จารึกที่ 133 : เปลือกหินลวงตา : ชัยชนะของคนตาถึง
ราตรียิ่งดึกสงัด แสงไฟในตลาดแลกเปลี่ยนกลับยิ่งโชติช่วง ฝูงชนจำนวนมหาศาลต่างพากันละทิ้งแผงค้าของตนแล้วหลั่งไหลมามุงดูเหตุการณ์ที่มุมตึกเก่าๆ ราวกับฝูงแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ เสียงซุบซิบและเสียงเชียร์ดังเซ็งแซ่จนกลบเสียงลมหนาวที่พัดผ่าน
ตรงกลางวงล้อม หลิวจิน นายน้อยตระกูลเศรษฐียืนกอดอกเชิดหน้าด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ข้างกายเขามีผู้ติดตามร่างยักษ์สองคนยืนคุมเชิง ส่วนฝั่งตรงข้ามคือ อาเจีย ในชุดศิษย์เก่าๆ ที่ยืนควงก้อนหินสีเทาหม่นเล่นด้วยท่าทีกวนประสาท
"กฎกติกาง่ายๆ..." หลิวจินประกาศก้อง "ถ้าข้าพิสูจน์ได้ว่าหินนั่นเป็นแค่ขยะ เจ้าต้องกราบข้าสามครั้งและส่งแต้มทั้งหมดมา... แต่ถ้ามันเป็นของวิเศษจริง ข้าจะจ่ายเจ้าห้าพันแต้ม และยกหินให้เจ้าฟรี!"
"ตกลงตามนั้น!" อาเจียรับคำทันควัน "เชิญคุณชายตรวจสอบก่อนเลย... ให้โอกาสคนรวยก่อนเสมอ"
หลิวจินแค่นเสียง "หึ... ไม่ต้องให้เจ้าบอก ข้าก็จะทำอยู่แล้ว! ...เอา 'จานเข็มล่าสมบัติ' มา!"
ผู้ติดตามรีบยื่นอุปกรณ์ลักษณะคล้ายเข็มทิศทองคำที่สลักลวดลายวิจิตรให้หลิวจิน
ฝูงชนฮือฮา "นั่นมันสมบัติวิเศษระดับกลาง! สามารถตรวจจับคลื่นพลังปราณได้ในรัศมีสิบวา! ไม่มีสมบัติชิ้นไหนรอดพ้นการตรวจจับของมันไปได้!"
หลิวจินถือจานเข็มเดินวนรอบก้อนหินที่วางอยู่บนโต๊ะ เข็มทองคำในจานหมุนติ้วๆ... ก่อนจะหยุดนิ่งสนิท ชี้ไปที่ "ถุงมิติ" ที่เอวของหลิวจินเอง (เพราะมีของดีอยู่) แต่เมื่อเอาไปจ่อใกล้ๆ ก้อนหิน... เข็มกลับไม่กระดิกแม้แต่มิลลิเมตรเดียว!
"เห็นไหม!" หลิวจินหัวเราะร่า ชูจานเข็มให้ทุกคนดู "เข็มไม่กระดิกเลย! แสดงว่าข้างในไม่มีพลังปราณ ไม่มีแกนวิญญาณ... มันก็แค่ก้อนหินโง่ๆ ที่บังเอิญแข็งกว่าปกติเท่านั้น!"
"ฮ่าๆๆๆ! นึกว่าจะมีดี ที่แท้ก็ไก่อ่อนสอนขัน!"
"เจ้าหนูนั่นหมดตัวแน่! ไปท้าทายคุณชายหลิวได้ยังไง"
เสียงเยาะเย้ยถากถางดังมาจากรอบทิศ
หลิวจินยืดอก "ยอมแพ้ซะเถอะ... ก้มลงกราบข้าเดี๋ยวนี้!"
อาเจียเพียงแค่ยิ้มมุมปาก เขาเดินช้าๆ เข้าไปที่โต๊ะ หยิบก้อนหินขึ้นมา
"เครื่องมือราคาแพง... ไม่ได้การันตีความฉลาดของผู้ใช้เสมอไปนะขอรับ"
"เจ้าว่าไงนะ!"
"ท่านรู้ไหมว่า..." อาเจียหมุนหินในมือ "ในโลกนี้มีสัตว์อสูรบางชนิดที่ฉลาดหลักแหลม มันรู้วิธีเอาตัวรอดจากการถูกล่า... เช่น 'จิ้งจอกมายา' ที่รู้จักสร้างเปลือกหินพิเศษห่อหุ้มแกนวิญญาณของตนไว้เมื่อใกล้ตาย เพื่ออำพรางพลังจากนักล่า... และจากจานเข็มของท่าน"
อาเจียหันไปยืม "สิ่วเจาะหิน" และ "ค้อนเหล็ก" จากร้านข้างๆ
"ขอแรงหน่อยนะพี่ชาย"
เขาวางก้อนหินลง แล้วหลับตา...
"เนตรอักขระ... เปิด!" (ในใจ)
ภาพโครงสร้างภายในปรากฏชัดเจน... เปลือกหินด้านนอกหนาถึงสองนิ้ว แต่มี "จุดเปราะบาง" อยู่จุดหนึ่งที่เชื่อมต่อกับแกนกลาง หากเคาะถูกจุด เปลือกจะแตกออกเหมือนเปลือกไข่
"ดูให้เต็มตา!" อาเจียตะโกนลั่น พร้อมง้างค้อนขึ้น
เปรี้ยง!
เสียงค้อนกระทบสิ่วดังสนั่น
รอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่จุดกึ่งกลางของก้อนหิน... ก่อนจะลามไปทั่วอย่างรวดเร็วเหมือนใยแมงมุม
แกร๊ก...
เปลือกหินสีเทาหม่นร่วงกราวลงมา...
วินาทีนั้น แสงสีฟ้าครามเจิดจ้าก็ระเบิดออกมาจากภายใน! สว่างวาบจนคนทั้งตลาดต้องยกมือขึ้นบังตา!
วูบ! วูบ! วูบ!
เมื่อสายตาปรับสภาพได้ ทุกคนต่างต้องอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
ท่ามกลางเศษหิน มี "ลูกแก้วสีฟ้าใส" ขนาดเท่าไข่ไก่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
และที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่า คือไอหมอกที่แผ่ออกมาจากลูกแก้ว มันก่อตัวเป็นรูปร่างของ "จิ้งจอกเก้าหางตัวจิ๋ว" วิ่งวนรอบๆ ลูกแก้วด้วยท่วงท่าขี้เล่นและว่องไว
"น... นั่นมัน!" ชายชราเจ้าของร้านคนเดิมตาถลน "แกนวิญญาณ 'จิ้งจอกมายาพันหน้า' !? แถมยังเป็นระดับสมบูรณ์! แสงสีฟ้าบริสุทธิ์ขนาดนี้... นี่มันแกนระดับราชันจิ้งจอก!"
"บ้าน่า!" หลิวจินหน้าซีดเผือด เข่าทรุดลงกับพื้น "เข็มล่าสมบัติของข้าไม่ผิดพลาด... ทำไม... ทำไมมันถึงตรวจไม่เจอ!"
"เพราะเปลือกหินที่ท่านเพิ่งดูถูกไปนั่นแหละ คือ 'หินอำพรางสวรรค์' วัสดุหายากที่ใช้ตัดขาดสัมผัสวิญญาณ" อาเจียอธิบายพลางคว้าแกนวิญญาณมาถือไว้ (จิ้งจอกมายาจิ๋ววิ่งขึ้นมาเกาะบนไหล่เขาอย่างเชื่องๆ)
"มูลค่าของสิ่งนี้..." พ่อค้าคนหนึ่งตะโกนแทรก "ข้าให้หนึ่งหมื่นแต้ม!"
"ข้าให้หมื่นสอง!"
"หมื่นห้า! ขายให้ข้าเถอะ!"
ราคาพุ่งทะยานสูงลิ่ว
อาเจียหันไปหาหลิวจินที่นั่งหน้าถอดสี
"เอาล่ะคุณชาย... ตามสัญญา... ห้าพันแต้ม... จ่ายสดนะขอรับ งดเชื่อ เบื่อทวง"
หลิวจินกัดฟันจนได้ยินเสียงฟันบดกัน
ห้าพันแต้มไม่ใช่เงินน้อยๆ แม้แต่สำหรับเขา... และที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือความอับอายขายขี้หน้าต่อหน้าคนทั้งสำนัก!
"ข้า..." หลิวจินกำหมัดแน่น คิดจะเบี้ยว
แต่เมื่อมองไปรอบๆ สายตาของฝูงชนกดดันอย่างหนัก หากเขาเบี้ยวตอนนี้ ชื่อเสียงตระกูลหลิวจะป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
"เอาไป!"
หลิวจินขว้างถุงแต้มใส่อาเจียด้วยความโกรธแค้น "ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้หนู! ตระกูลหลิวไม่จบแค่นี้แน่!"
เขาสะบัดชายเสื้อ เดินแหวกฝูงชนออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเยาะของชาวบ้าน
อาเจียรับถุงแต้มมาเช็คดู... ครบถ้วน!
เขาเก็บแกนวิญญาณจิ้งจอกมายา (สมองเจ้าสัว) และน้ำหมึก/หินธาตุลมที่ซื้อมาได้ (ด้วยเงินชาวบ้าน) ลงในถุงมิติ
"ขอบคุณที่ใช้บริการขอรับ!" อาเจียตะโกนไล่หลังอย่างอารมณ์ดี
ก่อนจะหันไปหาฝูงชน "เอาล่ะๆ การแสดงจบแล้ว! แยกย้ายๆ!"
อาเจียรีบมุดตัวหนีออกจากฝูงชน แล้วใช้ "ยันต์เร่งความเร็ว" วิ่งกลับเรือนไผ่ม่วงทันที
เพราะเขารู้ดีว่า... การมีของล้ำค่าอยู่กับตัวในตลาดมืด ย่อมดึงดูดแมลงวันและหมาป่าให้ตามมาแน่นอน
...
ยามดึกสงัด... ณ ห้องใต้ดินเรือนไผ่ม่วง
อาเจียกลับมาถึงฐานลับอย่างปลอดภัย เขาวาง แกนวิญญาณจิ้งจอกมายา ลงบนโต๊ะทำงาน
แสงสีฟ้าจากแกนส่องสว่างไปทั่วห้อง เจ้าสัวทมิฬยืนนิ่งอยู่ข้างๆ ดูเหมือนมันจะสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง
"ของครบแล้ว..." อาเจียสูดหายใจลึก แววตามุ่งมั่น
"หินลมปราณธาตุวายุ... น้ำหมึกพรางตา... และสมองระดับอัจฉริยะของจิ้งจอกมายา..."
เขากาง "คัมภีร์กลวิธานจิตวิญญาณ" ออก
"คืนนี้... เราจะไม่ได้นอนกันทั้งคืนแน่เจ้าสัว... เตรียมตัวบอกลาความโง่เขลา และต้อนรับ 'สติปัญญา' ได้เลย!"
อาเจียหยิบพู่กันขนจิ้งจอก จุ่มลงในหมึกพิเศษที่ผสมขึ้นใหม่
ปลายพู่กันจรดลงบนแกนวิญญาณสีฟ้า...
"เริ่มพิธีกรรม!"