“จะแข่งอะไร ว่ามาเลย”เหอจุนกล่าวตอบทันที
“ก็แข่งความร่ำรวยไง! ร้านนี้ก็เหมาะพอดีสินค้าราคาแพง เหมาะจะแข่งกันอยู่แล้ว” เย่เซวียนตอบกลับไปเขาคิดแผนบางอย่างเอาไว้แล้ว
“เฮอะ! แข่งความรวยฉันไม่เคยกลัวว่ามาจะแข่งยังไง”เหอจุนตอบรับทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่จะแข่งกัน เขาเป็ถึงผู้จัดการบริษัทไอ้คนตรงหน้าเป็แค่พนักงานส่งอาหาร เขาจะเอาอะไรไปแพ้กัน! ดีไม่ดีไอ้บ้านนอกยากจนตรงหน้ามันก็แค่ทำอวดเก่งไปอย่างนั้นเอง
“เราจะซื้อสินค้าในร้านแข่งกันโดยแต่ละคนจะหยิบมาคนละชิ้น แล้วไปจ่ายเงิน ถ้าจ่ายชำระผ่านก็จะนับยอดรวมไว้สุดท้ายใครที่ได้ยอดรวมมากที่สุด คนนั้นชนะไป”เย่เซวียนอธิบายถึงการแข่งที่คิดขึ้นทันที
“ได้! แต่แข่งกันก็ต้องมีเดินพันหน้าอย่างแกจะมีอะไรมาเดินพันล่ะ ?”เหอจุนที่ได้ยินกติกาการแข่งขันยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่ เขาชนะแน่ ๆ
“แล้วแกอยากได้อะไรล่ะ ?” เย่เซวียนตอบกลับไป
“หน้าอย่างแกคงไม่มีของมีค่าอะไร ถ้าอย่างนั้นถ้าแกแพ้ก็ช่วยถอดเสื้อผ้าออกแล้วคลานออกประตูห้างไปก็พอแต่ตอนคลานต้องเห่าเหมือนสุนัขด้วยล่ะไม่ต้องห่วงฉันอนุญาตให้แกใส่กางเกงในเอาไว้ตัวนึงได้”เหอจุนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มเหยียดหยาม เขาจะเหยียบชายตรงหน้าให้จมดินเอาให้มันไม่มีที่ยืนเลย!
“ไม่มีปัญหาถ้านายแพ้ก็แค่ทำแบบเดียวกับที่นายพูดมาก็พอ”เย่เซวียนที่ได้ยินเหอจุนกล่าวออกมาถึงกับยิ้มกว้างเขานึกภาพไม่ออกเลยว่ามันจะตลกแค่ไหนพออีกฝ่ายแพ้ขึ้นมาเขาไม่มีความคิดว่าตัวเองจะแพ้เลยสักนิด
“ได้ ฉันจะอัดคลิปแกไปประจานให้ทั่วเลย!” เหอจุนคำรามออกมา ตอนนี้ผู้คนในร้านต่างมองมาทางพวกเขาอย่างให้ความสนใจ
ดูเหมือนจะมีการแข่งอะไรสักอย่างเกิดขึ้นใช่ไหม?
“นายเอาจริงอ่ะ ช่างกล้าหาญจริง ๆฉันขอชื่นชมเลยล่ะ” ฮวาหวู่หลิงมองเหอจุนก่อนจะกล่าวออกมาเพราะเธอรู้ดีว่าคนตรงหน้าไม่มีทางชนะแน่ ๆ นี่เขาขุดหลุมฝังตัวเองชัด ๆ
“แน่นอน ฉันไม่เคยกลัวใครอยู่แล้ว ” เหอจุนยืดอกกล่าวออกมาอย่างภูมิใจ แต่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองดูโง่มากแค่ไหนในสายตา เย่เซวียนกับฮวาหวู่หลิง
“ถ้าอย่างนั้น เธอมานี่สิ” ฮวาหวู่หลิงเรียกพนักงานสาวที่ยืนมองอยู่ไปคุยกันอีกมุมหนึ่ง ทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่สักพักนึงก่อนที่จะเดินกลับมา
“ฉันขอให้พนักงานคนนี้เป็กรรมการให้เรียบร้อยแล้วพวกนายโอเคใช่ไหม ?”เธอกล่าวออกมาหลังเดินมาพร้อมกับพนักงานสาวคนเดิม
“ฉันไม่มีปัญหาอะไร”เหอจุนตอบ
“ฉันก็ด้วย”เย่เซวียนก็ยอมรับ
“ถ้าอย่างนั้นขอเชิญท่านทั้งสองเริ่มต้นแข่งขันกันได้เลยค่ะ เราจะตัดสินคนที่แพ้จากสองกรณี1.ไม่มีเงินจ่ายสินค้าที่ท่านหยิบมาได้อีกต่อไป2.ยอดรวมสินค้าที่จ่ายไปน้อยกว่าอีกฝ่าย เท่านั้นค่ะ”พนักงานสาวกล่าวออกมา ไม่มีใครรู้ว่าฮวาหวู่หลิงไปพูดอะไรกับเธอทำให้เธอยอมตกลงเป็กรรมการอย่างว่าง่ายแบบนี้
“เดี๋ยว! ฉันมีเงื่อนไขเพิ่มเติม” เหอจุนรีบกล่าวออกมาทันที หลังจากที่คิดอะไรได้บางอย่าง
“อะไรล่ะ ?”เย่เซวียนถามตอบ เขาสงสัยว่าชายตรงหน้าจะลีลาอะไรนักหนา
“นายห้ามยืมเงินใช้เงินคนอื่นในการแข่งเด็ดขาด ใช้ได้แค่เงินของนายเท่านั้น ตกลงไหม ?” เหอจุนกล่าวออกมา เขากลัวฝ่ายตรงข้ามไปหายืมเงินคนอื่นถึงแม้ดูจากท่าทางแล้วฝ่ายตรงข้ามไม่น่าจะรู้จักคนมีฐานะก็เถอะ !
ครึ่งหลัง
“ได้สิ เธอก็ไม่ต้องช่วยฉันจ่ายล่ะ ตกลงไหม ?” ชายหนุ่มตอบรับ แล้วหันไปกล่าวกับฮวาหวู่หลิงทำให้ฝั่งที่ถูกถามได้แต่พยักหน้ารับด้วยความสนใจเธออยากรู้เหลือเกินว่าเวลาคนถอดเสื้อผ้าคลานออกหน้าห้าง จะมีคนมามุงดูหรือกลายเป็ข่าวดังได้ขนาดไหน
“โอเค ๆ พวกนายสองคนเล่นกันไปเถอะฉันจะช่วยแค่หยิบเสื้อผ้าให้ก็แล้วกัน”ฮวาหวู่หลิงรับคำอย่างว่าง่าย
“งั้นมาเริ่มกันเถอะ แกเริ่มก่อนได้เลย” เหอจุนกล่าวออกมาก่อนจะยืนก่อนอกรออีกฝ่ายเลือกสินค้าไปจ่ายเงิน
“ตามนั้น อืมมม ตัวนี้ก็แล้วกัน !” ชายหนุ่มหยิบเสื้อยืดผู้ชายตัวหนึ่งขึ้นมา ราคาที่ติดไว้ก็คือหนึ่งหมื่นหยวน!
“ฮ่าฮ่า แค่หมื่นหยวนเนี่ยนะแกมีปัญญาจ่ายแค่นั้นรึไง ?”เหอจุนหัวเราะออกมาดังลั่นเมื่อเห็นราคาเสื้อที่อีกฝ่ายหยิบมา
“หมื่นหยวนมันก็แพงแล้วนะอีกอย่างเขาวัดกันที่ยอดรวมไม่ใช่รึไง ?”ชายหนุ่มสวนกลับไปก่อนจะเอาเสื้อไปจ่ายเงิน
[“ระบบแล้วไอ้พันล้านที่ต้องใช้นี่มันใช้ยังไง ? อันนี้ฉันไม่ได้ซื้อให้ตัวเองนะจะเอาไปแจกคนนี่แหละ ไม่ผิดกฎใช่ไหม ?”]ชายหนุ่มกล่าวถามระบบอยู่ในใจขณะที่กำลังเดินไปจ่ายเงินด้วยความหนักใจเขาคิดว่าจะทำภาจกิจไปด้วยเลยในทีเดียว
[“ติ๊ง! ส่งบัตรธนาคารให้ในกระเป๋ากางเกงข้างขวาของท่านแล้วสามารถหยิบมารูดจ่ายเงินได้เลย หรือจะไปกดเงินสดติดตัวก็ได้ ส่วนคำถามที่สองนับว่าไม่ผิดกฎอะไร”] เสียงระบบดังตอบกลับมาทำให้ชายหนุ่มโล่งใจทันที
“12,500 หยวนค่ะจะชำระเป็เงินสดหรือรูดบัตรดีคะ ?” พนักงานสาวที่เคาน์เตอร์จ่ายเงินกล่าวออกมา
“ใช้บัตรครับ”เย่เซวียนกล่าวออกมาแล้วล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อจะหาบัตรที่ระบบว่า
แต่ล้วงจนถึงด้านในสุดก็ยังไม่พบอะไรอยู่ดีเขาถึงกับงงว่าระบบแกล้งเขาเล่นรึเปล่า ?ตอนนี้เขามีเพียงบัตรที่ได้มาจากหญิงชราในกระเป๋ากางเกงฝั่งซ้ายเท่านั้น
“มัวชักช้าอะไร ? อย่าบอกนะว่าแกไม่มีเงิน ?” เหอจุนที่หยิบชุดสูทราคาห้าหมื่นหยวนเดินทางมากล่าวถามทำทีเขาคิดว่าชายยากจนตรงหน้าต้องแกล้งทำเป็ลีลาเพราะไม่มีเงินแน่ ๆ
“ถ้าไม่มีเงินแกก็ยอมแพ้ซะเถอะ! แล้วทำตามข้อตกลง” เขากล่าวเยาะเย้ยออกมาต่อ
“นี่ นายมัวชักช้าอะไรใช้บัตรที่คุณยายให้มาจ่ายไปซิ” ฮวาหวู่หลิงกล่าวออกมาเพราะเธออยากเห็นจุดจบของเื่นี้เต็มที !
[“ระบบ ไหนบัตรอ่ะ ?แกว่ามันอยู่ในกระเป๋ากางเกงไม่ใช่รึไง ?”]ชายหนุ่มส่งเสียงเรียกระบบด้วยความมึนงง
[“เกิดความล่าช้าในการส่งมอบนิดหน่อยตอนนี้บัตรธนาคารหนึ่งพันล้านหยวน อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านขวาของท่านแล้วรหัสบัตรคือ XXX-XX-XXXXX”] สิ้นเสียงของระบบชายหนุ่มก็พบว่าในกระเป๋ากางเกงข้างขวามีบัตรสี่เหลี่ยมผืนผ้าโผล่ขึ้นมาอย่างไร้วี่แววชายหนุ่มจึงควักมันออกมาทันที
“นี่ครับ”เขากล่าวจบก็ยื่นบัตรให้พนักงานไป
“เฮอะ! ที่แท้ก็พอมีเงินอยู่บ้างฉันว่าคงรูดไม่ผ่านหรอก”เหอจุนที่เห็นว่าอีกฝ่ายมีบัตรธนาคารจริง ๆ ก็กังวลขึ้นมาเล็กน้อยแต่เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงมีเงินไม่มากอะไรหรอก
“เอ๊ะ! นั่นไม่ใช่บัตรที่คุณยายให้มานี่นานายไปเอามาจากไหนอ่ะ ?”ฮวาหวู่หลิงที่สังเกตเห็นว่าบัตรใบนั้นไม่ใช่ของที่คุณยายมอบให้เธอเลยถามออกมาทันที
“พอดีมีคนให้มาน่ะ”ชายหนุ่มก็ตอบกลับไป เขาไม่ได้โกหกจริง ๆ นะ
“ชำระเงินเรียบร้อยค่ะ ขอบพระคุณมากนะคะ” หลังจากทำการใส่รหัสบัตร ตัดเงินออกเรียบร้อยพนักงานจึงกล่าวออกมา
“หมาตัวไหนมันบอกว่าจะรูดไม่ผ่านนะ ?” หลังรับถุงกระดาษที่บรรจุกล่องใส่เสื้อไว้อย่างดีมาถือไว้ชายหนุ่มจึงหันไปกล่าวกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงขบขัน
“ก็แค่ 12,500 หยวนชุดของฉันนี่ 55,000 หยวนยังไงแกก็ยังมียอดน้อยกว่าฉันอยู่ดี !” เหอจุนหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยแต่ก็กล่าวออกมาด้วยความเย่อหยิ่ง
“เกมมันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเดี๋ยวนายจะได้แปลกใจอีกเยอะเลยล่ะ” ชายหนุ่มตอบกลับไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
หวังว่าอีกฝ่ายจะไม่หวาดกลัวไปเสียก่อนนะ !