บทที่ 1 จุติพระเ้าฝึกหัด
ท่ามกลางกลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ลอยคลุ้ง แสงไฟในห้องพักผู้ป่วยสั่นไหวเล็กน้อยราวกับจะดับมอด หลินเฟิงขยำเอกสารในมือจนยับยู่ยี่ ดวงตาที่เคยเปี่ยมด้วยความฝันบัดนี้กลับเหลือเพียงความว่างเปล่า
“หึ... มะเร็งระยะสุดท้ายเหรอ?” เขาพึมพำออกมา น้ำเสียงนั้นสั่นเครือและเต็มไปด้วยความสมเพชตัวเอง
“อายุยังไม่ถึงยี่สิบ... แต่โลกกลับบอกให้ฉันเตรียมตัวตายเนี่ยนะ? ยุติธรรมชะมัดเลย!”
เขาเงยหน้ามองเพดานห้องที่ว่างเปล่า ก่อนจะะโออกมาสุดเสียงเท่าที่ร่างกายที่ซูบผอมจะเอื้ออำนวย
” ไหนล่ะความเมตตา...“
” ไหนล่ะความยุติธรรมที่ฉันควรจะได้รับ!?"
“ โลกนี้….มันชั่งเฮงซวยชะมัด ”
ความเงียบคือคำตอบเดียวที่เขาได้รับ หลินเฟิงทรุดตัวลงพิงหัวเตียง น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านแก้มที่ตอบซูบ
ภาพรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนของเธอผุดขึ้นมาในหัว... รอยยิ้มเดียวที่เขาอยากปกป้องไว้ แต่ความจริงกลับตอกย้ำว่าตอนนี้เธอกำลังนอนรอการรักษาด้วยลมหายใจที่แ่เบา
"ท่านแม่..."
ความเ็ปบีบคั้นจนเขาแทบคลั่ง ถ้าพระเ้าไม่เหลียวแลครอบครัวและคนสำคัญของเขา แล้วเขาจะเคารพโชคชะตาไปเพื่ออะไร!
“สุดท้าย... ก็มีแค่ความตายที่เป็ของจริงสินะ...”
ขาพึมพำออกมา สายตามองไปยังความว่างเปล่าอย่างไร้จุดหมาย จากคำถามที่ไม่มีคำตอบ ค่อยๆ กลายเป็ความโกรธที่สะสมอยู่ภายใน
“ โธ่…เว้ย ”
เขาเริ่มด่าทอทุกสิ่งที่เขานึกออก ไม่ว่าจะเป็พระเ้า เทพเซียน หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ สำหรับเขาในตอนนี้ สิ่งเ่าั้ไม่ต่างอะไรกับตัวตนที่ปล่อยให้เขาตายอย่างไร้ความหมาย
“ ไอ้พระเ้า…….เฮงซวย ”
“ ผู้สร้างอะไรกัน เง็กเซียนฮ่องแต่อะไรกัน ท่านมันก็แค่ผู้สร้างในคราบโจรชั่ว “
"หากเบื้องบนมีดวงตาอยู่จริง ก็จงถ่างตาดูผลงานอันอัปยศของท่านเสีย! “
” ท่านสร้างเราขึ้นมาเพื่อทอดทิ้งเราอย่างถอนรากถอนโคนเช่นนี้หรือ? “
” ความเมตตาที่พวกท่านพร่ำสอน... ช่างเป็เื่ตลกที่น่าเวทนาที่สุดในสามโลก สะจริง!"
“ เราอยากรู้นักว่าใต้บัลลังก์ที่ท่านนั่งอยู่นั้น มันยังเหลือศักดิ์ศรีอยู่บ้างหรือไม่!"
“ท่านไม่ละอายใจบ้างหรือ? “
” หากอำนาจของท่านมีไว้เพียงเพื่อกลั่นแกล้งธุลีดินเช่นพวกเรา เช่นนั้นท่านก็ไม่ใช่เทพผู้สูงส่ง แต่เป็เพียงเศษขยะที่สวมมงกุฎทองคำเท่านั้น!"
"บนบัลลังก์เมฆาอันสูงส่งนั่น... นอกจากความว่างเปล่าและความหยิ่งผยองแล้ว ท่านยังเหลืออะไรอยู่อีกงั้นหรือ?"
"มนุษย์ยอมแลกชีวิตเพื่อสิ่งที่รัก แต่พระเ้าเช่นท่านกลับทำได้เพียงเฝ้ามองอย่างขลาดเขลาจากที่ไกลๆ... ช่างเป็ความเป็นิรันดร์ที่น่าเวทนาเสียจริง!! "
"หากโลกใบนี้คือหมากที่ท่านเดินผิดพลาด... ท่านก็ไม่ใช่ผู้สร้างหรอก ท่านเป็เพียง 'อาชญากร' ที่เรียกตัวเองว่าพระเ้าเท่านั้น"
"เบื้องบนนั้นคงจะหนาวเหน็บและอ้างว้างจนท่านเสียสติไปแล้วสินะ... ถึงได้้าคำสรรเสริญจากมดปลวกอย่างพวกเรา เพื่อย้ำเตือนว่าท่านยังมีตัวตนอยู่!"
"ท่านหลบซ่อนอยู่หลังม่านเมฆมานานเกินไปแล้ว! หากกฎเกณฑ์ของท่านคือการปล่อยให้ทุกสิ่งพินาศ เช่นนั้นพระเ้าก็เป็เพียง 'ขยะ' ที่ประดับอยู่บนยอดหอคอยเท่านั้น! หากท่านยังมีหูไว้ฟังคำด่าทอ... ก็จงไสหัวลงมาสยบแทบเท้าข้าเสียเถิด!"
ทว่าสิ้นเสียงะโท้าทาย...ทันใดนั้น แสงสีทองเรืองรองก็สว่างวาบขึ้นกลางอากาศ! ราวกับตอบรับเสียงเรียกของหลินเฟิง
วินาทีต่อมา แรงกดดันิญญามหาศาลที่ไม่อาจพรรณนา แสงสีทองก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างฉับพลัน เปล่งประกายนุ่มนวลแต่ทรงพลัง จนหลินเฟิงต้องหยีตา
มองลูกแก้วแสงลึกลับลอยนิ่งอยู่ตรงหน้าเขา พร้อมกับเสียงหนึ่งที่ดังสะท้อนก้องเข้าไปในจิติญญา
“ เ้า…มนุษย์ผู้น่าสงสาร ข้าเป็เทพผู้สร้างมาหลายหมื่นปี ยังไม่เคยมีไครด่าข้าเ็ปขนาดนี้มาก่อนเลย”
“เ้า้ามีชีวิตอยู่ต่อใช่หรือไม่?” เสียงนั้นนิ่งสนิท ไร้อารมณ์ แต่กลับหนักแน่นจนความโกรธของหลินเฟิงมลายหายไป
“ทะ…ท่านคือ...?” หลินเฟิงถามด้วยความใ มือที่สั่นเทาพยายามจะเอื้อมไปแตะแสงนั้น “ ... หรือว่าฉันกำลังจะตายแล้ว?”
เสียงลึกลับกล่าวต่อโดยไม่สนใจคำถามของเขา
“เ้าบอกว่าข้าทอดทิ้งเ้า... บอกว่าความเมตตาของข้ามันจอมปลอมงั้นรึ? “
“ในเมื่อเ้ามองว่าการเป็พระเ้านั้นมันง่ายดาย และมองว่าข้าจัดการทุกอย่างได้ห่วยแตกนัก... เช่นนั้น เ้าก็มาลองเป็เองดูเสียเลยเป็ไง?”
"ข้าเฝ้ามองหาผู้ที่กล้าหาญพอจะชี้หน้าด่าทอฟ้าดินมานานแล้ว... และคนผู้นั้นก็คือเ้า ตำแหน่งพระเ้าฝึกหัดนี้ ข้ายกให้เ้าเป็ดูแล!"
หลินเฟิงชะงักไปเพียงครู่เดียว ไม่ทันจะได้ตอบกลับ
ฟึ่บ!
โลกทั้งใบถูกฉีกออกเป็ชิ้นๆ ก่อนจะประกอบขึ้นใหม่ในพริบตา ราวกับถูกวาร์ปไปยังที่ไหนสักแห่ง
หลินเฟิงทรุดตัวลงบนผืนหญ้าที่อ่อนนุ่ม ลมบริสุทธิ์พัดผ่านใบหน้าจนเขาต้องสูดหายใจเข้าเต็มปอด
ป่าไม้และท้องฟ้าที่สวยงาม ทุ่งหญ้าสีเขียวสดทอดยาวออกไปไกลสุดสายตา ลมพัดผ่านอย่างแ่เบาจนเกิดระลอกคลื่นเล็กๆ
บนผืนหญ้า ต้นไม้สูงตระหง่านแผ่กิ่งก้านราวกับมีชีวิต ทุกสิ่งดูสมบูรณ์แบบเกินกว่าจะเป็ธรรมชาติที่เขาเคยรู้จัก และยิ่งไม่ใช่สถานที่ที่มนุษย์ควรจะมาถึงได้
“ที่นี่มัน... ที่ไหนกัน?”
เขาพึมพำขณะมองไปรอบๆ ทว่าร่างลึกลับหนึ่งปรากฏขึ้น ส่องแสงประกายตรงหน้าเขาอย่างช้าๆ
“ดินแดนของพระเ้า” ร่างนั้นกล่าวพร้อมโบกมือเบาๆ พื้นที่นี้เป็เพียงส่วนนึงที่ถูกแบ่งแยกออกมา “และนี่คือ 'สวนเอเดน' พื้นที่เขตจำลองของเ้า”
“ดังนั้น ข้าจะให้โอกาสเ้า”
“ั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป เ้า จะกลายเป็พระเ้าฝึกหัด”
“ แล้วฉันต้องทำยังไงต่อ? ไหนล่ะยารักษาที่บอกว่าจะให้ชีวิตใหม่น่ะ!”
ร่างลึกลับหันมาจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ลุ่มลึก “เ้าคือผู้สร้าง... หากเ้า้ามีชีวิต จงสร้างโลกของเ้าขึ้นมาเสียสิ พัฒนาสิ่งมีชีวิต และสร้างอารยธรรม ที่สามารถไปถึงสิ่งที่มนุษย์ทั้งโลกยังทำไม่ได้…รักษาโรคร้ายของเ้า…ที่ไม่มีทางแก้ได้“
และในทันที พื้นที่รอบตัวหลินเฟิงก็เปลี่ยนไปอย่างเงียบงัน ป่าที่เขายืนอยู่ถูกกำหนดขอบเขตอย่างชัดเจน ราวกับถูกแยกออกมาจากโลกใบใหญ่
หลินเฟิงมองลงไปที่มือของตนเองที่บัดนี้เริ่มมีแสงสีจางๆ วนเวียนอยู่
“สร้างโลกงั้นเหรอ... ด้วยมือเปล่าๆ เนี่ยนะ?”
เขากัดฟันแน่น แม้จะยังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ประกายไฟในดวงตาของเขากลับมาลุกโชนอีกครั้ง
“ก็ได้... ในเมื่อท่านไม่ยอมให้ยารักษาข้า ข้าก็จะสร้างโลกใหม่ที่ข้าเป็คนกำหนดกฎเกณฑ์เอง!”
จากผู้ป่วยที่รอความตาย บัดนี้หลินเฟิงได้เริ่มต้นก้าวแรกในฐานะ 'ผู้สร้าง' แห่งสวนเอเดนแล้ว!