ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่124 กลายเป็นจอมยุทธผู้สูงส่ง

    ทันที ที่อี้เฉินฆ่าวานร6หูไปได้เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาปลดวิชาทั้งหมดออกทันที ร่างทั้งร่างของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง

    กระอักเลือดออกมากองใหญ่ ก่อนจะคุกเข่าลงอย่างหมดแรง ตัวเขาไม่เคยคิดว่า

    การต่อสู้จะรุนแรงเฉกเช่นนี้ทำให้เขาเกือบเอาชีวิตไปทิ้งเสียแล้ว


    อยู่ๆ ใจกลางลานประลองยุทธ์ก็มีค่ายกลเคลื่อนย้ายโผล่ขึ้นมา ทันทีที่อี้เฉินเห็นเขาไม่รั้งรออีกต่อไปยันตัวขึ้นยืนได้

    ก็ก้าวเดินเข้าไปภายในค่ายกลเคลื่อนย้ายทันที ดวงตาเขามุ่งมั่นไม่มีความหวาดกลัวใดๆ ตัวเขาไม่มีทางอื่นให้ไปอยู่แล้ว

    สู้ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า หากยังอยู่ลานประลองยุทธ์ต่อ ตัวเขาได้เป็นบ้าแน่


    ทันที ที่เข้ามาภายในค่ายกลเคลื่อนย้าย อี้เฉินเห็นเสาหินใหญ่ กับสระน้ำ รอบๆ

    เต็มไปด้วยความมืดมิดมองไม่เห็นอะไร มีแค่ช่วงที่เขาอยู่สว่างไสว


    อี้เฉินเข้าไปดูน้ำภายในสระน้ำทันที หมายตรวจสอบดู ทันทีที่เขาเอามือจุ่มลงไปภายในสระ มันกลับเต็มไปด้วยเลือด

    แต่ที่อี้เฉินตกใจก็คือเลือดพวกนี้เป็นเลือดของสัตว์อสูรบรรพกาล


    ดวงตาเขาวาววับเป็นปีติ หากได้ดูดซับเลือดนี้ไปละก็ตัวเขาได้ยกระดับ เลือดหวนคืนสู่บรรพบุรุษเป็นแน่

    อี้เฉินไม่รั้งรออีกต่อไปโดดลงไปในสระอย่างคนบ้า เลือดในสระเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงคล้ายกับมีชีวิต

    มันค่อยๆ ดูดกลืนหมายหลอมละลายกายาอี้เฉิน อี้เฉินถึงกับตกใจ หรือว่ามันคิดจะหลอมละลายข้าให้กลายเป็นเลือด


    อี้เฉินตะโกนลั่น"เหตุใดมันยังมีความคิดอยู่" มันค่อยๆ กลืนกินร่างอี้เฉิน ร่างกายหลายๆ ส่วนอี้เฉินเริ่มแตกสลาย

    อี้เฉินดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนเขาจะระเบิดปราณพลังภายในกายาหมุนวนปราณพลังอย่างบ้าคลั่ง สร้างหลุมดำ

    ดูดซับเลือดบริสุทธิ์เข้าไปในกายา เลือดของเขาไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง มันค่อยๆ ถูกเลือดบริสุทธิ์เข้าเติมเต็ม

    ร่างอี้เฉินที่แตกร้าวเริ่มหยุดนิ่งไม่แตกร้าวอีกต่อไป


    แต่เลือดบรรพกาลไม่ยอมแพ้มันพุ่งฉีกกระชากอี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง เลือดเนื้ออี้เฉินฉีกขาดไปหลายส่วน

    เลือดบรรพกาลพยามโอบล้อมกายาอี้เฉินเพื่อหลอมละลาย ร่างกายอี้เฉินแดงก่ำ แตกสลาย

    แขนขาถูกหลอมละลายจนหมด ลำตัวเองก็ ถูกทำลายไปหลายส่วนจนเห็นอวัยวะภายใน


    อี้เฉินคำรามก้องฟ้า "อ๊ากๆ" ด้วยความเจ็บปวดตัว"ข้าจะตายแล้วงั้นหรือ" ดวงตาเขาเริ่มมนแสง ใกล้จะกลายเป็นเถ้าธุลีเหลือเพียงรอเวลาเท่านั้น


    อี้เฉินไม่ยอมแพ้ดวงตาเขากลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง เขาระเบิดปราณพลังสายฟ้าสำแดง"วิชากายามังกร"

    หมายใช้กายาที่แข็งแกร่งเข้าต่อต้านการหลอมละลาย

    ร่างอี้เฉินเต็มไปด้วยเกล็ดสีฟ้าใส่คล้ายสายฟ้าทั่วกายาเหมือนสวมใส่ชุดเกาะสงคราม บนศีรษะมีเขา 2ข้าง

    ทันทีที่สำแดงวิชากายามังกรออกมา ร่างอี้เฉินค่อยๆ ลดการหลอมละลายลง ดวงตาเขาแดงก่ำราวเลือด

    เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแสนทรมาน เขาตะโกนก้อง "ข้าจะไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาของข้า ข้าจะแหกกฎเกณฑ์สร้างทางเดินของข้าขึ้นมาเอง"


    อี้เฉินระเบิดปราณพลังทั้งหมดที่มีในกายา เข้าขับเคลื่อนหลุมดำดูดกลืนเลือดบริสุทธิ์ภายในสระเลือดอย่างบ้าคลั่ง

    เลือดบริสุทธิ์หลั่งไหลเข้าไปภายในกายาอี้เฉินอย่างรวดเร็ว เข้าไปยกระดับเลือดในกายาของอี้เฉินให้สูงขึ้นอีกระดับ


    เลือดบรรพกาลค่อยๆ สูญเสียความคิดไปทีละน้อยยิ่งเลือดบริสุทธิ์หลั่งไหลออกไปมากเท่าไหร่ ความคิดของมันก็ค่อยๆ เลือนหายไป


    อยู่ๆ อี้เฉินก็รู้สึกได้ว่าวิชากายามังกรของเขา ค่อยๆ เปลี่ยนแปลง คล้ายกับมันยกระดับวิชาไปอีกระดับหนึ่ง

    ร่างอี้เฉินที่สำแดงวิชากายามังกรจากที่เคยมีเกล็ดทั่วร่าง มันค่อยๆ จางหายไปกลายเป็นเกล็ดที่เล็กมากกลมกลืนไปกับผิวหนัง

    มีเพียงเกล็ดที่ช่วงแขนที่ยัง เห็นเด่นชัด ศีรษะที่เคยมีเขา 1 คู่กลับหดหายไปแทบจะไม่ต่างอะไรจากร่างมนุษย์

    แต่มีพลังพลุ่งพล่านมหาศาลกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัว


    อี้เฉินเริ่มครุ่นคิด หรือยิ่งอัตลักษณ์ของสัตว์อสูรน้อยลงเท่าไหร่ พลังยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้นงั้นหรือ

    แสดงว่าวิชากายามังกรนี้ยังไม่สมบูรณ์ เลือดบรรพกาลไม่อาจต่อต้านอี้เฉินได้อีกต่อไป

    ร่างกายอี้เฉินค่อยๆ ถูกสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้งเลือดภายในสระค่อยๆ

    ถูกอี้เฉินกลืนกินจนหมดภายใน5วัน เลือดของเขาหวนคืนสู่บรรพบุรุษ กลายเป็นจอมยุทธผู้สูงส่ง

    แต่ก็ยังห่างชั้นกับผู้สืบทอดสายเลือดจากบรรพบุรุษมาโดยตรง คนพวกนี้จะมีสายเลือดที่เข้มข้นเป็นยอดยุทธ์แต่กำเนิด


    อี้เฉินลุกขึ้นยืน ร่างทั้งร่างของเขาแข็งแกร่งขึ้นมาอีกระดับทั้งๆที่ยังไม่ได้เลื่อนขั้นพลัง หากเขาเผาผลาญเลือดบริสุทธิ์

    พลังของเขาน่าจะพุ่งสูงขึ้นอีกมาก เขาเดินตรงไปยังเสาหินขนาดใหญ่ทันทีหมายตรวจสอบดูรอบๆ

    ว่ามันมีอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ อี้เฉินส่งปราณจิตเข้าไปภายในเสาหินก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาเริ่มครุ่นคิด

    อักษรบนหินก็ไม่มีอะไร ยิ่งคิดเขายิ่งปวดหัวเป็นอย่างมาก ก่อนจะเอาเท้าไปเตะใส่เสาอย่างเต็มแรงหมายพังมันทิ้งเสีย


    "ตูม" เสาหินสั่นไหวอย่างรุนแรงแต่ไม่มีการพังทลายเลยแม้แต่น้อย เสาหินขนาดใหญ่เปล่งแสงพร่างพราวออกมา


    อี้เฉินที่คิดจะโจมตีให้เสาหินขนาดใหญ่พังทลายถึงกับตกใจในความแข็งแกร่งของเสาต้นนี้

    รอบๆ สั่นไหวน้อยๆ ก่อนจะมี จอมยุทธ์คนหนึ่งเดินออกมา มองเห็นหน้าตาไม่ชัดเจนสวมอาภรณ์

    ดำตัดขอบเสื้อขาวคล้ายชุดนักพรต เหมือนชายคนนี้จะเป็นแค่ปราณจิตส่วนหนึ่งเท่านั้นไม่อาจตอบโต้อะไรได้

    เขาโยนแผนที่บางอย่างมาให้อี้เฉิน ก่อนมันจะพุ่งเข้าไปภายในความคิดของอี้เฉิน

    แผนที่นี้น่าจะเป็นกุญแจมันลอยเข้าไปในความคิดของอี้เฉิน เพื่อบอกตำแหน่งของอะไรสักอย่าง


    อี้เฉินที่เห็นแผนที่ของดินแดนร้อยแคว้น ถูกทำเครื่องหมายไว้ที่ แคว้นปัญจธาตุหรือว่าสมบัติล้ำค่าของเทพผู้ล่วงลับอยู่แคว้นปัญจธาตุ


    อี้เฉินถึงกับหน้ามืดทะมึน เขาเข้ามาแทบตายได้แค่กระดาษใบเดียว แถมยังต้องออกไปหาของล้ำค่าอีกที่หนึ่ง

    นี่มันบ้าอะไรกันอี้เฉินถึงกับกำหมัดแน่น แสงเสาค่อยๆ จางหายก่อนจะมีค่ายกลเคลื่อนย้ายโผล่ออกมา

    อี้เฉินเดือดดาลเป็นอย่างมากเสี่ยงแทบตาย หากแคว้นปัญจธาตุไม่มีของล้ำค่าละก็เขาจะสาปแช่งเทพผู้ล่วงลับ

    หากเกิดชาติหน้าอย่าได้เจอของล้ำค่าอีกเลย ก่อนที่อี้เฉินจะก้าวเดินเข้าค่ายกลเคลื่อนย้ายออกไป


    อี้เฉินมาโผล่ด้านนอกทะเลความรู้ของเทพผู้ล่วงลับ เขากวาดตามองไปรอบๆ แถวๆ

    ต้นไม้โลกเต็มไปด้วยเหล่าจอมยุทธหลายร้อยคนรวมตัวกันอยู่ มันทำให้อี้เฉินรู้สึกแปลกใจหรือต้นไม้โลกใกล้จะเปิดแล้วงั้นหรือ

    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน