หลังจากผ่านค่ำคืนที่ฟ่านหนิงเหอโดนโจวจินเยว่ขโมยจูบแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยที่โรงเตี้ยม เช้าวันต่อมาโจวจินเยว่ก็ทำตัวปกติท่าทางเฉย ๆ ยามเจอหน้าเขา คำถามที่อยู่ในหัวฟ่านหนิงเหอแม้เพียงแค่คำถามเดียวก็ไม่กล้าเอ่ยถามหรือพูดถึงเื่ที่เกิดขึ้น เพราะคิดว่าคงจะเป็แค่การละเมอ แต่กลายเป็ฟ่านหนิงเหอเองที่ไม่สามารถสลัดความรู้สึกแปลก ๆ นั้นออกไปจากความคิดได้
สายลับที่แอบซุ่มดูความเคลื่อนไหวของโจรกลุ่มนี้ส่งสารแจ้งว่าคืนนี้จะมีการบุกปล้นของโจรกลุ่มนี้ ชุดปฏิบัติการซุ่มจับโจรจึงมาพร้อมเพรียงกันในป่าเพื่อดักรอ
เมื่อความมืดเข้าปกคลุม ในป่าอันเงียบสงัดได้ยินเพียงเสียงร้องของแมลงตัวเล็ก ๆ ที่แข่งกันเปล่งเสียงเป็ระยะ ขบวนสินค้าประกอบไปด้วยเกวียนสำหรับบรรทุกสิ่งของสองคันกำลังแล่นผ่านบริเวณที่ฟ่านหนิงเหอและเหล่าทหารองครักษ์ดักซุ่มอยู่
เพียงไม่นานกลุ่มชายชุดดำมากกว่าสิบคนก็ะโเข้ามาขวางทางเกวียนขนส่งสินค้าไว้ โจวจินเยว่กวาดสายตามองไปยังกลุ่มโจรที่ปรากฏตัวขึ้นแล้วส่งสัญญาณให้ทหารกลุ่มแรกโอบล้อมไปทางด้านหลัง
ชายรูปร่างล่ำสัน สูงใหญ่โดดเด่นกว่าคนอื่นในกลุ่มก้าวออกมายืนด้านหน้าประกาศเสียงก้อง
"ถ้าพวกเ้าจะผ่านทางนี้อย่างน้อยต้องจ่ายค่าผ่านทางเข้าเมืองหนึ่งร้อยตำลึงทอง"
พ่อค้าและคนคุ้มกันสินค้ามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่คิดว่าจะมีกลุ่มโจรมาเรียกค่าผ่านทางมากมายขนาดนี้
"พวกข้าไม่มีหรอก ท่านปล่อยพวกข้าไปเถอะ สินค้าในนี้ก็เป็แค่ผักผลไม้ไม่ได้มีราคาค่างวดถึงหนึ่งร้อยตำลึงทอง"
"ถ้าไม่มีหนึ่งร้อยตำลึงอย่าหวังว่าจะผ่านไปได้"
"พวกท่านไว้ชีวิตพวกข้าด้วย ข้าเป็แค่คนขนส่งสินค้าเท่านั้น"
กลุ่มโจรตรงเข้าไปหมายจะจัดการกลุ่มคนขนสินค้าที่บังอาจขัดขืน โจวจินเยว่ทำมือเป็สัญลักษณ์ให้ทหารทั้งสองกลุ่มตรงเข้าจัดการกับกลุ่มโจรพร้อมกัน แต่เมื่อฟ่านหนิงเหอที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ เตรียมตัวจะลุกขึ้นไปสู้กับโจรกลับถูกมือโจวจินเยว่ดึงให้นั่งลงที่เดิม แล้วทำสัญลักษณ์ให้นั่งนิ่ง ๆ หลบอยู่ตรงนี้ห้ามไปไหนเด็ดขาด ส่วนตัวเขาเองลุกขึ้นชักกระบี่่ตรงเข้าไปฟาดฟันกับหัวหน้ากองโจรทันที
ฟ่านหนิงเหอได้แต่นั่งมองการต่อสู้อยู่เงียบ ๆ จนสายตาเหลือบไปเห็นคนที่ซุ่มอยู่แนวต้นไม้ กำลังเล็งธนูไปยังโจวจินเยว่ที่กำลังต่อสู้กับหัวหน้ากองโจรติดพันอยู่ เขารีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปทางโจวจินเยว่ทันที ธนูที่กำลังจะปักเข้าด้านหลังโจวจินเยว่ถูกเขาใช้กระบี่ที่พกไว้ข้างกายตัดจนขาดจนกระเด็นไปอีกทาง
โจวจินเยว่ที่กำลังใช้ดาบฟาดฟันศัตรู เมื่อหันมาเห็นฟ่านหนิงเหอที่กำลังวิ่งเข้ามาทางเขา ยิ่งเห็นลูกธนูกำลังลอยเข้ามาใกล้ฟ่านหนิงเหอซึ่งเอาร่างบางของตนเองบังธนูให้เขายิ่งใจนใจกระตุกวูบ
ลูกธนูอีกลูกที่ถูกยิงออกมาถูกกระบี่ตัดขาดดังฉับฟ่านหนิงเหอถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่ไม่ทันได้หายใจทั่วท้องกระบี่จากหัวหน้ากองโจรที่ฉวยโอกาสตอนโจวจินเยว่เผลอหันมองฟ่านหนิงเหอจ้วงแทงมาทางด้านหลัง
ฟ่านหนิงหอที่หันหน้าไปมองโจวจินเยว่เห็นวิถีกระบี่ชัดเจนจึงดึงมือคนตัวใหญ่ให้หลบไป แล้วใช้กระบี่ตนเองแทงสวนออกไป กระบี่ของเขาแทงเข้าที่หน้าอกคนร้าย ถึงเขาจะเบี่ยงตัวหลบแต่เพราะความเร็วกระบี่จึงบาดเข้าที่แขนเขาจนเืไหลเช่นกัน
กลุ่มโจรถูกทหารองครักษ์จับได้ในที่สุด ถือว่าภารกิจวันนี้ของเขาเสร็จสิ้น โจวจินเยว่ยืนสั่งการ พวกพี่ ๆ องครักษ์กำลังง่วนอยู่กับการจับกุมคนร้าย เอาเชือกมัดเพื่อคุมตัวไปสอบสวน หลายคนเข้ามาสอบถามอาการ เขาก็บอกแค่ว่าไม่เป็ไรแผลเล็กนิดเดียว จึงยืนเอามือกดาแไว้เพื่อห้ามเืหันมองเหล่าพี่ ๆ กำลังทำงานกันวุ่นวาย
อยู่ ๆ ร่างกายเขาก็ซวนเซไปมา ใจสั่นหวิว ๆ เหงื่อไหลออกตามใบหน้าและลำตัว รู้สึกความเย็นกระแสหนึ่งแล่นเข้าสู่ร่างกายจนมือเขาเย็นเฉียบ ภาพสุดท้ายที่เขามองเห็นคือภาพโจจินเยว่กำลังเข้ามาใกล้ สายตาของเขาเห็นภาพเอียงไปเรื่อย ๆ ตามความเอียงของร่างกายที่กำลังจะล้ม ไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะประคองร่างกายไว้ได้อีกต่อไป
"หนิงเทียน..หนิงเทียน ฟ่านหนิงเทียน เ้าเป็อะไร"
เหล่าองครักษ์ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ รีบมาประคองร่างเขาไว้ เรียกชื่อเพื่อให้เขาฟื้นแต่ร่างบางก็ยังคงนอนแน่นิ่ง มีเพียงเหงื่อที่ไหลโซมกาย โจวจินเยว่ที่รีบวิ่งเข้ามารับร่างที่นอนแน่นิ่งไว้ในอ้อมแขน
"เขาเป็อะไร" คิ้วได้รูปขมวดเ้าหากันแน่น อ้อมแขนแข็งแรงโอบกระชับร่างบางเข้าไว้ในอ้อมแขน
"ดูจากอาการกระหม่อมว่าเขาน่าจะถูกพิษที่ทาอยู่บนกระบี่ เพราะแค่าแเล็ก ๆ จากกระบี่บาดแขนแค่นี้ไม่น่าจะทำให้เขาสลบไปได้"
"ถูกพิษอะไร" โจวจินเยว่รีบให้องครักษ์ที่เชี่ยวชาญเื่พิษเข้ามาดูอาการของฟ่านหนิงเหอ
"เหงื่อไหลทั่วร่าง ริมฝีปากซีด มือเท้าเย็นเฉียบเหมือนถูกไอเย็นของหิมะ น่าจะพิษ หิมะไร้ใจของทางเหนือ พ่ะย่ะค่ะฉินอ๋อง"
"มียาถอนพิษหรือไม่"
"มีขอรับ..แต่ว่าต้องหาให้ได้โดยเร็วไม่เช่นนั้นร่างกายที่ได้รับพิษนี้ถ้าไม่ได้รับยาถอนพิษ อวัยวะภายในจะค่อย ๆ แข็งตัวจนหยุดทำงาน นั่นหมายความว่า.."
"รีบเค้นความจริงกลุ่มโจรหายาถอนพิษให้เร็วที่สุด"
เมื่อคำสั่งเด็ดขาดที่เปล่งออกมาทำให้ทหารองครักษ์คนอื่นที่รายล้อมอยู่รอบตัวโจวจินเยว่รีบไปเค้นความจริงเพื่อหายาถอนพิษ ทหารองครักษ์ที่อธิบายเื่พิษยังคงยืนอ้ำอึ้งเหมือนมีอะไรจะพูดต่อแต่ไม่รู้ว่าจะพูดต่อดีหรือไม่
"ท่านอ๋องคือว่า.."
"เ้ามีอะไรก็ว่ามา"
"คือว่า..พิษหิมะไร้ใจเป็พิษพิเศษชนิดหนึ่งต้องได้รับยาถอนพิษภายในสามวัน และถึงแม้จะได้รับยาถอนพิษแล้ว ก็ต้องมี..."
"มีอะไร..เ้าว่ามา"
"มีสัมพันธ์ลึกซึ้งเพื่อให้ไอร้อนจากร่างกายได้พลิกฟื้นลมปราณภายใน ขับพิษที่ไอเย็นที่ไหลเวียนออกจากร่างกายให้หมด ถ้าไม่เช่นนั้น ร่างกายผู้ได้รับพิษจะค่อย ๆ ทรุดลงและมีเวลาเหลือเพียงเจ็ดวันพิษไอเย็นก็จะกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่มียาถอนพิษไหนมาถอนพิษได้อีกพ่ะย่ะค่ะ"
"ข้ารู้แล้ว..เ้าไปจัดการหายาถอนพิษมาให้ข้าเร็วที่สุด"
โจวจินเยว่สั่งทหารองครักษ์แล้วมองร่างบางที่สั่นเทา ปากขาวซีดด้วยพิษไอเย็นในร่างกาย จึงยกร่างบางอุ้มเอาไว้แนบอก สั่งให้องครักษ์คนสนิทเพียงหนึ่งนายคุ้มกันเขาเดินทางกลับวังหลวงให้เร็วที่สุด ทหารที่เหลือก็ให้จัดการภารกิจที่เหลือให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
ร่างบางนอนสั่นสะท้านอยู่บนเตียงไม้หลังใหญ่ในห้องนอนของโจวจินเยว่ องครักษ์ที่เค้นความจริงจนได้ยาถอนพิษจากกลุ่มโจรนำมาให้หมอหลวงพิสูจน์แล้วว่าเป็ยาถอนพิษจริง จึงนำมามอบให้โจวจินเยว่ หลังจากผ่านไปหนึ่งราตรีที่โจวจินเยว่ต้องถอดเสื้อแล้วใช้ไออุ่นจากร่างกายตนเองเพื่อช่วยลดความหนาวเย็นให้กับร่างบางที่นอนตัวสั่นเทา ได้ทุเลาจากความหนาว
เขาบรรจงป้อนยาถอนพิษเข้าใส่ปากที่บัดนี้ขาวซีดไร้สีเือย่างเบามือ แม้นางกำนัลจะเข้ามาเพื่อช่วยดูแลก็ถูกไล่ออกไปจนไม่กล้าเสนอหน้าเข้ามาในห้องอีกถ้าผู้เป็นายไม่เอ่ยเรียก แถมยังกำชับห้ามแพร่งพรายเื่นี้ออกไปยังนอกตำหนักเด็ดขาด เพื่อความสงบสุขของตำหนัก ถ้ามีข่าวหลุดออกไปมีหวังได้มีคนแห่กันมารุมตำหนักเขาแน่นอน คนแรกน่าจะเป็โจวเหิงเยว่ ที่ชอบแวะเวียนมาหาฟ่านหนิงเหอ เสมอ ไหนจะเพื่อนองครักษ์ของฟ่านหนิงเหออีก คงจะวุ่นวายน่าดู
ร่างบางเริ่มไอโขลก ๆ เมื่อโจวจินเยว่ป้อนยาและน้ำเข้าปากไปเพียงไม่กี่หยด จนเขาต้องเอามือลูบไปบนหน้าอกเบา ๆ ฟ่านหนิงเหอคว้ามือไปสะเปะสะปะ เมื่อได้หลักยึดที่มั่นคงเป็รอบเอวของโจวจินเยว่จึงกอดเอาไว้แน่นทั้ง ๆ ที่ตายังหลับอยู่ ทำให้โจวจินเยว่ต้องล้มตัวลงนอนแล้วกอดร่างเขาไว้ ร่างบางเบียดเข้ามาจนทั้งสองร่างแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ผ่านไปไม่นานทั้งสองก็นอนหลับใหลไปด้วยกันเป็แบบนี้มาถึงสองราตรี
ท่ามกลางความมืดมือของฟ่านหนิงเหอคว้าไปในอากาศเหมือนคนกำลังละเมอ
"อย่า ๆ อย่ายิงข้า" น้ำตาก็ไหลออกมาอาบแก้มมีเสียงสะอื้นเบา ๆ เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปาก
โจวจินเยว่ที่นอนอยู่ข้าง ๆ คว้ามือเรียวเอามาจับไว้ ดึงร่างบางเข้ามาใกล้ลูบไปบนเรือนผมสีดำเบา ๆ เป็การปลอบประโลม แสงโคมไฟในห้องถูกจุดไว้เพียงอันเดียวทำให้ภายในห้องมีเพียงแสงสลัว ๆ แต่เขาสามารถมองเห็นใบหน้าของคนที่นอนอยู่บนเตียงกลับมามีสีเือีกครั้ง ริมฝีปากก็ไม่ซีดเซียวเหมือนสองวันที่ผ่านมา ยาถอนพิษคงจะได้ผลดี
"อย่านะ อย่าเข้ามา" ริมฝีปากบางยังละเมอ น้ำตาก็ไหลไม่หยุด จนโจวจินเยว่ต้องเอามือเช็ดน้ำตาให้ ปากก็พร่ำพูดปลอบ
"ไม่เป็ไรนะ ข้าอยู่นี่ข้าจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายเ้าอีก"
จนร่างบางสงบลง มือก็ยังกอดร่างเขาไว้แน่น แล้วก็หลับลงได้อย่างสงบอีกครั้ง