หลายวันผ่านไปอย่างช้าๆ แต่ทุกชั่วขณะในเรือนตระกูลหลิวกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ซ่อนเร้น หลิวเหว่ยเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเอง เขาตื่นขึ้นมาทุกเช้าด้วยความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินใจ แต่เมื่อเห็นหลิวเหมยเดินเข้ามาในห้องโถงด้วยรอยยิ้มหวานและชุดผ้าไหมบางเบาที่โอบรัดร่างกายอวบอิ่ม ความรู้สึกนั้นก็ค่อยๆ จางหายไป ราวกับถูกกลบด้วยเปลวไฟที่ลุกโหมขึ้นใหม่ทุกครั้งที่นางเข้าใกล้
หลิวเหมยเองก็รู้ดีถึงอาการของบิดาของนาง นางสังเกตเห็นสายตาที่หลบเลี่ยงแต่แฝงความหิวกระหาย เห็นมือที่สั่นเล็กน้อยเมื่อนางเอื้อมไปแตะแขน เห็นลมหายใจที่ถี่ขึ้นเมื่อนางก้มตัวลงตักข้าวให้ หรือเมื่อนางนั่งลงข้างๆ จนต้นขาแนบชิดกันใต้โต๊ะอาหาร นางจึงค่อยๆ เพิ่มระดับการยั่วยวนอย่างเป็ขั้นตอน ไม่ให้เขาใจนถอยหนี แต่ก็ไม่ให้มีโอกาสตั้งสติได้นานนัก
ยามเช้าวันหนึ่ง แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านหน้าต่างไม้บานเกล็ดเข้ามาในห้องนอนใหญ่ หลิวเหว่ยตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ ด้วยความรู้สึกอบอุ่นที่แปลกใหม่ เขาหันไปข้างๆ และพบว่าหลิวเหมยนอนซบอกเขาอยู่ั้แ่เมื่อคืน นางยังหลับตาพริ้ม ผมยาวสลวยกระจายอยู่บนหมอนผ้าไหมสีครีม ริมฝีปากเล็กๆ แตะเบาๆ ที่ไหล่เขา ลมหายใจอุ่นๆ ของนางพัดผ่านิัของเขาเป็จังหวะ
หลิวเหว่ยมองนางนิ่งอยู่นาน ใจเต็มไปด้วยความขัดแย้ง เขาพยายามข่มใจไม่ให้ยกมือขึ้นลูบแก้มนวลนั้น แต่สุดท้ายก็แพ้ให้กับความอ่อนไหวในใจ มือหนาของเขาค่อยๆ วางลงบนแก้มนาง ลูบไล้เบาๆ ิันุ่มนวลราวหยกขาวทำให้เขารู้สึกสั่นไหวในใจ
หลิวเหมยตื่นขึ้นช้าๆ ดวงตางามค่อยๆ ลืมขึ้น มองตรงมาที่หลิวเหว่ยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ นางยิ้มบางๆ แล้วขยับตัวเข้าใกล้ จูบมุมปากเขาเบาๆ อย่างนุ่มนวล
"สวัสดีตอนเช้าเ้าค่ะท่านพ่อ..." นางกระซิบเสียงหวาน "เมื่อคืนข้านอนหลับสนิทเลย เพราะมีท่านพ่อคอยกอด"
หลิวเหว่ยตัวสั่นเล็กน้อย พูดเสียงแหบพร่า "เหมยเอ๋อร์... เมื่อคืนเรา..."
"เราแค่กอดกันเ้าค่ะ" นางกระซิบ แล้วเอียงตัวขึ้น จูบปากเขาอีกครั้ง คราวนี้ลึกซึ้งกว่าเดิม ลิ้นเล็กๆ สอดแทรกเข้าไปช้าๆ จนหลิวเหว่ยต้องครางเบาๆ ในลำคอ มือของเขาลูบแผ่นหลังนางโดยไม่รู้ตัว ลงไปถึงสะโพกกลมกลึงแล้วบีบเบาๆ รู้สึกถึงความนุ่มนวลและความอบอุ่นผ่านเนื้อผ้าบาง
ทั้งคู่จูบกันอยู่นานบนเตียงยามเช้า แสงแดดอ่อนๆ สาดผ่านหน้าต่างไม้บานเกล็ด เงาร่างของทั้งสองทาบทับกันบนผ้าปูที่นอนสีครีม บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความใกล้ชิดที่เพิ่มขึ้นทุกวัน เมื่อหลิวเหมยถอนริมฝีปากออก นางกระซิบข้างหูบิดาอย่างยั่วยวน
"ท่านพ่อชอบใช่ไหมเ้าค่ะ... ที่ข้าจูบแบบนี้" นางถามเสียงนุ่ม มือเรียวเลื่อนไปลูบที่หน้าอกเขาเป็วงกลมช้าๆ
หลิวเหว่ยหลับตาแน่น พยักหน้าช้าๆ โดยไม่พูดอะไร ความรู้สึกผิดและความปรารถนาปะปนกันในใจจนเขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร
"ข้าก็ชอบเ้าค่ะ... ชอบเวลาท่านตอบรับ ชอบเวลาท่านกอดข้าแน่นๆ" นางเลื่อนมือลงไปลูบหน้าท้องเขา แล้วต่ำลงไปอีกนิด จนััได้ถึงความแข็งที่ตึงแน่นใต้ผ้าบาง "ท่านพ่อ... ตรงนี้ของท่านแข็งขึ้นอีกแล้วนะเ้าค่ะ"
นางลูบไล้เบาๆ ผ่านเนื้อผ้า ทำให้หลิวเหว่ยครางเสียงแหบและตัวสั่นไหว มือของเขาคว้ามือลูกสาวไว้ หายใจหอบ
"อย่า...พอเถอะเหมยเอ๋อร์... ข้ากลัว..."
"กลัวอะไรเ้าคะ" นางถามเสียงนุ่ม แต่ตาเป็ประกาย มือยังคงลูบไล้อย่างช่ำชอง "กลัวว่าจะชอบมากเกินไป หรือกลัวว่าจะหยุดไม่ได้"
หลิวเหว่ยไม่ตอบ หายใจถี่ขึ้นทุกที นางจึงค่อยๆ ดึงมือเขามาวางบนเนินอกของตนเองผ่านเนื้อผ้าบาง ปล่อยให้เขารู้สึกถึงความนุ่มและความอุ่นนั้น มือของเขาสั่นเทาแต่ก็ไม่ได้ถอนออก
"ััข้าบ้างสิ ท่านพ่อ... ร่างกายของข้าเป็ของท่านพ่อคนเดียว" นางกระซิบ เสียงเต็มไปด้วยความปรารถนา
หลิวเหว่ยตัวสั่น มือของเขาบีบเบาๆ โดยไม่รู้ตัว รู้สึกถึงความนุ่มนวลและความอบอุ่นที่เขาคิดถึงมานาน หลิวเหมยครางอืมแ่ๆ ในลำคอ แล้วก้มลงจูบซอกคอเขา ลิ้นเลียไล้เบาๆ ตามแนวกระดูกไหปลาร้า ทำให้เขาสั่นไหวไปทั้งตัว
"เหมยเอ๋อร์..." เขาครางเสียงแหบ "ข้า... ข้าไม่รู้ว่าเราควรจะ..."
"ไม่ต้องคิดมากเ้าค่ะ ท่านพ่อ" นางกระซิบ "ให้ร่างกายของท่านตัดสินใจเอง... ข้ารู้ว่าท่าน้าข้า"
นางขยับสะโพกเบาๆ ถูไถกับส่วนแข็งของเขา ทำให้เขาครางออกมาเสียงดัง มือทั้งสองข้างโอบรอบเอวนางแน่นขึ้น
ทั้งคู่เกือบจะหลงไปกับความเร่าร้อนยามเช้านั้น แต่เสียงเคาะประตูจากบ่าวไพร่ด้านนอกทำให้ทั้งสองสะดุ้ง
"นายท่านครับ ถึงเวลาออกไปร้านแล้วขอรับ"
หลิวเหว่ยรีบผละออก หายใจหอบถี่ หลิวเหมยยิ้มเ้าเล่ห์ แล้วลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว จัดชุดให้เรียบร้อย
"เดี๋ยวข้าไปอาบน้ำก่อนนะเ้าค่ะท่านพ่อ ท่านรีบไปร้านก่อนเลยเ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะรีบตามไปทีหลัง"
หลิวเหว่ยพยักหน้า มองลูกสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและปรารถนา เขาลุกขึ้นแต่งตัวอย่างรวดเร็ว แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันหลังกลับมามอง
ตลอดทั้งวัน หลิวเหมยช่วยงานที่ร้านเหมือนเคย แต่สายตาของนางมักเหลือบมองหลิวเหว่ยบ่อยครั้ง เมื่อไม่มีลูกค้า นางจะเดินเข้าไปใกล้ ยื่นมือมาแตะแขนเขาเบาๆ หรือกระซิบข้างหูว่า "ท่านพ่อคิดถึงััของข้าเมื่อเช้าบ้างไหมเ้าคะ"
หลิวเหว่ยแต่ละครั้งก็ตัวสั่น รีบหันไปมองรอบตัวว่ามีใครเห็นหรือไม่
ลูกค้าที่มาซื้อผ้าไหมต่างสังเกตเห็นความใกล้ชิดระหว่างพ่อลูก บางคนมองด้วยสายตาประหลาดใจ บางคนกระซิบกันเบาๆ แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไรเพราะเกรงใจตระกูลหลิวที่มีฐานะและชื่อเสียง
"วันนี้คุณหนูหลิวเหมยดูสดใสดีนะ" ฮูหยินเฉินที่มาซื้อผ้าไหมสำหรับชุดงานแต่งงานของลูกสาวเอ่ยขึ้น "ดูสนิทและใกล้ชิดกับท่านพ่อของเ้ามากขึ้นเหมือนกัน"
หลิวเหมยยิ้มหวาน "เ้าค่ะ ฮูหยินเฉิน ั้แ่ท่านแม่ไม่อยู่ ข้าก็ต้องช่วยดูแลท่านพ่อมากขึ้น ท่านพ่อของข้าทำงานหนักมาก"
ฮูหยินเฉินพยักหน้า แต่สายตายังคงมีความสงสัย "ก็ใช่นะ ลูกสาวที่ดีต้องดูแลพ่อ แต่ก็อย่าให้ใกล้ชิดเกินไปนะ คนอื่นจะพูดนินทาได้"
หลิวเหมยยิ้มบางๆ "ข้าเข้าใจเ้าค่ะ ฮูหยิน"
แต่ในใจนางกลับคิดว่า 'เร็วๆ นี้ คนทั้งเมืองจะได้เห็นว่าข้าใกล้ชิดกับท่านพ่อแค่ไหน'
ค่ำวันนั้น หลังปิดร้านและทานอาหารเย็นเสร็จ หลิวเหมยเดินตามหลิวเหว่ยเข้าห้องนอนอีกครั้ง นางไม่พูดอะไร เพียงแค่ถอดเสื้อคลุมนอกออก เหลือเพียงชุดชั้นในผ้าไหมบางสีขาวเนื้อดี ผ้าบางจนเห็นเงาร่างกายและเนินหน้าอกที่อวบอิ่มอย่างชัดเจนภายใต้แสงตะเกียงน้ำมัน แล้วขึ้นไปนอนข้างบิดา พลางซบอกเขาเหมือนที่ทำเมื่อคืน
"ท่านพ่อเ้าค่ะ... คืนนี้ข้าอยากนอนใกล้ๆ ท่านอีก" นางกระซิบเสียงหวาน "ข้ารู้สึกว่าท่านเหงา... และข้าก็เหงาเหมือนกัน"
หลิวเหว่ยโอบแขนรอบตัวนางโดยไม่ขัดขืน มือลูบแผ่นหลังนางช้าๆ ลงไปถึงสะโพกแล้วบีบเบาๆ รู้สึกถึงความนุ่มนวลผ่านเนื้อผ้าบาง
"เหมยเอ๋อร์... เรากำลังทำอะไรกันอยู่" เขาถามเสียงแหบ แต่มือไม่ได้หยุดลูบไล้
"เรากำลังรักกันเ้าค่ะท่านพ่อ" นางตอบ แล้วเงยหน้าขึ้นจูบปากเขา ลึกซึ้งและเร่าร้อนกว่าทุกครั้ง ลิ้นพันกันจนทั้งคู่หายใจไม่ออก
หลิวเหว่ยตอบรับอย่างดุดัน มือลูบไล้ทั่วร่างกายลูกสาว ผ่านเนื้อผ้าบาง เขารู้สึกถึงผิวเนียนนุ่ม เนินอกอวบอิ่ม และสะโพกกลมกลึง ทุกััทำให้ไฟในตัวเขาลุกโหมแรงขึ้น
หลิวเหมยครางเบาๆ ในลำคอ ขยับตัวให้แนบชิดยิ่งขึ้น สะโพกถูไถกับส่วนแข็งของพ่อช้าๆ จนเขาครางออกมาเสียงดัง
"เหมยเอ๋อร์... ข้า... ข้าจะทนไม่ไหวแล้วจริงๆ" เขาพูดเสียงสั่น
"ไม่ต้องทนก็ได้เ้าค่ะท่านพ่อ" นางกระซิบ มือเลื่อนลงไปลูบที่ต้นขาเขา "ข้าพร้อม... พร้อมที่จะให้ท่านทุกอย่าง"
นางค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นไป ััส่วนแข็งของเขาผ่านผ้าบาง ลูบไล้อย่างช่ำชอง จนหลิวเหว่ยต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางที่จะหลุดออกมา
"ท่านพ่อ... ข้าอยากเห็นท่านมีความสุข" นางกระซิบ "ข้าอยากทำให้ท่านรู้สึกดี... เหมือนที่ท่านทำให้ข้ารู้สึกดี"
มือของนางเริ่มแก้เชือกผูกกางเกงของเขาช้าๆ หลิวเหว่ยจับมือนางไว้ แต่ไม่ได้หยุดนาง เพียงแต่มองเข้าไปในดวงตาของลูกสาวด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป
"ลูก... ถ้าเราทำแบบนี้ จะไม่มีทางกลับแล้ว" เขาเตือน
"ข้าไม่้าทางกลับเ้าค่ะ ท่านพ่อ" นางตอบ "ข้า้าแค่ท่าน... เฉพาะท่านคนเดียว"
แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะก้าวข้ามเส้นสุดท้าย เสียงฟ้าร้องดังก้องจากนอกหน้าต่าง ฝนเริ่มเทลงมาอีกครั้ง เสียงลมแรงพัดผ่านใบไผ่ในสวนหลังบ้าน หลิวเหว่ยสะดุ้ง แล้วผลักนางออกเบาๆ หายใจหอบ
"พรุ่งนี้... มารดาของเ้าจะกลับมาแล้ว" เขาพูดเสียงแหบ
หลิวเหมยนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วยิ้มบางๆ ดวงตาเป็ประกายด้วยความคิดที่ซับซ้อน
"เ้าค่ะท่านพ่อ... ท่านแม่กำลังจะกลับมา และข้าก็ดีใจนะเ้าค่ะ" นางพูดเสียงหวาน แต่แฝงด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง
หลังจากนั้น หลิวเหมยก็เดินออกจากห้องอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้หลิวเหว่ยนอนคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า
คืนนั้น ฝนตกหนักตลอดทั้งคืน เสียงฟ้าร้องดังก้องราวกับคำเตือน แต่ในห้องนอนของหลิวเหว่ย มีเพียงความเงียบและความร้อนรุ่มที่ยังไม่ได้รับการระบาย เขานอนหลับไม่ลง นึกถึงััของลูกสาว นึกถึงริมฝีปากนุ่ม ลมหายใจร้อนผ่าว และร่างกายที่แนบชิด
ในเงามืดที่ไม่มีใครเห็น จางเหายืนมองบ้านหลังนั้นจากระยะไกล เขารู้ว่าเวลาที่เขารอคอยกำลังจะมาถึง และเขาพร้อมที่จะเข้าไปมีบทบาทในเื่ราวที่กำลังคลี่คลายอย่างช้าๆ แต่แน่นอน