ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น

    เล่มที่ 3 บทที่ 82 แผงสถานะสุดโหด ไต้ลู่ที่แข็งแกร่งขึ้น!

            ป่าดงดิบยามฝนกระหน่ำ ราวกับนรกที่เปิดประตู

            ต้นไม้ใบหญ้าทุกต้นเอนไหวไปตามแรงลมราวกับเหล่าปีศาจกำลังออกมาร่ายรำอย่างบ้าคลั่ง

            กอด จูบ คลอเคลีย...

            บรรยากาศคลุมเครืออบอวลในสายลมเย็นเยียบอุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงขึ้นตามการหลั่งของฮอร์โมน

            เวลาผ่านไปชั่วระยะเวลาหนึ่งฝนห่าใหญ่ที่กระหน่ำลงมาอย่างหนักก็ใกล้จะสิ้นสุด

            ฝนหยุด ลมสงบ

            สุดปลายขอบฟ้าที่กลับมาสดใสอีกครั้งปรากฏแสงสีขาวนวล

            โลกที่ถูกชำระล้างด้วยสายฝนกำลังจะต้อนรับแสงแรกของรุ่งอรุณ

            เซี่ยวซิงอวี่ลืมตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยรู้สึกอ่อนล้าไปทั้งร่าง

            เมื่อเห็นสาวงามผิวขาวผุดผ่องในอ้อมแขนความทรงจำก่อนหมดสติก็ผุดขึ้นมาในใจ

            “นี่...นี่มันยิ่งกว่าความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนเพราะเหล้าอีก!”

            สาวงามตื่นขึ้น

            ไต้ลู่คงสภาพมนุษย์ร่างกายขาวนวลเย้ายวนใจปรากฏต่อหน้าเซี่ยวซิงอวี่

            ทั้งสองสบตากันตกอยู่ในความเงียบงันเป็นเวลานาน

            ทันใดนั้น แววตาของไต้ลู่ฉายแววสังหารเธอใช้มือข้างบีบคอเซี่ยวซิงอวี่ไว้

            “เซี่ยวซิงอวี่ นายมันน่ารังเกียจ!”

            เซี่ยวซิงอวี่ทำหน้าตาไร้เดียงสาบ่นพลางยิ้มขื่นๆ “ลู่ลู่คนที่เสียเปรียบคือฉันนะ!”

            ไต้ลู่เป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์ออร์คโดยเนื้อแท้คือจิ้งจอกที่สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้

            ลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของเผ่าจิ้งจอกเก้าหางคือ“เสน่ห์เย้ายวน” ที่สามารถล่อลวงผู้ชายทุกคนได้

            หลังจากการหลอมรวมสายเลือดมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ไต้ลู่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะธรรมชาติของมังกรนั้นคือ‘ตัณหา’ นี่คือเหตุผลที่เธอเข้าใกล้เซี่ยวซิงอวี่ในสภาพมึนงง

            ตอนนี้สถานการณ์ชัดเจนแล้วสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นก็ได้เกิดขึ้นแล้ว และไม่มีทางย้อนกลับ

            ไต้ลู่ปล่อยมือออกกลัวว่าตัวเองจะบีบคอเซี่ยวซิงอวี่หักเธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถทำร้ายเจ้านายของเธอได้จริงๆ

            ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากเหตุการณ์นี้เซี่ยวซิงอวี่กับเธอไม่ได้เป็นเพียงความสัมพันธ์แบบนายบ่าวอีกต่อไปแต่มีความสัมพันธ์ที่เกินเพื่อนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

            แม้จะมีตัวอย่างในประวัติศาสตร์ที่มนุษย์กับสัตว์อสูรสายพันธุ์ออร์คมีความสัมพันธ์กันหรือแม้กระทั่งแต่งงานกัน

            แต่ตัวอย่างดังกล่าวนั้นมีน้อยมากและไม่ได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่

            ความเงียบงันดำเนินต่อไป

            ทุกครั้งที่สบตากันโดยไม่พูดอะไรความอึดอัดระหว่างทั้งสองฝ่ายก็เพิ่มขึ้น

            เซี่ยวซิงอวี่เปิดแหวนมิติหยิบเสื้อผ้าผู้ชายสองชุดออกมา

            ใส่เองหนึ่งชุด อีกชุดหนึ่งยื่นให้ไต้ลู่

            “แค่กๆ ใส่ซะนะ เปลือยกายอยู่มันไม่เหมาะ”

            ไต้ลู่ถือโอกาสสวนกลับทันที“ฮึๆ สิ่งที่ควรเห็นก็เห็นไปหมดแล้ว สิ่งที่ควรทำก็ทำไปหมดแล้วตอนนี้มาแกล้งเป็นสุภาพบุรุษ ช่างจอมปลอมจริงๆ!”

            “ใส่ซะ!”

            เซี่ยวซิงอวี่ขี้เกียจพูดมากสวมเสื้อคลุมให้ไต้ลู่ด้วยมือตัวเอง

            “ลู่ลู่ พวกเราเป็นผู้ใหญ่แล้วเพราะฉะนั้น...”

            “ฉันไม่ใช่คน”

            “ฉันเป็นผู้ใหญ่เธอก็เป็นจิ้งจอกสาววัยผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้น...”

            “นายสิจิ้งจอกสาวทั้งครอบครัวนายนั่นแหละจิ้งจอกสาว!”

            แม้จะมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดที่สุดและเกินเพื่อนเกิดขึ้นแต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการโต้เถียงกันแม้แต่น้อย

            ควรทะเลาะก็ยังคงทะเลาะกัน

            หลังจากทะเลาะกันไปห้านาทีเซี่ยวซิงอวี่ก็ปากแห้งคอแห้ง และกลับเข้าสู่ประเด็นหลัก

            “ลู่ลู่ แม้ว่าเราจะมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆเกิดขึ้น แต่โชคดีที่เธอสามารถทะลวงขีดจำกัดวิวัฒนาการได้สำเร็จและหลอมรวมสายเลือดมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

            ไต้ลู่กำหมัดแน่นหลังมือและแขนของเธอปรากฏเกล็ดมังกรสีม่วงทองจางๆ

            “บนหัวฉันนี่...”

            “มั่นใจหน่อย นั่นเขามังกร”

            ในป่าหลังฝนตกมีแอ่งน้ำใสสะอาดอยู่ทั่วทุกแห่ง

            ไต้ลู่โน้มตัวลง ใช้แอ่งน้ำเป็นกระจก

            ผ่านการสะท้อนของผิวน้ำไต้ลู่เห็นเขามังกรสองอันรูปร่างไม่สม่ำเสมอโผล่ออกมาจากศีรษะของเธออย่างชัดเจน

            ไต้ลู่ตกอยู่ในภวังค์ครู่หนึ่งจากนั้นก็หลับตาลง สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตัวเอง

            ไม่นาน ไต้ลู่ก็ลืมตาขึ้นดวงตาที่ลึกล้ำเปล่งประกายเจิดจ้า

            “บาดแผลในร่างกายฉันหายเป็นปกติแล้วจริงๆเหรอ?”

            นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่มาจากการทะลวงขีดจำกัดวิวัฒนาการ

            บาดแผลของไต้ลู่หายเป็นปกติพร้อมกับการเลื่อนขั้น

            เซี่ยวซิงอวี่เปิดเนตรปีศาจแผงข้อมูลได้อัปเดตและแสดงขึ้นต่อหน้าเขา

            [ชื่อ] : จิ้งจอกมังกรเก้าหาง

            [ระดับ] : เทพอสูร(ขั้นหนึ่ง)

            [สายเลือด] : เผ่าจิ้งจอกเก้าหาง(สายเลือดเทพเจ้า) + เผ่ามังกรสายเลือดบริสุทธิ์ (สายเลือดสร้างโลก)

            [พรสวรรค์ 1] : เนตรแห่งหายนะ(เมื่อเปิดใช้งานวิชาเนตรเพียงแค่สบตาก็สามารถทำให้ศัตรูที่มีระดับต่ำกว่าตนกลายเป็นหินได้)

            [พรสวรรค์ 2] : เพลิงจิ้งจอกเก้าหาง(เผาผลาญวิญญาณของศัตรูโดยตรง พร้อมสร้างความเสียหายทางจิตวิญญาณขั้นรุนแรง)

            [พรสวรรค์ 3] : พลังมังกร(คงอยู่ในสภาพไร้เทียมทาน ศัตรูไม่สามารถขัดขวางการร่ายเวทได้ไม่ถูกควบคุมด้วยทักษะใดๆ ของศัตรู และสร้างความเสียหายทางกายภาพ +จิตวิญญาณแท้จริงต่อศัตรู)

            [พรสวรรค์ 4] : จิตวิญญาณมังกร(เมื่อได้รับบาดเจ็บสาหัสจาดศัตรู จะปลดปล่อยจิตวิญญาณมังกรโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันการโจมตีที่ถึงแก่ชีวิต)

            [คุณสมบัติ] : จิ้งจอกมังกรออร์ค พลังจิต ไฟ

            [ความภักดี] : 88

            [ทักษะ] :

            1. กระสุนอสูรหาง

            2. หน้าไม้เนตรกระหายเลือด

            3. รูปจำแลงเพลิงผลาญสวรรค์เก้าหาง

            4. มังกรศักดิ์สิทธิ์ฟาดหาง

            5. ลมหายใจมังกร

            [เส้นทางวิวัฒนาการ] : จิ้งจอกมังกรเก้าหาง → จิ้งจอกมังกรสิบหาง→(ไม่ทราบ)

            [นิสัยและความชอบ] : กินหน่อไม้ นอนตื่นสาย

            นี่คือแผงสถานะของจิ้งจอกมังกรเก้าหางตอนนี้ไต้ลู่ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

            “ลู่ลู่เธอคือสัตว์อสูรตัวแรกในโลกที่หลอมรวมสายเลือดมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ได้ช่างโชคดีจริงๆ~”

            “มีลูก? เซี่ยวซิงอวี่นายพูดเรื่องอะไรกัน!”

            “อย่าเข้าใจผิด ฉันหมายถึงโชคดีไม่ใช่มีลูก!” (โชคดีกับมีลูกเป็นคำพ้องเสียง 运气(yùnqì) = โชค 孕气 (yùnqì) = ตั้งครรภ์)

            ส่วนเรื่องที่ว่าไต้ลู่จะตั้งท้องหรือไม่ตอนนี้ก็ยังบอกไม่ได้

            เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ไม่ใช่ความฝันต้องดูว่าเซี่ยวซิงอวี่จะครั้งเดียวติดไหม (เล่นคำ:โอกาสตั้งครรภ์ในการร่วมรักครั้งเดียว)

            เซี่ยวซิงอวี่จ้องมองไต้ลู่ที่มีรูปร่างอรชรพลางคิดในใจ

            “การทะลวงขีดจำกัดวิวัฒนาการครั้งนี้ลู่ลู่เลื่อนจากระดับจักรพรรดิอสูรเป็นระดับเทพอสูรและยังหลอมรวมสายเลือดมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

            “นอกจากนี้แล้วดูเหมือนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอื่นอีกแล้วใช่ไหม”

            “ไม่สิขนาดหน้าอกของเธอดูเหมือนจะใหญ่ขึ้นอีก...”

            ตอนนี้ไต้ลู่สวมเสื้อผ้าผู้ชายที่ค่อนข้างหลวมทำให้เผยร่องอกที่เย้ายวนออกมา

            เซี่ยวซิงอวี่เป็นชายหนุ่มเลือดร้อนอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย

            “เมื่อคุณจ้องมองเหวลึกเหวลึกก็จะจ้องมองคุณ! ประโยคนี้ถูกต้องจริงๆ” (เป็นคำคมอ้างอิงจากนักปรัชญาชาวเยอรมันFriedrich Nietzsche

            ต้นฉบับคือ: “He who fightswith monsters should look to it that he himself does not become a monster. Andif you gaze long into an abyss, the abyss also gazes into you.”

            ใช้สื่อถึง ความมืดในจิตใจการเผชิญหน้ากับความชั่วร้าย หรือด้านมืดของมนุษย์)

            ไต้ลู่พูดอย่างไม่พอใจ“มองพอหรือยัง?”

            “แค่กๆ ฉันแค่มองชื่นชมเท่านั้นอย่าคิดไปไกลนะ”

            เมื่อคืนเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่ต้องใช้พละกำลังมากเซี่ยวซิงอวี่จึงหิวมาก เขาเรียกหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกออกมา

            โฮกกก~

            หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกกระโดดลงไปในทะเลสาบอย่างคล่องแคล่วและจับปลามาหลายตัว

            เซี่ยวซิงอวี่กับไต้ลู่ปลาปิ้งกินริมทะเลสาบเพราะไม่มีเครื่องปรุงรส ปลาปิ้งจึงไม่อร่อยนัก แต่ก็พออิ่มท้อง

            “ลู่ลู่ตอนนี้พวกเรามีความมั่นใจที่จะบุกกองทัพเรือเพื่อชิงตัวนักโทษออกมาแล้ว”

            ไต้ลู่ยังคงสงสัย

            “แต่นายเป็นเพียงผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสองดาวพลังวิญญาณของนายเบาบาง”

            สัตว์อสูรจะสามารถแสดงพลังที่แท้จริงได้ก็ต่อเมื่อระดับพลังวิญญาณของผู้ควบคุมสัตว์อสูรนั้นตรงกับระดับของสัตว์อสูร

            ตอนนี้ไต้ลู่เป็นสัตว์อสูรระดับเทพอสูรหากเซี่ยวซิงอวี่ต้องการควบคุมไต้ลู่และแสดงพลังที่แท้จริงของไต้ลู่เขาจะต้องมีพลังวิญญาณอย่างน้อย 30000 ขึ้นไป

            แต่ตอนนี้พลังวิญญาณของเซี่ยวซิงอวี่ยังคงอยู่ที่ประมาณ3000เท่านั้น

            “เรื่องพลังวิญญาณเธอไม่ต้องห่วงฉันมีวิธี”

            เซี่ยวซิงอวี่เคยฆ่าหวังตงเซิงรองผู้อำนวยการสถาบันชิงหลง โดยอาศัยบางสิ่ง นั่นคือโอสถวิญญาณมังกร

            เมื่อกินโอสถวิญญาณมังกรผู้ควบคุมสัตว์อสูรจะสามารถเพิ่มพลังวิญญาณได้ 10 เท่าภายใน5 นาที

            ถ้ากินสองเม็ดพร้อมกันพลังวิญญาณจะยังคงอยู่ที่ 10 เท่าแต่ระยะเวลาจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 นาที

            ขณะเดียวกันผลข้างเคียงที่ผู้ควบคุมสัตว์อสูรจะได้รับหลังจากยาหมดฤทธิ์แทบจะคร่าชีวิตผู้ควบคุมสัตว์อสูรได้เลยทีเดียว

            “ลู่ลู่ เรากลับโรงแรมกันเถอะแล้วมาวางแผนรายละเอียดการปล้นคุกครั้งนี้อย่างละเอียด”

            “ได้”

            ไต้ลู่กลับคืนร่างสัตว์อสูรเก้าหางปลายหางทั้งเก้าของเธอลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงมังกรสีม่วงทอง

            “ลู่ลู่ ทางลงเขายังเดินลำบากฉันขี่เธอได้ไหม?”

            “ติดใจการขี่ฉันแล้วเหรอ? นายน่ะไม่มีขาหรือไง เดินเองสิ!”

            หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนไต้ลู่ซึ่งเป็นจิ้งจอกสาวที่ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมก็ย่อมรู้สึกเขินอาย

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น ที่คุณอ่าน