การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 9 ร้านค้าดาราสวรรค์

    หลังจากแยกทางกับจางหย่งแล้ว หวังเหว่ยได้ขอให้หลี่น่าพาไปที่ร้านค้าที่รับซื้อสิ่งของต่างๆที่ได้จากสัตว์อสูร หลี่น่าที่เห็นหวังเหว่ยมีหนังสัตว์อสูรมัดติดข้างเอวมาจำนวนหนึ่ง จึงฉุกคิดขึ้นได้ว่า หวังเหว่ยน่าจะมีสิ่งของต่างๆที่ได้จากสัตว์อสูรระหว่างที่อาศัยอยู่ภายในป่าและอยากที่จะขาย         พอคิดได้ดังนั้นหลี่น่าจึงได้กล่าวกับหวังเหว่ยว่า “หนุ่มน้อยข้าจะแนะนำร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอสูรจันทราแห่งนี้ให้กับเจ้า ร้านค้าแห่งนี้มีชื่อว่า "ร้านค้าดาราสวรรค์" ภายในร้านค้าดาราสวรรค์มีสิ่งของหายากมากมายให้เลือกสรร เจ้าสนใจที่จะไปเยี่ยมชมร้านค้าแห่งนี้หรือไม่ ?”         หวังเหว่ยได้แสดงสีหน้าตื่นเต้นราวกับเด็กๆ ออกมาในทันทีที่ได้ยินคำกล่าวของหลี่น่า “ข้าสนใจขอรับ พี่สาวหลี่น่า”         หลี่น่าหัวเราะคิกคักเล็กน้อยขณะมองดูสีหน้าที่ดูตื่นเต้นของหวังเหว่ยพร้อมกับกล่าวออกมาว่า “อื้ม เช่นนั้นข้าจะนำทางเจ้าไปยังร้านค้าดาราสวรรค์”        หลังจากตัดสินใจกันได้แล้ว หวังเหว่ยและหลี่น่าได้เดินไปยังร้านค้าดาราสวรรค์ด้วยกันอย่างช้าๆ ตลอดทางมีชาวเมืองและผู้ที่สัญจรไปมาหันมาดูทั้งสองคนอยู่บ่อยครั้ง         เนื่องจากหลี่น่ามีชื่อเสียงภายในเมืองแห่งนี้อยู่ไม่น้อย ด้วยรูปร่างหน้าตาที่งดงาม ทำให้ผู้คนภายในเมืองต่างหันมามองหวังเหว่ยที่เดินมาด้วยกันกับหลี่น่าอยู่เป็นระยะๆ หวังเหว่ยในตอนนี้เป็นเด็กหนุ่มอายุ15ปี ผิวขาว หน้าตาดี และมีความสูงพอๆ กับหลี่น่าทำให้ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันโดยที่ไม่รู้ตัว        ซึ่งทั้งสองคนในขณะนั้นต่างก็ให้ความสนใจอยู่ที่ร้านค้าตามรายทาง จึงไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งที่ผู้คนภายในเมืองคิด หลี่น่าหลังจากได้เห็นเครื่องประดับที่วางขายบนแผงลอยของร้านค้าตามรายทาง ก็หยุดแวะดูแวะชมเป็นพักๆ           “น้องชาย เจ้าว่าปิ่นหยกชิ้นนี้งดงามรึไม่”         “งดงามมากเลยพี่สาว ปิ่นหยกที่งดงามเช่นนี้ช่างเหมาะกับหญิงสาวที่งดงามเช่นพี่สาวจริงๆ”          “เจ้าก็ชมข้าเกินไปน้องชาย”         หลี่น่าได้หน้าแดงขึ้นเล็กน้อย เมื่อได้รับคำชมจากหวังเหว่ย หลังจากที่หลี่น่าได้ซื้อปิ่นหยกที่ถูกใจแล้ว ทั้งสองก็ได้พูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆภายในเมืองและเดินคู่กันไปจนถึงหน้าร้านค้าดาราสวรรค์        พนักงานต้อนรับของร้านค้าดาราสวรรค์ ได้ออกมาต้อนรับทั้งสองคนและพาทั้งสองคนเข้ามาภายในร้าน หลังจากหวังเหว่ยและหลี่น่าเดินเข้ามาภายในร้านค้าดาราสวรรค์ หวังเหว่ยก็ได้ถามพนักงานต้อนรับของทางร้านว่า         “ทางร้านรับซื้อสิ่งของที่ได้จากสัตว์อสูรหรือไม่ขอรับ ?”          พนักงานต้อนรับของร้านที่จำหลี่น่าได้ เมื่อได้ยินว่าหวังเหว่ยต้องการขายสิ่งของที่ได้จากสัตว์อสูร พนักงานต้อนรับของร้านจึงได้กล่าวกับหวังเหว่ยว่า         “โปรดรอสักครู่ขอรับคุณชาย ข้าจะเข้าไปเรียกท่านผู้จัดการให้ขอรับ”         เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ผู้จัดการของร้านค้าราดาสวรรค์ได้เดินออกมาจากภายในร้าน และได้เห็นหลี่น่าที่อยู่ข้างๆหวังเหว่ย ผู้จัดการของร้านจึงคิดว่าหวังเหว่ยอาจจะเป็นศิษย์ใหม่ของสถาบันอสูรฟ้าครามที่หลี่น่าพามาแนะนำสถานที่ภายในเมือง ผู้จัดการของร้านจึงได้เดินเข้าไปหาหวังเหว่ยและสอบถามถึงสิ่งของที่หวังเหว่ยต้องการจะขาย หวังเหว่ยจึงได้บอกกับผู้จัดการของร้านว่า “ข้ามีหนังสัตว์อสูรระดับหนึ่ง ห้าแผ่นแบ่งเป็น หนังสัตว์อสูรสุนัขจิ้งจอกสองแผ่น หนังสัตว์อสูรแมวป่าสามแผ่นและมีแก่นอสูรสุนัขจิ้งจอกหนึ่งอัน ขอรับท่านผู้จัดการ”        ผู้จัดการของร้านและหลี่น่าตกใจเล็กน้อยเมื่อได้เห็นแก่นอสูร เพราะแก่นอสูรนั้นหายาก ในสัตว์อสูร100ตน อาจจะพบแก่นอสูรเพียงอันเดียวเท่านั้น        หลังจากพูดจบ หวังเหว่ยได้แก้มัดหนังสัตว์อสูรที่อยู่ข้างเอวของตนเองออก ด้านในหนังสัตว์อสูรที่ผูกไว้ข้างเอวของหวังเหว่ยมีแก่นอสูรอยู่หนึ่งอัน          หวังเหว่ยได้นำสิ่งของทั้งหมดมอบให้กับผู้จัดการของร้านเพื่อช่วยตีราคา หลังจากรับสิ่งของทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ผู้จัดของการร้านได้เชิญทั้งสองเข้าไปพูดคุยยังห้องรับรองของร้าน เพราะชื่อเสียงของหลี่น่าในเมืองแห่งนี้มีอยู่ไม่น้อยผู้จัดการของร้านจึงให้การต้อนรับทั้งสองคนเป็นอย่างดี        ในขณะที่เดินเข้ามาภายในร้านก่อนจะไปยังห้องรับรอง ผู้จัดการของร้านได้พาทั้งสองเดินดูรอบๆร้านก่อนเพื่อแนะนำร้านให้แก่หวังเหว่ย ซึ่งในร้านค้าแห่งนี้มีของที่น่าสนใจอยู่หลายอย่างทั้งอาวุธ ชุดเกราะ แก่นอสูร แผ่นหนังสัตว์ เม็ดยาสมุนไพร และสิ่งของอื่นๆอีกมากมาย         ร้านค้าดาราสวรรค์แห่งนี้มีทั้งหมดสามชั้น ชั้นที่หนึ่ง ขายสินค้าต่างๆทั่วไป ชั้นที่สอง ขายสินค้าที่หาได้ยาก ชั้นที่สาม ขายสินค้าล้ำค่าระดับสูง ภายในชั้นที่สาม มีสินค้าอยู่เพียงไม่กี่สิบชิ้น และมีนักอัญเชิญอสูรรับหน้าที่เฝ้าดูแลอยู่หลายคน หลังจากที่หวังเหว่ยได้มองสำรวจดูรอบๆร้านจนพอใจ ผู้จัดของการร้านได้นำทางทั้งสองคนไปยังห้องรับรองที่อยู่ด้านในสุดของชั้นที่สอง         หลังจากเข้ามาภายในห้องรับรอง ทั้งสามคนก็ได้นั่งลงบนเก้าอี้ที่ดูหรูหราภายในห้องรับรอง จากนั้นได้มีพนักงานหญิงสาวของร้านคนหนึ่ง นำชามาเสิร์ฟให้กับทั้งสามคน        หลังจากนั้นผู้จัดการของร้านก็ได้เริ่มต้นพูดคุยกับหวังเหว่ย ในเรื่องของราคาสิ่งของที่นำมาขายโดยจะให้ราคา หนังสัตว์อสูรรวมทั้งหมด 3เหรียญทอง แก่นอสูรราคา 100เหรียญทอง หลังจากที่ได้ฟังราคาทำให้หวังเหว่ยได้รับรู้ถึงคุณค่าของแก่นอสูรภายในยุคปัจจุบันในทันที       ภายในมิติแดนอสูรของหวังเหว่ยยังมีหนังสัตว์อสูรและแก่นอสูรเก็บไว้อีกจำนวนไม่น้อย อีกทั้งยังมีสมุนไพรที่ปลูกเอาไว้อยู่อีกมากมาย ซึ่งหวังเหว่ยยังไม่คิดที่จะนำสิ่งของเหล่านี้ออกมาขาย เพราะจะทำให้เป็นที่สนใจมากเกินไป ในตอนนี้หาเงินให้ได้สักก้อนเพื่อตั้งตัวและดูสถานการณ์ต่างๆภายในเมืองก่อนย่อมดีที่สุด         ภายหลังจากการพูดคุยต่อรองเล็กน้อย ด้วยความช่วยเหลือของหลี่น่า หวังเหว่ยได้รับเหรียญทองจำนวน 105เหรียญทอง จากการขายสิ่งของในครั้งนี้และเดินออกจากร้านพร้อมกันกับหลี่น่า หวังเหว่ยนำเหรียญทองที่ได้รับมาเก็บไว้ในกระเป๋าสะพายข้างหนังกระต่าย ที่ทางร้านแถมมาให้ หลังจากนั้นหวังเหว่ยได้ขอให้หลี่น่าพาไปส่งยังโรงเตี้ยมใกล้ๆ         เมื่อทั้งสองคนมาถึงยังหน้าโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง หลี่น่าได้กล่าวกับหวังเหว่ยว่า        “ในอีกสามเดือนข้างหน้า สถาบันอสูรฟ้าครามได้เปิดรับสมัครนักเรียนใหม่ ขอเพียงมีระดับเลเวล10ขึ้นไป และมีอายุไม่เกิน18ปี ก็สามารถสมัครเข้าร่วมทดสอบเพื่อเข้าเรียนในสถาบันได้ทันที ค่าธรรมเนียมเข้าเรียนปีละ1เหรียญทอง หากเจ้าสนใจอยากเข้าเรียนที่สถาบันอสูรฟ้าครามเจ้าสามารถไปสมัครได้ในตอนนั้น เพราเจ้ามีระดับเลเวล12 ซึ่งผ่านเกณฑ์แล้ว”         ภายหลังจากการพูดคุยกัน หลี่น่าก็ได้ขอตัวกลับสถาบันอสูรฟ้าคราม ก่อนที่หลี่น่าจะแยกตัวออกไป หวังเหว่ยได้นำเงิน1เหรียญทองออกมามอบให้กับหลี่น่า          “พี่สาวหลี่น่า นี่คือเงินค่าที่พักที่ท่านจ่ายให้ข้าตอนอยู่ในหมู่บ้านอสูรสีฟ้า สำหรับส่วนที่เหลือคือค่านายหน้าที่ท่านพาข้าไปยังร้านค้าดาราสวรรค์”         หลี่น่าเมื่อเห็นหวังเหว่ยนำเงิน 1เหรียญทองออกมามอบให้ ก็คิดในใจว่า "เด็กคนนี้ท่าทางจะนิสัยดีและเป็นคนซื่อสัตย์" หลังจากยืนคิดสักพักหลี่น่าที่ไม่อยากปฏิเสธน้ำใจของหวังเหว่ย ก็ได้ตัดสินใจรับเงิน 1เหรียญทองของหวังเหว่ย         “ขอบคุณเจ้ามากน้องชาย ไว้พบกันใหม่”         หลังจากหลี่น่าบอกลาหวังเหว่ยเสร็จเรียบร้อย หลี่น่าได้เดินกลับไปยังที่ฝากสัตว์อสูรหมาป่าฟ้าไว้และเดินทางกลับสถาบันอสูรฟ้าคราม        ส่วนหวังเหว่ยได้เดินเข้าไปในโรงเตี้ยมเพื่อพูดคุยกับเถ้าแก่โรงเตี้ยมและจองห้องพักล่วงหน้า10วัน มีอาหาร 3มื้อให้ทานฟรีทุกวัน รวมเป็นเงิน 30เหรียญเงิน หลังจากจ่ายเงินให้กับเถ้าแก่ของโรงเตี้ยมเรียบร้อยแล้ว          หวังเหว่ยได้เข้าไปในห้องพักของตนเองและเก็บกระเป๋าสะพายข้างหนังกระต่ายเข้าสู่มิติแดนอสูร หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยก็ได้นอนหลับพักผ่อนอยู่บนเตียงภายในห้องพัก