ณพระราชวังเมืองเหลียงซาน
เหลียนจางเหว่ยบัดนี้เขาอายุได้22ปีตอนนี้เขาได้โตเป็ชายหนุ่มรูปงามใบหน้าเรียวคมเข้มดวงตาดำคมดุจเหยี่ยว เรียวปากสวยได้รูป จมูกโด่งสันเป็คม ความสูงราว185 ซม.บัดนี้เขาอยู่ในชุดที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมอย่างดีสีขาวสะอาดปักลวดลายัสวยงามเขาได้เดินไปเข้าเฝ้าองค์ฮองเต้ผู้เป็บิดาของเขาอย่างร้อนใจบัดนี้จิตใจของเขาช่างร้อนลุ่มแทบจะไหม้เป็จุลอยู่แล้วเพราะเื่อภิเษกสมรสของเขากับแม่ทัพหญิงที่ไม่เคยได้เจอกันเลยสักคราสักหน โดยเหลียนจางเหว่ยได้ยินข่าวมาว่านางนั้นเป็แม่ทัพหญิงตัวใหญ่ั์ผิวดำผมหยิกหน้าตาน่าเกลียดอัปลักษณ์และได้ข่าวมาอีกว่านางมีนิสัยดุร้ายโเี้ ฆ่าคนไม่กระพริบตาเลยสักครา คิดไปแล้วก็ยิ่งทำให้เขานั้นกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก
"ฮองเต้พะยะค่ะองค์รัชทายาทมาขอเข้าเฝ้า"
"ให้เข้ามาได้"
"ลูกขอคาราวะท่านพ่อพะยะค่ะ"
"ไม่ต้องมากพิธีเ้ามีอะไรกับพ่อรึ"
"เื่อภิเษกสมรสของลูกเองลูกยังไม่อยากแต่งชายาตอนนี้"
"เหตุใดเ้าจึงไม่อยากแต่งชายาเพราะเหตุใดไหนลองอธิบายให้พ่อฟังซิ"
"ลูกมีคนที่ลูกรักอยู่แล้วนางเคยช่วยชีวิตลูกตอนเด็กตอนที่ลูกตกน้ำ"
"หากแต่เ้าคิดว่าติดค้างบุญคุณของนางใช่หรือไม่"
"นางเพรียบพร้อมทุกอย่างทั้งกิริยามารยาทจิตใจดี และรูปโฉมที่งดงามของนาง"
"เ้าก็รู้ว่าเ้าขัดคำสั่งของพ่อไม่ได้พ่อได้มีคำสั่งไปแล้วยังไงก็ต้องแต่งชายาเอก"
"ข้าจะไม่ยอมท่านพ่อข้ารักฝูลี่มี่คนเดียว"
"ยังไงกษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำคำไหนคำนั้นเ้าห้ามขัดคำสั้งพ่อ"
"ท่านพ่อ!!เหตุใดท่านต้องบังคับข้าถึงเพียงนี้"
เหลียนจางเหว่ยได้แต่ถอนหายใจเหือกใหญ่และคิดว่าหายนะมาสู่ตนเองอย่างหลีกเลี่ยงมิได้แล้วส่วนฮองเต้ได้แต่ยิ้มเยาะเพราะคิดว่าว่าดูคนไม่ผิดเป็แน่เพราะได้ประจักษ์อย่างชัดเจนในผลงานของฟ่านหนิงเหอมาโดยตลอดหากแต่องค์รัชทายาทนั้นไม่ได้ลืมหูลืมตาว่าอะไรคือเพชรอะไรคือกรวด
ณ ตำหนักรัชทายาท
ฝู่ลี่มี่หญิงสาวผู้งดงามดุจดรุณแรกแย้มนางอายุได้19ปีถือว่านางดูสวยสมวัยเลยทีเดียวมารยาหญิงร้อยเล่มเกวียนของนางก็ช่างแพรวพราวเสียเกินวัย สมควรแล้วที่
เหลียนจางเหว่ยจะหลงรักอย่างหัวปักหัวปำ บัดนี้นางได้มาหาเหลียนจางเหว่ยด้วยความรีบร้อนเื่ข่าวคราวงานอภิเษกสมรสพระราชทานของเขา นางได้แต่ร้อนใจในใจของนางตอนนี้เหมือนมีอะไรมาพรากของรักของรักนางไปและยิ่งทำให้นางมีแต่ความเกลียดชังแก่
ฟ่านหนิงเหออย่างล้นเหลือ
"องค์ชายเพค่ะคุณหนูฝูมาขอพบเ้าค่ะ"
"ให้เข้ามาได้"
ทันใดยังไม่สิ้นเสียงของเขานางได้เดินพรวดเข้าไปหาเขาอย่างรวดเร็ว
"องค์ชายเพค่ะหม่อมฉันไม่ยอมนะเพค่ะ"
"เ้าใจเย็นก่อนนะข้ารักเ้าเพียงคนเดียวแต่หากเพียงข้าขัดคำสั่งท่านพ่อไม่ได้"
"แล้วองค์ชายจะทำเช่นไรละเพค่ะหม่อมฉันไม่้าให้พระองค์แต่งชายาเอก"
"ข้าก็จนปัญญาหากแต่ว่าต้องรอเวลาที่เหมาะสมแต่งแล้วค่อยหาเื่หย่าเ้าว่าดีไหม"
"เป็ความคิดที่ไม่เลวเลยเพค่ะองค์ชายหม่อมฉันรักพระองค์มากนะเพค่ะ"
พูดเสร็จนางก็ออดอ้อนเขาด้วยจริตหญิงสาวทำให้เหลียนจางเหว่ยยิ่งหลงกลมารยาของนางเข้าไปอีก
"องค์ชายเพค่ะหากแต่ข้าได้ยินมาว่าแม่ทัพผู้นี้หน้าตาอัปลักษณ์โเี้เกินมนุษย์มนา"
"ข้าก็ได้ยินมาเช่นกันหากเลือกได้ข้ายอมตายดีกว่าที่จะแต่งกับนาง"
"ไม่ต้องกังวลไปนะเพค่ะหม่อมฉันจะค่อยอยู่เคียงข้างองค์ชายเองเพค่ะ"
พูดแล้วทั้งสองก็คลอเลียกันอยู่นานสองนานแต่นางก็ต้องมีวางท่ากุลสตรีไว้บ้างหากยอมให้ชายหนุ่มไปหมดซะทุกอย่างย่อมไม่เป็ผลดีกับนางเขาจะคิดว่านางเป็หญิงใจง่ายก็เป็ได้
จวนแม่ทัพสุกลฟ่านที่เมืองเหลียงซาน
ฟ่านหนิงเหอและครอบครัวของนางได้เดินทางมาถึงจวนในเวลาใกล้ค้ำแล้ว หากแต่ว่าบัดนี้จวนที่นางเคยอยู่ได้เก่าทรุดโทรมไปมากเพราะปิดตายไว้นานหลายสิบปี
"ท่านแม่ทัพเดี๋ยวพวกข้าน้อยจำทำความสะอาดก่อนนะขอรับ"
"ได้ๆ ข้าก็จะช่วยพวกเ้าด้วย"
"ไม่เป็ไรขอรับ ข้าน้อยว่าท่านไปเที่ยวเล่นที่ตลาดเป็การฆ่าเวลาก่อนดีหรือไม่ขอรับ"
"เ้าไม่ต้องกังวลกับข้าข้าจะช่วยพวกเ้าทำความสะอาดมิเช่นนั้นจะไม่ทันเพราะจะค่ำแล้ว"
ฟ่านหนิงเหอพูดอย่างหน้านิ่งๆน่าเกรงขามจนบ่าวไพร่ต้องยอมให้นางช่วยแล้วนางก็จัดแจงทำความสะอาดช่วยบ่าวไพร่ของนางอย่างขะมักเขม้น
ส่วนถานอ้ายเสินนั้นค่อยช่วยนางอยู่ไม่ห่าง
พอตะวันคล้อยลับขอบฟ้าลงไปบ่าวไพร่รวมถึงฟ่านหนิงเห่อก็ได้จัดการเก็บกวาดจวนเรียบร้อยทันเวลา บัดนี้นางได้เปลี่ยนชุดเสื้อผ้าอาภรณ์มาอยู่ในชุดบุรุษสง่างามพร้อมที่จะฝึกกระบี่ของนางด้วยความเคยชินโดยมีถานอ้ายเสินเป็คู่ประลองฝีมือให้กับนาง
"ฝีมือเ้าได้แค่นี้หรออ้ายเสินไม่ต้องออมมือให้ข้า"
"เข้าไม่ได้ออมมือหากแต่ว่าเ้าฝีมือดีขึ้นต่างหาก"
"เ้าไม่ต้องมายกยอปอปั้นข้าหรอก ข้าไม่เชื่อเ้า"
"ข้าพูดเื่จริง ข้าจะไม่พูดปดต่อเ้าอย่างแน่นอน"
ทั้งสองก็ฝึกกันต่อไปได้พักใหญ่ๆต่างก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนพอได้เวลาที่จะพักผ่อนแล้วฟ่านหนิงเหอนางได้มานั่งดื่มสุราคนเดียวใต้ต้นดอกหอมหมื่นลี้ที่แต่ก่อนยังต้นเล็กๆบัดนี้ผ่านไปหลายปีได้ต้นใหญ่ออกดอกสวยงาม นางนั่งดื่มสุราทอดอารมณ์ไปไร้จุดหมายเพราะไม่อยากคิดถึงเื่งานแต่งงานของนางเพราะคิดไปแล้วก็ยิ่งจะทำให้จิตใจขุ่นมัวไปเปล่าๆแต่มันกลับมารบกวนจิตใจของนางซะเหลือเกินไม่อยากจะคิดอะไรแต่กลับคิดอยู่อย่างนั้นนางได้ดื่มสุราเข้าไปเยอะและเป็เพราะฤทธิ์สุราจนทำให้ต้องพร่ำเพร้อกับชะตาชีวิตตนเองอย่างโอดครวญ
"ใครจะอยากเป็พระชายาอะไรกันข้าอยู่อย่างนี้ก็สบายดีข้าไม่ได้้างานแต่งอะไรทั้งนั้นนี่คือรางวัลของข้าหรอข้าไม่อยากได้"
พอพูดจบนางก็หลับไปตรงโต๊ะใต้ต้นดอกหอมหมื่นลี้แต่ไม่ได้รอดพ้นสายตาของถานอ้ายเสิน
เขารีบเข้ามาอุ้มนางเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วเพราะอากาศเริ่มเย็นลงแล้วกลัวนางจะไม่สบายแต่คนอย่างฟ่านหนิงเหอไม่เป็อะไรง่ายๆนางทนแดดทนฝนผ่านสนามรบมาตั้งเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เลยที่ถานอ้ายเสินจะไม่เป็ห่วงนาง เขาได้เรียกบ่าวรับใช้ให้มาดูแลนางอย่างใกล้ชิด
ส่วนถานอ้ายเสินนั้นได้แต่คิดสงสารฟ่านหนิงเหอเพราะถ้าหากแต่งเป็ชายาโดยไร้ความรักจากองค์รัชทายาทแล้ว นางจะหามีความสุขไม่สู้ให้นางรบประจำที่ชายแดนเสียจะดีกว่าและในใจของถานอ้ายเสินก็มีแต่ฟ่านหนิงเหอมาตลอด บัดนี้กลายเป็ถานอ้ายเสิ่นที่ต้องมานั่งดื่มแทนนางเผื่อจะช่วยให้จิตใจของเขาผ่อนคลายขึ้นมาบ้างนิดหนึ่งก็ยังดี