Chronicles Of Radish : Record Of Pride (จักรวาลราดิช ภาค บันทึกจอมอหังการ)

    ตอนที่ 35 รอก่อนเถอะพวกแก

    ตอนที่ 35 รอก่อนเถอะพวกแก



                ราดิชก้าวย่างไปบนแม็กม่าด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อดาบในมือฟันผ่าลูกไฟที่เขาหลบไม่ทันทิ้งไปทุกครั้งที่คมดาบปะทะลูกไฟจะเกิดระเบิดขึ้นพร้อมลูกไฟที่ถูกผ่าแยกเขามองเห็นวิถีการโจมตีของมันได้อย่างชัดเจน และขยับหลบเท่าที่จำเป็นเพื่อรักษาเกจSP สีเหลืองให้มากที่สุด

                -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล เพิ่มความน่าจะเป็น LV 9 เพิ่มเป็น LV 10

                    -เงื่อนไขครบถ้วน สกิลเพิ่มความน่าจะเป็น LV10 พัฒนาเป็นสกิลเพิ่มความน่าจะเป็นขั้นสูง LV 1

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเพิ่มความเร็วนึกคิด LV 7เพิ่มเป็น LV 8

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเคลื่อนไหวในอากาศ LV 4 เพิ่มเป็น LV 5

     

                    สกิลเกิดการพัฒนาขึ้นขณะบุกฝ่าเข้าไปใกล้พวกมันแม้มีบางลูกที่ป้องกันไม่ทัน เขาก็ได้แต่รับดาเมจนั้นไปแต่ก็ไม่ได้ทำให้พลังชีวิตของเขาลดลงเท่าใดนัก เมื่อเขามาอยู่ในระยะที่ใกล้พอเขายิงบอลน้ำที่บีบอัดพลังเวทจนหนาแน่นถึงขีดสุดออกไปมันหมุนควงด้วยความเร็วที่ไม่คิดว่าเวทน้ำทั่วไปจะทำได้

                ตูม!!!

                    กีซ!!!!

                    เสียงร้องโหยหวนของพวกม้าน้ำดึงขึ้นพวกมันร้องได้แค่นั้นก่อนจะกลายเป็นศพ แม้นี่จะเป็นแค่บอลน้ำธรรมดาทว่ามันกลับถูกบีบอัดพลังเวทไว้อย่างหนาแน่นเท่าที่เขาจะทำได้

                กีซ...

                ส่วนปลาไหลที่เป็นเป้าหมายนั้นนั้นโยกหลบไปได้อย่างฉิวเฉียดแต่แรงปะทะก็ทำให้พลังชีวิตของมันลดลงไปเล็กน้อย แต่เพราะมีสกิลเกล็ดอยู่ ทำให้มันได้รับดาเมจไปแค่นั้นแต่เมื่อเห็นพรรคพวกโดนฆ่าตายเรียบ มันก็เปลี่ยนใจหันหลังหนีทันทีทว่าราดิชไม่ยอมให้มันได้หนีอยู่แล้ว

                พวกมันมีนิสัยเหมือนกันอย่างหนึ่งคือถ้าเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเท่ากันหรือเก่งกว่า พวกมันจะหนีทันทีโดยไม่คิดจะสู้อีกปกติเขาจัดการพวกมันในการโจมตีเดียว เลยไม่มีตัวไหนได้หนี และครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน

                ราดิชเหยียบอากาศพุ่งตามไปดาบในมืออัดพลังเวทและปราณเข้าไปจนแน่น มันเปล่งแสงสว่างเจิดจ้าออกมาแม้อยู่ท่ามกลางแสงสีส้มของแม็กม่าก็ยังเห็นได้อย่างเด่นชัดเขาวาดดาบฟันฝ่าร่างมันในดาบเดียว

                ฉัวะ!!

                    ดาบนี้ผ่าร่างปลาไหลขาดเป็นสองท่อนในทันทีมันสิ้นชีพทันใดโดยไม่มีโอกาสได้แก้ตัวอีก ราดิชเก็บร่างของมันกับลูกน้องเท่าที่จะเก็บได้พร้อมทะยานกลับเข้าฝั่ง ดูเหมือนเจ้าปลาไหลที่เพิ่งวิวัฒนาการมาตัวนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแล้ว

                -ค่าประสบการณ์ถึงระดับที่กำหนดLV 52 เพิ่มเป็น LV 53

                    -เพิ่มค่าพลังพื้นฐานทั้งหมด

                -ได้รับโบนัสค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล อัจฉริยะแห่งดาบLV 2 เพิ่มเป็น LV 3

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ลมปราณจู่โจม LV 6 เพิ่มเป็น LV 7

             

            -ค่าประสบการณ์ถึงระดับที่กำหนด LV 53 เพิ่มเป็น LV54

            -เพิ่มค่าพลังพื้นฐานทั้งหมด

            -ได้รับโบนัสค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลหยั่งรู้ LV 4 เพิ่มเป็น LV 5

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเสริมประสาทสัมผัสทั้งห้า LV 5เพิ่มเป็น LV 6

            -ได้รับสกิลพ๊อยท์

             

            “ไม่น่าเชื่อว่าจะได้ถึงสองเลเวลสงสัยจะรวมพวกปลาดุกกับม้าน้ำที่เราฆ่ามาก่อนหน้านี้ด้วย ฮ่าๆๆ”

            ราดิชดูจะพอใจเลเวลที่เพิ่มขึ้นรวมถึงสกิลที่พัฒนาขึ้นด้วย ตอนนี้ได้เวลาหม่ำเจ้าปลาไหลนี้เสียที แม้มันจะมีเกล็ดแข็งที่ลดทอนพลังเวทได้แต่ถ้าโดนการโจมตีทางกายภาพอยากหนักก็ไม่ได้ช่วยอะไร

            เขาขอดเกล็ดมันและพบว่าเนื้อของมันมีสีชมพูอ่อนนุ่มพอกัดเข้าไปนอกจากความร้อนแล้วก็พบว่ามันมีรสหวานละมุนคล้ายกับปลาดุกเพียงแต่เจ้านี่จะติดกลิ่นคาวเล็กน้อยเสียอย่างนั้นนี่พวกมันวิวัฒนาการถอยหลังหรือยังไง ถึงได้มีกลิ่นคาวขึ้นมา

            “ฆ่าพวกม้าน้ำกับปลาดุกไปคงไม่เพิ่มเลเวลแล้วอย่างน้อยตัวที่ฆ่าต้องเป็นปลาไหลกับเจ้ากิ้งก่าขึ้นไปแต่ถ้าจะล่าพวกปลาดุกมากินก็คงได้อยู่ อืม...เอาไงดีนะ”

            ราดิชครุ่นคิดขณะกินเจ้าปลาไหลเขาพยายามสูดกลิ่นหอมหวนของมันเข้าเต็มปอด ตัวมันก็ให้สารอาหารช่วยเติมเต็มเกจ SP สีแดงของเขาได้เป็นอย่างดี อย่างน้อยมันก็มีพลังงานมากทีเดียวแม้จะเทียบกับเจ้ากิ้งก่าไม่ได้ก็เถอะ

            ราดิชถอนหายใจออกมาขณะนั้นเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างแว่วมา เขาเพ่งสมาธิเปิดประสาทการฟังอย่างเต็มที่

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ขยายขอบเขตการรับรู้ LV 2เพิ่มเป็น LV 3

            สกิลดันพัฒนาพอดีทำให้เขาได้ยินเสียงที่แว่วมาชัดขึ้นเหมือนจะเป็นเสียงการต่อสู้ของอะไรบางอย่าง ราดิชหันไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงและพยายามเพ่งมองอย่างเต็มที่ด้วยสกิลส่องทางไกลตอนแรกก็มองเห็นไม่ชัด

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ส่องทางไกล LV 1 เพิ่มเป็น LV 2

             

            สกิลมีการพัฒนาขึ้นพอดีขณะใช้งานทำให้เขามองเห็นภาพชัดขึ้น เหมือนมีสัตว์อสูรสองตัวกลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดแต่ด้วยระยะที่ไกลมาก แม้จะมีสกิลช่วยแต่ก็ยังเห็นเป็นเคลื่อนไหวไม่ชัดอยู่ดี

            “พวกมันกำลังสู้กันแบบนี้เสร็จข้าสิ”

            ราดิชฉีกยิ้มอย่างชั่วร้ายเขารีบเก็บร่างเจ้าปลาไหลที่ยังกินไม่หมดและรีบวิ่งไปไปยังทิศทางนั้นด้วยความเร็วสูงสูดและเมื่อเข้าไปใกล้ก็ได้เห็นสองร่างที่กำลังต่อสู้กันอยู่ ร่างแรกเขารู้จักดีมันคือเจ้าปลาดุกที่ตอนนี้ขึ้นมาอยู่บนบก และกำลังพ่นลูกไฟใส่อีกฝ่ายอยู่

            คู่ต่อสู้ของมันคือเจ้ากบนั่นเองแต่กบตัวนี้กลับมีผิวสีแดงส้มเป็นประกายเหลื่อม รูปร่างใหญ่ประมาณหนึ่งเมตร เรียกได้ว่าเป็นกบยักษ์ตัวหนึ่งเลยมันคือร่างพัฒนาของเจ้ากบจากชั้นหนึ่งแน่นอน เขาลองประเมินเพื่อดูค่าสเตตัสของมัน

     

    เผ่า ไดดาลอสเกียฟร๊อกซ์ LV 2                     ชื่อไม่มี

    ค่าสเตตัส

    HP 150/195 (สีเขียว) (รายละเอียด)               

    MP 100/150 (สีฟ้า) (รายละเอียด)

    SP 128/130 (สีเหลือง) (รายละเอียด)

    SP 100/140 (สีแดง) (รายละเอียด)

    ค่าพลังโจมตีโดยเฉลี่ย 121 (รายละเอียด)

    ค่าพลังป้องกันโดยเฉลี่ย 138 (รายละเอียด)

    ค่าพลังเวทมนตร์โดยเฉลี่ย 106 (รายละเอียด)

    ค่าพลังทนทานโดยเฉลี่ย 148 (รายละเอียด)

    ค่าความเร็วโดยเฉลี่ย 135 (รายละเอียด)

    สกิล

    พ่นโจมตี LV 5                                      โจมตีด้วยกรด LV 5

    โจมตีด้วยพิษ LV 5                               อัคคีไร้ผล                                  

    แม่นยำ LV 3                                ต้านพิษLV 5                                        

    ต้านกรด LV 4                              มองเห็นในที่มืดLV 10

    สกิลพ๊อยท์ 950

     

                “ได้เห็นเจ้ากบอีกครั้งทำให้นึกถึงความหลังเลย ดูจากสเตตัสแล้วมันก็สูงขึ้นเยอะ อย่างน้อยก็สู้กับม้าน้ำได้แน่และน่าจะสู้เจ้าปลาดุกได้เลยด้วย”

                ราดิชหัวเราะพลางหลบหลังหินใหญ่ก้อนหนึ่งตอนนี้ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด เจ้ากบกระโดดหลบการโจมตีจากปลาดุกได้หลายครั้งมันพ่นทั้งพิษและกรดใส่ปลาดุกโต้กลับได้ด้วย

                แต่เจ้าปลาดุกมีเกล็ดมังกรปกคลุมร่างกายทำให้มันยังอดทนอยู่ได้ แต่ขณะเดียวกันถ้ามันโดนโจมตีบ่อยเข้าก็คงติดพิษและโดนกรดเผาแน่นอนดูจากสภาพแล้วเจ้าปลาดุกที่ซ่าขึ้นมาหาเรื่องบนบกคงถูกเจ้ากบจัดการในไม่ช้าแน่นอน

                เจ้ากบเองก็มีอัคคีไร้ผลแต่ลูกไฟของพวกเดรกนั้นไม่ได้โจมตีเป็นธาตุปกติอย่างเดียวมันยังโจมตีเป็นธาตุพิเศษด้วย ต่อให้มีอัคคีไร้ผลก็ยังได้รับความเสียหายได้เช่นกัน

            ส่วนเจ้าปลาดุกที่ไม่มีการต้านพิษและกรดเลยถ้าโดนพิษเข้าปากหรือผ่านเกล็ดไปได้ ก็น่าจะตายได้เลยและนี่น่าจะเป็นเพียงอาวุธของพวกกบ ที่ใช้สู้กับพวกฝ่ายมังกรเพราะพวกมันไม่ได้มีสกิลโจมตีรุนแรง

                แต่พวกมันกลับอาศัยการโจมตีด้วยสถานะผิดปกติที่รุนแรงแทนพิษของเจ้ากบมีเลเวลสูง ขอเพียงเข้าสู่ร่างอีกฝ่ายได้พลังชีวิตจะลดอย่างรวดเร็วและตายแทบจะแน่นอนในอีกไม่กี่อึดใจและดูจากการที่เจ้ากบพยายามพ่นกรดละลายเกล็ดของปลาดุกให้ร่อนออกเพื่อจะยิงพิษเข้าสู่ร่างโดยตรงนั่นเอง

                เจ้ากบร่างนี้ถือเป็นร่างแรกของชั้นนี้มันยังสามารถพัฒนาไปอีกร่างที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าปลาไหลและพอจะสู้กับซาลามานเดอร์ได้และถ้ายังแข็งแกร่งพอพัฒนาไปยังร่างขั้นสุดที่สเตตัสเริ่มต้นพอกับเจ้าพวกงูและตั๊กแตนได้แล้วละก็นั่นหมายความว่ามันสามารถสู้กับมังกรได้เลยอย่างสูสี ทั้งที่เป็นแค่กบเท่านั้น

                ราดิชไม่รอให้ผลการต่อสู้จบลงเขาเข้าไปแทรกแซงการต่อสู้เสียก่อน เขาพุ่งออกไปพร้อมดาบที่อัดแน่นด้วยพลังทำลายเขาพุ่งผ่านร่างเจ้ากบที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศขณะหลบลูกไฟของปลาดุกก่อนที่ร่างของมันจะถูกผ่าเป็นสองซีก มันตายโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

            ดาบต่อมาของเขาฟันทะลุเกล็ดของปลาดุกและผ่าร่างมันเป็นสองส่วนในพริบตาเช่นกันถ้ามันมีเกล็ดที่สลายพลังเวทได้ เขาก็แค่เปลี่ยนมาโจมตีกายภาพแทนก็สิ้นเรื่องแล้ว  สำหรับราดิชแล้วพวกมันกระจอกเกินไปด้วยซ้ำเขาจ้องไปที่ร่างของเจ้าปลาดุกและเจ้ากบที่โดนผ่าสองซีกด้วยความคาดหวังเขาเก็บพวกมันไว้อย่างดีเพื่อจะลองลิ้มรสต่อไป

                “เป้าหมายของเราฝึกฝนให้ได้สกิลอัคคีไร้ผล อีกทั้งต้องได้ลิ้มรสอาหารรสเด็ดด้วย หึหึ”

                “รอก่อนเถอะพวกแกข้ามาแล้ว!!!! ฮ่าๆๆๆ”

                ราดิชมองไปยังสายธารแม็กม่าที่อยู่ไม่ไกลคาดว่ามันจะเป็นที่ปลาดุกเคราะห์ร้ายตัวนั้นเคยอาศัยอยู่มาก่อนเขาเดินเข้าไปใกล้พร้อมความร้อนที่ระอุเพิ่มขึ้น เขาไปอยู่ริมสายธารนี้และก้มมองแม็กม่าร้อนระอุที่ไหลเอื่อยเฉื่อยเขาสัมผัสได้ถึงความร้อนของมันที่ทำให้พลังชีวิตเขาเริ่มลดลง

                “เอาวะ!!! เป็นไงเป็นกัน”

                ราดิชตัดสินใจแน่วแน่เขาเปิดใช้สกิลวิถีเทพมนตราที่เพิ่มสเตตัสทางเวทมนตร์ นอกจากเพิ่มพลังเวทมนตร์แล้วสกิลนี้ยังเพิ่มค่าความต้านทาน ค่าการร่ายเวท การบริกรรมคาถา ความเร็วในการร่ายเวทและการควบคุมพลังเวทเพิ่มขึ้น และเขายังเปิดใช้สกิลถ่ายทอดจิตให้กับตัวเองโดยถ่ายเทพลังไปที่แขนซ้าย ก่อนที่เขาจะทำอันน่าตกใจ

                อ๊าก!!!

                    ราดิชยื่นมือซ้ายลงไปในแม็กม่าที่เดือดพล่านเขากรีดร้องโหยหวนอย่างทรมาน พลังชีวิตลดลงจนเข้าขั้นวิกฤตจนสกิลขันติทำงานเขากัดฟันทนต่อความร้อนที่พยายามหลอมละขายแขนข้างนี้ของเขา ทั้ง MP และ SP สีแดงของเขาลดลงอย่างรวดเร็วถ้าเขาไม่ใช้สกิลถ่ายทอดจิตเพิ่มความแข็งแกร่งให้แขนตัวเอง คงได้เสียแขนไปแล้วเมื่อถึงขีดจำกัดเขาก็ชักแขนขึ้นมา

                -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ลดทอนความเจ็บปวด LV 6เพิ่มเป็น LV 7

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลต้านเปลวเพลิง LV 2 เพิ่มเป็น LV 3

                -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ฟื้นฟู HP ความเร็วสูง LV 4 เพิ่มเป็น LV 5

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล ฟื้นฟูMP ความเร็วสูง LV 3 เพิ่มเป็น LV 4

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลลดระดับการใช้ MP ขั้นสูง LV 3 เพิ่มเป็น

                -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ร่างชีวิต LV 1 เพิ่มเป็น LV 2

     

                    “แม่มเอ้ย!!!”

                ราดิชมองสภาพแขนตัวเองที่ไหม้เกรียมแหลกเหลวเขาร่ายเวทรักษาตัวเองจนหายดี ราดิชมองแม็กม่าเบื้อหน้า ก่อนจะกัดฟันและเริ่มยื่นมือลงไปในแม็กม่าอีกครั้ง

                อ๊าก!!!!

                    เสียงร้องโหยหวนของเขาดังซ้ำไปซ้ำมานับสิบรอบก่อนจะเงียบลงระหว่างนั้นเสียงแจ้งเตือนจากพระเจ้าที่ดังขึ้น ทำให้เขามีพลังอดทนต่อไปเวลานี้ราดิชนอนแผ่หมดสภาพอยู่ข้างสายธารแม็กม่านี้ ความเจ็บปวดที่ได้รับมันช่างทรมานเสียจริง

                “หวังว่า...มันจะคุ้มค่า....”

                -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ลดทอนความเจ็บปวด LV 9เพิ่มเป็น LV 10

                    -เงื่อนไขครบถ้วน สกิลลดทอนความเจ็บปวด LV 10 พัฒนาเป็นสกิลลดทอนความเจ็บปวดขั้นสูง LV 1

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลต้านเปลวเพลิง LV 6 เพิ่มเป็น LV 7

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลต้านความหวาดกลัว LV 4 เพิ่มเป็น LV 5

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลถ่ายทอดจิต LV 7 เพิ่มเป็น LV 8

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลขยายขอบเขตจิตพระเจ้า LV 3เพิ่มเป็น LV 4

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเครื่องราง LV 7 เพิ่มเป็น LV 8

     

                    “มะ..ไหว..แล้ว”

                ราดิชเอ่ยได้แค่นั้นก่อนจะหมดแรงไปแม้จะแลกมาด้วยสกิลที่เลเวลอัพจำนวนมาก แต่ก็เป็นการทรมานร่างกายอย่างมากถ้าไม่มีความอดทนมากพอก็ย่อมไม่อาจทำแบบนี้ได้ และอาจจะมีเขาเพียงคนเดียวที่ทำแบบนี้เจ้าผู้ครองขันติคนแรก ชายผู้นั้น ชายผู้ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุด...

    คล้ายกับเรื่องChronicles Of Radish : Record Of Pride (จักรวาลราดิช ภาค บันทึกจอมอหังการ) ที่คุณอ่าน