Brew up 1
หลังจากพี่เกรย์ผู้จัดการร้านสอนงานผมอยู่เกือบชั่วโมง ร้านก็เปิดเรียบร้อยแล้วแม้จะยังไม่มีลูกค้ามาก็ตามที ร้านอาหารกึ่งบาร์ของที่นี่จะแบ่งเป็ 4 โซน โซนแรกจะเป็ห้องกระจกซึ่งอยู่ฝั่งขวามือถ้ามองจากนอกร้าน ส่วนโซนที่สองจะเป็โซนหน้าเวทีที่มีไว้โชว์ไลฟ์ของวงดนตรีที่มีทั้ง 3 วงจนกระทั่งปิดร้าน โซนที่สามจะเป็โซนฝั่งซ้ายมือถ้ามองจากด้านนอกร้านและอยู่ตรงข้ามกับโซนแรกซึ่งเป็ห้องกระจก โซนสุดท้ายจะเป็โซนที่ต่อจากโซนที่สองแต่เป็โซนที่ไม่มีหลังคาคลุม อ๋อ! ที่สำคัญผมรู้แล้วว่าคนชื่อลายครามคือเ้าของห้องนั่งเล่น
เวลาผ่านไปชั่วโมงหนึ่งหลังจากที่กัปตันสอนงานผมเสร็จพี่แกก็อยู่ใกล้ตัวผมตลอดเวลาเผื่อผมยังไม่เข้าใจระบบสั่งเหล้าสั่งอาหารผ่านโปรแกรมของที่ร้าน พอเริ่มมีลูกค้ามาเรื่อย ๆ ผมก็คอยเดินเข้าไปสังเกตดูว่าพนักงานเก่ามีวิธีรับลูกค้ายังไงบ้าง โดยเราจะรับลูกค้าได้เฉพาะลูกค้าที่ไปนั่งในโซนที่เรารับผิดชอบเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งลูกค้ากัน ผมว่าระบบของที่นี่ดูโอเคอยู่นะเพราะถ้ามีการแย่งลูกค้ากันอาจจะเกิดการทะเลาะกันก็ได้
"สวัสดีครับ พี่มากันกี่คนครับ" ผมรีบเข้าไปหาลูกค้าผู้ชายซึ่งกำลังเดินเข้ามาในโซนสองที่ตัวเองรับผิดชอบ และตอนนี้ก็มีแค่ผมเพราะพี่เกรย์ไปดูในครัวส่วนเดรคที่ประจำโซนสองกับผมก็ไปเข้าห้องน้ำ ลูกค้าที่เข้ามาใหม่มองหน้าผมั้แ่หัวจรดเท้าแล้วทำหน้าสงสัย
"มาคนเดียว"
"งั้นลูกค้าอยากนั่งตรงไหนเป็พิเศษไหมครับ" พอลูกค้าพูดจบผมก็ถามต่อทันที ลูกค้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินไปนั่งโต๊ะซึ่งอยู่ใกล้บาร์ค็อกเทลหน้าห้องกระจกที่สุด แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในโซนที่สอง
"นี่เป็เมนูฮะ ลูกค้าชอบดื่มอะไรเป็พิเศษไหมครับร้านเรามีทั้งเหล้า เบียร์ ไวน์ เบียร์นอก ค็อกเทล" ผมอธิบายพลางใช้นิ้วไล่ไปตามเมนูของร้านให้ลูกค้าดู ลูกค้ามองตามแต่ไม่ได้เลือกตามที่ผมบอก
"แนะนำหน่อย" ลูกค้ายืดตัวแล้วยกมือขึ้นมากอดอกคล้ายกับกำลังรอฟังผมอยู่
"ถ้าลูกค้าชอบกลิ่นหอมสดชื่น รสชาติอ่อนแต่ไม่หวาน ผมแนะนำยินเลยฮะ"
"ยินนี้" พอผมพูดจบลูกค้าก็พูดต่อพร้อมใช้นิ้วชี้ชี้มาที่ผมในขณะที่หน้ายังนิ่งสนิทเหมือนเดิม นอกจากจะเอาใจยากแล้ว ลูกค้าคนแรกของผมแม่งยังเดาใจได้ยากอีกต่างหาก กัปตันก็ไม่อยู่ ตอนแรกก็แปลกใจทำไมลูกค้าถึงรู้ชื่อผมแต่พอนึกได้ว่าพนักงานทุกคนมีป้ายชื่อติดตรงอกก็เลยโล่งใจ
"ผมหมายถึงยินนี้ฮะพี่ ยินนี้กินไม่ได้ฮะ" ผมตอบยิ้ม ๆ ติดตลกหวังว่าลูกค้าคนแรกของผมจะผ่อนคลายความตึงเครียดของตัวเองลงมาบ้าง เพราะถ้าพี่แกยังนิ่งสนิทแบบนี้ผมก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน
"ขอคิดดูก่อน"
"งั้นเดี๋ยวผมมารับออเดอร์อีกทีนะฮะ" ผมพูดจบก็รีบเดินออกมาจากบริเวณนั้น แล้วรีบมองหาตัวช่วยอย่างเดรคและพี่เกรย์ไม่ว่าใครก็ได้ทั้งนั้นตอนนี้
Laiknam's Said
วันนี้ผมเคลียร์งานในบริษัทของแม่เร็วเลยรีบเข้าร้านเพราะพี่เกรย์โทรมาบอกว่ามีพนักงานใหม่มา พอผมเข้าร้านก็เจอไอ้เด็กใหม่หัวส้มนี่ทันทีเลย แต่ไม่ยักกะมีใครคอยประกบเด็กใหม่ผมเลยลองให้เด็กหัวส้มได้ลองรับลูกค้าดูก่อน ก็ถือว่าโอเคในระดับหนึ่ง คนส่วนมากที่เข้าร้านไม่ทำหน้าตึงเครียดหรือเรียบนิ่งแบบผม ร้อยละเก้าสิบส่วนมากช่างพูดกันทั้งนั้น พอเห็นเด็กนั่นลนลานเพราะท่าทางของผมแล้วมันดูตลกดีผมเลยปล่อยให้มันไปสงบจิตใจซะก่อน
"อ้าว! ครามทำไมมานั่งตรงนี้ไม่เข้าบาร์อะ" เป็กัปตันคนเก่งของร้านผมเองที่เข้ามาทักผมที่นั่งรอไอ้เด็กผมส้มอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม
"ไอ้เด็กผมส้มมันพาผมมานั่งนี่ไง"
"งั้นเหรอ ฮ่า ๆ พี่ว่าจะรอครามเข้ามาค่อยแนะนำให้รู้จักแต่พอดีในครัวมีปัญหาเครื่องพิมพ์ไม่ทำงาน พี่เลยเข้าไปดูก่อนกลัวลูกค้าเข้าแล้วเมนูจะค้าง"
"ไม่เป็ไรพี่ มันก็ทำงานโอเค" พอผมพูดกับพี่เกรย์เสร็จไอ้เด็กหัวส้มคนเดิมก็เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใส โดยที่แก้มข้างขวามีรอยบุ๋มลึกของลักยิ้มประทับอยู่
"เป็ยังไงบ้างฮะ เลือกได้บ้างไหมฮะ" เด็กนั้นถามผมด้วยน้ำเสียงสดใส พร้อมหันไปยิ้มให้กัปตันของร้านที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วย
"ผมตามหาแทบแย่ ไปไหนมาฮะกัปตัน"
"พี่ไปดูอะไรในครัวมานิดหน่อย เรามาก็ดีแล้วพี่จะแนะนำให้รู้จัก นี่ลายครามเ้าของร้านนี้" พอกัปตันแนะนำตัวผมให้เด็กนั้นรู้จัก จากที่มันยิ้มอยู่ก็เปลี่ยนเป็อ้าปากหวอทันที
"สวัสดีฮะพี่คราม ขอโทษนะฮะผมนึกว่าลูกค้าผมไม่คิดว่าเ้าของร้านจะหล่อและดูหนุ่มขนาดนี้น่ะฮะ" ยินโค้งตัวเพื่อสวัสดีผมตามที่กัปตันแนะนำ พอทำเสร็จก็ยืดตัวตรงพร้อมยิ้มน่ารักให้ผม อะ! ผมเพิ่งบอกว่าไอ้เด็กผมส้มน่ารักงั้นเหรอ ผมอาจจะเวียนหัวจากเอกสารของบริษัทมากไปหน่อย
"เออ ๆ แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว"
"หลังเลิกงานว่าไงอะคราม" กัปตันถามผมขณะที่ผมกำลังลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปนั่งในบาร์ค็อกเทล พี่เกรย์คงจะหมายถึงปาร์ตี้รับเด็กใหม่ก็ได้ ผมมักจะเลี้ยงเหล้าเด็กเสิร์ฟเวลารับมาทำงานใหม่ เพื่อเป็การละลายพฤติกรรมไปในตัว
"พี่จัดการได้เลย ห้าทุ่มผมมีธุระแต่คงกลับมาก่อนเก็บร้านอยู่แล้ว" ผมบอกพี่เกรย์เสร็จก็หันไปพยักหน้าให้เด็กผมส้มที่ขอตัวไปรับลูกค้า ซึ่งเริ่มทยอยกันเข้ามาเรื่อย ๆ คงเพราะพรุ่งนี้เป็วันหยุดสุดสัปดาห์
ตอนนี้เป็เวลาสามทุ่มครึ่งขณะเดียวกันโต๊ะในร้านก็เต็มจนหมดแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ห้องกระจกที่ไม่ค่อยจะมีคนนั่งเท่าไร ผมนั่งมองบรรยากาศในร้านที่เต็มไปด้วยลูกค้ามากมาย ร้านนี้แรก ๆ ผมเปิดโดยไม่คิดไม่ฝันเลยว่ามันจะเติบโตได้ขนาดนี้ เพียงเพราะผมไม่อยากใช้เงินของที่บ้านและไม่อยากทำธุรกิจทัวร์ต่อจากคุณพ่อ ผมเลยเริ่มเปิดร้านเหล้าเล็ก ๆ หลังมอจนกระทั่งร้านใหญ่ขึ้นมีลูกค้าเต็มเกือบทุกวัน จน่ศุกร์เสาร์อาทิตย์เราต้องจ้างพนักงานชั่วคราว พนักงานที่ส่วนมากจะเป็นักศึกษาของมหาวิทยาลัยข้าง ๆ ร้านนี่เอง ไอ้เด็กผมส้มที่มาใหม่ขยันดีจริง ๆ วิ่งช่วยคนนั้นทีคนนี้ที เทเหล้า รินเบียร์ ที่สำคัญโดนลูกมอมไปหลายแก้วแล้วเหมือนกัน เพราะร้านของเราไม่ห้ามถ้าดื่มกับลูกค้าแต่ดื่มได้ต้องทำงานได้ มันจะยิ้มสดใสคุยกับลูกค้าด้วยท่าทางเหมือนเด็ก ๆ นั่นคงเป็จุดขายที่ทำให้ลูกค้าโต๊ะนั้นโต๊ะนี้เรียกมันไปชงเหล้าให้ ผมนั่งมองเด็กผมสีส้มสว่างจนเวลาผ่านไปเกือบห้าทุ่มครึ่งผมจึงรีบเก็บกระเป๋าแล้วเดินออกจากบาร์ไป
End : Laiknam
"ยิน มึงไหวปะเนี่ยหลังเลิกงานมีมีตติ้งอีกนะมึง" เดรคถามผมที่ยืนอยู่ที่ทางเข้าโซนของตัวเอง ั้แ่คนเริ่มเยอะลูกค้าก็เรียกผมชงเหล้า บางคนให้ผมดื่มหมดแก้วแล้วให้เงิน งานร้านเหล้านี่มันเปิดประสบการณ์ให้กับผมมากเลย ดื่มไปหลายแก้วจนพี่เกรย์เดินมากระซิบ จนเดรคเดินมาถามเพราะกลัวผมไม่ไหวแต่ทำไงได้ใจผมมันสู้ซะด้วยสิ
"กูยังไหวอยู่ แต่ถ้ากูไม่ไหวอย่าลืมพากูกลับด้วยนะเพื่อนรัก"
"แต่กูว่ามึงเริ่มไม่ไหวแล้วว่ะ" เดรคบอกผมพร้อมกับตบไหล่ผมดังแปะ ๆ แล้วมันก็เดินไปชงเหล้าให้ลูกค้าต่อ ปล่อยผมยืนรอเช็กบิลลูกค้า หลังจากที่ลูกค้ากลับเกือบหมดเพราะตอนนี้เป็เวลาเกือบเที่ยงคืนครึ่งแล้ว พวกเรากำลังช่วยกันเคลียร์โต๊ะเคลียร์จานอาหารไปเก็บในครัว โดยมีกัปตันคอยคุมเพื่อให้พวกเราจัดมีตติ้งหลังเลิกงานต่อ
"เด็ก ๆ วันนี้กินกันเต็มที่เลยนะ ตอนรับน้องใหม่กันหน่อย พี่ครามบอกว่าอีกเดี๋ยวจะเข้ามากินด้วย"
"ครับกัปตัน" พอพี่เกรย์พูดจบทุกคนก็พากันเฮพร้อมยกแก้วขึ้นมาชน คล้ายกับรอโอกาสนี้มานาน ส่วนเดรคพอพี่เกรย์พูดจบมันก็เดินมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างซ้ายของผม
"เป็ไงบ้างวะ โอเคไหม"
"นั่นสิ ไม่โอเคตรงไหนบอกพี่เลยนะ" เดรคพูดจบพี่เกรย์ก็พูดต่อพร้อมนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งขวาของผม พี่เกรย์ยกมือขึ้นมาลูบผมสีส้มสว่างของผมอย่างเอ็นดู
"อะไรดลใจให้เราทำผมสีนี้วะยิน"
"เดรคมันบอกสีนี้สวย แล้วผมว่าผมดูดีออกน้า" ผมพูดกับพี่เกรย์พร้อมยกแก้วขึ้นชนกับคนอื่น ๆ พนักงานประจำของร้านมีเกือบ 20 คน ถ้ารวมพาร์ทไทม์ด้วยพนักงานจะมีทั้งหมดเกือบ 30 คนไม่น่าเชื่อว่าพนักงานทั้งหมดจะเป็ผู้ชายล้วน ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็ผู้ชายมีผู้หญิงแทบนับคนได้ เรานั่งกินเหล้ากันมาเกือบสองชั่วโมงจนกระทั่งพี่ครามกลับมาบรรดาลูกน้องก็เมากันจนแทบจะเลื้อยกันหมดแล้ว
"ครามมาพอดีเลย พี่ฝากยินหน่อยเดี๋ยวพี่กะเดรคไปส่งพวกไอ้นิกที่หอมันแป๊บหนึ่ง"
"พี่ไม่เอาไอ้เด็กหัวส้มนี่ไปด้วยเลยล่ะ"
"ยินมันอยู่กับเดรคตรงทางเข้ามอนี่เอง กลับมาค่อยเดินไปส่งก็ได้นั่งรถไปจะเวียนหัวซะเปล่า ๆ"
"ครับ พี่ไปเถอะผมนั่งเฝ้าให้" พอพี่ครามพูดกับพี่เกรย์เสร็จก็พากันเดินออกไปจากร้าน ผมหันไปมองพร้อมดึงแขนให้พี่ครามนั่งลงกินเหล้าเป็เพื่อนผม
"มาพี่กินกะผมหน่อย เอ้า! ชน" ผมพูดเสร็จก็ยัดแก้วตัวเองใส่มือพี่ครามแล้วยกเอาขวดเหล้าที่เหลือไม่มากมาเทใส่ปากตัวเองแทน
"เฮ้ย! เบา ๆ มึงจะรีบตับแข็งตายหรือไงวะ" พี่ครามดึงขวดเหล้าออกจากมือผมไป ผมหันมองตามขวดเหล้าแล้วทำท่าจะแย่งคืนแต่พี่ครามก็ยืนขึ้นพร้อมยกเหล้าไว้เหนือหัวตัวเอง ผมที่สูงแค่ 167 จะไปแย่งของจากคนที่สูง 185 บวกลบไม่เกินห้าเซนได้ยังไง ด้วยความเมาและความโซเซทำให้ผมเกือบหงายหลังถ้าไม่ติดว่าพี่ครามดึงผมเอาไว้ทัน
"ผมง่วงวะพี่คราม ขอนอนแป๊บนะ"
"ไอ้ตัวผมส้มไปนอนบ้านสิโว้ย" พี่ครามพูดพร้อมกับวางขวดเหล้าไว้บนโต๊ะพร้อมแกะแขนผมที่โอบรัดตัวพี่แกออก พอแกะไม่ออกพี่ครามก็ถอดใจพร้อมลากผมที่เกาะเขาไม่ต่างจากลูกลิงแล้วพาเดินไปหลังร้านเพื่อสแกนออกงาน หลังจากนั้นพี่แกก็โทรหากัปตันบอกว่าไม่ต้องมารับผมแล้ว
"ลูกคนหรือลูกลิงวะ ทำไมมันเกาะแน่นเหนียวขนาดนี้ไม่แกะก็ได้วะ" เสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินอย่างชัดเจนก่อนที่ทุกอย่างจะค่อย ๆ พร่าเลือนไปทีละน้อย ก่อนที่ความทรงจำทุกอย่างจะดับลง ผมรู้สึกว่าตัวเองเอาปากไปจูบใครบางคนมา และแล้วทุกอย่างก็ดับไปพร้อม ๆ กับสติของผมที่เหลือน้อยนิด…
Talk...
อัปเดตจ้า ตอนนี้น้องยินของมัมมี้มีอีบู๊กแน้วน้าใครอยากอ่านตอนพิเศษต่อ สามารถไปตำกันได้เลย จัดโปรลดพิเศษแค่ 5 วันเท่านั้น เหลือเพียง 89 บาท ซื้อตอนนี้แถมฟรีความรักจากไรต์ ????????
https://www.mebmarket.com/web/index.php? action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTY0Nzg1IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMjA3NDU4Ijt9