" พี่โจว ภายในบรรพตมีสิ่งใด " ฟั่นตั้ปิงเอ่ยถาม
นนท์วาดมือสร้างมายาภายในโถงถ้ำให้ฟั่นตี้ปิงดู
" พี่โจว นั่นคือศิลาอันใด " นนท์ยกยิ้ม
" เท่าที่ข้าได้ตรวจสอบ มันคือศิลานทีเทพ ศิลานทีเทพมีผู้ยิ่งใหญ่สลักอักขระเทพทั้งสี่สิบแปดตัวไว้ " เหล่าผู้อาวุโสพลันแตกตื่น
" หลานชายจริงรึ " นนท์พยักหน้า
" ผู้อาวุโส เป็นเรื่องจริง ทั้งโถงถ้ำยังสลักมายาเต๋าทั้งห้าเอาไว้ด้วย " เหล่าผู้อาวุโสปากคอถึงกับสั่น เพราะมิคาดคิดว่าจะมีสมบัติล้ำค่าเช่นนี้อยู่บนโลกจินซาน
" สมบัติล้ำค่าเช่นนี้ แม้นมีเงินมากมายเพียงใดก็มิอาจซื้อได้ "
" พี่โจว แล้วลมปรานอันใดที่ระเบิดออกมาจากถ้ำเมื่อครู่ " รุ่นเยาว์ผู้หนึ่งเอ่ยถาม
" เป็นลมปรานที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส " ผู้คนมากมายต่างแตกตื่น
" หลานชาย นอกจากลมปรานเทพแล้วก็มิมีลมปรานอันใดที่ข้าผู้ชรามิเคยสัมผัส " นนท์มองยังผู้ชรา
" เจ้าอย่าบอกนะว่าลมปรานนั่นคือ " นนท์พยักหน้า
" นั่นคือลมปรานเทพรึ " ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ
นนท์จำต้องปกปิดความจริงของปรานจักรวาลที่พุ่งออกมา เพื่อมิให้ผู้คนสงสัย
" แล้วลมปรานเทพมาจากที่ใด " ชายชราผู้นั้นเอ่ยถาม
" ผู้เฒ่า มันระเหยออกมาจากศิลานทีเทพ แล้วสะสมอยู่ทั่วโถงถ้ำ " เหล่าผู้ชราต่างพยักหน้า
" พอข้าเปิดประตูถ้ำมันก็ระเบิดออกมาทันที " นนท์เอ่ยเสียงเรียบ
" หลานชาย เหตุใด ข้าจึงดึงแผ่นศิลานทีเทพที่อยู่ภายในถ้ำออกมามิได้ " ชายชราผู้ที่เข้าไปในถ้ำเอ่ยถาม
" ผู้เฒ่า จากที่ข้าได้ตรวจสอบ ศิลานทีเทพนั้นได้ผสานเข้ากับผืนดินของโลกจินซานแล้ว บัดนี้ศิลายทีเทพเป็นสมบัติของโลกจินซาน " เหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายต่างปิติยินดีถึงกับหลั่งน้ำตา
" ดีจริง แต่ที่น่าเสียดาย หลานชายเจ้าน่าจะมายังโลกจินซานเร็วกว่านี้ " นนท์เพียงยกยิ้ม
" ผู้เฒ่า นั่นเป็นเพราะวาสนา " เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายต่างพากันพยักหน้า
" หลานชายแท้จริงแล้วเจ้าเป็นผู้ใด " ผู้เฒ่าผู้หนึ่งเอ่ยถาม
" นามข้าโจวนนท์ มาจากโลกมังกร จักรวาลปฐมถูมิ " นนท์เอ่ยตอบ
" หลานโจว เหตุใดเจ้าจึงมาที่นี่ " ผู้เฒ่าเอ่ยถาม
" ข้าได้ข่าวทัพอสูรคลั่งจะมาที่นี่ ข้าจึงเร่งมาเผื่อว่าข้าจะช่วยเหลือพวกท่านได้บ้าง " เหล่าผู้เฒ่าพยักหน้า
" หากมิมีสิ่งใดแล้วข้าขอตัว " นนท์ค้อมหัวให้เหล่าผู้เฒ่าทะยานร่างจากไปในทันที
" พี่โจว ท่านจะไปที่ใดต่อ " เหล่ารุ่นเยาว์ทั้งหลายต่างเอ่ยถาม
" จริงแล้ว ข้าอยากรู้ว่าพวกเจ้านั้น เก่งกาจเพียงใด " นนท์ทะยานร่างมายังทุ่งโล่ง
" พวกเจ้าแสดงให้ข้าดูทีว่าพวกเจ้าแข็งแกร่งเพียงใด " นนท์มองยังรุ่นเยาว์
" มีผู้ใดเคยประมือกับอสูรคลั่งบ้าง " นนท์เอ่ยถาม
" มิมี " นนท์ถึงกับถอนใจหนัก
" พี่ฟั่น ท่านช่วยตรวจสอบให้ข้าที ว่าทัพอสูรคลั่งจะมาถึงเมื่อใด " ฟั่นตี้ปิงพยักหน้าแล้วเร่งไปยังวิหาร
" ข้าจะบอกพวกเจ้าว่า อสูรทั่วไปกับอสูรคลั่งนั้นแตกต่างกัน เพราะอสูรทั่วไป หากอยู่ที่ขั้นพลังเดียวกันจะแข็งแกร่งกว่าพวกเจ้าหนึ่งขั้น ส่วนอสูรคลั่งนั้นจะแข็งแกร่งกว่าพวกเจ้าสองขั้น " รุ่นเยาว์ต่างแข็งค้างไป
" พี่โจว หากเป็นเช่นนี้ ยามที่พวกเราออกรบมิเท่ากับว่าพวกเราอออกไปตายรึ " นนท์พยักหน้า
" ข้ามีวิธีอยู่ แต่ก็ต้องดูว่าเวลาเหลือมากเพียงใด " เหล่ารุ่นเยาว์ต่างพยักหน้า
" คนเหล่านั้นก็เป็นรุ่นเยาว์เหมือนพวกเจ้ารึ " นนท์เพ่งมองยองยอดยุทธรุ่นเยาว์มากมายที่ทะยานร่างเข้ามา
" พี่โจว นั่นเป็นรุ่นเยาว์จากตระกูลและสำนักนอกเมืองจินซาน " นนท์พยักหน้า
" พี่โจว เหลือเวลาราวสิบวัน " ฟั่นตี้ปิงเอ่ยขึ้น
" ยังพอมีเวลา พี่ฟั่น นี่เป็นรายชื่อสมุนไพรและสินแร่ที่ข้าต้อง ท่านจัดการให้ข้าด้วย " ฟั่นตี้ปิงเร่งไปอย่างรวดเร็ว
" พวกเจ้าแสดงวิชาของพวกเจ้าให้ข้าดู " เหล่ารุ่นเยาว์นับล้านต่างแสดงความแข็งแกร่งของวิชาให้นนท์ดู นนท์ได้แต่ส่ายหน้า
" พี่โจว ท่านมิพอใจสิ่งใด " รุ่นเยาว์เอ่ยถาม
" วิชาของพวกเจ้ามิได้มีพลังมากมายพอที่จะสังหารอสูรคลั่งได้เลย " นนท์กวาดตามองยังเหล่ารุ่นเยาว์
" พวกเจ้านั่งลง " รุนเยาว์นับล้านเร่งหาที่นั่งอย่างรวดเร็ว
" วิ้ง " คนเล็กร่างทองปรากฎขึ้น นั่งขัดสมาธิลอยตัวอยู่กลางนภา
" ครืน " แรงกดดันกายจิตแผ่กระจายออกทั่ว
" อ้าก " เสียงร้องโหยหวนของเหล่ารุ่นเยาว์ทั้งหลายดังระงมทั่ว
" อดทนไว้ " นนท์เปล่งเสียงออกไป เหล่ารุ่นเยาว์จึงกัดฟันต่อสู้กับกายจิตของนนท์ ยาวนานราวหนึ่งชั่วยาม
" ครืน " ปรานแห่งชีวิตสึเขียวปกคลุมทั่ว ปรานสีเขียวแทรกซึมเข้ารักษากายจิตของเหล่ารุ่นเยาว์
" นี่มันปรานอันใด ใยยอดเยี่ยมยิ่งนัก "
" กายจิตของข้าถูกรักษาจนหายแล้ว "
" ครืน " หมอกควันสีขาวทะลวงเข้าสู่หน้าผากของเหล่ารุ่นเยาว์
" ข้ารู้สึกว่า กายจิตของข้ายกระดับขึ้นอีกขั้น "
" พี่โจวช่างสุดยอดยิ่งนัก "
" พวกเจ้าเก่งมากที่อดทนได้ถึงหนึ่งชั่วยาม " นนท์ยกยิ้มให้เหล่ารุ่นเยาว์
" พี่โจว สมุนไพรมาแล้ว " นนท์รับเอาสมุนไพรจากฟั่นตี้ปิง
" ก่อนที่ข้าจะหลอมโอสถ พวกเจ้าเร่งฝึกวิชาที่ข้าถ่ายทอดให้เถิด " นนท์ยกยิ้ม
" พี่โจว ท่านถ่ายทอดให้พวกเราเมื่อใด " นนท์มองยังรุ่นเยาว์ที่พูด
" พวกเจ้าค้นดูในทะเลความรู้ของเจ้าสิ " รุ่นเยาว์ต่างหลับตาค้นหาวิชาที่นนท์ถ่ายทอดให้
" พี่โจว วิชานับร้อยท่านถ่ายทอดให้เราตั้งแต่เมื่อใด " นนท์เพียงยกยิ้ม
" พวกเจ้าเร่งทำการหยั่งรู้เถิด " นนท์วาดมือกางค่ายกลเร่งเวลาแล้วเรียกเตาหลอมโอสถออกมา
นนท์เริ่มทำการหลอมโอสถกายามังกรออกมานับล้านเม็ด
" นี่คือโอสถกายามังกรทองแดง เป็นโอสถฝึกกายให้แข็งแกร่ง " นนท์ยื่นโอสถกายามังกรทองแดงให้เหล่ารุ่นเยาว์แจกจ่าย
" โอสถกายามังกรทองแดงนี้ เวลาที่พวกเจ้าหลอมต้องมีคนคอยพิทักษ์พวกเจ้า " รุ่นเยาว์พยักหน้า
" รุ่นเยาว์ที่เป็นสตรีนั้น ให้พวกเจ้ากลับไปดูดซับโอสถกายามังกรทองแดง ยังตระกูลหรือตำหนักของเจ้า และให้ผู้อาวุโสที่เป็นสตรีคอยพิทักษ์ให้พวกเจ้า เมื่อสำเร็จแล้วค่อยกลับมา " เหล่ารุ่นเยาว์สตรีต่างเร่งไป
" พี่โจว เหตุใดต้องให้รุ่นเยาว์สตรีไปหลอมที่อื่น " ฟั่นตี้ปิงเอ่ยถาม
" โอสถกายามังกรทองแดงนี้มันจะแผดเผาทุกสิ่งจนมิเหลือ " ฟั่นตี้ปิงพยักหน้า
" เมื่อพวกเจ้าพร้อมแล้วก็เร่งหลอมเถิด ผู้เฒ่าทุกท่านคอยพิทักษ์รุ่นเยาว์ให้ด้วย " เหล่าผู้เฒ่าที่ลอยตัวดูต่างกระจายกันพิทักษ์รุ่นเยาว์ทั้งหลาย
นนท์มองยังฟั่นตี้ปิงที่มีผู้เฒ่าของตระกูลคอยพิทักษ์ เห็นเช่นนั้นนนท์จึงกลั่นรวมน้ำปรานสรรพสิ่งเข้มข้นสองล้านขวดหยก
" พี่โจว อีกนิดเดียวข้าก็จะทะลวงขั้นพลังได้แล้ว " นนท์พยักหน้า
เมื่อเหล่ารุ่นเยาว์สตรีกลับมา " เหตุใดสตรีทั้งหลายต่างหน้าแดงเช่นนี้ "
" ใช่ ทั้งยังสวยขึ้นมากด้วย "
" พี่ฟั่น ยามที่ท่านทะลวงขั้นพลังราชันย์สูงสุดท่านมีมายาแปลกๆรึไม่ " ฟั่นตี้ปิงครุ่นคิด
" ข้ามีบรรพตโบราณลอยอยู่เหนือหัวข้า " นนท์พยักหน้า
" พี่โจว เหตุใดรึ " นนท์เพียงยกยิ้ม
" ให้จบสงครามครานี้ ข้าจะเล่าให้ท่านฟัง " ฟั่นตี้ปิงพยักหน้า
" นี่เป็นโอสถเหลวฟื้นฟูเข้มข้น เพียงหยดเดียวเติมแก่นต้นกำเนิดจนเต็ม ไว้ใช้ในยามคับขันที่สนามรบ " นนท์ให้รุ่นเยาว์แจกจ่ายออกไป
" ข้ามีวิชาที่ข้าใช้ประจำจะแสดงให้พวกเจ้าดู " นนท์ลุกยืนสะบัดมือเรียกกระบี่เหมันต์ออกมา
" ครืน " ความหนาวเหน็บแผ่กระจายออกทั่ว ทั้งเกล็ดน้ำแข็งยังพร่างพรายร่วงหล่น
" เหตุใดจึงหนาวเช่นนี้ "
" เกล็ดน้ำแข็งนี่มาจากที่ใด "
นนท์วาดมือสร้างห้วงมิติ แล้วทะยานร่างเข้าไปภายใน ร่ายรำกระบี่เหมันต์ให้เหล่ารุ่นเยาว์ได้ดู ทั้งหมัดแปดอัสนี ฝ่ามือสยบมาร กระบี่ปราบมาร หมื่นกระบี่ และหมัดภูผา
ทุกมายาที่เกิดขึ้นทำเอาผู้คนต่างแข็งค้าง
" ช่างทรงพลังยิ่งนัก "
" หลานโจวนี่เป็นผู้ใด ใยจึงมากความสามารถเช่นนี้ "
" พี่โจว ช่างเก่งกาจยิ่งนัก "
" พวกเจ้า จงกลับไปยังตระกูลหรือสำนักของพวกเจ้า เพื่อฝึกฝนวิชาเหล่านี้เถิด รุ่งเช้าค่อยมาใหม่ " รุ่นเยาว์ทั้งหลายลุกยืนแล้วประสานสองมือทำการคารวะให้ นนท์พยักหน้า
" พี่โจว หากท่านมิรังเกียจ ไปพักที่ตระกูลข้า " นนท์ยกยิ้ม
" ข้าจะรังเกียจคำเชิญของสหายได้เช่นไร " นนท์ทะยานร่างตามฟั่นตี้ปิงไปยังตระกูลฟั่น
เมื่อดื่มกินพูดคุยทั้งชี้แนะการฝึกฝนและหลอมโอสถแล้วเสร็จนนท์ได้เข้ามายังห้องนอนที่ฟั่นตี้ปิงเตรียมไว้ให้
" พี่โจว ท่านพักผ่อนให้เต็มที่ วันนี้ท่านเสียพลังเยอะมาก " นนท์พยักหน้า
นนท์วาดมือสร้างห้วงมิติ แล้วเข้าไปในแหวนห้วงมิติจองตน เริ่มทำการหลอมโอสถกายามับกรเงิน โอสถกายามังกรทอง และหลอมอาวุธ
เมื่อทำทุกอย่างแล้วเสร็จ นนท์หย่อนร่างลงยังบ่อน้ำเทพ แล้วทำการดูดซับพลัง
" เช้าแล้ว " นนท์ออกจากแหวนห้วงมิติแลัววาดมือเปิดห้วงมิติเดินออกจากห้องนอน
" พี่โจว ท่านตื่นเช้ายิ่งนัก " นนท์ยกยิ้ม
" พี่ฟั่น ท่านมิแปลกใจรึ ที่วันวานข้าหลอมโอสถได้มากทั้งที่ใช้เวลาเพียงน้อยนนิด
" พี่โจว ข้าแปลกใจเพียงค่ายกลเร่งเวลาของท่าน เหตุใดจึงเร่งเวลาได้มากมายยิ่งนัก ของข้าเร่งเวลาได้สองพันเท่าก็ว่ามากแล้ว แต่ของท่านข้ามิแน่ใจว่ากี่เท่า " นนท์พยักหน้า แล้วยื่นค่ายกลเร่งเวลาหมื่นเท่าให้ฟั่นตี้ปิง
" นี่มันค่ายกลเร่งเวลาหมื่นเท่า " นนท์พยักหน้า
" ข้าให้ท่าน " ฟั่นตี้ปิงรับเอาไว้
" ข้ามิเกรงใจล่ะนะ " นนท์เพียงยกยิ้ม
" เหตุใดผู้คนมากมายยิ่งนัก " นนท์กวาดตามองยอดยุทธราวสามพันล้านคน
" หลานโจว คนเหล่านี้เป็นกองทัพของโลกจินซาน หากเจ้าจะถ่ายทอดวิชาของเจ้า " นนท์พยักหน้า
" ได้ ข้าจะถ่ายทอดวิชาให้ " ผู็คนมากมายต่างพยักหน้า
นนท์มองงดูยอดยุทธมากมายที่เร่งทำการหยั่งรู้วิชาที่นนท์ถ่ายทอดให้
" นี่คือโอสถกายามังกรเงิน พวกเจ้าเอาไปหลอมเถิด " รุ่นเยาว์รับไปแจกจ่าย
" เช่นเดิน สตรีกลับไปยังตำหนักและตระกูลของตน " นนท์มองยังเหล่าสตรีที่เขินอายจนหน้าแดง ทำเอาหนุ่มๆทั้งหลายต่างพากันทำตากรุ้มกริ่มใส่
" หลานโจว เหตุใดเจ้ามิให้โอสถกายามังกรเงินแก่คนที่เหลือ " ผู้เฒ่าผู้หนึ่งเอ่ยถาม
" ผู้เฒ่า ข้ามิมีสมุนไพรที่ใช้หลอมโอสถมากมายเช่นนี้ " เหล่าผู้เฒ่าต่างพยักหน้า
" ต้องใช้สมุนไพรใดบ้าง " นนท์พยักหน้า แล้วยื่นรายการสมุนไพรและสินแร่
" ต้องใช้มากมายถึงเพียงนี้เชียวรึ " นนท์พยักหน้า
" ผู้เฒ่า นั่นสำหรับหลอมโอสถโอสถฝึกกายสามชนิด " เหล่าผู้เฒ่าเร่งจากไปในทันที
ระหว่างที่รอนนท์ได้ทำการกลั่นน้ำปรานสรรพสิ่งเข้มข้นมากมายถึงห้าพันล้านขวด " แม่น้ำปรานสรรพสิ่งในแหวนห้วงมิติถึงกับแห้ง " นนท์ถอนใจหนัก
" อาชาเพลิง เจ้าจงนำเอาบ่อน้ำปรานสรรพสิ่งทั้งหลายไปเทใส่แม่น้ำปรานสรรพสิ่ง " อาชาเพลิงเร่งจัดการในทันใด
" พี่โจว ข้าทะลวงขั้นพลังได้แล้ว ข้าอยากประลองกับท่าน " นนท์ส่ายหน้า
" พี่ฟั่น ข้าตัวประหลาด เพียงพลังกายของข้าก็มิมีผู้ใดสู้ข้าได้แล้วในเวลานี้ " ฟั่นตี้ปิงพยักหน้า
" พี่ฟั่น นี่คือเสื้อเกราะและอาวุธ ข้าให้ท่าน " ฟั่นตี้ปิงรับเอามาด้วยแววตาเป็นประกาย
" นี่มันมหาศาสตราวุธระดับเทพขัั้นสูงสุดนี่ " นนท์พยักหน้า
" พี่โจว ข้ามิอาจรับไว้ " นนท์ส่ายหน้า
" รับไปเถิด ข้ายังมีอีกเยอะ "ฟั่นตี้ปิงพยักหน้า
" รุ่นเยาว์กลุ่มแรกมารับเอาเสื้อเกราะและอาวุธ " เหล่ารุ่นเยาว์กลุ่นแรกต่างแย่งชิงเสื้อเกราะและอาวุธกันจนนนท์ถึงกับส่ายหน้า
" ผู้ใดที่เป็นอาจารย์หลอมโอสถ เป็นแพทย์ นักสลักค่ายกล และนักหลอมสร้างอาวุธแยกออกมาทางนี้ " นนท์ร้องตะโกนขึ้น
" ทุกท่าน นี่คือตำราหลอมโอสถ ตำราแพทย์ ตำราหลอมสร้าง และตำราสลักค่ายกล " นนท์ยื่นแผ่นหยกให้ไป
" นี่พิเศษสำหรับอาจารย์หลอมโอสถ และนักหลอมสร้าง " นนท์สะบัดมือเรียกเำลิงปฐพีออกมา
เปลวเพลิงปฐพีร้อนแรงลุกโชนท่วมฟ้า ความเร่าร้อนแผดเผาห้วงมิติจนมอดไหม้
" อาจารย์หลอมโอสถ แะนักหลอมสร้าง จงเร่งมารับเอาเพลิงปฐพีไปหลอมเถิด เพลิงปฐพีนี้ จะช่วยให้ทุกท่านสามารถทำงานของพวกท่านได้ดียิ่งขึ้น " เหล่าอาจารย์ทั้งสองกลุ่มต่างเดินเข้ารับเอาเพลิงปฐพี
" หลานโจว สมุนไพรและสินแร่มาแล้ว " นนท์พยักหน้า
" พี่ฟั้น ช่วงข้าต้องการความสงบ ข้าจะเข้าไปในห้วงมิติเพื่อหลอมโอสถ ฝากท่านดูแลแทนข้าที " นนท์วาดมือกางค่ายกลปิดกั้นภาพและเสียง แล้วผสานร่างลงใต้ดินวาดมือสร้างโพรงใต้ดิน
เมื่ออยู่ในแหวนห้วงมิติ นนท์เร่งฟื้นฟูแม่น้ำปรานสรรพสิ่งของตน เมื่อเร่งฟื้นฟูภายในแหวนห้วงมิติแล้วเสร็จ นนท์ได้ผสานร่างทองของตนในการหลอมโอสถและอาวุธ
" ร่างทองช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก สามารถหลอมโอสถได้คราละร้อยเตา " นนท์ฉีกยิ้มออกมา นนท์ใช้เวลาจริงสามวันในการหลอมโอสถและอาวุธ
" วิ้ง " ร่างของนนท์ปรากฎขึ้นที่ทุ่งกว้าง นนท์กวาดตามองทั่ว แล้วยกยิ้ม
" ผู้เฒ่าทุกท่าน นี่คือโอสถฝึกกายทั้งสามชั้น อาวุธกับเสื้อเกราะ และโอสถเหลวฟื้นฟู ท่านนำไปแจกจ่ายเถิด " เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายต่างฉีกยิ้มจนถึงหู
" พี่โจว ท่านทำได้เช่นไร " ฟั่นตี้ปิงเอ่ยถาม
" ไว้ท่านกับข้าคบหาจนรู้ใจ แล้วท่านจะล่วงรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวข้า " ฟั่นตี้ปิงพยักหน้า
" พี่โจว นี่คือไช่หยิงคนรักของข้า " นนท์ค้อมหัวให้
" น้องไช่หยิง เจ้าช่างงดงามและเหมาะสมกับพี่ฟั่นยิ่งนัก " นนท์เอ่ยชม
" พี่โจว มิทราบว่าท่านมีคนรักหรือยัง " นนท์ยกยิ้ม
" น้องไช่หยิง ตัวข้านั้นมีภรรยามากยิ่งนัก " เหล่าสตรีที่อยู่ด้านหลังไช่หยิงถึงกับยกมือปิดปาก
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า บุรุษที่ยิ่งใหญ่นั้นย่อมมีสตรีหมายปอง " นนท์หันมองยังต้นเสียง
" นั่นผู้ยิ่งใหญ่จากแดนเทพนี่ "
" ดี ยิ่งนัก แดนเทพส่งกำลังมาช่วยแล้ว "
" ผู้อาวุโส เหตุใดท่านจึงมาที่นี่ได้ " นนท์ประสานสองมือให้
" ข้าต้องถามเจ้ามากกว่า เหตุใดเจ้าจึงอยู่ที่นี่ " นนท์เพียงยกยิ้ม
" พี่โจว ท่านรู้จัก ผู้อาวุโสจากแดนเทพรึ " นนท์ส่ายหน้า
" พี่ฟั่น ผู้อาวุโสท่านนี้ เป็นกรรมาการให้ข้าในตอนที่ข้าประลองเป็นตายที่แดนเทพ " ฟั่นตี้ปิงพยักหน้า
" พี่โจว ท่านอยู่แดนเทพรึ " เหล่ารุ่นเยาว็เอ่ยถามด้วยท่าทีที่ตื่นเต้น
" ไว้เสร็จศึก ข้าจะเล่าให้พวกเจ้าฟัง " นนท์ยกยิ้ม
" ไอ้สาระเลว " เสียงชราลอยมา