ยังไงนะ?
***มีเนื้อหาทางเพศ โปรดใช้วิจารณญาณในการรับสารค่ะ
“เธอครับ วันนี้ปืนขอซนหน่อยได้มั้ย?” ว่าพร้อมจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากเรียวสวยอย่างออดอ้อนและยั่วยุไปในที
“ซน ซนอะไร เอ่อ ยังไงนะ” คนใต้ร่างที่หัวใจเต้นถี่รัวเอ่ยถามติดขัด
“แบบนี้”
คนขอซนไม่พูดเปล่า เคลื่อนปลายจมูกโด่งลงมายังซอกคอระหง จูบแ่เบาสองสามครั้งก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ลิ้นอุ่นๆทั้งชิมไล่ลากวน จนเจษลินทร์ส่งเสียงหวานด้วยความจักจี้ปนเสียว
“แล้วก็แบบนี้” เสียงพร่าของปัณณวิชญ์ทำเอาคนใต้ร่างแขนขาอ่อนแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ ริมฝีปากอุ่นนุ่มของเขาไล่จูบลงมาจนถึงหน้าอกขาวเนียน จากคราแรกที่ระดมจูบไปทั่ว บัดนี้แปรเปลี่ยนมาเป็การใช้ลิ้นอุ่นลื่นลากไล้ไปทั่วยอดปทุมถันที่ชูชันอยู่
“ฮื่อ ปืน”
เจษลินทร์ส่งเสียงแ่เบา รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเพราะแรงััวาบหวิวของคนบนร่าง มือเรียวพยายามปัดป่ายร่างกายก็ดิ้นหลบเพราะทนความสยิวไม่ไหว ทว่าก็ไม่รู้ทำไม ไม่ว่าเขาจะปัดจะหลบเท่าไหร่หน้าอกทั้งซ้ายและขวาก็ยังถูกลิ้นซนนั้นหาเจออยู่ดี เขารู้สึกเหมือนตัวเองหัวใจจะวายเสียให้ได้
มือหนาของปัณณวิชญ์ซุกซนไม่ต่างจากลิ้นของเ้าตัวเลย มือหนึ่งนวดคลึงที่หน้าอกของคนใต้ร่าง อีกมือหนึ่งลูบไล้ต้นขาเนียนอย่างยั่วยุ
“อื้อ ปืน เบาหน่อยเราจะตายแล้ว” เจษลินทร์ดิ้นเร่าพลางหอบหายใจ จนคนรักอดเอ็นดูไม่ได้จึงยอมผละออกจากยอดปทุมถันมาสบตากัน แต่เจษลินทร์กลับหันหน้าหนีซะงั้น
“ปืนขอซนหน่อย ได้มั้ยครับ หืม” เขากระซิบข้างหูแล้วจูบที่ใบหูสีแดงนั้น ก่อนจะลงลิ้นโลมเลียไปที่เดิม เจษลินทร์จะหันหน้าหนีแต่ช้ากว่าคนที่อยู่้า มือหนาได้ล็อกเขาไว้เรียบร้อยแล้ว
“อื้อ มันจั๊กจี้” ว่าพร้อมพยายามย่นคอหนี จังหวะที่ปัณณวิชญ์ผละออก เจษลินทร์รีบพลิกตัวคว่ำหน้าลงที่นอนมือสองข้างยกขึ้นมาปิดหูไว้ เพราะตรงนั้นมันจั๊กจี้และวาบหวามราวกับมีกระแสไฟส่งมาจากอีกฝ่าย มันเกินกว่าที่เขาจะทนไหวจริงๆ
แต่คนที่แปลงร่างเป็เสือโหยไปแล้วมีหรือจะยอมแพ้ เขาพรมจูบหัวไหล่ขาวไล่มาจนถึงต้นคอ
“อ๊า~”
เจษลินทร์เผลอครางเสียงน่าอายเพราะโดนถูกรุกจุดอ่อน เ้าตัวก็เพิ่งจะรู้วันนี้เองว่าหลังคอคือจุดอ่อนไหวของเขา ฝ่ายปัณณวิชญ์กระตุกยิ้มพอใจเมื่อเห็นเจษลินทร์ขนลุกขนชันไปทั้งตัว ยิ่งคนใต้ร่างดิ้นเท่าไหร่เขายิ่งพอใจเท่านั้น ริมฝีปากหนาย้ำจูบย้ำโลมเลียหลังคอเจษลินทร์ซ้ำๆ จนรายนั้นทนไม่ไหวต้องพลิกตัวกลับมาเผชิญหน้ากัน
เจษลินทร์หายใจหอบ ใบหน้าบึ้งตึงเพราะไม่พอใจที่โดนแกล้ง เขาจะไม่ทน! ขณะที่ปัณณวิชญ์ไม่ทันตั้งตัวเจษลินทร์ก็พลิกตัวขึ้นมาคร่อมคนรักไว้แทน ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจูบปัณณวิชญ์บ้าง แม้จะจูบไม่เป็นักแต่ก็ได้เรียนรู้จากอีกฝ่ายแล้วเมื่อครู่ จึงถูๆไถๆจูบไป จนสามารถฉกลิ้นแสนซนมาดูดกลืนและขบสั่งสอนเบาๆ เขาหยอกล้อกับลิ้นซนอยู่นาน มือเรียวเลียนแบบที่โดนกระทำเมื่อครู่ รั้งเสื้อยืดของปัณณวิชญ์ไปเกยบนอก สะกิดและบีบคลึงหน้าอกคนใต้ร่างบ้าง
คนโดนกระทำทึ่มทื่อแล้ว! กว่าที่เขาจะได้สติ เจษลินทร์ก็ไล่จูบมาถึงหน้าอกของเขาแล้ว
พอเป็ฝ่ายถูกกระทำ หัวใจปัณณวิชญ์เต้นระส่ำระสายจนเจ็บไปหมด เจษลินทร์กำลังทำมิดีมิร้ายกับร่างกายเขาอยู่ โอย ไอ้ปืนคนนี้จะวูบ
ปัณณวิชญ์รีบดึงสติกลับมาก่อนที่จะได้วูบไปจริงๆ ใกับสภาพของตัวเองเล็กน้อย ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายถอดเสื้อผ้าเขาออกไปั้แ่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็เหลือแค่อันเดอร์แวร์ตัวเดียวแล้ว
เจษลินทร์วนจูบซิกซ์แพ็กของคนรักซ้ำๆ นั่นทำให้ปัณณวิชญ์มวนท้องไปหมด เขาคว้าใบหน้าสวยขึ้นมารับจูบดูดดื่มและเร่าร้อน ตอนนี้ท่อนล่างของเขากระสันจนแทบจะะเิออกอยู่มาอยู่รอมร่อ
“เธอครับ ปืนขอได้ไหม” เขากระซิบข้างหูคนรักด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วต้องย่นคออัตโนมัติ มันเซ็กซี่เกินไป
ก็เล่นถามโต้งๆแบบนี้จะให้เจษลินทร์ตอบว่าอย่างไรเล่า
“ได้มั้ยครับ” ปัณณวิชญ์ยังคงออดอ้อนและคลอเคลีย
คนแก้มแดงพยักหน้าตอบอย่างขวยเขิน
ปัณณวิชญ์หอมแก้มชมพูระเรื่อไปหนึ่งฟอด ก่อนจะพลิกตัวเปลี่ยนตำแหน่งกับคนรักแล้วลุกไปหยิบคอนดอมและเจลหล่อลื่นตรงลิ้นชักข้างหัวเตียงด้วยความเร็วแสง
เจษลินทร์หน้าเห่อร้อนจนแทบไหม้ เมื่อเห็นปัณณวิชญ์ถอดอันเดอร์แวร์ของเ้าตัวออก เผยให้เห็นอะไรต่อมิอะไรที่มันน่าเขินอายจนอยากมุดเตียงหนี
“ปะ ปิดไฟได้มั้ย” คนใต้ร่างว่าพลางเสหน้าไปทางอื่น
ปัณณวิชญ์ยกยิ้มแล้วเอื้อมมือไปหรี่ไฟหัวเตียงเหลือแค่พอสลัวๆให้พอได้บรรยากาศอีโรติก แล้วกลับมาบรรจงมอบจูบดูดดื่มหวานลิ้นให้คนรักอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่รีบร้อน ค่อยๆไล่จูบแทะโลมเลียทั่วร่างหอมเนียนอย่างหลงใหล จนมาถึงโคนขาอ่อนของเจษลินทร์ เขาไล้ปลายจมูกสลับกับจูบแ่เบาก่อนจะลงลิ้นตรงนั้นจนคนรักครางเสียงหวานไม่เป็คำ มือหนาลูบไล้ทาเจลตรงช่องทางอ่อนนุ่มของคนใต้ร่างอย่างเย้ายวน แล้วค่อยๆสอดนิ้วเข้าไปเปิดทางเบามือ
“อื้อ” เจษลินทร์เผลอเกร็งตัวเมื่อมีสิ่งแปลกใหม่เข้ามาทักทาย ปัณณวิชญ์จึงหันมาปรนเปรอจูบริมฝีปากหวานละมุนให้คนรักผ่อนคลาย พวกเขานัวเนียกันอีกครู่ใหญ่ มือหนายังคนวนเวียนนวดคลึงช่องทางรักจนแน่ใจว่าเจษลินทร์พร้อมแล้ว จึงแกะคอนดอมมาสวมก่อนจะค่อยๆสอดใส่ตัวตนเข้าไปอย่างอ่อนโยนที่สุด
“เธอครับ ไม่ต้องเกร็งนะ ถ้าเจ็บมากก็บอก” ว่าพร้อมจูบขมับปลอบประโลมคนรักตอนที่ ‘ตัวตน’ ของเขาเข้าไปได้ครึ่งหนึ่ง
เจษลินทร์พยักหน้ากอดคอปัณณวิชญ์ไว้ จนเขาแทรกซึมเข้ามาได้สำเร็จ ยอมรับว่ามันเจ็บและอึดอัดนิดๆ แต่ก็พอทนไหว
ปัณณวิชญ์ยังคงเล้าโลมเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของคนใต้ร่าง ลิ้นอุ่นๆหยอกล้อยอดปทุมถันจนเจษลินทร์เคลิบเคลิ้ม เขาจึงเริ่มขยับเอวเชื่องช้า ส่วนอ่อนนุ่มของคนรักนั้นรัดแน่นมากจนปัณณวิชญ์หายใจไม่ทั่วท้อง เขาขบกรามแน่นพยายามข่มใจไม่ให้ตัวเองกระแทกกระทั้นตามสัญชาตญาณดิบ เพราะเขาอยากจะอ่อนโยนกับคนรักให้มากที่สุด
แต่อีกฝ่ายนั้นก็น่ารักเหลือเกิ๊น แก้มแดงๆคิ้วเรียวสวยที่ขมวดเล็กน้อยกับฟันกระต่ายที่ขบริมฝีปากไว้ ทำเอาปัณณวิชญ์แทบขาดสติ เขาขยับเอวเร็วขึ้นพลางลูบไล้ส่วนน่ารักของเจษลินทร์ที่เฉิ่มน้ำอย่างเอาใจ
"อ๊าา ปืน~" เจษลินทร์ครางเสียงหลงเมื่อจังหวะรักเริ่มเร่าร้อนขึ้น เขากอดปัณณวิชญ์ไว้แน่น ปล่อยให้คนรักนำพาไปในภวังค์หวานล้ำ ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของปัณณวิชญ์เป็ไปด้วยความนุ่มนวลและอ่อนโยน ทุกอย่างมันลื่นละมุนหวานไปหมด ตอนนี้หัวสมองเจษลินทร์ว่างเปล่าไม่ประมวลผลใดๆแล้ว รับรู้ได้เพียงท่อนเนื้อที่เข้าออกช่องทางของเขา ช้าบ้างเร็วบ้างแล้วแต่แรงปรารถนาของคนบนร่าง
“เธอครับ มันดีมาก” ปัณณวิชญ์ครางเสียงต่ำ ตอนนี้เขารู้สึกว่าตนเองคล้ายคนละโมบไม่รู้จักพอ อยากจะััเจษลินทร์มากยิ่งขึ้นไปอีก เขากอดเกี่ยวร่างคนรักไว้ทุกสัดส่วนแแ่ มีเพียง่เอวเท่านั้นที่เคลื่อนออกห่างแล้วขยับเข้ามาแนบชิดซ้ำไปซ้ำมา เสียงครางหวานๆกับเสียงทุ้มต่ำสลับเคล้ากันอยู่เนืองๆ
ค่ำคืนเร่าร้อนละมุนละไมจบลงที่สองร่างนอนกอดก่ายแนบชิดกันและกัน โดยมีผงความอิ่มเอมหอมหวานฟุ้งกระจายอยู่ทั่วทุกมุมห้อง
***
“มอนิ่งครับ” ปัณณวิชญ์เอ่ยทักทายคนรักในอ้อมแขน ริมฝีปากหนาพรมจูบไปทั่วหน้าผากของคนตัวบาง บางจริงๆนะ เมื่อคืนเขาพิสูจน์แล้ว ทั้งบางทั้งนิ่มเลยล่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าเจษลินทร์กินแล้วเอาไปไว้ที่ไหนหมดเ้าตัวถึงได้เพรียวขนาดนี้?อันนี้ไม่ได้ขิงนะ เล่าให้ฟังเฉยๆ
พอความทรงจำเื่เมื่อคืนแล่นเข้ามาในหัว คนในอ้อมแขนก็รู้สึกหน้าเห่อร้อนขึ้นมา จึงเอาหน้าซุกอกปัณณวิชญ์แก้เขิน อีกฝ่ายเห็นดังนั้นก็อดเอ็นดูไม่ได้ กระชับกอดคนรักแน่น
“พี่ใจดีครับ ปืนรักเธอนะ” เจษลินทร์ยกยิ้มจนตาหยี ความรู้สึกละมุนหวานห้อมล้อมภายในอก ทั้งยังรู้สึกเคอะเขินที่อีกฝ่ายเรียกเขาว่าพี่ แต่กระนั้นก็ยังเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนรัก
“เจษก็รักปืนครับ”
ทั้งคู่สบตาและยิ้มส่งยิ้มให้กัน ก่อนคนเด็กกว่าจะโน้มลงมาจุมพิตคนในอ้อมแขนอย่างรักใคร่
โชคดีที่วันนี้พวกเขาไม่มีงานทั้งคู่ เจษลินทร์จึงได้พักฟื้นร่างกายโดยมีปัณณวิชญ์คอยเอาใจและคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง
***
“ไม่อยากให้กลับเลย” ปัณณวิชญ์ออดอ้อนกอดรั้งคนรักไว้ ในอีกวันถัดมา
“ไม่ได้กลับบ้านมาสามวันแล้วครับ เดี๋ยวสาวที่บ้านจะงอน”
“ยอมให้สาวคนนี้คนเดียวนะครับ”
เจษลินทร์ยิ้มรับ
“ปืนเองก็มีนัดกับเพื่อนไม่ใช่เหรอ”
“ปืนยังไม่ได้ตอบตกลงเลย ไอ้สองตัวนั้นมโนเอาเอง”
“ปั่นเก่ง” เจษลินทร์ว่าพร้อมบีบจมูกคนรักเบาๆ
“ป่ะ งั้นปืนขับรถไปส่ง”
“โหยไม่ต้องหรอก ไปก็ไปคนละคัน ไหนปืนจะวนกลับมาอีก รถก็ติดด้วย เจษกลับเองดีกว่า”
สุดท้ายปัณณวิชญ์ก็ต้องยอมตามที่คนรักว่า แต่กระนั้นกว่าเจษลินทร์จะได้กลับบ้านจริงๆก็กินเวลาไปพอสมควร เพราะปัณณวิชญ์ทั้งกอดทั้งหอมบอกลาไปหลายรอบ แถมไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เจษลินทร์เลยต้องรวบหน้าดื้อๆของแฟนเด็กมาพรมจุ๊บทั่วไปหน้า ปัณณวิชญ์ถึงได้ยอมปล่อยให้เขากลับบ้าน
หลังจากเจษลินทร์กลับไปแล้ว เพื่อนทั้งสองของปัณณวิชญ์ก็โทรจิกยิกๆ ราวกับต้นกำเนิดที่แท้จริงของพวกนั้นคืออาร์คีออพเทอริกซ์ (นก) หาใช่โฮโมเซเปียนส์ไม่
“ไอ้ปืน มึงเล่ามาเลยนะ สรุปยังไงแน่” หาญเอ่ยทันทีที่ปัณณวิชญ์มาถึง
“ต่อมเผือกมึงก็กระตุกแรงไปนะ” คุณหมออี้เอ่ยท้วงเพื่อน
“มึงก็ขี้เสือกไม่ต่างกับกูหรอกอี้ ไม่งั้นออกเวรมาป่านนี้มึงกลับไปนอนแล้ว”
“ไม่กัดกันให้เสร็จก่อนแล้วค่อยโทรเรียกกูวะ” ปัณณวิชญ์มีท่าทีเบื่อหน่ายกับเพื่อนสองคนที่มักจะกัดกันเป็ประจำ
“มึงสิหมา” // “ไอ้ห่า” เพื่อนรักทั้งสองมอบถ้อยคำหวานซึ้งให้ปัณณวิชญ์ ทว่าเ้าตัวแค่ยักไหล่ไม่ได้แยแสนัก
“อย่าลีลา เล่ามาสักที” หาญยังคงคาดคั้นเพื่อน
ปัณณวิชญ์เองก็คร้านร่ำไร ถึงเขาไม่เล่าตอนนี้เ้าเพื่อนตัวดีคงได้คาดคั้นเขาทุกครั้งที่เจอกันเป็แน่ จึงเล่าให้ฟังว่าแท้จริงแล้วเจษลินทร์คือแฟนของเขาเอง ที่ฝ่ายนั้นเข้าหาซีฮันเพราะ้าหลักฐานในคดีพี่ชายเขา
“โห ใจพี่เขามันได้ว่ะ เป็กูกูรักตายเลย” อี้กล่าว
“กูว่าต่อให้เขาไม่ทำอะไรแบบนี้ เพื่อนมึงก็หลงเขาหัวปักหัวปำแล้ว มึงไม่เห็นอาการร้อนรนของมันตอนที่หาเขาไม่เจอ อย่างกับหมาบ้า อีกอย่างนะพี่เขาหน้าอย่างหล่ออะมึง ขนาดกูเป็ผู้ชายกูยังมองว่าหล่อ” หาญเล่า
“เขาเรียกว่าน่ารักเว้ย หล่อน่ะเอาไว้ใช้กับกู แต่ก็นะแฟนกูอะ น่ารักมากแบบมากๆจนกูใจเจ็บไปหมดเลยว่ะ” ปัณณวิชญ์เอ่ยตาใส
“แค่ก” อี้สำลักน้ำและไออยู่สองสามที ก่อนจะเอ่ย
“มึงใคร?คายเพื่อนกูมาเดี๋ยวนี้ กูมีพระนะเดี๋ยวสวมคอแม่งเลย” ว่าพร้อมทำท่าจะถอดสร้อยจากคอสวมให้ปัณณวิชญ์
“เชี่ยไรมึงเนี่ย?” ปัณณวิชญ์ถามเพื่อนที่ทำท่าทางประหลาดๆ
“ก็มึงอะ มึงเคยเป็แบบนี้ซะที่ไหน อยู่ๆก็มีความรัก อยู่ๆก็มาทำท่าขิงแฟน มึงเวอร์ชันนี้กูไม่เคยเห็น กูไม่ชิน คืนเพื่อนกูมาบัดเดี๋ยวนี้”
“เว่อร์เกินเบอร์มาก”
“พอกูมาคิดๆดูแล้ว ตลอดครึ่งปีมานี้กูเห็นมันดิ้นรนทำอะไรเพื่อเขาตั้งมากมาย เพราะงั้นกูไม่แปลกใจเท่าไหร่” หาญเอ่ยหลังจากปะติดปะต่อเื่ที่ปัณณวิชญ์เล่า
“ใจมึงมันได้ว่ะ” คุณหมออี้ว่าพร้อมตบบ่าเพื่อน
"เอ้อ แล้วพี่ใจดีอะไรของมึงนั่นล่ะ?" หาญถามเมื่อนึกขึ้นได้ว่าปัณณวิชญ์เคยเล่าให้ฟังว่ามีคนที่ฝังใจอยู่
"ก็คนนี้แหละ คนเดียวกันว่ะ"
"เหยดดดด" // "โคตรพรหมคิหลิดเลยว่ะ" เพื่อนทั้งสองของปัณณวิชญ์เอ่ยขึ้นพร้อมกัน
"พรหมลิขิตมั้ย ไปเรียนภาษาคนมาใหม่นะ" ปัณณวิชญ์เอ่ยกับอี้ แต่ฝ่ายนั้นเพียงแค่ทำหน้าตากวนอวัยวะเบื้องล่างสุดเท่านั้น
"ว่าแต่มึงชัวร์แล้วใช่มั้ย คราวนี้ไม่ผิดคนแน่นะ?"
"เออ คราวนี้ถูกคนแล้ว" ปัณณวิชญ์ตอบพร้อมยกยิ้ม นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เขาเข้าใจผิดว่าใครคนหนึ่งเป็พี่ใจดีของตัวเอง ดีที่เขาไม่ได้ตัดสินใจพลาดไปในตอนนั้น ไม่งั้นวันนี้คงไม่ได้เป็แฟนกับพี่ใจดีตัวจริงซะแล้ว
สามเสือนั่งคุยกันอยู่นาน ส่วนใหญ่เพื่อนทั้งสองก็จะวกมาแซวปัณณวิชญ์เื่แฟนของเ้าตัว แต่นอกจากจะไม่เขินสักนิด ปัณณวิชญ์ยังขิงแฟนตัวเองให้ฟังจนเพื่อนทั้งสองหมั่นไส้จะสำลักความรักของปัณณวิชญ์ออกทางรูหูอยู่แล้ว นอนตะแคงยังไม่ได้เลย~
***
ฝ่ายเจษลินทร์พอกลับมาถึงบ้านก็โดนแฝดคู่หูแซวไปยกใหญ่ แถมยังโดนคุณเจนคาดคั้นให้พาปัณณวิชญ์มาเจอบ้าง เ้าตัวทำได้แค่ตอบรับแ่เบาเพราะไม่รู้ว่าปัณณวิชญ์อยากจะมาเจอครอบครัวเขารึเปล่า พอโดนแซวมากๆเข้าเจษลินทร์ก็เฉไฉเปลี่ยนเื่คุยทันที
“โหย ข่าวนี้น่ากลัวอะ น้องผู้หญิงสองคนนี้ยังเด็กอยู่เลย”
“อื้อ เหมือนข่าวเมื่อวันก่อนเลย แต่อันนั้นที่จมน้ำเสียชีวิตอะ เมายาและโดนข่มขืนด้วยนะ” จิรากรเอ่ย
“แบบนี้ก็ฆาตกรรมแล้วดิ”
“อือ ใช่”
“ยุคสมัยนี้ยาเสพติดนี้มันเยอะจริงๆ เฮ้อ” เจนจิราเอ่ยเสริมลูกชาย
หลังจากดูข่าวคุยกับแม่และน้องอยู่พักใหญ่ เจษลินทร์ก็เดินไปนั่งเล่นที่ห้องทำงานของผู้เป็พ่อ เพราะอยากจะคิดทบทวนอะไรหน่อย ระหว่างนั้นสายตาเขาก็มองเหม่อไปเรื่อย จนมาสะดุดที่แฟ้มเอกสารสองอันที่ยื่นออกมาไม่เสมอกับพวก เขาที่เป็คนประเภทที่เห็นอะไรแบบนี้แล้วมันอดไม่ได้ จึงเดินไปหมายจะดันให้มันเสมอกันแต่มันกลับดันไม่เขา เหมือนมีอะไรสักอย่างอยู่ด้านหลัง เขาเลยดึงแฟ้มทั้งสองออกมาดู
แล้วคิ้วสวยก็ขมวดเข้าหากัน เพราะสิ่งที่อยู่ตรงนั้นคือสมุดบันทึกที่เขาหาอยู่นั่นเอง
‘มาอยู่นี่ได้ไงเนี่ย?’
เจษลินทร์หยิบสมุดบันทึกมาเปิดอ่าน เผื่อว่าเขาจะได้อะไรจากมันบ้าง
และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขาบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับคดีของชวินทร์ไว้เยอะพอสมควร
แต่ข้อมูลเ่าั้เขาก็ได้รู้มาหมดแล้วจากคำบอกของขุนพลและธิติ จะมีก็แต่บันทึกหน้าสุดท้ายที่เขาเขียนไว้ว่า
ซีฮันและ…คนคนนั้น
เห็นได้ชัดว่าคำว่า ‘คนคนนั้น’ เขาเขียนเน้นคำจนกระดาษแทบจะทะลุราวกับว่าตอนที่เขียนนั้นกำลังโกรธหรือโมโหนักหนา
TBC
****โอย ขอยาดมหน่อยค่าาาาา เขียนไปเขินไป โง้ยยยย
เื่นี้มี E-Book ใน MEB , Ookbee นายอินทร์ และเว็บห้องสมุด แล้วนะคะ
โดยใช้ชื่อเื่ว่า เจษลินทร์ (YOU) ค่ะ
แต่ว่าเอาลิ้งก์มาวางไม่ได้ (T-T)
่นี้ E – Book จัดโปรโมชันลดราคาอยู่น๊าาาา
ไปตำ / สนับสนุนนักเขียนตัวเล็กตัวน้อยคนนี้ได้นะคะ // ประนมมือกราบอย่างนอบน้อมพร้อมบีบนวดให้นะเ้าคะ
❤
Enjoy Reading
- Love -