ป่าดงดิบยามฝนกระหน่ำ ราวกับนรกที่เปิดประตู
ต้นไม้ใบหญ้าทุกต้นเอนไหวไปตามแรงลมราวกับเหล่าปีศาจกำลังออกมาร่ายรำอย่างบ้าคลั่ง
กอด จูบ คลอเคลีย...
บรรยากาศคลุมเครืออบอวลในสายลมเย็นเยียบอุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงขึ้นตามการหลั่งของฮอร์โมน
เวลาผ่านไปชั่วระยะเวลาหนึ่งฝนห่าใหญ่ที่กระหน่ำลงมาอย่างหนักก็ใกล้จะสิ้นสุด
ฝนหยุด ลมสงบ
สุดปลายขอบฟ้าที่กลับมาสดใสอีกครั้งปรากฏแสงสีขาวนวล
โลกที่ถูกชำระล้างด้วยสายฝนกำลังจะต้อนรับแสงแรกของรุ่งอรุณ
เซี่ยวซิงอวี่ลืมตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยรู้สึกอ่อนล้าไปทั้งร่าง
เมื่อเห็นสาวงามผิวขาวผุดผ่องในอ้อมแขนความทรงจำก่อนหมดสติก็ผุดขึ้นมาในใจ
“นี่...นี่มันยิ่งกว่าความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนเพราะเหล้าอีก!”
สาวงามตื่นขึ้น
ไต้ลู่คงสภาพมนุษย์ร่างกายขาวนวลเย้ายวนใจปรากฏต่อหน้าเซี่ยวซิงอวี่
ทั้งสองสบตากันตกอยู่ในความเงียบงันเป็นเวลานาน
ทันใดนั้น แววตาของไต้ลู่ฉายแววสังหารเธอใช้มือข้างบีบคอเซี่ยวซิงอวี่ไว้
“เซี่ยวซิงอวี่ นายมันน่ารังเกียจ!”
เซี่ยวซิงอวี่ทำหน้าตาไร้เดียงสาบ่นพลางยิ้มขื่นๆ “ลู่ลู่คนที่เสียเปรียบคือฉันนะ!”
ไต้ลู่เป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์ออร์คโดยเนื้อแท้คือจิ้งจอกที่สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้
ลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของเผ่าจิ้งจอกเก้าหางคือ“เสน่ห์เย้ายวน” ที่สามารถล่อลวงผู้ชายทุกคนได้
หลังจากการหลอมรวมสายเลือดมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ไต้ลู่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะธรรมชาติของมังกรนั้นคือ‘ตัณหา’ นี่คือเหตุผลที่เธอเข้าใกล้เซี่ยวซิงอวี่ในสภาพมึนงง
ตอนนี้สถานการณ์ชัดเจนแล้วสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นก็ได้เกิดขึ้นแล้ว และไม่มีทางย้อนกลับ
ไต้ลู่ปล่อยมือออกกลัวว่าตัวเองจะบีบคอเซี่ยวซิงอวี่หักเธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถทำร้ายเจ้านายของเธอได้จริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากเหตุการณ์นี้เซี่ยวซิงอวี่กับเธอไม่ได้เป็นเพียงความสัมพันธ์แบบนายบ่าวอีกต่อไปแต่มีความสัมพันธ์ที่เกินเพื่อนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
แม้จะมีตัวอย่างในประวัติศาสตร์ที่มนุษย์กับสัตว์อสูรสายพันธุ์ออร์คมีความสัมพันธ์กันหรือแม้กระทั่งแต่งงานกัน
แต่ตัวอย่างดังกล่าวนั้นมีน้อยมากและไม่ได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่
ความเงียบงันดำเนินต่อไป
ทุกครั้งที่สบตากันโดยไม่พูดอะไรความอึดอัดระหว่างทั้งสองฝ่ายก็เพิ่มขึ้น
เซี่ยวซิงอวี่เปิดแหวนมิติหยิบเสื้อผ้าผู้ชายสองชุดออกมา
ใส่เองหนึ่งชุด อีกชุดหนึ่งยื่นให้ไต้ลู่
“แค่กๆ ใส่ซะนะ เปลือยกายอยู่มันไม่เหมาะ”
ไต้ลู่ถือโอกาสสวนกลับทันที“ฮึๆ สิ่งที่ควรเห็นก็เห็นไปหมดแล้ว สิ่งที่ควรทำก็ทำไปหมดแล้วตอนนี้มาแกล้งเป็นสุภาพบุรุษ ช่างจอมปลอมจริงๆ!”
“ใส่ซะ!”
เซี่ยวซิงอวี่ขี้เกียจพูดมากสวมเสื้อคลุมให้ไต้ลู่ด้วยมือตัวเอง
“ลู่ลู่ พวกเราเป็นผู้ใหญ่แล้วเพราะฉะนั้น...”
“ฉันไม่ใช่คน”
“ฉันเป็นผู้ใหญ่เธอก็เป็นจิ้งจอกสาววัยผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้น...”
“นายสิจิ้งจอกสาวทั้งครอบครัวนายนั่นแหละจิ้งจอกสาว!”
แม้จะมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดที่สุดและเกินเพื่อนเกิดขึ้นแต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการโต้เถียงกันแม้แต่น้อย
ควรทะเลาะก็ยังคงทะเลาะกัน
หลังจากทะเลาะกันไปห้านาทีเซี่ยวซิงอวี่ก็ปากแห้งคอแห้ง และกลับเข้าสู่ประเด็นหลัก
“ลู่ลู่ แม้ว่าเราจะมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆเกิดขึ้น แต่โชคดีที่เธอสามารถทะลวงขีดจำกัดวิวัฒนาการได้สำเร็จและหลอมรวมสายเลือดมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
ไต้ลู่กำหมัดแน่นหลังมือและแขนของเธอปรากฏเกล็ดมังกรสีม่วงทองจางๆ
“บนหัวฉันนี่...”
“มั่นใจหน่อย นั่นเขามังกร”
ในป่าหลังฝนตกมีแอ่งน้ำใสสะอาดอยู่ทั่วทุกแห่ง
ไต้ลู่โน้มตัวลง ใช้แอ่งน้ำเป็นกระจก
ผ่านการสะท้อนของผิวน้ำไต้ลู่เห็นเขามังกรสองอันรูปร่างไม่สม่ำเสมอโผล่ออกมาจากศีรษะของเธออย่างชัดเจน
ไต้ลู่ตกอยู่ในภวังค์ครู่หนึ่งจากนั้นก็หลับตาลง สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตัวเอง
ไม่นาน ไต้ลู่ก็ลืมตาขึ้นดวงตาที่ลึกล้ำเปล่งประกายเจิดจ้า
“บาดแผลในร่างกายฉันหายเป็นปกติแล้วจริงๆเหรอ?”
นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่มาจากการทะลวงขีดจำกัดวิวัฒนาการ
บาดแผลของไต้ลู่หายเป็นปกติพร้อมกับการเลื่อนขั้น
เซี่ยวซิงอวี่เปิดเนตรปีศาจแผงข้อมูลได้อัปเดตและแสดงขึ้นต่อหน้าเขา
[ชื่อ] : จิ้งจอกมังกรเก้าหาง
[ระดับ] : เทพอสูร(ขั้นหนึ่ง)
[สายเลือด] : เผ่าจิ้งจอกเก้าหาง(สายเลือดเทพเจ้า) + เผ่ามังกรสายเลือดบริสุทธิ์ (สายเลือดสร้างโลก)
[พรสวรรค์ 1] : เนตรแห่งหายนะ(เมื่อเปิดใช้งานวิชาเนตรเพียงแค่สบตาก็สามารถทำให้ศัตรูที่มีระดับต่ำกว่าตนกลายเป็นหินได้)
[พรสวรรค์ 2] : เพลิงจิ้งจอกเก้าหาง(เผาผลาญวิญญาณของศัตรูโดยตรง พร้อมสร้างความเสียหายทางจิตวิญญาณขั้นรุนแรง)
[พรสวรรค์ 3] : พลังมังกร(คงอยู่ในสภาพไร้เทียมทาน ศัตรูไม่สามารถขัดขวางการร่ายเวทได้ไม่ถูกควบคุมด้วยทักษะใดๆ ของศัตรู และสร้างความเสียหายทางกายภาพ +จิตวิญญาณแท้จริงต่อศัตรู)
[พรสวรรค์ 4] : จิตวิญญาณมังกร(เมื่อได้รับบาดเจ็บสาหัสจาดศัตรู จะปลดปล่อยจิตวิญญาณมังกรโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันการโจมตีที่ถึงแก่ชีวิต)
[คุณสมบัติ] : จิ้งจอกมังกรออร์ค พลังจิต ไฟ
[ความภักดี] : 88
[ทักษะ] :
1. กระสุนอสูรหาง
2. หน้าไม้เนตรกระหายเลือด
3. รูปจำแลงเพลิงผลาญสวรรค์เก้าหาง
4. มังกรศักดิ์สิทธิ์ฟาดหาง
5. ลมหายใจมังกร
[เส้นทางวิวัฒนาการ] : จิ้งจอกมังกรเก้าหาง → จิ้งจอกมังกรสิบหาง→(ไม่ทราบ)
[นิสัยและความชอบ] : กินหน่อไม้ นอนตื่นสาย
นี่คือแผงสถานะของจิ้งจอกมังกรเก้าหางตอนนี้ไต้ลู่ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
“ลู่ลู่เธอคือสัตว์อสูรตัวแรกในโลกที่หลอมรวมสายเลือดมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ได้ช่างโชคดีจริงๆ~”
“มีลูก? เซี่ยวซิงอวี่นายพูดเรื่องอะไรกัน!”
“อย่าเข้าใจผิด ฉันหมายถึงโชคดีไม่ใช่มีลูก!” (โชคดีกับมีลูกเป็นคำพ้องเสียง 运气(yùnqì) = โชค 孕气 (yùnqì) = ตั้งครรภ์)
ส่วนเรื่องที่ว่าไต้ลู่จะตั้งท้องหรือไม่ตอนนี้ก็ยังบอกไม่ได้
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ไม่ใช่ความฝันต้องดูว่าเซี่ยวซิงอวี่จะครั้งเดียวติดไหม (เล่นคำ:โอกาสตั้งครรภ์ในการร่วมรักครั้งเดียว)
เซี่ยวซิงอวี่จ้องมองไต้ลู่ที่มีรูปร่างอรชรพลางคิดในใจ
“การทะลวงขีดจำกัดวิวัฒนาการครั้งนี้ลู่ลู่เลื่อนจากระดับจักรพรรดิอสูรเป็นระดับเทพอสูรและยังหลอมรวมสายเลือดมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
“นอกจากนี้แล้วดูเหมือนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอื่นอีกแล้วใช่ไหม”
“ไม่สิขนาดหน้าอกของเธอดูเหมือนจะใหญ่ขึ้นอีก...”
ตอนนี้ไต้ลู่สวมเสื้อผ้าผู้ชายที่ค่อนข้างหลวมทำให้เผยร่องอกที่เย้ายวนออกมา
เซี่ยวซิงอวี่เป็นชายหนุ่มเลือดร้อนอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
“เมื่อคุณจ้องมองเหวลึกเหวลึกก็จะจ้องมองคุณ! ประโยคนี้ถูกต้องจริงๆ” (เป็นคำคมอ้างอิงจากนักปรัชญาชาวเยอรมันFriedrich Nietzsche
ต้นฉบับคือ: “He who fightswith monsters should look to it that he himself does not become a monster. Andif you gaze long into an abyss, the abyss also gazes into you.”
ใช้สื่อถึง ความมืดในจิตใจการเผชิญหน้ากับความชั่วร้าย หรือด้านมืดของมนุษย์)
ไต้ลู่พูดอย่างไม่พอใจ“มองพอหรือยัง?”
“แค่กๆ ฉันแค่มองชื่นชมเท่านั้นอย่าคิดไปไกลนะ”
เมื่อคืนเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่ต้องใช้พละกำลังมากเซี่ยวซิงอวี่จึงหิวมาก เขาเรียกหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกออกมา
โฮกกก~
หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกกระโดดลงไปในทะเลสาบอย่างคล่องแคล่วและจับปลามาหลายตัว
เซี่ยวซิงอวี่กับไต้ลู่ปลาปิ้งกินริมทะเลสาบเพราะไม่มีเครื่องปรุงรส ปลาปิ้งจึงไม่อร่อยนัก แต่ก็พออิ่มท้อง
“ลู่ลู่ตอนนี้พวกเรามีความมั่นใจที่จะบุกกองทัพเรือเพื่อชิงตัวนักโทษออกมาแล้ว”
ไต้ลู่ยังคงสงสัย
“แต่นายเป็นเพียงผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสองดาวพลังวิญญาณของนายเบาบาง”
สัตว์อสูรจะสามารถแสดงพลังที่แท้จริงได้ก็ต่อเมื่อระดับพลังวิญญาณของผู้ควบคุมสัตว์อสูรนั้นตรงกับระดับของสัตว์อสูร
ตอนนี้ไต้ลู่เป็นสัตว์อสูรระดับเทพอสูรหากเซี่ยวซิงอวี่ต้องการควบคุมไต้ลู่และแสดงพลังที่แท้จริงของไต้ลู่เขาจะต้องมีพลังวิญญาณอย่างน้อย 30000 ขึ้นไป
แต่ตอนนี้พลังวิญญาณของเซี่ยวซิงอวี่ยังคงอยู่ที่ประมาณ3000เท่านั้น
“เรื่องพลังวิญญาณเธอไม่ต้องห่วงฉันมีวิธี”
เซี่ยวซิงอวี่เคยฆ่าหวังตงเซิงรองผู้อำนวยการสถาบันชิงหลง โดยอาศัยบางสิ่ง นั่นคือโอสถวิญญาณมังกร
เมื่อกินโอสถวิญญาณมังกรผู้ควบคุมสัตว์อสูรจะสามารถเพิ่มพลังวิญญาณได้ 10 เท่าภายใน5 นาที
ถ้ากินสองเม็ดพร้อมกันพลังวิญญาณจะยังคงอยู่ที่ 10 เท่าแต่ระยะเวลาจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 นาที
ขณะเดียวกันผลข้างเคียงที่ผู้ควบคุมสัตว์อสูรจะได้รับหลังจากยาหมดฤทธิ์แทบจะคร่าชีวิตผู้ควบคุมสัตว์อสูรได้เลยทีเดียว
“ลู่ลู่ เรากลับโรงแรมกันเถอะแล้วมาวางแผนรายละเอียดการปล้นคุกครั้งนี้อย่างละเอียด”
“ได้”
ไต้ลู่กลับคืนร่างสัตว์อสูรเก้าหางปลายหางทั้งเก้าของเธอลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงมังกรสีม่วงทอง
“ลู่ลู่ ทางลงเขายังเดินลำบากฉันขี่เธอได้ไหม?”
“ติดใจการขี่ฉันแล้วเหรอ? นายน่ะไม่มีขาหรือไง เดินเองสิ!”
หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนไต้ลู่ซึ่งเป็นจิ้งจอกสาวที่ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมก็ย่อมรู้สึกเขินอาย