สัตย์สาบานแห่งดวงดาว

    ตอนที่ 48 สรรพนามที่ท่านเรียกข้าจะเปลี่ยนไปนะ

    ณ หอประชุมกลางยอดเขากระบี่ ผู้อาวุโสจากหลายยอดเขาเริ่มหารือลับเรื่องยอดเขาจันทรา โดยอ้าง “ความมั่นคงและความปลอดภัยของสำนัก”


    “ยอดเขาจันทรายามนี้ไม่มีกำลังรบระดับสูงเหลืออยู่ หากปล่อยให้ครอบครองสระมรกตและแปลงสมุนไพรปราณต่อไป ย่อมเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยใช่เหตุ”


    ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวเสียงต่ำ


    อีกคนพยักหน้าเห็นด้วยทันที


    “ยอดเขากระบี่ของเรามีศิษย์จำนวนมากที่ต้องใช้ปราณวารีริมสระมรกตขัดเกลาจิตวิญญาณกระบี่ หากโอนพื้นที่นั้นมาอยู่ใต้การดูแลของเรา ย่อมเกิดประโยชน์ต่อสำนักมากกว่าปล่อยให้อยู่ในมือของสตรีและคนพิการ”


    ขณะเดียวกัน เย่อ้าวเทียนแอบนัดพบศิษย์ชั้นนำจากยอดเขาอื่นที่เหลาสุราวิญญาณ แสร้งเป็นผู้แบกรับภาระของยอดเขาจันทราเพียงลำพัง


    “ศิษย์พี่เย่ ช่วงนี้ยอดเขาจันทราของท่านเผชิญเคราะห์หนักจริง ๆ ตอนนี้คงเหลือเพียงท่านที่มีพลังขั้นแก่นทองคำคอยปกป้องยอดเขา ช่างเหนื่อยยากนัก”


    ศิษย์คนหนึ่งกล่าวพลางรินสุราให้


    เย่อ้าวเทียนถอนหายใจ ทำสีหน้าหมองเศร้าแต่เด็ดเดี่ยว


    “ขอบคุณศิษย์น้องทุกท่านที่เป็นห่วง แม้ท่านอาจารย์จะตบะร่วงหล่น และศิษย์น้องยูรันจะพิการตาบอดไปตลอดกาล แต่ข้าในฐานะศิษย์เอกชายสายตรง ย่อมไม่อาจทอดทิ้งยอดเขาจันทราได้”


    เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


    “หากวันหนึ่งข้าได้ขึ้นดูแลยอดเขาจันทราอย่างเต็มตัว ข้ายินดีเปิดพื้นที่สระมรกตบางส่วนให้เหล่าสหายเข้ามาฝึกฝนบ่มเพาะร่วมกัน”


    คำพูดนั้นคือการประกาศอ้อม ๆ ว่ายอดเขาจันทราจะเป็นของเขา ไม่นานเย่อ้าวเทียนก็ลอบตกลงกับตัวแทนยอดเขากระบี่ว่า หากได้ควบคุมยอดเขาจันทรา เขาจะแบ่งสระมรกตให้ใช้ แลกกับการสนับสนุนในสำนัก


    บ่ายวันต่อมา


    คณะตัวแทนผู้อาวุโสจากยอดเขากระบี่ นำโดยคนสนิทของผู้อาวุโสตู้ฉางคง เดินทางมาเยือนยอดเขาจันทราอย่างเป็นทางการ โดยมีจุดประสงค์แอบแฝงเพื่อกดดันและหยั่งเชิง


    หลิงเยวี่ยเดินค้ำไม้เท้าออกมาต้อนรับที่ตำหนักเดิม ใบหน้าของนางดูอ่อนล้าซีดเซียวปานคนไข้


    “ผู้อาวุโสหลิงเยวี่ย... ยินดีที่ได้พบอีกครั้ง”


    ตัวแทนยอดเขากระบี่เอ่ยทักทายเสียงเรียบ ก่อนกวาดสายตามองรอบโถงอย่างประเมิน


    “วันนี้พวกเรานำสารความกังวลจากเบื้องบนมาแจ้งแก่ท่าน ตอนนี้สภาพร่างกายของท่านสั่นคลอน ยอดเขาจันทราขาดกำลังป้องกันระดับสูง ทางผู้อาวุโสใหญ่จึงเสนอให้โอนย้ายสระมรกตและแปลงสมุนไพรชั้นนอกมาอยู่ใต้การดูแลของยอดเขากระบี่ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยและผลประโยชน์โดยรวมของสำนัก”


    คำพูดนั้นฟังดูสุภาพ แต่ความหมายกลับบีบคั้นชัดเจน


    หลิงเยวี่ยกระชับไม้เท้าในมือ สองตาจ้องมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ


    “เสนอให้โอนย้ายงั้นหรือ ช่างเป็นข้อเสนอที่อ้างอิงความหวังดีจนน่าขันยิ่งนัก”


    เสียงของนางไม่ดัง แต่เย็นพอให้บรรยากาศในโถงนิ่งลงทันที


    “สำนักเมฆาจันทร์มีกฎชัดเจนว่าห้ามก้าวก่ายดินแดนส่วนตัวของยอดเขาอิสระตราบใดที่ไม่มีการละเมิดกฎสำนัก ตราบใดที่ลมหายใจของข้าหลิงเยวี่ยยังอยู่ แม้ข้าจะเหลือตบะเพียงขั้นรากฐาน ข้อเสนอเห็นแก่ตัวเช่นนี้... ข้าขอปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย”


    ตัวแทนยอดเขากระบี่หน้าแข็งไปเล็กน้อย ก่อนฝืนยิ้มเย็น


    “แล้วเราจะได้เห็นดีกัน”


    พูดจบ เขาก็พาคนของตนถอยกลับไปอย่างเสียหน้า


    ---


    สามวันต่อมา ข่าวที่หลิงเยวี่ยปฏิเสธยอดเขากระบี่แพร่ไปทั่ว ตู้ฉางคงผู้ครองยอดเขากระบี่จึงพาศิษย์สายตรงนับสิบมายังเขตเชื่อมต่อยอดเขาจันทราด้วยตนเอง


    ณ ลานหินกว้างบริเวณทางเข้ายอดเขาจันทรา


    ตู้ฉางคงในชุดคลุมสีทองลายกระบี่แหวกเมฆายืนตระหง่าน พลังปราณขั้นแปลงเทพขั้นสูงแผ่ออกมากดทับบริเวณรอบด้านจนยอดไผ่ลู่ต่ำ เสียงกระบี่วิเศษรอบกายครางเบา ๆ ราวกับตั้งใจสะกดขวัญผู้คน


    หลิงเยวี่ยค้ำไม้เท้าออกมาเผชิญหน้า ใบหน้าซีดเซียวแต่แววตาสงบนิ่ง โดยมีไป๋หลิงและหนานอวี้ยืนด้านหลัง


    ตู้ฉางคงเอ่ยเสียงทุ้ม


    “ผู้อาวุโสหลิงเยวี่ย ข้ามาวันนี้เพื่อความสงบเรียบร้อยของสำนัก ตอนนี้ยอดเขาจันทราของเจ้าอ่อนแอเกินกว่าจะดูแลสระมรกต จงแบ่งพื้นที่ฝั่งตะวันออกครึ่งหนึ่งให้ยอดเขากระบี่ดูแลลาดตระเวนชั่วคราวเสียเถิด”


    หลิงเยวี่ยหัวเราะเบา ๆ ก่อนยกมือปิดปากไอเล็กน้อย


    “ผู้อาวุโสตู้... ช่างเป็นความห่วงใยที่กว้างใหญ่ปานมหาสมุทรจริง ๆ”


    นางกระชับไม้เท้าในมือ


    “แต่ข้าขอบอกเจ้าไว้ตรงนี้ ยอดเขาจันทราของข้า แม้ข้าจะตบะร่วงหล่นเหลือเพียงขั้นสร้างรากฐาน แต่ค่ายกลและระบบป้องกันรอบสระมรกตยังทำงานสมบูรณ์ ไร้ร่องรอยความอ่อนแอให้หนอนบ่อนไส้หรือหมาป่าตัวใดลอบเข้ามาได้”


    แววตาของนางเย็นลง


    “หากเจ้าคิดจะแอบอ้างความมั่นคงของสำนักเพื่อกลืนกินดินแดนของข้า ข้าขอเตือนว่าฟันของเจ้าอาจหักหมดปากเสียก่อนที่จะได้ลิ้มรสเนื้อชิ้นนี้”


    ตู้ฉางคงหน้าเปลี่ยนสีทันที


    “หลิงเยวี่ย! เจ้าอย่าสามหาวนัก ตอนนี้เจ้าไร้ตบะระดับสูงที่จะปกป้องตนเอง หากข้าจะบังคับยึดครอง เจ้าจะเอาอะไรมาสู้!”


    หลิงเยวี่ยจ้องตู้ฉางคงตรง ๆ


    “หากผู้อาวุโสตู้ดื้อดึงจะลงมือฝ่าฝืนกฎสำนัก ข้าจะยื่นคำร้องต่อเจ้าสำนักและหอลงทัณฑ์กลางโดยตรง”


    น้ำเสียงของนางนิ่งมาก


    “ลองดูเถิดว่าสำนักเมฆาจันทร์จะยอมให้ผู้ครองยอดเขาใหญ่ใช้อำนาจรังแกผู้ที่เพิ่งเสียสละปกป้องมิติแดนลับหรือไม่”


    คำพูดนั้นแทงใจดำตู้ฉางคงอย่างจัง


    เขารู้ดีว่าหากลงมือจริง ยอดเขากระบี่จะถูกตราหน้าว่ารังแกผู้มีพระคุณ และเจ้าสำนักย่อมต้องเข้ามาแทรกแซง


    ตู้ฉางคงกัดฟันกรอด


    “ดี... วันนี้ข้าจะถอยไปก่อน ทว่าอนาคตของยอดเขาจันทราจะเป็นอย่างไร เจ้าเตรียมตัวยอมรับผลลัพธ์ที่จะตามมาเถอะ!”


    พูดจบ เขาสะบัดแขนเสื้อ หันหลังพาศิษย์ยอดเขากระบี่ถอยกลับไปด้วยสีหน้าขุ่นเคืองถึงขีดสุด


    ---


    ความตึงเครียดภายในยอดเขาจันทรายังคงดำเนินต่อไป


    ภายใน ตำหนักหลักยังคงเงียบสงบเหมือนเดิม


    จนกระทั่งถึงวันที่สิบสี่ที่ยูรันนอนแน่นิ่งราวกับผัก


    คืนนั้น เป็นเวรของหลิงเยวี่ยพอดี


    นางนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงเช่นทุกครั้ง ถ้วยยาเย็นชืดวางอยู่บนโต๊ะเล็กข้างมือ แสงไฟอ่อน ๆ ส่องลงบนใบหน้าซีดขาวของยูรันอย่างเงียบงัน


    ทันใดนั้น ริมฝีปากแห้งผากของเขาขยับเล็กน้อย


    เสียงแหบเบาแทบไม่ได้ยินดังขึ้น


    “น้ำ”


    หลิงเยวี่ยชะงักไปทั้งตัว


    “รันเอ๋อร์... เจ้าฟื้นแล้ว”


    นางรีบลุกขึ้นไปรินน้ำ แล้วประคองศีรษะของเขาอย่างระมัดระวัง ป้อนน้ำทีละน้อยจนหมดแก้ว


    ยูรันกลืนลงอย่างยากลำบาก ก่อนพูดเสียงแห้ง


    “ประคองข้าหน่อย”


    หลิงเยวี่ยไม่ถามอะไร รีบประคองให้เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง


    ยูรันหลับตานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเบา


    “เดี๋ยวข้าจะอธิบาย”


    หลิงเยวี่ยรีบห้ามทันที


    “เจ้าเพิ่งฟื้น พักผ่อนก่อนเถอะ”


    ยูรันส่ายหน้าเล็กน้อย


    “ไม่เป็นไร ข้ากำลังจะหายแล้ว”


    หลิงเยวี่ยขมวดคิ้ว


    “ว่ายังไงนะ”


    ยูรันลืมตาขึ้นช้า ๆ ดวงตาสีเทาหม่นยังคงไร้ประกายการมองเห็น


    “อาจารย์ ใจเย็น ๆ ก่อน ข้าบอกว่าข้ากำลังจะหายแล้ว”


    เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนยิ้มบาง ๆ


    “ถ้าช้ากว่านี้ ข้าคงนอนไม่สบายแน่ ๆ”


    หลิงเยวี่ยมองเขานิ่ง ๆ


    แม้ในใจจะเต็มไปด้วยคำถาม แต่นางก็พยักหน้าเบา ๆ รอดูว่าศิษย์รักของตนจะทำอะไร


    ยูรันค่อย ๆ ยกมือขึ้นอย่างเชื่องช้า นิ้วที่ยังซีดขาวประสานมุทราทีละชั้น ก่อนเอ่ยเสียงแหบพร่า


    “พันธะ”


    “ผนึกร้อยชีวิต”


    “พันธนาการแห่งการสดับ”


    ทันใดนั้น ตรารูปกางเขนกลับหัวขนาดเล็กพลันปรากฏขึ้นบนหน้าผากของยูรัน


    ลวดลายนั้นเป็นสีฟ้าหม่น คล้ายประกายดาวที่ถูกกดทับอยู่ในความมืด


    ยูรันไม่รอช้า เอ่ยเสียงต่ำต่อทันที


    “ปลดปล่อยผนึกร้อยชีวิต”


    สิ้นเสียงนั้น ตราบนหน้าผากแตกกระจายเป็นเส้นแสงเล็ก ๆ วิ่งไปทั่วร่างของเขา


    เส้นแสงเลื้อยผ่านผิวหนังไหม้เกรียม แขนขาที่บิดผิดรูป และชีพจรที่แหลกเหลว


    ควันสีขาวบาง ๆ ลอยออกจากบาดแผลทีละจุด


    จากนั้นภาพที่แทบเป็นไปไม่ได้ก็เกิดขึ้นต่อหน้าหลิงเยวี่ย


    ผิวหนังที่ไหม้เกรียมหลุดลอกและสมาน เส้นเลือดกับชีพจรเชื่อมต่อกันใหม่ กระดูกที่ถูกบดละเอียดค่อย ๆ ประสานกลับเข้าที่ ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอ และใบหน้าซีดขาวก็มีสีเลือดกลับคืนมา


    หลิงเยวี่ยเบิกตากว้าง


    นางเคยเห็นโอสถ วิชารักษา และค่ายกลฟื้นฟูระดับสูงมากมาย แต่สิ่งตรงหน้าไม่เหมือนสิ่งใด ราวกับร่างกายของยูรันกำลังถูกเขียนขึ้นใหม่


    หลิงเยวี่ยมองศิษย์รักตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ


    “รันเอ๋อร์... นี่มัน...”


    ยูรันไม่ได้ตอบทันที


    เขาค่อย ๆ ขยับไหล่ แล้วลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า ก่อนบิดขี้เกียจหนึ่งครั้ง


    กร๊อบแกร๊บ


    เสียงกระดูกและข้อต่อดังขึ้นเบา ๆ หลังจากนอนนิ่งมานานสิบสี่วัน


    ยูรันถอนหายใจอย่างโล่งอก


    “ดูเหมือนข้าจะหลับไปสิบสี่วัน”


    เขาหันมาทางหลิงเยวี่ย ดวงตาสีเทาหม่นยังคงไร้แววการมองเห็น แต่สีหน้ากลับสงบนิ่งเหมือนเดิม


    “อาจารย์คงเหนื่อยแย่”


    หลิงเยวี่ยนิ่งไปครู่หนึ่ง


    นางยังไม่ทันได้ตอบ ยูรันก็ยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวต่อ


    “และดูเหมือนสรรพนามที่ท่านเรียกข้าจะเปลี่ยนไปนะ”


    หลิงเยวี่ยชะงักทันที


    นางเพิ่งรู้ตัวว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมา ในยามที่เขาหมดสติ นางเผลอเรียกเขาว่า “รันเอ๋อร์” ไปแล้วไม่รู้กี่ครั้ง


    แต่พอเขาฟื้นขึ้นมาตรงหน้า และพูดออกมาเช่นนี้ นางกลับไม่รู้ควรตอบอย่างไรดี


    ใบหูของหลิงเยวี่ยแดงขึ้นเล็กน้อยอย่างยากจะสังเกต

    คล้ายกับเรื่องสัตย์สาบานแห่งดวงดาว ที่คุณอ่าน

    THe Superman

    THe Superman

    นิยาย แฟนตาซี
    333K 566
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984