พยัคฆ์ซ่อนธาตุ มิติวิญญาณสะท้านภพ เล่ม1 กำเนิดวีรบุรุษและการค้นพบพลัง

    เล่มที่1 ตอนที่19 สู่แดนลมที่ถูกกักขัง

       การจากลาเต็มไปด้วยน้ำตาของหลี่เหมย ใบหน้าเล็กๆ ของน้องสาวเต็มไปด้วยความเศร้าโศกและหวาดกลัวว่าพี่ชายจะจากไปไม่กลับมา หลี่ฟงจับมือน้องสาวแน่น สัญญาว่าจะกลับมาหาเธอให้ได้เมื่อเข้มแข็งพอ และเข้าใจถึงหนทางที่จะรักษานางให้หายขาดจากโรคร้าย เขาเดินทางออกจากหมู่บ้านหุบเขาเมฆาคล้อยพร้อมกับหลิงชานและผู้ติดตามของตระกูลหลิง การเดินทางไม่ได้ใช้เพียงม้าหรือเกวียนอย่างที่เขาคุ้นเคย แต่ใช้ "เรือเหาะเมฆาล่อง" ขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังปราณลม มันคือสิ่งประดิษฐ์ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ลำตัวเรือทำจากโลหะผสมพิเศษที่เบาและแข็งแกร่ง ด้านข้างมีรันรูนปราณสลักอยู่เป็นลวดลายซับซ้อนที่เรืองแสงเรืองรอง สะท้อนถึง เทคโนโลยีธาตุวิญญาณ ที่ก้าวหน้าและล้ำสมัยของตระกูลหลิงที่เหนือจินตนาการ

    "นี่คือ พลังแห่งลม ที่ถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์โดยตระกูลหลิงของเรา" หลิงชานกล่าวเมื่อเห็นหลี่ฟงจ้องมองเครื่องยนต์ปราณของเรือเหาะด้วยความทึ่ง สายตาของเขามีแววภูมิใจระคนโอ้อวด "ตระกูลหลิงของเราเชี่ยวชาญด้านธาตุลม และพลังของเราสามารถควบคุมแม้กระทั่งมวลอากาศ ให้กลายเป็นยานพาหนะขนาดมหึมาเช่นนี้ได้" หลี่ฟงใช้ "ดวงจิตแห่งการเชื่อมโยง" ของเขา และสัมผัสได้ถึงกระแส "เครือข่ายพลังงานภายใน" ที่เชื่อมต่อกับเรือเหาะ มันคือ "แกนพลังงานลม" ขนาดใหญ่ที่ถูกปรับแต่งให้ดูดซับและแปลงพลังงานลมในชั้นบรรยากาศมาใช้ในการขับเคลื่อน เป็นการควบคุมพลังงานธรรมชาติที่ละเอียดอ่อน และซับซ้อนอย่างยิ่ง แต่เขาก็ยังรู้สึกได้ถึงร่องรอยของการบิดเบือนบางอย่างในกระแสพลังงานนั้น

    หลังจากผ่านไปหลายวัน พวกเขาก็มาถึง "สำนักเมฆาจันทรา" ซึ่งเป็นสาขาสำคัญของตระกูลหลิง และเป็นหนึ่งในสำนักฝึกยุทธ์ที่ใหญ่ที่สุดในทิศตะวันออก สำนักเมฆาจันทราตั้งอยู่บนยอดเขาสูงเสียดฟ้า รายล้อมด้วยก้อนเมฆและทะเลหมอก สถาปัตยกรรมดูงดงามและยิ่งใหญ่ อาคารหลายหลังลอยอยู่ท่ามกลางก้อนเมฆได้อย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยการใช้ "รันรูนลอยฟ้า" และแกนปราณลมขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่ใต้ฐาน นี่คือการแสดงให้เห็นถึงอำนาจและเทคโนโลยีของตระกูลหลิงที่เหนือกว่าตระกูลเล็กๆ อย่างตระกูลหลี่อย่างเทียบไม่ติด แต่สำหรับหลี่ฟงแล้ว มันคือคุกขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยความยิ่งใหญ่ที่น่าหวาดกลัว

    ที่นี่เต็มไปด้วยศิษย์มากพรสวรรค์จากตระกูลต่างๆ ทั่วสารทิศ ผู้คนเหล่านั้นล้วนเป็นผู้ฝึกปราณที่มีระดับสูงกว่าหลี่ฟงหลายเท่า บางคนมีปราณถึงขั้นปราณฟ้าแล้วด้วยซ้ำ พวกเขามองหลี่ฟงด้วยสายตาแปลกใจและสงสัยระคนดูแคลน เมื่อรู้ว่าเขาเป็นแค่เด็กหนุ่มจากหมู่บ้านชนบทที่ไร้ซึ่งปราณกระแสหลัก หลี่ฟงถูกจัดให้อยู่ใน "หอคัมภีร์ต้องห้าม" ซึ่งเป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมตำราและบันทึกเก่าแก่ของตระกูลหลิง รวมถึงบันทึกบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับธาตุวิญญาณและเครือข่ายพลังงานภายในที่ถูกเก็บเป็นความลับสุดยอด โดยมีผู้คุมเข้มงวดตลอดเวลา

    "เจ้าจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษที่นี่... ภายใต้การจับตาดูของเรา" หลิงชานกล่าวขณะนำหลี่ฟงเข้ามาในหอคัมภีร์ต้องห้ามที่กว้างใหญ่ สายตาของเขาเต็มไปด้วยการครอบงำ "แต่จงจำไว้... พลังของเจ้าคือดาบสองคม หากเจ้าไม่สามารถควบคุมมันได้อย่างแท้จริง มันก็อาจทำลายตัวเจ้าและผู้คนรอบข้างได้ และเราจะไม่มีความเมตตาใดๆ" หลี่ฟงเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับ "สังคมที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังภายใน" ที่นี่ เขาได้เห็นการซื้อขาย "ผลึกธาตุวิญญาณ" ที่เป็นสกุลเงินหลักที่ใช้แลกเปลี่ยนสินค้า และวิชาต่างๆ การใช้อาวุธที่ผนึกพลังธาตุ ที่สามารถเพิ่มอานุภาพการโจมตีได้อย่างมหาศาล และการแบ่งชนชั้นตามระดับพลังปราณที่เห็นได้ชัดเจน เขาถูกมอบหมายให้เป็นศิษย์ภายใต้การดูแลของ อาจารย์มู่หรง ผู้อาวุโสท่านหนึ่งของตระกูลหลิง ที่เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และทฤษฎีธาตุวิญญาณ ซึ่งแตกต่างจากอาจารย์สอนปราณคนอื่นๆ ในสำนัก อาจารย์มู่หรงมีแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตา และปัญญา แต่ก็แฝงไว้ด้วยความกังวลบางอย่าง


    คล้ายกับเรื่องพยัคฆ์ซ่อนธาตุ มิติวิญญาณสะท้านภพ เล่ม1 กำเนิดวีรบุรุษและการค้นพบพลัง ที่คุณอ่าน