้าทำน้ำจิ้มเสร็จแล้วจะตามออกไป" ซูเหวินสั่งเสี่ยวถิงก่อนจะหันมาเตรียมครกและสากเพื่อทำน้ำจิ้ม
"ได้ขอรับแม่นางซู" เมื่อเสี่ยวถิงออกไปแล้วนางจึงได้จัดการตำน้ำจิ้มสูตรพิเศษที่คิดขึ้นมาเองเสร็จแล้วจึงเดินออกมาหาเฟิงเยว่ที่นั่งรออยู่ด้านนอก ซูเหวินนำเกลือทาให้ทั่วตัวปลาแล้วจึงนำไปย่างไฟเพียงไม่นานปลาย่างก็ส่งกลิ่นหอมเรียกน้ำย่อย
"ปลาสุกแล้วเสี่ยวถิงเ้าไปเอาจานมาใส่" ซูเหวินส่งปลาที่สุกแล้วให้เสี่ยวถิงใส่จานก่อนนำไปวางบนโต๊ะ
"คุณชายพวกท่านไปนั่งกันเถอะเดี๋ยวข้าจะย่างปลาให้เอง" เสี่ยวถิงรับอาสา
"เช่นนั้นข้าฝากเ้าด้วยแล้วกัน" เฟิงเยว่ส่งปลาในมือให้เสี่ยวถิงเป็คนย่างต่อก่อนจะเดินมานั่งที่โต๊ะพร้อมกับซูเหวิน
"เมนูนี้เรียกว่าอย่างไร" เฟิงเยว่มองดูปลาที่ตรงหน้า
"เมนูนี้เรียกว่าปลาเผาเกลือ" ซูเหวินแนะนำพร้อมก่อนหยิบตะเกียบส่งให้เขา
"ทำไมถึงเรียกว่าปลาเผาเกลือทั้งที่เ้าก็แค่เอาไปย่างไฟไม่ได้เผาสักหน่อย" เฟิงเยว่ยังไม่คลายความสงสัย
"เหตุที่ข้าเรียกว่าปลาเผาเกลือก็เพราะก่อนนำไปย่างไฟต้องทาเกลือให้ทั่วตัวปลาเสียก่อนเมื่อเกลือโดนความร้อนก็จะกลายเป็สีขาวโอบรอบตัวปลาไว้ เวลาจะกินต้องลอกเอาหนังปลาออกอย่างนี้ รสชาติของเนื้อปลาข้างในจะอร่อยกลมกล่อมจากเกลือ ไม่เชื่อเ้าลองชิมดู" ซูเหวินอธิบายให้เฟิงเยว่พร้อมกับใช้ตะเกียบคีบเนื้อปลาใส่จานให้ก่อนเขาจะได้ลิ้มลอง
"อืม..รสชาติดีอร่อยมาก"
"แม่ของข้าชอบทำเมนูนี้ให้ข้ากินอยู่บ่อยๆ และข้าก็เป็คนตำน้ำจิ้มแต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะท่านเป็อย่างไรบ้าง" ซูเหวินมีสีหน้าเศร้าลงทันทีเมื่อเอ่ยถึงแม่ ป่านนี้นางคงกำลังเสียใจมากที่เธอหายไปโดยไม่บอกกล่าวเพียงครู่เดียวน้ำใสที่เอ่อล้นดวงตาก็ไหลอาบแก้ม นางยกมือเล็กขึ้นปาดน้ำตาก่อนที่เฟิงเยว่จะทันได้เห็นมันและปรับสภาวะอารมณ์ให้เป็ปกติที่สุด
"เสี่ยวถิงเ้าไปนำสุราที่ข้าเก็บไว้ออกมาให้หน่อนวันนี้ข้าขอดื่มฉลองกับซูเหวิน" เมื่อน้ำเสียงซูเหวินเศร้าลงเฟิงเยว่จึงได้เปลี่ยนเื่คุยทันที
"ได้ขอรับคุณชาย" รับคำเ้านายเสร็จก็เดินเข้าในกระท่อมก่อนหยิบเอาเหล้าหมักดอกท้อที่เฟิงเยว่ได้เก็บเอาไว้เมื่อครั้งก่อนออกมา
"นี่เ้าจะดื่มฉลองกับข้าด้วยเื่อันใดหรือ " ซูเหวินเอ่ยถามั์ตารื้น
"ไม่มีเื่อันใดข้าแค่อยากดื่มสุราก็เท่านั้นเองเ้ามาดื่มกับข้าสิ" เฟิงเยว่รับเหล้าจากเสี่ยวถิงก่อนจะรินใส่จอกเล็กแล้วส่งให้ซูเหวินบ้าง
"อือ..ได้สิ" ซูเหวินยกจอกสุราขึ้นดื่มในทันที ก่อนจะต้องประหลาดใจนางไม่เคยได้สุราที่ดีเช่นนี้มาก่อน
"เป็อย่างไร เหล้านี้พ่อข้าเป็คนหมักเองกับมือเลยนะ"
"รสชาติดีเลยทีเดียวมีกลิ่นหอมของดอกท้อ ข้าขอลองชิมอีกสักจอกได้หรือไม่"
"ได้สิ" เฟิงเยว่รินเหล้าใส่จอกเล็กให้นางก่อนยกขึ้นดื่มอีกครั้ง เมื่อได้ลิ้มลองรสชาติของสุราเพียงไม่กี่จอกก็ทำให้ซูเหวินสติล่องลอย
"เ้าไม่ควรดื่มมากนะ" เมื่อเห็นแววตาหยาดเยิ้มของนางเฟิงเยว่รู้ได้ทันทีว่านางไม่ใช่คอสุราอาจเป็เพราะนางไม่เคยดื่มมาก่อน
"ทำไมก็เ้าเป็คนชวนข้าดื่มเองไม่ใช่หรือเหตุใดจะมาบอกให้ข้าหยุดดื่ม" น้ำเสียงซูเหวินเริ่มเปลี่ยนไป
"ก็เ้าเมามากแล้ว"
"ข้ายังไม่เมา เสี่ยวถิงเหล้าหมดหรือยังไปเอามาอีกไหสิ"
"หมดแล้วขอรับแม่นางซู" เสี่ยวถิงจำต้องโกหกออกไป
"เสี่ยวถิงเ้าไปพักผ่อนเถอะเดี๋ยวข้าอยู่เป็เพื่อนนางเอง"
"ขอรับคุณชาย"
"เ้ามีเื่ไม่สบายใจอะไรหรือถึงได้ดื่มเสียจนเมามายขนาดนี้" เขาเอ่ยขึ้นเมื่ออยู่เพียงลำพังสองคนเป็นางที่ดื่มมากกว่าเขา
"ข้าคิดถึงบ้านข้าอยากกลับบ้าน" เมื่อนึกถึงบ้านน้ำใสก็เอ่อคลอหน่วยตา
"ก็ไหนเ้าบอกจำอะไรไม่ได้เหตุใดถึงได้คิดถึงบ้านขึ้นมาเล่า"
"ถึงข้าพูดออกไปเ้าก็ไม่เข้าใจข้าอยู่ดี"
"หากเ้าไม่อยากพูดข้าก็จะไม่บังคับเ้า แต่ตอนนี้เ้าต้องหยุดดื่มได้แล้ว" เฟิงเยว่ยังคงย้ำคำเดิมเขาจะไม่บังคับนาง
"หากเ้าง่วงก็เข้าไปนอนก่อนเถอะข้าขอนั่งอยู่ตรงนี้ก่อน"
"ข้ายังไม่ง่วงแต่จะนั่งเป็เพื่อนเ้า" เฟิงเยว่รินเหล้าใส่จอกก่อนยกขึ้นดื่มอีกครั้งเขาตั้งใจจะนั่งเป็เพื่อนนางจนกว่านางจะสบายใจ
"ข้าไม่ใช่คนที่นี่ ข้ามาจากสถานที่อันห่างไกลจากพวกเ้ามากแต่ข้าก็ไม่รู้ว่าเหตุใดถึงได้มาโผล่อยู่ในร่างนี้ได้" เฟิงเยว่ได้แต่ขมวดคิ้วเมื่อได้ฟังนางเล่าเื่ราวความเป็มาของตัวเอง นางอาจจะพูดไปเพราะฤทธิ์สุราก็เป็ได้
"เ้าจะมาจากที่ใดก็ช่างการที่เราได้พบกันถือว่าเป็วาสนาต่อกันแล้ว" เฟิงเยว่ยังคงพูดปลอบใจซูเหวิน
"เช่นนั้นเรามาชนจอกกันอีกสักครั้งดีกว่า ฉลองให้กับการได้พบกันของเรา" พูดจบซูเหวินก็ยกจอกเหล้าที่เฟิงเยว่เพิ่งรินให้ขึ้นดื่มอีกครั้ง เพียงไม่นานซูเหวินก็ฟุบลงคาโต๊ะเพราะฤทธิ์สุราเฟิงเยว่จึงอุ้มร่างที่ไม่ได้สติของซูเหวินเข้ามายังในห้องนอนก่อนจะค่อยๆ วางลงบนเตียง เขาพินิจใบหน้าของนางในยามนี้ช่างงดงามไปอีกแบบต่างจากคราแรกที่ได้พบกัน
"อืออ...." ร่างบางขยับพลิกตัว
"เ้านอนดีๆ สิ" เขาดึงผ้าขึ้นมาห่มให้นาง
"เ้าเป็ผู้ใดกันนะ" ใบหน้านางในยามเมาไม่ได้สติช่างน่ามองยิ่งนักเขายื่นมือไปััแก้มเนียนอย่างลืมตัว ซูเหวินละเมอคว้าเอามือเขามากอดไว้แน่น
"เ้าปล่อยมือข้าก่อนสิ" นางยังคงนอนนิ่งไม่ยอมปล่อยแต่กลับพลิกตัวหันไปอีกฝั่งทำให้เฟิงเยว่เสียหลักล้มทับบนตัวนางจมูกโด่งอยู่ห่างแก้มเนียนแค่คืบกลิ่นกายสาวเคล้ากลิ่นสุราทำเอาหัวใจบุรุษเช่นเขาเต้นรัวไม่เป็จังหวะ 'เหตุใดใจข้าต้องสั่นถึงเพียงนี้' จมูกโด่งเผลอสูดเอาความหอมจากแก้มเนียนอย่างอดใจไม่ไหว